สัญญากู้ยืมเงินสวัสดิการพนักงาน ต้องมีอะไรบ้าง
บริษัทหรือกองทุนสวัสดิการให้พนักงานกู้เงินช่วยเหลือแบบไม่มีดอกเบี้ยหรือดอกเบี้ยต่ำ เพื่อความจำเป็นที่กำหนด และผ่อนคืนตามรอบเงินเดือน · หักเงินเดือนได้แต่ละงวดไม่เกินร้อยละ 10 และรวมทุกรายการไม่เกิน 1 ใน 5 ของค่าจ้าง เว้นแต่พนักงานยินยอมเป็นหนังสือ
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อพนักงานขอกู้เงินสวัสดิการเพื่อค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนบุตร หรือซ่อมบ้านหลังภัยพิบัติ |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญากู้ยืมเงินต้องปิดอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 5 แม้เป็นเงินกู้สวัสดิการที่ไม่มีดอกเบี้ย ในอัตรา 1 บาทต่อยอดเงินกู้ทุก 2,000 บาทหรือเศษ สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท สัญญานี้ต้องเสียอากร (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับเสียอากร (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) บัญชีอัตรากำหนดให้ผู้ให้กู้เป็นผู้เสีย บริษัทที่จัดสวัสดิการมักออกค่าอากรเอง ปิดและขีดฆ่าในวันลงนาม หรือชำระผ่านระบบ e-Stamp เมื่อลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ สัญญาที่ปิดอากรไม่ครบใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรพร้อมเงินเพิ่ม ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 |
| ภาษี | ประโยชน์ที่พนักงานได้จากเงินกู้ไม่มีดอกเบี้ยหรือดอกเบี้ยต่ำกว่าตลาด และหนี้ที่นายจ้างยกให้ตามข้อ 8.3 อาจถือเป็นเงินได้จากการจ้างแรงงานของพนักงานตามประมวลรัษฎากร ซึ่งนายจ้างอาจต้องนำไปรวมคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย บางกรณีมีข้อยกเว้นสำหรับสวัสดิการที่จัดให้พนักงานทั่วไปอย่างเท่าเทียม ก่อนออกนโยบายเงินกู้สวัสดิการ ให้ผู้สอบบัญชีหรือกรมสรรพากรยืนยันวิธีปฏิบัติ |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.650 (ข้อ 3.2 จ่ายตรงแก่ผู้รับเงินถือเป็นการส่งมอบเงินกู้), 653, 654 (hint interest_rate), 224, 224/1 (ข้อ 6.4); พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ม.76(3) (หนี้เพื่อสวัสดิการที่เป็นประโยชน์ต่อลูกจ้างฝ่ายเดียว หักได้โดยความยินยอมล่วงหน้า · ร้อยละ 10 / หนึ่งในห้า — ข้อ 7), 77 (ความยินยอมเป็นหนังสือเฉพาะ); พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.26 (ข้อมูลสุขภาพ — ข้อ 9.2), 37; ประมวลรัษฎากร บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 5 ({{stamp_duty_loan}}) ม.118 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 249 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อพนักงานขอกู้เงินสวัสดิการเพื่อค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนบุตร หรือซ่อมบ้านหลังภัยพิบัติ
- ใช้เมื่อบริษัทมีระเบียบหรือกองทุนสวัสดิการเงินกู้และต้องการสัญญารายบุคคลตามระเบียบนั้น
- ใช้เมื่อต้องการหักเงินเดือนชำระหนี้แบบที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานเปิดช่องไว้สำหรับหนี้สวัสดิการ
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- หักเงินเดือนได้แต่ละงวดไม่เกินร้อยละ 10 และรวมทุกรายการไม่เกิน 1 ใน 5 ของค่าจ้าง เว้นแต่พนักงานยินยอมเป็นหนังสือ
- ประโยชน์จากเงินกู้ไม่มีดอกเบี้ยและการยกหนี้อาจเป็นเงินได้ที่พนักงานต้องเสียภาษี ให้ถามผู้สอบบัญชีก่อนตั้งนโยบาย
- ข้อมูลการเจ็บป่วยที่ใช้ประกอบคำขอกู้เป็นข้อมูลอ่อนไหว ต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งและจำกัดคนเห็น
- เงินกู้จากสหกรณ์ออมทรัพย์ของพนักงานต้องใช้สัญญาและระเบียบของสหกรณ์ ไม่ใช่ฉบับนี้
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าบริษัทให้กู้แบบคิดดอกเบี้ยตามปกติโดยไม่จำกัดวัตถุประสงค์ ให้ใช้ สัญญากู้ยืมเงินของพนักงาน
- ถ้าผู้ให้กู้กับผู้กู้ไม่ได้เป็นนายจ้างลูกจ้างกัน ให้ใช้ สัญญากู้ยืมเงิน
- ถ้าบริษัทออกทุนเรียนต่อให้พนักงานแล้วให้ทำงานชดใช้ ให้ใช้ สัญญาให้ทุนศึกษา/ฝึกอบรมและชดใช้ทุน
อากรแสตมป์
สัญญากู้ยืมเงินต้องปิดอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 5 แม้เป็นเงินกู้สวัสดิการที่ไม่มีดอกเบี้ย ในอัตรา 1 บาทต่อยอดเงินกู้ทุก 2,000 บาทหรือเศษ สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท สัญญานี้ต้องเสียอากร (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับเสียอากร (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) บัญชีอัตรากำหนดให้ผู้ให้กู้เป็นผู้เสีย บริษัทที่จัดสวัสดิการมักออกค่าอากรเอง ปิดและขีดฆ่าในวันลงนาม หรือชำระผ่านระบบ e-Stamp เมื่อลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ สัญญาที่ปิดอากรไม่ครบใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรพร้อมเงินเพิ่ม ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118
หลักฐานการกู้และการชำระ
การกู้ยืมเงินเกิน 2,000 บาทต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้จึงฟ้องบังคับได้ และการอ้างว่าชำระแล้วต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ให้กู้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 ถ้าจ่ายเงินตรงให้โรงพยาบาลหรือสถานศึกษาตามข้อ 3.2 ให้พนักงานลงชื่อในหนังสือขอให้จ่ายตรงและเก็บใบเสร็จไว้กับสัญญา เพราะสัญญากู้ยืมบริบูรณ์เมื่อส่งมอบเงินตามมาตรา 650
ดอกเบี้ยตามข้อ 5 ห้ามเกินร้อยละ 15 ต่อปีตามมาตรา 654 เงินกู้สวัสดิการควรต่ำกว่าอัตราตลาดชัดเจน มิฉะนั้นควรใช้สัญญากู้ยืมเงินของพนักงานแทน ดอกเบี้ยผิดนัดตามมาตรา 224 คิดได้เฉพาะจากต้นเงินของงวดที่ผิดนัดตามมาตรา 224/1
การหักค่าจ้าง
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 76(3) อนุญาตให้หักค่าจ้างเพื่อชำระ «หนี้ที่เป็นไปเพื่อสวัสดิการที่เป็นประโยชน์ต่อลูกจ้างฝ่ายเดียว โดยได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากลูกจ้าง» เงินกู้สวัสดิการที่ไม่มีดอกเบี้ยหรือดอกเบี้ยต่ำเข้าช่องนี้ได้ชัดกว่าเงินกู้ที่คิดดอกเบี้ยตามปกติ แต่ยังต้อง
- หักแต่ละงวดไม่เกินร้อยละ 10 และรวมกับการหักอื่นไม่เกิน 1 ใน 5 ของค่าจ้าง เว้นแต่พนักงานยินยอม (ข้อ 7.2)
- ทำความยินยอมเป็นหนังสือเฉพาะและให้พนักงานลงลายมือชื่อตามมาตรา 77 ตัวอย่างข้อความแนบท้าย:
ข้าพเจ้า … ยินยอมให้ … หักค่าจ้างของข้าพเจ้างวดละ … เพื่อชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินสวัสดิการพนักงานลงวันที่ … จนกว่าจะชำระครบ ทั้งนี้ ภายในเพดานที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด
นายจ้างที่หักเกินที่กฎหมายอนุญาตต้องคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยและมีโทษตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานสัญญานี้ให้พนักงานโอนชำระเอง ถ้าภายหลังต้องการหักค่าจ้าง ให้ทำหนังสือยินยอมแยกตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 77 และหักภายในเพดานตามมาตรา 76 (แต่ละกรณีไม่เกินร้อยละ 10 รวมไม่เกิน 1 ใน 5 เว้นแต่พนักงานยินยอม)
พ้นสภาพพนักงานแล้ว หนี้ไม่ถึงกำหนดทั้งหมดทันที (ข้อ 8.1) การหักจากค่าชดเชยต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือในวันที่ออก
ภาษี — เขียนแบบมีเงื่อนไข ต้องตรวจกับผู้สอบบัญชี
ประโยชน์ที่พนักงานได้จากเงินกู้ไม่มีดอกเบี้ยหรือดอกเบี้ยต่ำกว่าตลาด และหนี้ที่นายจ้างยกให้ตามข้อ 8.3 อาจถือเป็นเงินได้จากการจ้างแรงงานของพนักงานตามประมวลรัษฎากร ซึ่งนายจ้างอาจต้องนำไปรวมคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย บางกรณีมีข้อยกเว้นสำหรับสวัสดิการที่จัดให้พนักงานทั่วไปอย่างเท่าเทียม ก่อนออกนโยบายเงินกู้สวัสดิการ ให้ผู้สอบบัญชีหรือกรมสรรพากรยืนยันวิธีปฏิบัติ
ข้อมูลส่วนบุคคล
ใบรับรองแพทย์และข้อมูลการเจ็บป่วยของพนักงานหรือครอบครัวเป็นข้อมูลอ่อนไหวตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26 ต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง ให้แยกแบบฟอร์มขอความยินยอมไว้กับคำขอกู้ จำกัดผู้เห็นเฉพาะผู้พิจารณาสวัสดิการ และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามมาตรา 37 การนำข้อมูลสุขภาพจากคำขอกู้ไปใช้ประเมินผลงานหรือเลิกจ้าง ขัดข้อ 9.2 และอาจเป็นการใช้ข้อมูลนอกวัตถุประสงค์ที่มีโทษตามกฎหมายนั้น
ใช้เงินผิดวัตถุประสงค์
ผลตามสัญญาคือเรียกคืนเงินกู้ที่ค้างทั้งหมดหลังเตือนให้ชี้แจง (ข้อ 4.3) ไม่ใช่การลงโทษทางวินัยโดยอัตโนมัติ ถ้านายจ้างจะลงโทษทางวินัย ต้องเป็นไปตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- คำขอกู้และหลักฐานความจำเป็น (ใบประเมินค่ารักษา ใบแจ้งค่าเล่าเรียน ภาพความเสียหาย ฯลฯ)
- ระเบียบหรือนโยบายสวัสดิการเงินกู้ที่อ้างในข้อ 1
- ตารางผ่อนชำระ
- หนังสือยินยอมให้หักค่าจ้างที่พนักงานลงลายมือชื่อ
- แบบขอความยินยอมเก็บข้อมูลสุขภาพ (ถ้ามีข้อมูลสุขภาพ)
วันลงนาม
ทำสองฉบับ นายจ้างเก็บต้นฉบับที่ปิดอากรครบ พนักงานเก็บคู่ฉบับ ลงนามทุกหน้า ติดตามหลักฐานการใช้เงินภายใน … วัน และเมื่อชำระครบให้คืนสัญญาหรือออกหนังสือยืนยันหนี้ระงับ
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-8F2E8D · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญากู้ยืมเงินสวัสดิการพนักงาน ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญากู้ยืมเงินต้องปิดอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 5 แม้เป็นเงินกู้สวัสดิการที่ไม่มีดอกเบี้ย ในอัตรา 1 บาทต่อยอดเงินกู้ทุก 2,000 บาทหรือเศษ สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท สัญญานี้ต้องเสียอากร (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับเสียอากร (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) บัญชีอัตรากำหนดให้ผู้ให้กู้เป็นผู้เสีย บริษัทที่จัดสวัสดิการมักออกค่าอากรเอง ปิดและขีดฆ่าในวันลงนาม หรือชำระผ่านระบบ e-Stamp เมื่อลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ สัญญาที่ปิดอากรไม่ครบใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรพร้อมเงินเพิ่ม ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118
สัญญากู้ยืมเงินสวัสดิการพนักงาน เสียภาษีอะไรบ้าง
ประโยชน์ที่พนักงานได้จากเงินกู้ไม่มีดอกเบี้ยหรือดอกเบี้ยต่ำกว่าตลาด และหนี้ที่นายจ้างยกให้ตามข้อ 8.3 อาจถือเป็นเงินได้จากการจ้างแรงงานของพนักงานตามประมวลรัษฎากร ซึ่งนายจ้างอาจต้องนำไปรวมคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย บางกรณีมีข้อยกเว้นสำหรับสวัสดิการที่จัดให้พนักงานทั่วไปอย่างเท่าเทียม ก่อนออกนโยบายเงินกู้สวัสดิการ ให้ผู้สอบบัญชีหรือกรมสรรพากรยืนยันวิธีปฏิบัติ
ใช้สัญญากู้ยืมเงินสวัสดิการพนักงานตอนไหน
ใช้เมื่อพนักงานขอกู้เงินสวัสดิการเพื่อค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนบุตร หรือซ่อมบ้านหลังภัยพิบัติ · ใช้เมื่อบริษัทมีระเบียบหรือกองทุนสวัสดิการเงินกู้และต้องการสัญญารายบุคคลตามระเบียบนั้น · ใช้เมื่อต้องการหักเงินเดือนชำระหนี้แบบที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานเปิดช่องไว้สำหรับหนี้สวัสดิการ
ทำสัญญากู้ยืมเงินสวัสดิการพนักงานต้องระวังอะไร
หักเงินเดือนได้แต่ละงวดไม่เกินร้อยละ 10 และรวมทุกรายการไม่เกิน 1 ใน 5 ของค่าจ้าง เว้นแต่พนักงานยินยอมเป็นหนังสือ · ประโยชน์จากเงินกู้ไม่มีดอกเบี้ยและการยกหนี้อาจเป็นเงินได้ที่พนักงานต้องเสียภาษี ให้ถามผู้สอบบัญชีก่อนตั้งนโยบาย · ข้อมูลการเจ็บป่วยที่ใช้ประกอบคำขอกู้เป็นข้อมูลอ่อนไหว ต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งและจำกัดคนเห็น · เงินกู้จากสหกรณ์ออมทรัพย์ของพนักงานต้องใช้สัญญาและระเบียบของสหกรณ์ ไม่ใช่ฉบับนี้
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญากู้ยืมเงินสวัสดิการพนักงาน
ถ้าบริษัทให้กู้แบบคิดดอกเบี้ยตามปกติโดยไม่จำกัดวัตถุประสงค์ ให้ใช้ สัญญากู้ยืมเงินของพนักงาน · ถ้าผู้ให้กู้กับผู้กู้ไม่ได้เป็นนายจ้างลูกจ้างกัน ให้ใช้ สัญญากู้ยืมเงิน · ถ้าบริษัทออกทุนเรียนต่อให้พนักงานแล้วให้ทำงานชดใช้ ให้ใช้ สัญญาให้ทุนศึกษา/ฝึกอบรมและชดใช้ทุน
ลงนามสัญญากู้ยืมเงินสวัสดิการพนักงานต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับ นายจ้างเก็บต้นฉบับที่ปิดอากรครบ พนักงานเก็บคู่ฉบับ ลงนามทุกหน้า ติดตามหลักฐานการใช้เงินภายใน … วัน และเมื่อชำระครบให้คืนสัญญาหรือออกหนังสือยืนยันหนี้ระงับ
ทำสัญญากู้ยืมเงินสวัสดิการพนักงานต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
คำขอกู้และหลักฐานความจำเป็น (ใบประเมินค่ารักษา ใบแจ้งค่าเล่าเรียน ภาพความเสียหาย ฯลฯ) ระเบียบหรือนโยบายสวัสดิการเงินกู้ที่อ้างในข้อ 1 ตารางผ่อนชำระ หนังสือยินยอมให้หักค่าจ้างที่พนักงานลงลายมือชื่อ แบบขอความยินยอมเก็บข้อมูลสุขภาพ (ถ้ามีข้อมูลสุขภาพ)
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 10 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 650
อันว่ายืมใช้สิ้นเปลืองนั้น คือสัญญาซึ่งผู้ให้ยืมโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินชนิดใช้ไปสิ้นไปนั้นเป็นปริมาณมีกำหนดให้ไปแก่ผู้ยืม และผู้ยืมตกลงว่าจะคืนทรัพย์สินเป็นประเภท ชนิด และปริมาณเช่นเดียวกันให้แทนทรัพย์สินซึ่งให้ยืมนั้น
หมวด 2 ยืมใช้สิ้นเปลือง
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 76
ห้ามมิให้นายจ้างหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด เว้นแต่เป็นการหักเพื่อ (1) ชำระภาษีเงินได้ตามจำนวนที่ลูกจ้างต้องจ่าย หรือชำระเงินอื่นตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ (2) ชำระค่าบำรุงสหภาพแรงงานตามข้อบังคับของสหภาพแรงงาน (3) ชำระหนี้สินสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือสหกรณ์อื่นที่มีลักษณะเดียวกันกับสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือหนี้ที่เป็นไปเพื่อสวัสดิการที่เป็นประโยชน์ต่อลูกจ้างฝ่ายเดียว โดยได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากลูกจ้าง (4) เป็นเงินประกันตามมาตรา 10 หรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่นายจ้าง ซึ่งลูกจ้างได้กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง โดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง (5) เป็นเงินสะสมตามข้อตกลงเกี่ยวกับกองทุนเงินสะสม
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 — การหักค่าจ้าง (มาตรา 76–77)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26
ห้ามมิให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็น ทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยไม่ได้รับ ความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลซึ่งเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม (2) เป็นการดำเนินกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีการคุ้มครองที่เหมาะสมของมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรือสหภาพแรงงาน ให้แก่สมาชิก ผู้ซึ่งเคยเป็นสมาชิก หรือผู้ซึ่งมีการติดต่ออย่างสม่ำเสมอกับมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กร ที่ไม่แสวงหากำไรตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นออกไปภายนอกมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรนั้น (3) เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิ เรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (5) เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ (ก) เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทำงานของ ลูกจ้าง การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือระบบและการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่ใช่การปฏิบัติ ตามกฎหมายและข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือผู้มีหน้าที่ รักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไว้เป็นความลับตามกฎหมาย ต้องเป็นการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ (ข) ประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่อ อันตรายหรือโรคระบาดที่อาจติดต่อหรือแพร่เข้ามาในราชอาณาจักร หรือการควบคุมมาตรฐานหรือคุณภาพ ของยา เวชภัณฑ์ หรือเครื่องมือแพทย์ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมและเจาะจงเพื่อคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามหน้าที่หรือ ตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ (ค) การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับ การรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติตามสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน และประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ง) การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่น ทั้งนี้ ต้องกระทำเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และได้จัดให้มีมาตรการ ที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด (จ) ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครอง สิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลชีวภาพตามวรรคหนึ่งให้หมายถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากการใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับการนำลักษณะเด่นทางกายภาพหรือทางพฤติกรรมของบุคคลมาใช้ทำให้สามารถยืนยันตัวตน ของบุคคลนั้นที่ไม่เหมือนกับบุคคลอื่นได้ เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา หรือ ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ในกรณีที่เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมต้องกระทำภายใต้ การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือได้จัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653
การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่
หมวด 2 ยืมใช้สิ้นเปลือง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654
ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละสิบห้าต่อปี ถ้าในสัญญากำหนดดอกเบี้ยเกินกว่านั้น ก็ให้ลดลงมาเป็นร้อยละสิบห้าต่อปี
หมวด 2 ยืมใช้สิ้นเปลือง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224/1
ถ้าลูกหนี้มีหน้าที่ผ่อนชำระหนี้เงินเป็นงวด และลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ในงวดใด เจ้าหนี้อาจเรียกดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดได้เฉพาะจากต้นเงินของงวดที่ลูกหนี้ผิดนัดนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 77
ในกรณีที่นายจ้างต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง หรือมีข้อตกลงกับลูกจ้างเกี่ยวกับการจ่ายเงินตามมาตรา 45 มาตรา 55 หรือการหักเงินตามมาตรา 76 นายจ้างต้องจัดทำเป็นหนังสือ และให้ลูกจ้างลงลายมือชื่อในการให้ความยินยอม หรือมีข้อตกลงกันไว้ให้ชัดเจนเป็นการเฉพาะ
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 — การหักค่าจ้าง (มาตรา 76–77)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)