ตั๋วสัญญาใช้เงิน ต้องมีอะไรบ้าง
ตั๋วเงินที่ผู้ออกตั๋วสัญญาว่าจะใช้เงินจำนวนแน่นอนให้ผู้รับเงิน ใช้แทนหรือคู่กับสัญญากู้ เพื่อให้ผู้รับเงินโอนต่อหรือนำไปขายลดได้ · ตั๋วที่กำหนดวันใช้เงินแน่นอน เขียนดอกเบี้ยไว้ก็ไม่มีผล ให้รวมดอกเบี้ยเข้าจำนวนเงินหน้าตั๋ว หรือเลือกแบบใช้เงินเมื่อได้เห็น
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อผู้ให้กู้หรือคู่ค้าต้องการตราสารที่โอนต่อได้ด้วยการสลักหลัง ไม่ต้องบอกกล่าวลูกหนี้ |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | ตั๋วสัญญาใช้เงินเข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 9(2) ฉบับละ 3 บาท ไม่ว่าจำนวนเงินหน้าตั๋วเท่าใด ผู้ออกตั๋วเป็นผู้เสียอากรและเป็นผู้ขีดฆ่าเอง (ขีดฆ่าคือเขียนวันที่หรือลงชื่อคร่อมแสตมป์กับเนื้อกระดาษ) ให้ติดก่อนส่งมอบตั๋วแก่ผู้รับเงิน ตั๋วที่ไม่ได้ปิดอากรให้บริบูรณ์ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะเสียอากรพร้อมเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118) ผู้รับเงินจึงควรตรวจว่ามีแสตมป์และขีดฆ่าแล้วตั้งแต่วันรับตั๋ว ถ้าผู้ออกตั๋วเป็นสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์ ให้ทำตามวิธีที่กรมสรรพากรกำหนดแทน — แบบนี้ทำไว้สำหรับการออกตั๋วระหว่างบุคคลหรือกิจการทั่วไป |
| ภาษี | ดอกเบี้ย (ทั้งที่เขียนในตั๋วและที่รวมไว้ในจำนวนเงินหน้าตั๋ว) เป็นเงินได้ของผู้รับเงิน ต้องนำไปยื่นภาษีตามปกติ ถ้าผู้ออกตั๋วเป็นนิติบุคคลอาจมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายดอกเบี้ย ให้ตรวจอัตราปัจจุบันกับกรมสรรพากรหรือผู้ทำบัญชี |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | ตั๋วสัญญาใช้เงินต้องมีรายการครบตามกฎหมายตั๋วเงิน แบบนี้จัดไว้ครบทุกรายการแล้ว ห้ามลบหรือขีดออก: 1. คำว่า "ตั๋วสัญญาใช้เงิน" (หัวเอกสาร) 2. คำมั่นโดยปราศจากเงื่อนไข ว่าจะใช้เงินจำนวนแน่นอน — อย่าเขียนเพิ่มว่า "ถ้า… จึงจะใช้เงิน" หรือ "ใช้เงินเมื่อได้รับค่าสินค้าแล้ว" เพราะเงื่อนไขทำให้ไม่เป็นตั๋วเงิน 3. วันถึงกำหนดใช้เงิน (วันที่แน่นอน หรือเมื่อได้เห็น) 4. สถานที่ใช้เงิน 5. ชื่อผู้รับเงิน — ตั๋วสัญญาใช้เงินออกให้แก่ "ผู้ถือ" ไม่ได้ ต้องระบุชื่อเสมอ 6. วันและสถานที่ออกตั๋ว (มุมขวาบน) 7. ลายมือชื่อผู้ออกตั๋ว ลงลายมือชื่อด้วยปากกาบนกระดาษ ตั๋วเงินใช้ตัวกระดาษฉบับจริงในการโอนและเรียกเก็บเงิน การลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์กับตั๋วเงินยังมีข้อจำกัดทางกฎหมาย ให้ปรึกษาทนายก่อนถ้าจำเป็นต้องทำเป็นไฟล์ |
| มาตราที่อ้าง | ประมวลรัษฎากร ม.118 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 9(2) (ตั๋วสัญญาใช้เงิน ฉบับละ 3 บาท ผู้ออกตั๋วเสียและขีดฆ่า); ป.พ.พ. ม.654 (เพดานร้อยละ 15), ม.224 (อัตราผิดนัด — after.md อ้างเทียบ), ม.193/30 (อายุความ 10 ปีของสัญญากู้ — เทียบ), ม.686 (สิทธิผู้ค้ำที่อาวัลไม่ได้ — เทียบ); พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 ม.4(2) (จำนวนเงินเท็จในตราสารเปลี่ยนมือได้) |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 149 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อผู้ให้กู้หรือคู่ค้าต้องการตราสารที่โอนต่อได้ด้วยการสลักหลัง ไม่ต้องบอกกล่าวลูกหนี้
- ใช้เมื่อชำระหนี้การค้าด้วยตั๋วที่มีกำหนดวันใช้เงิน เช่น เครดิตเทอม 60 หรือ 90 วัน
- ใช้เมื่อต้องการให้บุคคลที่สามลงชื่อเป็นอาวัลค้ำประกันการใช้เงินบนตัวตั๋ว
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ตั๋วที่กำหนดวันใช้เงินแน่นอน เขียนดอกเบี้ยไว้ก็ไม่มีผล ให้รวมดอกเบี้ยเข้าจำนวนเงินหน้าตั๋ว หรือเลือกแบบใช้เงินเมื่อได้เห็น
- เมื่อตั๋วถูกโอนไป ผู้ออกตั๋วยกข้อต่อสู้กับผู้รับเงินคนเดิมขึ้นอ้างกับผู้รับโอนโดยสุจริตไม่ได้
- ผู้รับอาวัลรับผิดเท่าผู้ออกตั๋ว และไม่ได้รับความคุ้มครองแบบผู้ค้ำประกันตามสัญญาค้ำประกัน
- ฟ้องผู้ออกตั๋วต้องฟ้องภายใน 3 ปีนับแต่วันตั๋วถึงกำหนด (ตั๋วเมื่อทวงถามนับแต่วันออกตั๋ว) สั้นกว่าสัญญากู้ซึ่งมีอายุความ 10 ปี
- ติดอากรแสตมป์ 3 บาทและลงชื่อด้วยปากกาบนกระดาษ ใช้เงินครบแล้วต้องเรียกตั๋วฉบับจริงคืน
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าต้องการสัญญากู้ที่มีกำหนดชำระดอกเบี้ย การเรียกคืนเมื่อผิดนัด และหลักฐานการรับเงิน ให้ใช้ สัญญากู้ยืมเงิน (ทำคู่กับตั๋วนี้ได้)
- ถ้ากู้เงินและวางทรัพย์เป็นประกันในคราวเดียว ให้ใช้ สัญญากู้ยืมเงิน พร้อมจำนำ
- ถ้าหนี้เกิดขึ้นแล้วและต้องการยอมรับหนี้พร้อมตารางผ่อน ให้ใช้ หนังสือรับสภาพหนี้และสัญญาผ่อนชำระหนี้
- ถ้าต้องการบุคคลค้ำประกันที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายค้ำประกัน ให้ใช้ สัญญาค้ำประกัน (บุคคลค้ำประกันหนี้ตามสัญญา) แทนการลงชื่อเป็นอาวัล
- ถ้าจะนำเช็คล่วงหน้าของลูกค้าไปแลกเงินสด ให้ใช้ สัญญาขายลดเช็ค
อากรแสตมป์
ตั๋วสัญญาใช้เงินเข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 9(2) ฉบับละ 3 บาท ไม่ว่าจำนวนเงินหน้าตั๋วเท่าใด ผู้ออกตั๋วเป็นผู้เสียอากรและเป็นผู้ขีดฆ่าเอง (ขีดฆ่าคือเขียนวันที่หรือลงชื่อคร่อมแสตมป์กับเนื้อกระดาษ) ให้ติดก่อนส่งมอบตั๋วแก่ผู้รับเงิน
ตั๋วที่ไม่ได้ปิดอากรให้บริบูรณ์ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะเสียอากรพร้อมเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118) ผู้รับเงินจึงควรตรวจว่ามีแสตมป์และขีดฆ่าแล้วตั้งแต่วันรับตั๋ว
ถ้าผู้ออกตั๋วเป็นสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์ ให้ทำตามวิธีที่กรมสรรพากรกำหนดแทน — แบบนี้ทำไว้สำหรับการออกตั๋วระหว่างบุคคลหรือกิจการทั่วไป
แบบที่กฎหมายกำหนด — ขาดรายการเดียว อาจไม่เป็นตั๋วเงิน
ตั๋วสัญญาใช้เงินต้องมีรายการครบตามกฎหมายตั๋วเงิน แบบนี้จัดไว้ครบทุกรายการแล้ว ห้ามลบหรือขีดออก:
- คำว่า "ตั๋วสัญญาใช้เงิน" (หัวเอกสาร)
- คำมั่นโดยปราศจากเงื่อนไข ว่าจะใช้เงินจำนวนแน่นอน — อย่าเขียนเพิ่มว่า "ถ้า… จึงจะใช้เงิน" หรือ "ใช้เงินเมื่อได้รับค่าสินค้าแล้ว" เพราะเงื่อนไขทำให้ไม่เป็นตั๋วเงิน
- วันถึงกำหนดใช้เงิน (วันที่แน่นอน หรือเมื่อได้เห็น)
- สถานที่ใช้เงิน
- ชื่อผู้รับเงิน — ตั๋วสัญญาใช้เงินออกให้แก่ "ผู้ถือ" ไม่ได้ ต้องระบุชื่อเสมอ
- วันและสถานที่ออกตั๋ว (มุมขวาบน)
- ลายมือชื่อผู้ออกตั๋ว
ลงลายมือชื่อด้วยปากกาบนกระดาษ ตั๋วเงินใช้ตัวกระดาษฉบับจริงในการโอนและเรียกเก็บเงิน การลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์กับตั๋วเงินยังมีข้อจำกัดทางกฎหมาย ให้ปรึกษาทนายก่อนถ้าจำเป็นต้องทำเป็นไฟล์
ดอกเบี้ย — จุดที่พลาดบ่อยที่สุดในตั๋วสัญญาใช้เงิน
ตั๋วฉบับนี้ใช้เงินเมื่อได้เห็น (เมื่อทวงถาม) ซึ่งเป็นชนิดที่กฎหมายตั๋วเงินยอมให้กำหนดดอกเบี้ยไว้ในตั๋วได้ อัตราที่กรอกต้องไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี (ป.พ.พ. ม.654) ดอกเบี้ยเดินนับแต่วันออกตั๋วจนถึงวันที่ใช้เงินจริงตั๋วนี้ไม่มีดอกเบี้ย ถ้าต้องการดอกเบี้ยต้องติ๊กและกรอกอัตราก่อนออกตั๋ว เขียนเพิ่มด้วยมือภายหลังไม่ได้ตั๋วฉบับนี้กำหนดวันใช้เงินแน่นอน — กฎหมายตั๋วเงินให้ถือว่าข้อกำหนดดอกเบี้ยในตั๋วชนิดนี้เสมือนไม่ได้เขียนไว้ แบบนี้จึงไม่มีช่องดอกเบี้ย ถ้าตกลงกันว่ามีดอกเบี้ย ให้รวมดอกเบี้ยถึงวันครบกำหนดเข้าไปในจำนวนเงินหน้าตั๋ว เช่น ยืม 100,000 บาท 6 เดือน ดอกเบี้ยร้อยละ 12 ต่อปี = ออกตั๋ว 106,000 บาท แล้วเก็บหลักฐานการคำนวณไว้คู่กับสัญญากู้
- ห้ามเขียนจำนวนเงินหน้าตั๋วสูงกว่าเงินต้นกับดอกเบี้ยที่ชอบด้วยกฎหมาย การใส่จำนวนเงินเท็จในตราสารที่เปลี่ยนมือได้เพื่อปิดบังดอกเบี้ยเกินอัตรา เป็นความผิดอาญา จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท (พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 ม.4(2))
- ถ้าผู้ออกตั๋วไม่ใช้เงินเมื่อถึงกำหนด ผู้ทรงเรียกดอกเบี้ยนับแต่วันถึงกำหนดได้ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด (ปัจจุบันร้อยละ 5 ต่อปี เทียบ ป.พ.พ. ม.224) แม้ตั๋วไม่ได้เขียนไว้
การโอนตั๋ว
ตั๋วนี้มีคำว่า "หรือตามคำสั่ง" ผู้รับเงินโอนต่อได้โดยสลักหลัง (ลงชื่อด้านหลังตั๋ว จะระบุชื่อผู้รับโอนด้วยหรือไม่ก็ได้) แล้วส่งมอบตัวตั๋ว ผู้รับโอนโดยสุจริตมีสิทธิเรียกเงินจากผู้ออกตั๋วได้ และผู้ออกตั๋วยกข้อต่อสู้ที่มีต่อผู้รับเงินคนเดิมขึ้นต่อสู้ผู้รับโอนโดยสุจริตไม่ได้ เช่น อ้างว่าผู้รับเงินเดิมส่งของไม่ครบ ผู้ออกตั๋วจึงควรออกตั๋วเฉพาะเมื่อหนี้ที่ต้องใช้แน่นอนแล้ว ผู้สลักหลังแต่ละคนต้องรับผิดต่อผู้ทรงคนถัดไปด้วยตั๋วนี้เขียนว่า "เปลี่ยนมือไม่ได้" ผู้รับเงินโอนต่อได้เพียงแบบการโอนสิทธิเรียกร้องธรรมดา (ทำเป็นหนังสือและบอกกล่าวผู้ออกตั๋ว) ผู้รับโอนไม่ได้รับความคุ้มครองอย่างผู้ทรงตั๋วเงิน ผู้ออกตั๋วยังยกข้อต่อสู้ที่มีต่อผู้รับเงินเดิมขึ้นต่อสู้ได้
อาวัล — หนักกว่าค้ำประกันธรรมดา
ผู้ที่ลงชื่อในช่อง "ใช้ได้เป็นอาวัล" ต้องรับผิดเช่นเดียวกับผู้ออกตั๋วทุกประการ ผู้ทรงเรียกจากผู้รับอาวัลได้ทันทีเมื่อตั๋วถึงกำหนด โดยไม่ต้องเรียกจากผู้ออกตั๋วก่อน ผู้รับอาวัลไม่ได้รับความคุ้มครองแบบผู้ค้ำประกันตามสัญญาค้ำประกัน (เช่น สิทธิให้เจ้าหนี้แจ้งภายใน 60 วันเมื่อลูกหนี้ผิดนัด ตาม ป.พ.พ. ม.686) — ผู้ที่จะลงชื่อเป็นอาวัลควรอ่านข้อนี้ก่อนลงชื่อทุกครั้ง ผู้รับอาวัลที่ใช้เงินแทนแล้วไล่เบี้ยเอาจากผู้ออกตั๋วได้ตั๋วนี้ไม่มีผู้รับอาวัล ถ้าต้องการบุคคลค้ำประกันการใช้เงิน อาจให้ผู้นั้นลงชื่อเป็นอาวัลในตั๋ว (รับผิดเท่าผู้ออกตั๋ว) หรือทำสัญญาค้ำประกันแยกฉบับ ซึ่งผู้ค้ำได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายค้ำประกันมากกว่า
อายุความ — สั้นกว่าสัญญากู้มาก
- ฟ้องผู้ออกตั๋ว (และผู้รับอาวัลของผู้ออกตั๋ว) ต้องฟ้องภายใน 3 ปีนับแต่วันตั๋วถึงกำหนด — สัญญากู้ยืมเงินทั่วไปมีอายุความ 10 ปี (ป.พ.พ. ม.193/30) ผู้ทรงจึงอย่าปล่อยตั๋วค้างไว้นาน
- ตั๋วฉบับนี้ใช้เงินเมื่อได้เห็น (เมื่อทวงถาม) — ให้ถือว่าอายุความ 3 ปีเริ่มนับแต่วันออกตั๋ว ไม่ใช่วันที่ทวงถาม เพราะผู้ทรงนำตั๋วมาเรียกเงินได้ตั้งแต่วันออกตั๋ว การยังไม่ทวงถามจึงไม่ได้ยืดอายุความออกไป ถ้าจะให้ผู้ออกตั๋วใช้เงินนานกว่านั้น ให้ทำสัญญากู้ยืมเงินคู่กันไว้หรือออกตั๋วฉบับใหม่ก่อนครบ 3 ปี
- สิทธิไล่เบี้ยผู้สลักหลังมีอายุความสั้นกว่านั้นอีก และบางกรณีต้องยื่นตั๋วหรือทำคำคัดค้านภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด ถ้าจะเรียกจากผู้สลักหลังให้ปรึกษาทนายทันทีเมื่อผู้ออกตั๋วไม่จ่าย
- ถ้ามีสัญญากู้หรือหนังสือรับสภาพหนี้อยู่ด้วย เจ้าหนี้ยังฟ้องตามหนี้เดิมนั้นได้ตามอายุความของหนี้เดิม
ภาษี
ดอกเบี้ย (ทั้งที่เขียนในตั๋วและที่รวมไว้ในจำนวนเงินหน้าตั๋ว) เป็นเงินได้ของผู้รับเงิน ต้องนำไปยื่นภาษีตามปกติ ถ้าผู้ออกตั๋วเป็นนิติบุคคลอาจมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายดอกเบี้ย ให้ตรวจอัตราปัจจุบันกับกรมสรรพากรหรือผู้ทำบัญชี
ข้อควรระวังก่อนออกตั๋ว
- แบบนี้ใช้ระหว่างบุคคลหรือกิจการเป็นรายกรณี การออกตั๋วเพื่อกู้ยืมหรือระดมเงินจากประชาชนทั่วไป อยู่ใต้กฎหมายสถาบันการเงินและหลักทรัพย์ที่ต้องได้รับอนุญาต
- ตั๋วเป็นเพียงหลักฐานการใช้เงิน ไม่ได้บอกว่าหนี้เกิดจากอะไร ถ้าเป็นเงินกู้ควรทำสัญญากู้ยืมเงินคู่กันไว้ด้วย
- ถ่ายภาพหรือสำเนาตั๋วทั้งด้านหน้าและด้านหลังเก็บไว้ก่อนส่งมอบ ผู้ออกตั๋วควรขอใบรับตั๋วจากผู้รับเงิน
เอกสารแนบ
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ออกตั๋ว และผู้รับอาวัล ลงชื่อรับรองสำเนา (นิติบุคคลใช้หนังสือรับรองไม่เกิน 6 เดือนพร้อมบัตรของผู้มีอำนาจลงนาม)
- สัญญากู้ยืมเงินหรือเอกสารที่เป็นที่มาของหนี้ (เก็บแยกไว้ ไม่ต้องเย็บติดตั๋ว)
วันลงนามและเมื่อใช้เงินแล้ว
ออกตั๋วฉบับเดียว ลงชื่อผู้ออกตั๋วและผู้รับอาวัลด้วยปากกา ติดอากรแสตมป์และขีดฆ่าแล้วส่งมอบตัวจริงแก่ผู้รับเงิน เมื่อใช้เงินครบ ผู้ออกตั๋วต้องขอตั๋วฉบับจริงคืน และให้ผู้รับเงินเขียนหลังตั๋วว่า "ได้รับเงินครบถ้วนแล้ว" พร้อมลงชื่อ — ตั๋วที่ยังอยู่ในมือผู้อื่นอาจถูกโอนต่อและนำมาเรียกเก็บซ้ำได้
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-1FB056 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
ตั๋วสัญญาใช้เงิน ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
ตั๋วสัญญาใช้เงินเข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 9(2) ฉบับละ 3 บาท ไม่ว่าจำนวนเงินหน้าตั๋วเท่าใด ผู้ออกตั๋วเป็นผู้เสียอากรและเป็นผู้ขีดฆ่าเอง (ขีดฆ่าคือเขียนวันที่หรือลงชื่อคร่อมแสตมป์กับเนื้อกระดาษ) ให้ติดก่อนส่งมอบตั๋วแก่ผู้รับเงิน ตั๋วที่ไม่ได้ปิดอากรให้บริบูรณ์ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะเสียอากรพร้อมเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118) ผู้รับเงินจึงควรตรวจว่ามีแสตมป์และขีดฆ่าแล้วตั้งแต่วันรับตั๋ว ถ้าผู้ออกตั๋วเป็นสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์ ให้ทำตามวิธีที่กรมสรรพากรกำหนดแทน — แบบนี้ทำไว้สำหรับการออกตั๋วระหว่างบุคคลหรือกิจการทั่วไป
ตั๋วสัญญาใช้เงิน เสียภาษีอะไรบ้าง
ดอกเบี้ย (ทั้งที่เขียนในตั๋วและที่รวมไว้ในจำนวนเงินหน้าตั๋ว) เป็นเงินได้ของผู้รับเงิน ต้องนำไปยื่นภาษีตามปกติ ถ้าผู้ออกตั๋วเป็นนิติบุคคลอาจมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายดอกเบี้ย ให้ตรวจอัตราปัจจุบันกับกรมสรรพากรหรือผู้ทำบัญชี
ใช้ตั๋วสัญญาใช้เงินตอนไหน
ใช้เมื่อผู้ให้กู้หรือคู่ค้าต้องการตราสารที่โอนต่อได้ด้วยการสลักหลัง ไม่ต้องบอกกล่าวลูกหนี้ · ใช้เมื่อชำระหนี้การค้าด้วยตั๋วที่มีกำหนดวันใช้เงิน เช่น เครดิตเทอม 60 หรือ 90 วัน · ใช้เมื่อต้องการให้บุคคลที่สามลงชื่อเป็นอาวัลค้ำประกันการใช้เงินบนตัวตั๋ว
ทำตั๋วสัญญาใช้เงินต้องระวังอะไร
ตั๋วที่กำหนดวันใช้เงินแน่นอน เขียนดอกเบี้ยไว้ก็ไม่มีผล ให้รวมดอกเบี้ยเข้าจำนวนเงินหน้าตั๋ว หรือเลือกแบบใช้เงินเมื่อได้เห็น · เมื่อตั๋วถูกโอนไป ผู้ออกตั๋วยกข้อต่อสู้กับผู้รับเงินคนเดิมขึ้นอ้างกับผู้รับโอนโดยสุจริตไม่ได้ · ผู้รับอาวัลรับผิดเท่าผู้ออกตั๋ว และไม่ได้รับความคุ้มครองแบบผู้ค้ำประกันตามสัญญาค้ำประกัน · ฟ้องผู้ออกตั๋วต้องฟ้องภายใน 3 ปีนับแต่วันตั๋วถึงกำหนด (ตั๋วเมื่อทวงถามนับแต่วันออกตั๋ว) สั้นกว่าสัญญากู้ซึ่งมีอายุความ 10 ปี · ติดอากรแสตมป์ 3 บาทและลงชื่อด้วยปากกาบนกระดาษ ใช้เงินครบแล้วต้องเรียกตั๋วฉบับจริงคืน
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้ตั๋วสัญญาใช้เงิน
ถ้าต้องการสัญญากู้ที่มีกำหนดชำระดอกเบี้ย การเรียกคืนเมื่อผิดนัด และหลักฐานการรับเงิน ให้ใช้ สัญญากู้ยืมเงิน (ทำคู่กับตั๋วนี้ได้) · ถ้ากู้เงินและวางทรัพย์เป็นประกันในคราวเดียว ให้ใช้ สัญญากู้ยืมเงิน พร้อมจำนำ · ถ้าหนี้เกิดขึ้นแล้วและต้องการยอมรับหนี้พร้อมตารางผ่อน ให้ใช้ หนังสือรับสภาพหนี้และสัญญาผ่อนชำระหนี้ · ถ้าต้องการบุคคลค้ำประกันที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายค้ำประกัน ให้ใช้ สัญญาค้ำประกัน (บุคคลค้ำประกันหนี้ตามสัญญา) แทนการลงชื่อเป็นอาวัล · ถ้าจะนำเช็คล่วงหน้าของลูกค้าไปแลกเงินสด ให้ใช้ สัญญาขายลดเช็ค
ตั๋วสัญญาใช้เงิน ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
ตั๋วสัญญาใช้เงินต้องมีรายการครบตามกฎหมายตั๋วเงิน แบบนี้จัดไว้ครบทุกรายการแล้ว ห้ามลบหรือขีดออก: 1. คำว่า "ตั๋วสัญญาใช้เงิน" (หัวเอกสาร) 2. คำมั่นโดยปราศจากเงื่อนไข ว่าจะใช้เงินจำนวนแน่นอน — อย่าเขียนเพิ่มว่า "ถ้า… จึงจะใช้เงิน" หรือ "ใช้เงินเมื่อได้รับค่าสินค้าแล้ว" เพราะเงื่อนไขทำให้ไม่เป็นตั๋วเงิน 3. วันถึงกำหนดใช้เงิน (วันที่แน่นอน หรือเมื่อได้เห็น) 4. สถานที่ใช้เงิน 5. ชื่อผู้รับเงิน — ตั๋วสัญญาใช้เงินออกให้แก่ "ผู้ถือ" ไม่ได้ ต้องระบุชื่อเสมอ 6. วันและสถานที่ออกตั๋ว (มุมขวาบน) 7. ลายมือชื่อผู้ออกตั๋ว ลงลายมือชื่อด้วยปากกาบนกระดาษ ตั๋วเงินใช้ตัวกระดาษฉบับจริงในการโอนและเรียกเก็บเงิน การลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์กับตั๋วเงินยังมีข้อจำกัดทางกฎหมาย ให้ปรึกษาทนายก่อนถ้าจำเป็นต้องทำเป็นไฟล์
ลงนามตั๋วสัญญาใช้เงินต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ออกตั๋วฉบับเดียว ลงชื่อผู้ออกตั๋วและผู้รับอาวัลด้วยปากกา ติดอากรแสตมป์และขีดฆ่าแล้วส่งมอบตัวจริงแก่ผู้รับเงิน เมื่อใช้เงินครบ ผู้ออกตั๋วต้องขอตั๋วฉบับจริงคืน และให้ผู้รับเงินเขียนหลังตั๋วว่า "ได้รับเงินครบถ้วนแล้ว" พร้อมลงชื่อ — ตั๋วที่ยังอยู่ในมือผู้อื่นอาจถูกโอนต่อและนำมาเรียกเก็บซ้ำได้
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 6 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654
ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละสิบห้าต่อปี ถ้าในสัญญากำหนดดอกเบี้ยเกินกว่านั้น ก็ให้ลดลงมาเป็นร้อยละสิบห้าต่อปี
หมวด 2 ยืมใช้สิ้นเปลือง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30
อายุความนั้น ถ้าประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นมิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ ให้มีกำหนดสิบปี
หมวด 2 กำหนดอายุความ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 686
เมื่อลูกหนี้ผิดนัด ให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด และไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดเจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ก่อนที่หนังสือบอกกล่าวจะไปถึงผู้ค้ำประกันมิได้ แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ค้ำประกันที่จะชำระหนี้เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ
หมวด 2 ผลก่อนชำระหนี้
พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 มาตรา 4
บุคคลใดให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินหรือกระทำการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการอำพราง
พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560