สัญญากู้ยืมเงิน พร้อมจำนำ ต้องมีอะไรบ้าง

ตอบสั้น

ผู้กู้ยืมเงินและส่งมอบสังหาริมทรัพย์ของตนให้ผู้ให้กู้ถือไว้เป็นประกันในสัญญาฉบับเดียว เมื่อชำระครบได้ของคืน ถ้าผิดนัดผู้ให้กู้ต้องบอกกล่าวแล้วขายทอดตลาด · ต้องส่งมอบของให้ผู้ให้กู้ถือไว้จริงในวันลงนาม ถ้าผู้กู้ยังใช้ของอยู่ ไม่เป็นจำนำ

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
ใช้เมื่อใช้เมื่อยืมเงินคนรู้จักแล้ววางทอง นาฬิกา กล้อง เครื่องดนตรี หรือรถไว้เป็นประกัน
อากรแสตมป์สัญญานี้เป็นทั้งสัญญากู้ยืมเงินและสัญญาจำนำในฉบับเดียว เสียอากรเฉพาะส่วนกู้ยืมเงิน ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 5 — ทุก 2,000 บาทหรือเศษของ 2,000 บาทแห่งยอดเงินกู้ เสีย 1 บาท สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท สัญญานี้คำนวณได้ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก · คู่ฉบับที่เก็บไว้อีกฝ่ายติดอากรอีก (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23) ผู้ให้กู้เป็นผู้เสียอากร แต่ผู้กู้เป็นผู้ขีดฆ่า (ขีดฆ่าคือเขียนวันที่หรือลงชื่อคร่อมแสตมป์กับเนื้อกระดาษ) ส่วนจำนำ (ลักษณะ 18) ได้รับยกเว้นเมื่อสัญญากู้ยืมเงินที่เป็นหนี้ประธานปิดอากรครบแล้วตามลักษณะ 5 — จึงต้องติดอากรส่วนกู้ให้ครบ ไม่อย่างนั้นเสียทั้งสองส่วน ไม่ปิดอากรให้ครบ ใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118) ซึ่งกระทบผู้ให้กู้ที่ต้องใช้สัญญาฟ้อง ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์แทนการเซ็นบนกระดาษ ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ของกรมสรรพากรภายใน 15 วันนับแต่วันถัดจากวันทำสัญญา
ภาษีดอกเบี้ยเป็นเงินได้ของผู้ให้กู้ (ประมวลรัษฎากร ม.40(4)(ก)) ถ้าผู้กู้เป็นนิติบุคคลอาจต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายดอกเบี้ย ให้ตรวจอัตราปัจจุบันกับกรมสรรพากรหรือผู้ทำบัญชี · ผู้ที่รับจำนำเป็นปกติธุระเพื่อหากำไรต้องได้รับอนุญาตตั้งโรงรับจำนำ (ป.พ.พ. ม.757) แบบนี้ใช้สำหรับการกู้และจำนำเป็นรายกรณีเท่านั้น
แบบที่กฎหมายกำหนดกู้เกิน 2,000 บาทต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้ จึงฟ้องได้ (ป.พ.พ. ม.653 วรรคหนึ่ง) — สัญญานี้เป็นหลักฐานนั้น และการชำระคืนจะนำสืบได้ต้องมีหลักฐานที่ผู้ให้กู้ลงชื่อ หรือได้รับสัญญาคืน หรือแทงเพิกถอนในสัญญา (ม.653 วรรคสอง) ผู้กู้จึงต้องขอหลักฐานการรับเงินทุกครั้งตามข้อ 2.3 จำนำเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบทรัพย์เท่านั้น (ป.พ.พ. ม.747) ถ้าเซ็นสัญญาแต่ผู้กู้ยังถือทรัพย์ไว้หรือใช้ทรัพย์อยู่ ผู้ให้กู้ไม่มีสิทธิอย่างผู้รับจำนำ และถ้าผู้ให้กู้ยอมคืนทรัพย์ให้ผู้กู้ไปครอบครองก่อนชำระหนี้ครบ การจำนำระงับทันที (ม.769) ส่วนการกู้ยังคงอยู่ จำนำได้เฉพาะสังหาริมทรัพย์ บ้าน ที่ดิน ห้องชุด ต้องจดจำนองที่สำนักงานที่ดิน · รถยนต์จำนำได้ต่อเมื่อส่งมอบตัวรถ การส่งแค่เล่มทะเบียนแต่ผู้กู้ยังขับรถอยู่ไม่ใช่จำนำ การจำนำไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องทำบันทึกการส่งมอบพร้อมภาพถ่ายให้ชัดตามข้อ 3.2
มาตราที่อ้างป.พ.พ. ม.650, 653 วรรคหนึ่งและวรรคสอง, 654, 655 (กู้ยืม) · ม.747 (จำนำเกิดเมื่อส่งมอบ), 748 (อุปกรณ์แห่งหนี้ รวมค่าฤชาธรรมเนียมบังคับจำนำและค่ารักษาทรัพย์ — ข้อ 7.4), 756 (ห้ามทรัพย์หลุด — ข้อ 6.2), 757 (โรงรับจำนำ), 759, 760 (เก็บรักษา ห้ามใช้ — ข้อ 4.1–4.2), 762 (ค่ารักษาทรัพย์ — ข้อ 4.3), 763 (อายุความ 6 เดือน), 764 (บอกกล่าวก่อน ขายทอดตลาด แจ้งเวลาสถานที่ — ข้อ 7.1–7.2), 765 (บอกกล่าวไม่ได้ ค้างเกินเดือน — ข้อ 7.2), 767 (เงินเหลือคืน ขาดลูกหนี้รับผิด — ข้อ 7.4), 768 (ขายเกินจำเป็นไม่ได้ — ข้อ 7.3), 769 (คืนทรัพย์แล้วจำนำระงับ) · ม.7, 204, 224, 383 · พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 ม.4 · ประมวลรัษฎากร ม.40(4)(ก), 118 บัญชีอัตราอากรลักษณะ 5, 18 (ข้อยกเว้น), 23 · พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม 2540 ม.4 (ข้อ 8.2 ค่าทนาย)
ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้249 บาท

ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

  • ใช้เมื่อยืมเงินคนรู้จักแล้ววางทอง นาฬิกา กล้อง เครื่องดนตรี หรือรถไว้เป็นประกัน
  • ใช้เมื่อต้องการให้การรับเงิน การส่งมอบของ และเงื่อนไขการคืนของอยู่ในเอกสารเดียว ลงนามครั้งเดียว
  • ใช้เมื่อเงินกู้ไม่มีดอกเบี้ยถ้าคืนตรงเวลา หรือจะคิดดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปีก็ได้

จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

  • ต้องส่งมอบของให้ผู้ให้กู้ถือไว้จริงในวันลงนาม ถ้าผู้กู้ยังใช้ของอยู่ ไม่เป็นจำนำ
  • ผิดนัดแล้วผู้ให้กู้ยึดของเป็นของตัวเองไม่ได้ ต้องส่งหนังสือบอกกล่าวแล้วขายทอดตลาด เงินเหลือคืนผู้กู้
  • ผู้ให้กู้ห้ามใช้ ให้เช่า หรือนำของไปจำนำต่อ ถ้าฝ่าฝืนต้องรับผิดแม้ของเสียหายเพราะเหตุสุดวิสัย
  • ทำบันทึกส่งมอบพร้อมภาพถ่ายทุกด้าน และตรวจสภาพทันทีในวันรับของคืน
  • ผู้ให้กู้ติดอากรแสตมป์ส่วนกู้ยืมให้ครบ ผู้กู้เป็นผู้ขีดฆ่า

กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

  • ถ้ากู้เงินโดยไม่มีของวางประกัน ให้ใช้ สัญญากู้ยืมเงิน
  • ถ้าหนี้มีอยู่แล้ว หรือคนอื่นนำของมาจำนำประกันหนี้ของลูกหนี้ ให้ใช้ สัญญาจำนำทรัพย์สิน
  • ถ้าหลักประกันเป็นหุ้นของบริษัท ให้ใช้ สัญญาจำนำหุ้น · เป็นบ้านหรือที่ดิน ต้องจดจำนองที่สำนักงานที่ดิน
  • ถ้านายจ้างให้พนักงานกู้และหักจากค่าจ้าง ให้ใช้ สัญญากู้ยืมเงินของพนักงาน
  • รับจำนำเป็นอาชีพต้องได้รับอนุญาตตั้งโรงรับจำนำ แบบนี้ใช้เป็นรายกรณีเท่านั้น

อากรแสตมป์

สัญญานี้เป็นทั้งสัญญากู้ยืมเงินและสัญญาจำนำในฉบับเดียว เสียอากรเฉพาะส่วนกู้ยืมเงิน ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 5 — ทุก 2,000 บาทหรือเศษของ 2,000 บาทแห่งยอดเงินกู้ เสีย 1 บาท สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท สัญญานี้คำนวณได้ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก · คู่ฉบับที่เก็บไว้อีกฝ่ายติดอากรอีก (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23)

  • ผู้ให้กู้เป็นผู้เสียอากร แต่ผู้กู้เป็นผู้ขีดฆ่า (ขีดฆ่าคือเขียนวันที่หรือลงชื่อคร่อมแสตมป์กับเนื้อกระดาษ)
  • ส่วนจำนำ (ลักษณะ 18) ได้รับยกเว้นเมื่อสัญญากู้ยืมเงินที่เป็นหนี้ประธานปิดอากรครบแล้วตามลักษณะ 5 — จึงต้องติดอากรส่วนกู้ให้ครบ ไม่อย่างนั้นเสียทั้งสองส่วน
  • ไม่ปิดอากรให้ครบ ใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118) ซึ่งกระทบผู้ให้กู้ที่ต้องใช้สัญญาฟ้อง
  • ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์แทนการเซ็นบนกระดาษ ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ของกรมสรรพากรภายใน 15 วันนับแต่วันถัดจากวันทำสัญญา

แบบที่กฎหมายกำหนด

  • กู้เกิน 2,000 บาทต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้ จึงฟ้องได้ (ป.พ.พ. ม.653 วรรคหนึ่ง) — สัญญานี้เป็นหลักฐานนั้น และการชำระคืนจะนำสืบได้ต้องมีหลักฐานที่ผู้ให้กู้ลงชื่อ หรือได้รับสัญญาคืน หรือแทงเพิกถอนในสัญญา (ม.653 วรรคสอง) ผู้กู้จึงต้องขอหลักฐานการรับเงินทุกครั้งตามข้อ 2.3
  • จำนำเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบทรัพย์เท่านั้น (ป.พ.พ. ม.747) ถ้าเซ็นสัญญาแต่ผู้กู้ยังถือทรัพย์ไว้หรือใช้ทรัพย์อยู่ ผู้ให้กู้ไม่มีสิทธิอย่างผู้รับจำนำ และถ้าผู้ให้กู้ยอมคืนทรัพย์ให้ผู้กู้ไปครอบครองก่อนชำระหนี้ครบ การจำนำระงับทันที (ม.769) ส่วนการกู้ยังคงอยู่
  • จำนำได้เฉพาะสังหาริมทรัพย์ บ้าน ที่ดิน ห้องชุด ต้องจดจำนองที่สำนักงานที่ดิน · รถยนต์จำนำได้ต่อเมื่อส่งมอบตัวรถ การส่งแค่เล่มทะเบียนแต่ผู้กู้ยังขับรถอยู่ไม่ใช่จำนำ
  • การจำนำไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องทำบันทึกการส่งมอบพร้อมภาพถ่ายให้ชัดตามข้อ 3.2

ดอกเบี้ยและการผิดนัด

  • ดอกเบี้ยตามสัญญาที่กรอกไว้ต้องไม่เกิน ร้อยละ 15 ต่อปี (ป.พ.พ. ม.654) เกินแล้วเป็นความผิดอาญา จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท (พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 ม.4) รวมถึงการเรียกค่าเก็บรักษาหรือประโยชน์อื่นที่มากเกินส่วนแทนดอกเบี้ย ข้อ 1.2 จึงห้ามไว้
  • ผู้กู้ไม่คืนเงินในวันครบกำหนดถือว่าผิดนัดทันทีโดยไม่ต้องทวงถาม (ม.204 วรรคสอง) และต้องเสียดอกเบี้ยผิดนัดตามกฎหมาย ปัจจุบัน ร้อยละ 5 ต่อปี (ม.224) หรืออัตราตามสัญญาถ้าสูงกว่า ห้ามทบต้น (ม.655)
  • ถ้าตกลงให้คิด "ค่าปรับร้อยละ 15 ต่อปี" นับแต่ผิดนัดแม้เงินกู้ไม่มีดอกเบี้ย ข้อตกลงแบบนั้นเป็นเบี้ยปรับที่ศาลลดได้ถ้าสูงเกินส่วน (ม.383) สัญญานี้จึงใช้อัตราตามกฎหมายแทน

การบังคับจำนำ — ต้องทำตามขั้นตอน ห้ามยึดของเป็นของตัวเอง

  1. ส่งหนังสือบอกกล่าวทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ให้ผู้กู้ชำระภายในเวลาที่กำหนดในข้อ 7.1 (ป.พ.พ. ม.764 วรรคหนึ่ง) เก็บใบตอบรับไว้
  2. ครบกำหนดแล้วไม่ชำระ ต้องขายทอดตลาด จะขายเองตามราคาที่ตกลงหรือขายให้คนรู้จักไม่ได้ และต้องมีจดหมายแจ้งวัน เวลา สถานที่ขายทอดตลาดให้ผู้กู้ (ม.764 วรรคสองและวรรคสาม) · ถ้าหาตัวผู้กู้ไม่ได้ ขายทอดตลาดได้เมื่อหนี้ค้างเกินหนึ่งเดือน (ม.765)
  3. ได้เงินมาเท่าใด หักค่าใช้จ่ายในการบังคับจำนำและค่ารักษาทรัพย์ (ม.748) แล้วชำระดอกเบี้ยและต้นเงิน เหลือต้องคืนผู้กู้ ขาดผู้กู้ยังต้องรับผิดส่วนที่ขาด (ม.767) · จำนำหลายสิ่งขายเกินที่จำเป็นไม่ได้ (ม.768)
  4. ข้อตกลงล่วงหน้าว่าถ้าไม่ชำระให้ของหลุดเป็นของผู้ให้กู้ ไม่มีผล (ม.756) ผู้ให้กู้ที่เอาของไปใช้หรือขายเองโดยไม่ทำตามขั้นตอนต้องรับผิดต่อผู้กู้ และอาจมีความผิดทางอาญาฐานยักยอกทรัพย์

หน้าที่ของผู้ให้กู้ระหว่างถือทรัพย์

ต้องเก็บรักษาเหมือนวิญญูชนเก็บของตนเอง (ม.759) ห้ามใช้เองหรือให้คนอื่นใช้ ถ้าฝ่าฝืนต้องรับผิดแม้ของเสียหายเพราะเหตุสุดวิสัย (ม.760) ค่าใช้จ่ายรักษาทรัพย์ที่จำเป็นผู้กู้ชดใช้ (ม.762) คดีเรียกค่าเสียหายที่ทรัพย์บุบสลายหรือค่ารักษาทรัพย์ต้องฟ้องภายใน 6 เดือนนับแต่วันคืนหรือขายทอดตลาด (ม.763) — ผู้กู้ควรตรวจสภาพทรัพย์ทันทีในวันรับคืน

ภาษี

ดอกเบี้ยเป็นเงินได้ของผู้ให้กู้ (ประมวลรัษฎากร ม.40(4)(ก)) ถ้าผู้กู้เป็นนิติบุคคลอาจต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายดอกเบี้ย ให้ตรวจอัตราปัจจุบันกับกรมสรรพากรหรือผู้ทำบัญชี · ผู้ที่รับจำนำเป็นปกติธุระเพื่อหากำไรต้องได้รับอนุญาตตั้งโรงรับจำนำ (ป.พ.พ. ม.757) แบบนี้ใช้สำหรับการกู้และจำนำเป็นรายกรณีเท่านั้น

เอกสารแนบท้ายสัญญา

  • บันทึกการส่งมอบทรัพย์ ระบุรายการ ยี่ห้อ รุ่น หมายเลข น้ำหนัก สภาพ ตำหนิ พร้อมภาพถ่ายทุกด้าน ลงชื่อทั้งสองฝ่าย
  • หลักฐานการส่งมอบเงินกู้ (สลิปโอน หรือใบรับเงินสด)
  • หลักฐานความเป็นเจ้าของทรัพย์ เช่น ใบเสร็จ ใบรับประกัน สำเนาเล่มทะเบียน
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของทั้งสองฝ่าย (นิติบุคคลใช้หนังสือรับรองไม่เกิน 6 เดือนและบัตรของผู้มีอำนาจลงนาม)

วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ส่งมอบเงินกู้ ส่งมอบทรัพย์ และลงชื่อในบันทึกส่งมอบในวันเดียวกับที่ลงนาม ลงชื่อกำกับทุกหน้า ผู้ให้กู้ติดอากรแสตมป์แล้วให้ผู้กู้ขีดฆ่า เมื่อผู้กู้ชำระครบ ให้ทำบันทึกรับคืนทรัพย์และผู้ให้กู้คืนต้นฉบับสัญญาให้ผู้กู้

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-744FD9 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

มีแบบฟอร์มฉบับนี้ให้กรอกออนไลน์แล้วกรอกไม่กี่นาที ดูตัวอย่างเต็มฉบับก่อนจ่าย ได้ไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์
เปิดแบบฟอร์ม · 249 บาท

คำถามที่พบบ่อย

สัญญากู้ยืมเงิน พร้อมจำนำ ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญานี้เป็นทั้งสัญญากู้ยืมเงินและสัญญาจำนำในฉบับเดียว เสียอากรเฉพาะส่วนกู้ยืมเงิน ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 5 — ทุก 2,000 บาทหรือเศษของ 2,000 บาทแห่งยอดเงินกู้ เสีย 1 บาท สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท สัญญานี้คำนวณได้ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก · คู่ฉบับที่เก็บไว้อีกฝ่ายติดอากรอีก (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23) ผู้ให้กู้เป็นผู้เสียอากร แต่ผู้กู้เป็นผู้ขีดฆ่า (ขีดฆ่าคือเขียนวันที่หรือลงชื่อคร่อมแสตมป์กับเนื้อกระดาษ) ส่วนจำนำ (ลักษณะ 18) ได้รับยกเว้นเมื่อสัญญากู้ยืมเงินที่เป็นหนี้ประธานปิดอากรครบแล้วตามลักษณะ 5 — จึงต้องติดอากรส่วนกู้ให้ครบ ไม่อย่างนั้นเสียทั้งสองส่วน ไม่ปิดอากรให้ครบ ใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118) ซึ่งกระทบผู้ให้กู้ที่ต้องใช้สัญญาฟ้อง ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์แทนการเซ็นบนกระดาษ ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ของกรมสรรพากรภายใน 15 วันนับแต่วันถัดจากวันทำสัญญา

สัญญากู้ยืมเงิน พร้อมจำนำ เสียภาษีอะไรบ้าง

ดอกเบี้ยเป็นเงินได้ของผู้ให้กู้ (ประมวลรัษฎากร ม.40(4)(ก)) ถ้าผู้กู้เป็นนิติบุคคลอาจต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายดอกเบี้ย ให้ตรวจอัตราปัจจุบันกับกรมสรรพากรหรือผู้ทำบัญชี · ผู้ที่รับจำนำเป็นปกติธุระเพื่อหากำไรต้องได้รับอนุญาตตั้งโรงรับจำนำ (ป.พ.พ. ม.757) แบบนี้ใช้สำหรับการกู้และจำนำเป็นรายกรณีเท่านั้น

ใช้สัญญากู้ยืมเงิน พร้อมจำนำตอนไหน

ใช้เมื่อยืมเงินคนรู้จักแล้ววางทอง นาฬิกา กล้อง เครื่องดนตรี หรือรถไว้เป็นประกัน · ใช้เมื่อต้องการให้การรับเงิน การส่งมอบของ และเงื่อนไขการคืนของอยู่ในเอกสารเดียว ลงนามครั้งเดียว · ใช้เมื่อเงินกู้ไม่มีดอกเบี้ยถ้าคืนตรงเวลา หรือจะคิดดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปีก็ได้

ทำสัญญากู้ยืมเงิน พร้อมจำนำต้องระวังอะไร

ต้องส่งมอบของให้ผู้ให้กู้ถือไว้จริงในวันลงนาม ถ้าผู้กู้ยังใช้ของอยู่ ไม่เป็นจำนำ · ผิดนัดแล้วผู้ให้กู้ยึดของเป็นของตัวเองไม่ได้ ต้องส่งหนังสือบอกกล่าวแล้วขายทอดตลาด เงินเหลือคืนผู้กู้ · ผู้ให้กู้ห้ามใช้ ให้เช่า หรือนำของไปจำนำต่อ ถ้าฝ่าฝืนต้องรับผิดแม้ของเสียหายเพราะเหตุสุดวิสัย · ทำบันทึกส่งมอบพร้อมภาพถ่ายทุกด้าน และตรวจสภาพทันทีในวันรับของคืน · ผู้ให้กู้ติดอากรแสตมป์ส่วนกู้ยืมให้ครบ ผู้กู้เป็นผู้ขีดฆ่า

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญากู้ยืมเงิน พร้อมจำนำ

ถ้ากู้เงินโดยไม่มีของวางประกัน ให้ใช้ สัญญากู้ยืมเงิน · ถ้าหนี้มีอยู่แล้ว หรือคนอื่นนำของมาจำนำประกันหนี้ของลูกหนี้ ให้ใช้ สัญญาจำนำทรัพย์สิน · ถ้าหลักประกันเป็นหุ้นของบริษัท ให้ใช้ สัญญาจำนำหุ้น · เป็นบ้านหรือที่ดิน ต้องจดจำนองที่สำนักงานที่ดิน · ถ้านายจ้างให้พนักงานกู้และหักจากค่าจ้าง ให้ใช้ สัญญากู้ยืมเงินของพนักงาน · รับจำนำเป็นอาชีพต้องได้รับอนุญาตตั้งโรงรับจำนำ แบบนี้ใช้เป็นรายกรณีเท่านั้น

สัญญากู้ยืมเงิน พร้อมจำนำ ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

กู้เกิน 2,000 บาทต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้ จึงฟ้องได้ (ป.พ.พ. ม.653 วรรคหนึ่ง) — สัญญานี้เป็นหลักฐานนั้น และการชำระคืนจะนำสืบได้ต้องมีหลักฐานที่ผู้ให้กู้ลงชื่อ หรือได้รับสัญญาคืน หรือแทงเพิกถอนในสัญญา (ม.653 วรรคสอง) ผู้กู้จึงต้องขอหลักฐานการรับเงินทุกครั้งตามข้อ 2.3 จำนำเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบทรัพย์เท่านั้น (ป.พ.พ. ม.747) ถ้าเซ็นสัญญาแต่ผู้กู้ยังถือทรัพย์ไว้หรือใช้ทรัพย์อยู่ ผู้ให้กู้ไม่มีสิทธิอย่างผู้รับจำนำ และถ้าผู้ให้กู้ยอมคืนทรัพย์ให้ผู้กู้ไปครอบครองก่อนชำระหนี้ครบ การจำนำระงับทันที (ม.769) ส่วนการกู้ยังคงอยู่ จำนำได้เฉพาะสังหาริมทรัพย์ บ้าน ที่ดิน ห้องชุด ต้องจดจำนองที่สำนักงานที่ดิน · รถยนต์จำนำได้ต่อเมื่อส่งมอบตัวรถ การส่งแค่เล่มทะเบียนแต่ผู้กู้ยังขับรถอยู่ไม่ใช่จำนำ การจำนำไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องทำบันทึกการส่งมอบพร้อมภาพถ่ายให้ชัดตามข้อ 3.2

ลงนามสัญญากู้ยืมเงิน พร้อมจำนำต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ส่งมอบเงินกู้ ส่งมอบทรัพย์ และลงชื่อในบันทึกส่งมอบในวันเดียวกับที่ลงนาม ลงชื่อกำกับทุกหน้า ผู้ให้กู้ติดอากรแสตมป์แล้วให้ผู้กู้ขีดฆ่า เมื่อผู้กู้ชำระครบ ให้ทำบันทึกรับคืนทรัพย์และผู้ให้กู้คืนต้นฉบับสัญญาให้ผู้กู้

ทำสัญญากู้ยืมเงิน พร้อมจำนำต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

บันทึกการส่งมอบทรัพย์ ระบุรายการ ยี่ห้อ รุ่น หมายเลข น้ำหนัก สภาพ ตำหนิ พร้อมภาพถ่ายทุกด้าน ลงชื่อทั้งสองฝ่าย หลักฐานการส่งมอบเงินกู้ (สลิปโอน หรือใบรับเงินสด) หลักฐานความเป็นเจ้าของทรัพย์ เช่น ใบเสร็จ ใบรับประกัน สำเนาเล่มทะเบียน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของทั้งสองฝ่าย (นิติบุคคลใช้หนังสือรับรองไม่เกิน 6 เดือนและบัตรของผู้มีอำนาจลงนาม)

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 25 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 650

อันว่ายืมใช้สิ้นเปลืองนั้น คือสัญญาซึ่งผู้ให้ยืมโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินชนิดใช้ไปสิ้นไปนั้นเป็นปริมาณมีกำหนดให้ไปแก่ผู้ยืม และผู้ยืมตกลงว่าจะคืนทรัพย์สินเป็นประเภท ชนิด และปริมาณเช่นเดียวกันให้แทนทรัพย์สินซึ่งให้ยืมนั้น

หมวด 2 ยืมใช้สิ้นเปลือง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653

การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่

หมวด 2 ยืมใช้สิ้นเปลือง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 747

อันว่าจำนำนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้จำนำ ส่งมอบสังหาริมทรัพย์สิ่งหนึ่งให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจำนำ เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7

ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204

ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ

พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 มาตรา 4

บุคคลใดให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินหรือกระทำการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการอำพราง

พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560

ประมวลรัษฎากร มาตรา 40

เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 769

อันจำนำย่อมระงับสิ้นไป (1) เมื่อหนี้ซึ่งจำนำเป็นประกันอยู่นั้นระงับสิ้นไปเพราะเหตุประการอื่นมิใช่เพราะอายุความ หรือ (2) เมื่อผู้รับจำนำยอมให้ทรัพย์สินจำนำกลับคืนไปสู่ครอบครองของผู้จำนำ

หมวด 4 ความระงับสิ้นไปแห่งการจำนำ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654

ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละสิบห้าต่อปี ถ้าในสัญญากำหนดดอกเบี้ยเกินกว่านั้น ก็ให้ลดลงมาเป็นร้อยละสิบห้าต่อปี

หมวด 2 ยืมใช้สิ้นเปลือง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 655

ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยในดอกเบี้ยที่ค้างชำระ แต่ทว่าเมื่อดอกเบี้ยค้างชำระไม่น้อยกว่าปีหนึ่ง คู่สัญญากู้ยืมจะตกลงกันให้เอาดอกเบี้ยนั้นทบเข้ากับต้นเงินแล้วให้คิดดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่ทบเข้ากันนั้นก็ได้ แต่การตกลงเช่นนั้นต้องทำเป็นหนังสือ

หมวด 2 ยืมใช้สิ้นเปลือง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 764

เมื่อจะบังคับจำนำ ผู้รับจำนำต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือไปยังลูกหนี้ก่อนว่า ให้ชำระหนี้และอุปกรณ์ภายในเวลาอันควรซึ่งกำหนดให้ในคำบอกกล่าวนั้น

หมวด 3 การบังคับจำนำ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 765

ถ้าไม่สามารถจะบอกกล่าวก่อนได้ ผู้รับจำนำจะเอาทรัพย์สินจำนำออกขายทอดตลาดเสียในเมื่อหนี้ค้างชำระมาล่วงเวลาเดือนหนึ่งแล้วก็ให้ทำได้

หมวด 3 การบังคับจำนำ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 748

การจำนำนั้นย่อมเป็นประกันเพื่อการชำระหนี้กับทั้งค่าอุปกรณ์ต่อไปนี้ด้วย คือ (1) ดอกเบี้ย (2) ค่าสินไหมทดแทนในการไม่ชำระหนี้ (3) ค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับจำนำ (4) ค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาทรัพย์สินซึ่งจำนำ (5) ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่ความชำรุดบกพร่องแห่งทรัพย์สินจำนำซึ่งไม่เห็นประจักษ์

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 767

เมื่อบังคับจำนำได้เงินจำนวนสุทธิเท่าใด ท่านว่าผู้รับจำนำต้องจัดสรรชำระหนี้และอุปกรณ์เพื่อให้เสร็จสิ้นไป และถ้ายังมีเงินเหลือก็ต้องส่งคืนให้แก่ผู้จำนำ หรือแก่บุคคลผู้ควรจะได้เงินนั้น

หมวด 3 การบังคับจำนำ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 768

ถ้าจำนำทรัพย์สินหลายสิ่งเพื่อประกันหนี้แต่รายหนึ่งรายเดียว ท่านว่าผู้รับจำนำจะเลือกเอาทรัพย์สินสิ่งหนึ่งสิ่งใดออกขายก็ได้ แต่จะขายจนเกินกว่าที่จำเป็นเพื่อใช้เงินตามสิทธิแห่งตนนั้นหาได้ไม่

หมวด 3 การบังคับจำนำ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 756

การที่จะตกลงกันไว้เสียแต่ก่อนเวลาหนี้ถึงกำหนดชำระเป็นข้อความอย่างใดอย่างหนึ่งว่า ถ้าไม่ชำระหนี้ ให้ผู้รับจำนำเข้าเป็นเจ้าของทรัพย์สินจำนำ หรือให้จัดการแก่ทรัพย์สินนั้นเป็นประการอื่นนอกจากตามบทบัญญัติทั้งหลายว่าด้วยการบังคับจำนำนั้นไซร้ ข้อตกลงเช่นนั้นท่านว่าไม่สมบูรณ์

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 759

ผู้รับจำนำจำต้องรักษาทรัพย์สินจำนำไว้ให้ปลอดภัย และต้องสงวนทรัพย์สินจำนำนั้นเช่นอย่างวิญญูชนจะพึงสงวนทรัพย์สินของตนเอง

หมวด 2 สิทธิและหน้าที่ของผู้จำนำและผู้รับจำนำ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 760

ถ้าผู้รับจำนำเอาทรัพย์สินซึ่งจำนำออกใช้เอง หรือเอาไปให้บุคคลภายนอกใช้สอย หรือเก็บรักษาโดยผู้จำนำมิได้ยินยอมด้วยไซร้ ท่านว่าผู้รับจำนำจะต้องรับผิดเพื่อที่ทรัพย์สินจำนำนั้นสูญหาย หรือบุบสลายไปอย่างใด ๆ แม้ทั้งเป็นเพราะเหตุสุดวิสัย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าถึงอย่างไร ๆ ก็คงจะต้องสูญหาย หรือบุบสลายอยู่นั่นเอง

หมวด 2 สิทธิและหน้าที่ของผู้จำนำและผู้รับจำนำ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 762

ค่าใช้จ่ายใด ๆ อันควรแก่การบำรุงรักษาทรัพย์สินจำนำนั้น ผู้จำนำจำต้องชดใช้ให้แก่ผู้รับจำนำ เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญา

หมวด 2 สิทธิและหน้าที่ของผู้จำนำและผู้รับจำนำ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 763

ท่านห้ามมิให้ฟ้องคดีดังจะกล่าวต่อไปนี้ เมื่อพ้นหกเดือนนับแต่วันส่งคืน หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินจำนำ คือ (1) ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อความบุบสลายอันผู้รับจำนำก่อให้เกิดแก่ทรัพย์สินจำนำ (2) ฟ้องเรียกให้ชดใช้ค่าใช้จ่ายเพื่อการบำรุงรักษาทรัพย์สินจำนำ (3) ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดแก่ผู้รับจำนำ เพราะความชำรุดบกพร่องในทรัพย์สินจำนำซึ่งไม่เห็นประจักษ์

หมวด 2 สิทธิและหน้าที่ของผู้จำนำและผู้รับจำนำ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 757

บทบัญญัติทั้งหลายในลักษณะ 13 นี้ ท่านให้ใช้บังคับแก่สัญญาจำนำที่ทำกับผู้ตั้งโรงรับจำนำโดยอนุญาตรัฐบาลแต่เพียงที่ไม่ขัดกับกฎหมาย หรือกฎข้อบังคับว่าด้วยโรงจำนำ

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

อ่านต่อในหมวดกู้ยืม / หลักประกัน

สัญญาขายลดเช็ค ต้องมีอะไรบ้างสำหรับผู้ที่ได้รับเช็คล่วงหน้าจากลูกค้า แล้วนำไปแลกเป็นเงินสดทันทีกับผู้รับซื้อลดโดยหักส่วนลด — สลักหลังและส่งมอบเช็ค ราคาขายลด หน้าที่ยื่นเช็คตรงเวลา และเมื่อเช็คเด้งผู้ขายลดต้องชดใช้เต็มหน้าเช็คพร้อมค่าธรรมเนียม · ต่างจากสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องซึ่งใช้กับหนี้การค้าทั่วไปที่ไม่ใช่เช็คสัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง ต้องมีอะไรบ้างสำหรับเจ้าหนี้ที่โอนสิทธิรับชำระหนี้ให้บุคคลอื่น เช่น ขายลูกหนี้การค้า ชำระหนี้ของตนด้วยสิทธิเรียกร้อง หรือโอนเป็นหลักประกัน กำหนดหนี้ที่โอน ราคา คำรับรองของผู้โอน การรับประกันการชำระของลูกหนี้ การบอกกล่าวลูกหนี้พร้อมหนังสือบอกกล่าว เอกสาร ข้อมูลส่วนบุคคล และข้อจำกัดการทวงถามหนี้สัญญาค้ำประกันมีวงเงิน ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อค้ำประกันหนี้ที่ลูกหนี้ก่อขึ้นกับเจ้าหนี้เป็นคราว ๆ ภายในวงเงินสูงสุด เช่น เครดิตการค้าซื้อเชื่อสินค้า เครดิตค่าบริการ หรือกู้หลายครั้งในวงเงิน — ระบุวัตถุประสงค์ ลักษณะหนี้ และข้อตกลงหลักตามกฎหมายค้ำประกันหลังแก้ไข เลือกกำหนดระยะเวลาหรือค้ำต่อเนื่องที่ผู้ค้ำบอกเลิกสำหรับหนี้ในอนาคตได้ · ถ้าค้ำหนี้ตามสัญญาฉบับเดียว ใช้สัญญาค้ำประกันทั่วไป · ถ้าค้ำผู้รับจ้างหรือผู้ขายให้ทำตามสัญญา ใช้สัญญาค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญาหนังสือรับสภาพหนี้และสัญญาผ่อนชำระหนี้ ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อลูกหนี้ยอมรับว่าเป็นหนี้และขอผ่อนชำระเป็นรายเดือน — หนี้ค่าสินค้า เงินยืม เงินที่รับเกินไป ค่าเสียหาย — ทำให้อายุความเริ่มนับใหม่และมีเงื่อนไขเรียกหนี้ทั้งก้อนเมื่อผิดนัด รองรับโอนพร้อมเพย์พร้อมใบรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ ข้อความเตือนงวดทาง SMS/LINE ผู้ค้ำเดิมลงชื่อยินยอม และข้อยินยอมให้หักเงินเดือนหนังสือทวงถามให้ชำระหนี้ (หนังสือบอกกล่าวก่อนฟ้อง) ต้องมีอะไรบ้างหนังสือที่เจ้าหนี้หรือผู้รับมอบอำนาจส่งถึงลูกหนี้ที่ค้างชำระ เพื่อเตือนให้ชำระภายในกำหนดก่อนดำเนินคดี — ระบุที่มาของหนี้ ยอดต้นเงินและดอกเบี้ย ช่องทางชำระพร้อมเพย์ เชิญเจรจาผ่อนชำระ และให้ลูกหนี้โต้แย้งยอดได้ เขียนตามกรอบ พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ 2558 ไม่ข่มขู่ ไม่เกินจริงสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อลูกหนี้ค้างชำระเงินกู้หรือหนี้การค้าและเจ้าหนี้ยอมลดเบี้ยปรับ ยืดเวลา หรือลดดอกเบี้ย เพื่อให้ผ่อนได้จริงโดยไม่ต้องฟ้อง — คงหลักประกันและผู้ค้ำเดิมไว้ มีส่วนลดแบบมีเงื่อนไขให้เลือก