# สัญญา Coaching หรือ Mentoring ต้องมีอะไรบ้าง

> สำหรับโค้ชหรือพี่เลี้ยงที่ให้บริการแบบตัวต่อตัวเป็นแพ็กเกจ กำหนดจำนวนครั้ง การเลื่อนและขาดนัด ขอบเขตว่าไม่ใช่การรักษาหรือคำปรึกษาวิชาชีพ การไม่รับประกันผล ความลับ สิ่งที่บริษัทผู้จ่ายเงินเห็นได้ การบันทึก และการคืนเงินครั้งที่เหลือ

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2-Coaching-%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD-Mentoring

## ตอบสั้น

โค้ชให้บริการโค้ชแบบตัวต่อตัวตามแพ็กเกจ โดยไม่ใช่การรักษาหรือคำปรึกษาวิชาชีพ · การโค้ชไม่ใช่การรักษาหรือคำปรึกษากฎหมายหรือการลงทุน

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้เมื่อขายแพ็กเกจโค้ชชีวิต อาชีพ หรือธุรกิจ
- **อากรแสตมป์:** สัญญาโค้ชเป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 ทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าบริการเสียอากร 1 บาท โค้ชเป็นผู้เสีย จากค่าบริการ … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114
- **ภาษี:** ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 หรือข้อ 8 แล้วแต่ลักษณะของเงินได้ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย โค้ชที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86
- **แบบที่กฎหมายกำหนด:** สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน เส้นแบ่งที่สำคัญคือการโค้ชไม่ใช่วิชาชีพที่ต้องมีใบอนุญาต การรักษาโรคทางกายหรือจิต การบำบัดทางจิตวิทยาคลินิก และการให้คำปรึกษากฎหมายหรือการลงทุนบางประเภท เป็นวิชาชีพที่กฎหมายเฉพาะกำหนดให้ต้องมีใบอนุญาต ข้อ 2.1 จึงกำหนดขอบเขตว่าโค้ชไม่ทำสิ่งเหล่านั้น และให้แนะนำไปพบผู้ประกอบวิชาชีพเมื่อจำเป็น โค้ชที่ข้ามเส้นนี้เสี่ยงความรับผิดตามกฎหมายวิชาชีพนั้น ๆ ถ้ามีประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาที่ใช้กับบริการนี้ ต้องทำตามประกาศนั้นด้วย สัญญานี้ใช้มาตรฐานขั้นต่ำตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 คือ คืนเงินครั้งที่ยังไม่ได้ให้บริการตามสัดส่วนตามข้อ 7.1 และให้บริการชดเชยเมื่อโค้ชเป็นฝ่ายขาดตามข้อ 4.2
- **มาตราที่อ้าง:** ป.พ.พ. ม.224, 587; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.26; ประมวลรัษฎากร ม.78/1, 86, 113–114, 118, บัญชีอัตราอากรลักษณะ 4; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8, 12/1
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 249 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้เมื่อขายแพ็กเกจโค้ชชีวิต อาชีพ หรือธุรกิจ
- ใช้เมื่อบริษัทจ้างโค้ชให้ผู้บริหารหรือพนักงาน
- ใช้เมื่อเป็นพี่เลี้ยงให้ผู้ประกอบการรายใหม่

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- การโค้ชไม่ใช่การรักษาหรือคำปรึกษากฎหมายหรือการลงทุน
- ห้ามรับประกันผลลัพธ์
- เมื่อบริษัทจ่ายเงิน กำหนดให้ชัดว่าบริษัทเห็นอะไรได้บ้าง
- ต้องคืนเงินครั้งที่ยังไม่ได้ใช้

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ถ้าเป็นการฝึกร่างกาย ให้ใช้ [สัญญาจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัว](/s/th_personal_trainer)
- ถ้าให้คำปรึกษาพร้อมส่งมอบผลงาน ให้ใช้ [สัญญาจ้างที่ปรึกษา — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล)](/s/th_consulting)
- ถ้าสอนวิชาตามหลักสูตร ให้ใช้ [สัญญาจ้างสอนออนไลน์](/s/th_online_tutoring)

## อากรแสตมป์

สัญญาโค้ชเป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 ทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าบริการเสียอากร 1 บาท โค้ชเป็นผู้เสีย จากค่าบริการ … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114

## การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน **เส้นแบ่งที่สำคัญคือการโค้ชไม่ใช่วิชาชีพที่ต้องมีใบอนุญาต** การรักษาโรคทางกายหรือจิต การบำบัดทางจิตวิทยาคลินิก และการให้คำปรึกษากฎหมายหรือการลงทุนบางประเภท เป็นวิชาชีพที่กฎหมายเฉพาะกำหนดให้ต้องมีใบอนุญาต ข้อ 2.1 จึงกำหนดขอบเขตว่าโค้ชไม่ทำสิ่งเหล่านั้น และให้แนะนำไปพบผู้ประกอบวิชาชีพเมื่อจำเป็น โค้ชที่ข้ามเส้นนี้เสี่ยงความรับผิดตามกฎหมายวิชาชีพนั้น ๆ

**ถ้ามีประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาที่ใช้กับบริการนี้ ต้องทำตามประกาศนั้นด้วย** สัญญานี้ใช้มาตรฐานขั้นต่ำตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 คือ คืนเงินครั้งที่ยังไม่ได้ให้บริการตามสัดส่วนตามข้อ 7.1 และให้บริการชดเชยเมื่อโค้ชเป็นฝ่ายขาดตามข้อ 4.2

## ภาษี

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 หรือข้อ 8 แล้วแต่ลักษณะของเงินได้ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย โค้ชที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86

## ความลับและข้อมูลส่วนบุคคล

ความไว้วางใจคือแก่นของการโค้ช ข้อ 5.1 จึงให้รักษาความลับ โดยมีข้อยกเว้นเฉพาะเมื่อมีความเสี่ยงร้ายแรงต่อชีวิต เมื่อบริษัทเป็นผู้จ่ายเงิน ข้อ 5.2 แยกให้ชัดว่าบริษัทได้รู้อะไร เพราะผู้รับการโค้ชจะไม่เปิดใจถ้ากลัวว่าบริษัทจะเห็นทุกอย่าง เรื่องสุขภาพที่ผู้รับการโค้ชเล่าเป็นข้อมูลอ่อนไหวตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26 การเก็บต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง ข้อ 6.2 จึงจำกัดการใช้ ผู้ที่ผิดนัดชำระเงินต้องเสียดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224

## เอกสารแนบท้าย

- ตารางนัดหมาย
- แบบกำหนดเป้าหมายครั้งแรก

## วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-116725 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญา Coaching หรือ Mentoring ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาโค้ชเป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 ทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าบริการเสียอากร 1 บาท โค้ชเป็นผู้เสีย จากค่าบริการ … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114

### สัญญา Coaching หรือ Mentoring เสียภาษีอะไรบ้าง

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 หรือข้อ 8 แล้วแต่ลักษณะของเงินได้ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย โค้ชที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86

### ใช้สัญญา Coaching หรือ Mentoringตอนไหน

ใช้เมื่อขายแพ็กเกจโค้ชชีวิต อาชีพ หรือธุรกิจ · ใช้เมื่อบริษัทจ้างโค้ชให้ผู้บริหารหรือพนักงาน · ใช้เมื่อเป็นพี่เลี้ยงให้ผู้ประกอบการรายใหม่

### ทำสัญญา Coaching หรือ Mentoringต้องระวังอะไร

การโค้ชไม่ใช่การรักษาหรือคำปรึกษากฎหมายหรือการลงทุน · ห้ามรับประกันผลลัพธ์ · เมื่อบริษัทจ่ายเงิน กำหนดให้ชัดว่าบริษัทเห็นอะไรได้บ้าง · ต้องคืนเงินครั้งที่ยังไม่ได้ใช้

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญา Coaching หรือ Mentoring

ถ้าเป็นการฝึกร่างกาย ให้ใช้ สัญญาจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัว · ถ้าให้คำปรึกษาพร้อมส่งมอบผลงาน ให้ใช้ สัญญาจ้างที่ปรึกษา — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล) · ถ้าสอนวิชาตามหลักสูตร ให้ใช้ สัญญาจ้างสอนออนไลน์

### สัญญา Coaching หรือ Mentoring ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน เส้นแบ่งที่สำคัญคือการโค้ชไม่ใช่วิชาชีพที่ต้องมีใบอนุญาต การรักษาโรคทางกายหรือจิต การบำบัดทางจิตวิทยาคลินิก และการให้คำปรึกษากฎหมายหรือการลงทุนบางประเภท เป็นวิชาชีพที่กฎหมายเฉพาะกำหนดให้ต้องมีใบอนุญาต ข้อ 2.1 จึงกำหนดขอบเขตว่าโค้ชไม่ทำสิ่งเหล่านั้น และให้แนะนำไปพบผู้ประกอบวิชาชีพเมื่อจำเป็น โค้ชที่ข้ามเส้นนี้เสี่ยงความรับผิดตามกฎหมายวิชาชีพนั้น ๆ ถ้ามีประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาที่ใช้กับบริการนี้ ต้องทำตามประกาศนั้นด้วย สัญญานี้ใช้มาตรฐานขั้นต่ำตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 คือ คืนเงินครั้งที่ยังไม่ได้ให้บริการตามสัดส่วนตามข้อ 7.1 และให้บริการชดเชยเมื่อโค้ชเป็นฝ่ายขาดตามข้อ 4.2

### ลงนามสัญญา Coaching หรือ Mentoringต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ

### ทำสัญญา Coaching หรือ Mentoringต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

ตารางนัดหมาย แบบกำหนดเป้าหมายครั้งแรก

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26

ห้ามมิให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็น ทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยไม่ได้รับ ความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลซึ่งเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม (2) เป็นการดำเนินกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีการคุ้มครองที่เหมาะสมของมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรือสหภาพแรงงาน ให้แก่สมาชิก ผู้ซึ่งเคยเป็นสมาชิก หรือผู้ซึ่งมีการติดต่ออย่างสม่ำเสมอกับมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กร ที่ไม่แสวงหากำไรตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นออกไปภายนอกมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรนั้น (3) เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิ เรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (5) เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ (ก) เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทำงานของ ลูกจ้าง การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือระบบและการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่ใช่การปฏิบัติ ตามกฎหมายและข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือผู้มีหน้าที่ รักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไว้เป็นความลับตามกฎหมาย ต้องเป็นการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ (ข) ประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่อ อันตรายหรือโรคระบาดที่อาจติดต่อหรือแพร่เข้ามาในราชอาณาจักร หรือการควบคุมมาตรฐานหรือคุณภาพ ของยา เวชภัณฑ์ หรือเครื่องมือแพทย์ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมและเจาะจงเพื่อคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามหน้าที่หรือ ตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ (ค) การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับ การรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติตามสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน และประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ง) การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่น ทั้งนี้ ต้องกระทำเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และได้จัดให้มีมาตรการ ที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด (จ) ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครอง สิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลชีวภาพตามวรรคหนึ่งให้หมายถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากการใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับการนำลักษณะเด่นทางกายภาพหรือทางพฤติกรรมของบุคคลมาใช้ทำให้สามารถยืนยันตัวตน ของบุคคลนั้นที่ไม่เหมือนกับบุคคลอื่นได้ เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา หรือ ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ในกรณีที่เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมต้องกระทำภายใต้ การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือได้จัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1

ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้

_บริบท: ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 86

ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

_บริบท: ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_coaching_mentoring

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย