สัญญาหมวดสถาบันการศึกษา มีกี่แบบ และควรเลือกฉบับไหน
สัญญาหมวดสถาบันการศึกษา บนเว็บนี้มี 10 ฉบับ ได้แก่ สัญญา Coaching หรือ Mentoring · สัญญาจ้างที่ปรึกษา — สถาบันการศึกษาเป็นที่ปรึกษา · สัญญาจ้างทำของ — สถาบันการศึกษาเป็นผู้รับจ้าง · บันทึกข้อตกลง (MOA) — สถาบันการศึกษากับหน่วยงานภายนอก · บันทึกความเข้าใจ (MOU) — สถาบันการศึกษากับหน่วยงานภายนอก · สัญญาจ้างทำวิจัย — สถาบันการศึกษาเป็นผู้วิจัย และอีก 4 ฉบับ — เลือกจาก "งานที่ทำจริงคืออะไร" ไม่ใช่จากชื่อเอกสาร เพราะกฎหมายดูเนื้อหาของข้อตกลง ไม่ได้ดูหัวกระดาษ
| จำนวนฉบับในหมวดนี้ | 10 ฉบับ |
|---|---|
| ช่วงราคา | 149 บาท – 349 บาท |
สัญญาหมวดสถาบันการศึกษา ทีละฉบับ
สัญญา Coaching หรือ Mentoring
โค้ชให้บริการโค้ชแบบตัวต่อตัวตามแพ็กเกจ โดยไม่ใช่การรักษาหรือคำปรึกษาวิชาชีพ
ใช้เมื่อ
- ใช้เมื่อขายแพ็กเกจโค้ชชีวิต อาชีพ หรือธุรกิจ
- ใช้เมื่อบริษัทจ้างโค้ชให้ผู้บริหารหรือพนักงาน
- ใช้เมื่อเป็นพี่เลี้ยงให้ผู้ประกอบการรายใหม่
ระวัง
- การโค้ชไม่ใช่การรักษาหรือคำปรึกษากฎหมายหรือการลงทุน
- ห้ามรับประกันผลลัพธ์
- เมื่อบริษัทจ่ายเงิน กำหนดให้ชัดว่าบริษัทเห็นอะไรได้บ้าง
- ต้องคืนเงินครั้งที่ยังไม่ได้ใช้
ไม่เหมาะกับ
- ถ้าเป็นการฝึกร่างกาย ให้ใช้ สัญญาจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัว
- ถ้าให้คำปรึกษาพร้อมส่งมอบผลงาน ให้ใช้ สัญญาจ้างที่ปรึกษา — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล)
- ถ้าสอนวิชาตามหลักสูตร ให้ใช้ สัญญาจ้างสอนออนไลน์
เปิดแบบฟอร์มสัญญา Coaching หรือ Mentoring — 249 บาท
สัญญาจ้างที่ปรึกษา — สถาบันการศึกษาเป็นที่ปรึกษา
เอกชนจ้างสถาบันการศึกษาเป็นที่ปรึกษาโครงการ โดยมีขอบข่ายงาน (TOR) และงวดจ่าย
ใช้เมื่อ
- บริษัทจ้างมหาวิทยาลัยศึกษาความเป็นไปได้ ออกแบบระบบ วางแผนผังโรงงาน
- งานต้องอาศัยความรู้เฉพาะทางของอาจารย์/ผู้เชี่ยวชาญ
- มีผนวก TOR แผนเวลา และค่าจ้างครบ
ระวัง
- เป็นจ้างทำของตามแนวสรรพากร — สถาบันต้องติดอากร 1/1,000
- ข้อ 5.2 ที่ปรึกษาชดใช้ความเสียหายโดยไม่มีเพดาน — ต่อรองหรือทำประกันวิชาชีพ
- ลิขสิทธิ์ผลงานเป็นของผู้ว่าจ้างทั้งหมด — อาจารย์นำไปตีพิมพ์ไม่ได้ถ้าไม่ขอ
- ห้ามรับค่านายหน้าจากผู้ขายที่แนะนำให้ผู้ว่าจ้างใช้
- งานนอก TOR เรียกให้ทำเพิ่มโดยไม่จ่ายเพิ่มไม่ได้ — TOR จึงต้องละเอียด
ไม่เหมาะกับ
- งานที่มีผลผลิตเป็นชิ้นงาน — ใช้สัญญาจ้างทำของ
- งานวิจัยที่ต้องมีกระบวนการทดลอง — ใช้สัญญาจ้างทำวิจัย
เปิดแบบฟอร์มสัญญาจ้างที่ปรึกษา — สถาบันการศึกษาเป็นที่ปรึกษา — 349 บาท
สัญญาจ้างทำของ — สถาบันการศึกษาเป็นผู้รับจ้าง
เอกชนหรือบุคคลจ้างสถาบันการศึกษาทำงานจนสำเร็จ เช่น ทดสอบ ออกแบบ ผลิต อบรม
ใช้เมื่อ
- บริษัทจ้างมหาวิทยาลัยทดสอบวัสดุ ออกแบบ ผลิตต้นแบบ หรือจัดอบรม
- จ่ายเป็นงวดตามงานที่เสร็จ หรือครั้งเดียวเมื่อตรวจรับ
- งานมีขอบเขตชัดเจนใน TOR
ระวัง
- สถาบัน (ผู้รับจ้าง) ต้องติดอากรแสตมป์ 1 บาทต่อค่าจ้างทุก 1,000 บาท — ไม่ติด ใช้ฟ้องไม่ได้
- ค่าจ้างตั้งแต่ 1 ล้านบาท ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร
- ผู้ว่าจ้างนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่าย 3%
- ข้อ 7 ผู้รับจ้างรับผิดแม้เหตุสุดวิสัยจนกว่าจะส่งมอบ — ควรทำประกันภัยงาน
- ผู้ลงนามฝ่ายสถาบันต้องมีอำนาจตามคำสั่ง/หนังสือมอบอำนาจ
ไม่เหมาะกับ
- งานที่ปรึกษาที่ขายความรู้ — ใช้สัญญาจ้างที่ปรึกษา
- งานวิจัย — ใช้สัญญาจ้างทำวิจัย
- จ้างคนมาทำงานประจำมีเวลาเข้างาน — เป็นจ้างแรงงาน มีค่าชดเชย
อากรแสตมป์ สัญญาจ้างทำของต้องติดอากรแสตมป์ 1 บาท ต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ของสินจ้าง (…) ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4 — ผู้รับจ้าง (สถาบัน) เป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า
เปิดแบบฟอร์มสัญญาจ้างทำของ — สถาบันการศึกษาเป็นผู้รับจ้าง — 249 บาท
บันทึกข้อตกลง (MOA) — สถาบันการศึกษากับหน่วยงานภายนอก
ข้อตกลงความร่วมมือเฉพาะด้านระหว่างสถาบันการศึกษากับหน่วยงานภายนอก ที่มีผลบังคับได้เหมือนสัญญา
ใช้เมื่อ
- ทำหลักสูตรร่วม รับนักศึกษาฝึกงาน ใช้ห้องปฏิบัติการร่วมกัน
- ทั้งสองฝ่ายมีหน้าที่ชัดเจนและต้องการให้บังคับกันได้
- ต่อยอดจาก MOU ที่ลงนามไว้แล้ว
ระวัง
- ผูกพันทางกฎหมาย — หน้าที่ในข้อ 5 ต้องทำได้จริง เพราะฟ้องกันได้
- ถ้าหน้าที่คือรับทำงานให้โดยได้สินจ้าง จะกลายเป็นจ้างทำของและต้องติดอากรแสตมป์
- ทรัพย์สินทางปัญญาให้ตกลงรายโครงการ — ถ้าไม่ทำ ลิขสิทธิ์ตกเป็นของผู้สร้าง
- ระยะเวลาเกิน 3 ปีต้องเสนอผู้บริหาร
ไม่เหมาะกับ
- แค่แสดงเจตนา ยังไม่มีหน้าที่ชัด — ใช้ MOU
- มีค่าจ้างและงวดจ่าย — ใช้สัญญาจ้างทำของ/จ้างวิจัย
เปิดแบบฟอร์มบันทึกข้อตกลง (MOA) — สถาบันการศึกษากับหน่วยงานภายนอก — 149 บาท
บันทึกความเข้าใจ (MOU) — สถาบันการศึกษากับหน่วยงานภายนอก
บันทึกแสดงเจตนาว่าสถาบันการศึกษาจะร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกในภาพกว้าง — ยังไม่ผูกพันทางกฎหมาย
ใช้เมื่อ
- สถาบันกับบริษัท/หน่วยงานรัฐจะเริ่มความสัมพันธ์ก่อนมีโครงการชัดเจน
- แลกเปลี่ยนอาจารย์ นักศึกษา ความรู้ โดยยังไม่มีเงินเปลี่ยนมือ
- ต้องการเอกสารลงนามในพิธีลงนามความร่วมมือ
ระวัง
- MOU ฟ้องบังคับไม่ได้ — อย่าใส่หน้าที่ที่ต้องการให้อีกฝ่ายทำจริง
- ผู้ลงนามฝ่ายสถาบันต้องมีอำนาจ (อธิการบดีหรือผู้รับมอบอำนาจ) ไม่งั้นไม่ผูกพันสถาบัน
- ระยะเวลาเกิน 3 ปีต้องเสนอผู้บริหารเป็นรายกรณี
- ทำกับต่างประเทศต้องมีฉบับภาษาอังกฤษและตราสถาบันภาษาอังกฤษ
ไม่เหมาะกับ
- ต้องการให้ผูกพันและฟ้องได้ — ใช้บันทึกข้อตกลง (MOA)
- มีเงินค่าจ้างหรือส่งมอบงาน — ใช้สัญญาจ้างทำของ/จ้างวิจัย
เปิดแบบฟอร์มบันทึกความเข้าใจ (MOU) — สถาบันการศึกษากับหน่วยงานภายนอก — 149 บาท
สัญญาจ้างทำวิจัย — สถาบันการศึกษาเป็นผู้วิจัย
เอกชนจ้างสถาบันการศึกษาทำวิจัยหรือพัฒนา จ่ายเป็นงวดตามรายงาน และตกลงเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา
ใช้เมื่อ
- บริษัทจ้างมหาวิทยาลัยวิจัยวัสดุ สูตร กระบวนการ หรือพัฒนาต้นแบบ
- ต้องการรายงานเบื้องต้น รายงานความก้าวหน้า และรายงานสมบูรณ์เป็นงวด
- ต้องตกลงว่าใครเป็นเจ้าของผลวิจัยและอาจารย์ตีพิมพ์ได้ไหม
ระวัง
- เป็นจ้างทำของตามแนวสรรพากร — สถาบันต้องติดอากร 1/1,000 แม้เรียกว่าเงินอุดหนุน
- ไม่เปิดสิทธิเผยแพร่ทางวิชาการ = อาจารย์ตีพิมพ์/ใช้สอนไม่ได้เลย
- ถ้าผลอาจจดสิทธิบัตร ต้องยื่นคำขอก่อนตีพิมพ์ ไม่งั้นขาดความใหม่
- ห้ามจ้างช่วงโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือ
- ขอขยายเวลาต้องแจ้งภายใน 15 วันหลังเหตุสิ้นสุด
ไม่เหมาะกับ
- ทุนวิจัยให้เปล่าที่ไม่ต้องส่งมอบผลงานให้ผู้ให้ทุน — ใช้สัญญารับทุนวิจัย
- งานที่ปรึกษาที่ไม่มีกระบวนการทดลอง — ใช้สัญญาจ้างที่ปรึกษา
เปิดแบบฟอร์มสัญญาจ้างทำวิจัย — สถาบันการศึกษาเป็นผู้วิจัย — 349 บาท
สัญญาให้ใช้พื้นที่ — สถาบันการศึกษาให้เอกชนใช้พื้นที่ในอาคาร
สถาบันการศึกษาให้บริษัทหรือบุคคลใช้พื้นที่ในอาคารของสถาบัน เก็บค่าบำรุงรายเดือน — ตามกฎหมายคือสัญญาเช่า
ใช้เมื่อ
- สถาบันให้ร้านค้า สตาร์ตอัป หรือบริษัทวิจัยเช่าพื้นที่ในอาคาร
- ระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี เก็บค่าบำรุงรายเดือนพร้อมเงินประกัน
- ต้องการให้ผู้ใช้พื้นที่อยู่ใต้ระเบียบของสถาบัน
ระวัง
- เป็นสัญญาเช่า — สถาบัน (ผู้ให้เช่า) ต้องติดอากร 1/1,000 ของค่าบำรุงตลอดสัญญา
- ค่าปรับ 2% ต่อวัน (730%/ปี) ศาลลดได้ — แบบนี้ตั้งค่าเริ่มต้น 1.25%/เดือน
- ริบเงินประกันทั้งหมดเมื่อผิดสัญญาข้อใดก็ได้ — เป็นเบี้ยปรับที่ศาลลดได้
- ข้อยกเว้นความรับผิดเรื่องชีวิตร่างกายจากความประมาทของสถาบันอ้างไม่ได้
- สิทธิงัดกุญแจ/ยึดทรัพย์ในข้อ 21 — ทางปฏิบัติควรฟ้องขับไล่ ไม่งั้นเสี่ยงคดีอาญา
- เกิน 3 ปีต้องจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน
ไม่เหมาะกับ
- ให้เช่าเพื่ออยู่อาศัย — ใช้สัญญาเช่าบ้าน/คอนโด
- ให้สิทธิดำเนินกิจการแบบแบ่งรายได้ — ใช้สัญญาให้สิทธิ/สัมปทาน
อากรแสตมป์ สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ต้องเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก — 1 บาท ต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษ ของค่าบำรุงสถานที่ตลอดอายุสัญญา ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 1
เปิดแบบฟอร์มสัญญาให้ใช้พื้นที่ — สถาบันการศึกษาให้เอกชนใช้พื้นที่ในอาคาร — 249 บาท
สัญญาขายคอร์สออนไลน์
ผู้ขายให้สิทธิผู้ซื้อเข้าเรียนคอร์สออนไลน์ที่บันทึกไว้ตามระยะเวลาที่กำหนด โดยชำระครั้งเดียว
ใช้เมื่อ
- ใช้เมื่อขายคอร์สวิดีโอบนเว็บไซต์ของตนเอง
- ใช้เมื่อต้องการกำหนดเงื่อนไขคืนเงินที่ชัดเจน
- ใช้เมื่อขายคอร์สแบบเรียนได้ตลอดชีพ
ระวัง
- ผู้ซื้อได้สิทธิเรียน ไม่ได้เป็นเจ้าของคอร์ส
- ตลอดชีพต้องนิยามตามความจริงว่าหมายถึงตลอดเวลาที่ยังให้บริการ
- ห้ามเขียนว่าไม่คืนเงินทุกกรณี
- ถ้าเก็บเงินรายเดือนต่ออายุอัตโนมัติ ต้องใช้สัญญาสมาชิก
ไม่เหมาะกับ
- ถ้าเป็นสมาชิกรายเดือนต่ออายุอัตโนมัติ ให้ใช้ สัญญาสมาชิกแบบ Subscription
- ถ้าวางคอร์สบนแพลตฟอร์มคนอื่นแล้วแบ่งรายได้ ให้ใช้ สัญญาแบ่งรายได้ระหว่างผู้สอนกับแพลตฟอร์ม
- ถ้าสอนสดแบบตัวต่อตัว ให้ใช้ สัญญาจ้างสอนออนไลน์
- ข้อกำหนดการสมัครเรียนคอร์สออนไลน์ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Online Course Terms of Enrolment — ข้อกำหนดการสมัครเรียนคอร์สออนไลน์ ภาษาอังกฤษ
อากรแสตมป์ สัญญาขายคอร์สออนไลน์ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เพราะเป็นการให้สิทธิเข้าถึงเนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์ ไม่ใช่สัญญาจ้างทำของ สัญญาเช่า หรือตราสารอื่นในบัญชีอัตราอากรแสตมป์
เปิดแบบฟอร์มสัญญาขายคอร์สออนไลน์ — 249 บาท
สัญญาจ้างสอนออนไลน์
ผู้สอนสอนวิชาให้ผู้เรียนแบบตัวต่อตัวทางออนไลน์ ผู้ปกครองเป็นผู้ว่าจ้างถ้าผู้เรียนยังไม่บรรลุนิติภาวะ
ใช้เมื่อ
- ใช้เมื่อผู้ปกครองจ้างครูสอนพิเศษลูกทางออนไลน์
- ใช้เมื่อผู้ใหญ่จ้างครูสอนภาษาหรือทักษะแบบตัวต่อตัว
- ใช้เมื่อขายแพ็กเกจชั่วโมงเรียนล่วงหน้า
ระวัง
- ผู้เรียนอายุต่ำกว่า 20 ปี ผู้ปกครองต้องเป็นผู้ทำสัญญา
- การบันทึกการสอนผู้เยาว์ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง
- ห้ามเขียนว่าไม่คืนเงินทุกกรณี ต้องคืนครั้งที่ยังไม่ได้สอน
- ใช้ชื่อหรือคะแนนของผู้เรียนโฆษณาต้องขอความยินยอมแยก
ไม่เหมาะกับ
- ถ้าเป็นการโค้ชผู้ใหญ่โดยไม่มีหลักสูตร ให้ใช้ สัญญา Coaching หรือ Mentoring
- ถ้าขายคอร์สที่บันทึกไว้แล้ว ให้ใช้ สัญญาขายคอร์สออนไลน์
- ถ้าจ้างวิทยากรมาอบรมพนักงาน ให้ใช้ สัญญาจ้างวิทยากรหรือจัดอบรมภายในองค์กร
- สัญญาจ้างสอนพิเศษออนไลน์ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Online Tutoring Agreement — สัญญาจ้างสอนพิเศษออนไลน์ ภาษาอังกฤษ
เปิดแบบฟอร์มสัญญาจ้างสอนออนไลน์ — 249 บาท
สัญญาจ้างวิทยากรหรือจัดอบรมภายในองค์กร
ผู้ว่าจ้างจ้างวิทยากรมาบรรยายหรืออบรมบุคลากรตามหัวข้อและกำหนดการที่ตกลง
ใช้เมื่อ
- ใช้เมื่อเชิญวิทยากรมาบรรยายในงานสัมมนาหรือประชุมประจำปี
- ใช้เมื่อจ้างผู้เชี่ยวชาญจัดหลักสูตรอบรมพนักงานหลายครั้ง
- ใช้เมื่อต้องการบันทึกการบรรยายไว้ใช้ภายใน
ระวัง
- ตกลงให้ชัดว่าใครเป็นเจ้าของสไลด์และเอกสาร
- นิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3
- การเผยแพร่วิดีโอการบรรยายต่อสาธารณะต้องได้รับความยินยอมจากวิทยากร
- กำหนดค่ายกเลิกตามระยะเวลาก่อนวันงาน
ไม่เหมาะกับ
- ถ้าจ้างผู้จัดงานสัมมนาทั้งงาน ให้ใช้ สัญญาจ้าง Organizer จัดงาน (Event / งานเปิดตัว / นิทรรศการ / บูธ)
- ถ้าจ้างที่ปรึกษาให้คำแนะนำ ให้ใช้ สัญญาจ้างที่ปรึกษา — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล)
- สัญญาจ้างวิทยากรและจัดอบรมองค์กร ภาษาอังกฤษ — ใช้ Corporate Training Agreement — สัญญาจ้างวิทยากรและจัดอบรมองค์กร ภาษาอังกฤษ
เปิดแบบฟอร์มสัญญาจ้างวิทยากรหรือจัดอบรมภายในองค์กร — 349 บาท
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-B08116 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญา Coaching หรือ Mentoring ใช้ตอนไหน
ใช้เมื่อขายแพ็กเกจโค้ชชีวิต อาชีพ หรือธุรกิจ · ใช้เมื่อบริษัทจ้างโค้ชให้ผู้บริหารหรือพนักงาน · ใช้เมื่อเป็นพี่เลี้ยงให้ผู้ประกอบการรายใหม่
สัญญาจ้างที่ปรึกษา — สถาบันการศึกษาเป็นที่ปรึกษา ใช้ตอนไหน
บริษัทจ้างมหาวิทยาลัยศึกษาความเป็นไปได้ ออกแบบระบบ วางแผนผังโรงงาน · งานต้องอาศัยความรู้เฉพาะทางของอาจารย์/ผู้เชี่ยวชาญ · มีผนวก TOR แผนเวลา และค่าจ้างครบ
สัญญาจ้างทำของ — สถาบันการศึกษาเป็นผู้รับจ้าง ใช้ตอนไหน
บริษัทจ้างมหาวิทยาลัยทดสอบวัสดุ ออกแบบ ผลิตต้นแบบ หรือจัดอบรม · จ่ายเป็นงวดตามงานที่เสร็จ หรือครั้งเดียวเมื่อตรวจรับ · งานมีขอบเขตชัดเจนใน TOR
บันทึกข้อตกลง (MOA) — สถาบันการศึกษากับหน่วยงานภายนอก ใช้ตอนไหน
ทำหลักสูตรร่วม รับนักศึกษาฝึกงาน ใช้ห้องปฏิบัติการร่วมกัน · ทั้งสองฝ่ายมีหน้าที่ชัดเจนและต้องการให้บังคับกันได้ · ต่อยอดจาก MOU ที่ลงนามไว้แล้ว
บันทึกความเข้าใจ (MOU) — สถาบันการศึกษากับหน่วยงานภายนอก ใช้ตอนไหน
สถาบันกับบริษัท/หน่วยงานรัฐจะเริ่มความสัมพันธ์ก่อนมีโครงการชัดเจน · แลกเปลี่ยนอาจารย์ นักศึกษา ความรู้ โดยยังไม่มีเงินเปลี่ยนมือ · ต้องการเอกสารลงนามในพิธีลงนามความร่วมมือ
สัญญาจ้างทำวิจัย — สถาบันการศึกษาเป็นผู้วิจัย ใช้ตอนไหน
บริษัทจ้างมหาวิทยาลัยวิจัยวัสดุ สูตร กระบวนการ หรือพัฒนาต้นแบบ · ต้องการรายงานเบื้องต้น รายงานความก้าวหน้า และรายงานสมบูรณ์เป็นงวด · ต้องตกลงว่าใครเป็นเจ้าของผลวิจัยและอาจารย์ตีพิมพ์ได้ไหม
สัญญาให้ใช้พื้นที่ — สถาบันการศึกษาให้เอกชนใช้พื้นที่ในอาคาร ใช้ตอนไหน
สถาบันให้ร้านค้า สตาร์ตอัป หรือบริษัทวิจัยเช่าพื้นที่ในอาคาร · ระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี เก็บค่าบำรุงรายเดือนพร้อมเงินประกัน · ต้องการให้ผู้ใช้พื้นที่อยู่ใต้ระเบียบของสถาบัน
สัญญาขายคอร์สออนไลน์ ใช้ตอนไหน
ใช้เมื่อขายคอร์สวิดีโอบนเว็บไซต์ของตนเอง · ใช้เมื่อต้องการกำหนดเงื่อนไขคืนเงินที่ชัดเจน · ใช้เมื่อขายคอร์สแบบเรียนได้ตลอดชีพ
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 24 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587
อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26
ห้ามมิให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็น ทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยไม่ได้รับ ความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลซึ่งเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม (2) เป็นการดำเนินกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีการคุ้มครองที่เหมาะสมของมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรือสหภาพแรงงาน ให้แก่สมาชิก ผู้ซึ่งเคยเป็นสมาชิก หรือผู้ซึ่งมีการติดต่ออย่างสม่ำเสมอกับมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กร ที่ไม่แสวงหากำไรตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นออกไปภายนอกมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรนั้น (3) เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิ เรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (5) เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ (ก) เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทำงานของ ลูกจ้าง การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือระบบและการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่ใช่การปฏิบัติ ตามกฎหมายและข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือผู้มีหน้าที่ รักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไว้เป็นความลับตามกฎหมาย ต้องเป็นการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ (ข) ประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่อ อันตรายหรือโรคระบาดที่อาจติดต่อหรือแพร่เข้ามาในราชอาณาจักร หรือการควบคุมมาตรฐานหรือคุณภาพ ของยา เวชภัณฑ์ หรือเครื่องมือแพทย์ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมและเจาะจงเพื่อคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามหน้าที่หรือ ตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ (ค) การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับ การรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติตามสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน และประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ง) การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่น ทั้งนี้ ต้องกระทำเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และได้จัดให้มีมาตรการ ที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด (จ) ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครอง สิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลชีวภาพตามวรรคหนึ่งให้หมายถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากการใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับการนำลักษณะเด่นทางกายภาพหรือทางพฤติกรรมของบุคคลมาใช้ทำให้สามารถยืนยันตัวตน ของบุคคลนั้นที่ไม่เหมือนกับบุคคลอื่นได้ เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา หรือ ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ในกรณีที่เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมต้องกระทำภายใต้ การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือได้จัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1
ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 86
ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 113
ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 595
ถ้าผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาสัมภาระไซร้ ความรับผิดของผู้รับจ้างในการบกพร่องนั้น ท่านให้บังคับด้วยบทแห่งประมวลกฎหมายนี้ ลักษณะซื้อขาย
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
ประมวลรัษฎากร มาตรา 114
โดยการตรวจสอบตามความในมาตรา 123 ก็ดี โดยการกล่าวหาแจ้งความของบุคคลใดไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงานรัฐบาลหรือมิใช่ก็ดี ถ้าปรากฏว่า (1) มิได้มีการออกใบรับในกรณีที่ต้องออกใบรับตามความในมาตรา 105 หรือมาตรา 106 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากร หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (2) ตราสารมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์โดย (ก) มิได้ปิดแสตมป์เลย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (ข) ปิดแสตมป์น้อยกว่าอากรที่ต้องเสีย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากรที่ขาด หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (ค) ในกรณีอื่น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินเพิ่มอากร เป็นจำนวน 1 เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575
อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้
ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 537
อันว่าเช่าทรัพย์สินนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่า ผู้ให้เช่า ตกลงให้บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า ผู้เช่า ได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งชั่วระยะเวลาอันมีจำกัด และผู้เช่าตกลงจะให้ค่าเช่าเพื่อการนั้น
หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538
เช่าอสังหาริมทรัพย์นั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ ถ้าเช่ามีกำหนดกว่าสามปีขึ้นไป หรือกำหนดตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่าไซร้ หากมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ท่านว่าการเช่านั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้แต่เพียงสามปี
หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 570
ในเมื่อสิ้นกำหนดเวลาเช่าซึ่งได้ตกลงกันไว้นั้นถ้าผู้เช่ายังคงครองทรัพย์สินอยู่ และผู้ให้เช่ารู้ความนั้นแล้วไม่ทักท้วงไซร้ ท่านให้ถือว่าคู่สัญญาเป็นอันได้ทำสัญญาใหม่ต่อไปไม่มีกำหนดเวลา
หมวด 4 ความระงับแห่งสัญญาเช่า
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8
ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15
ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม หรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24
ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 19
บุคคลย่อมพ้นจากภาวะผู้เยาว์และบรรลุนิติภาวะเมื่อมีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์
ความสามารถของบุคคล — ป.พ.พ. ม.19–36
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 21
ผู้เยาว์จะทำนิติกรรมใด ๆ ต้องได้รับความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน การใด ๆ ที่ผู้เยาว์ได้ทำลงปราศจากความยินยอมเช่นว่านั้นเป็นโมฆียะ เว้นแต่จะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น
ความสามารถของบุคคล — ป.พ.พ. ม.19–36
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 20
ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส หรือไม่มีฐานะเสมือนดังบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วตามมาตรา 27 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (1) ในกรณีที่การให้ความยินยอมของผู้เยาว์ไม่ใช่การใด ๆ ซึ่งผู้เยาว์อาจให้ความยินยอม โดยลำพังได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 22 มาตรา 23 หรือมาตรา 24 แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ด้วย (2) ในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุไม่เกินสิบปี ให้ขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจ กระทำการแทนผู้เยาว์ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ขอความยินยอมจากผู้อนุบาลที่มีอำนาจกระทำการแทนคนไร้ความสามารถ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจาก เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ขอความยินยอมจากผู้พิทักษ์ที่มีอำนาจกระทำการแทนคนเสมือนไร้ ความสามารถ ให้นำความในวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับกับการถอนความยินยอมของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ การใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคล การร้องเรียนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และการอื่นใดตามพระราชบัญญัตินี้ในกรณีที่ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ โดยอนุโลม
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10
งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 7
ในสัญญาที่มีการให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำ หากมีกรณีที่จะต้องริบมัดจำถ้ามัดจำนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงให้ริบได้เพียงเท่าความเสียหายที่แท้จริงก็ได้
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)