# สัญญา Brand Ambassador ต้องมีอะไรบ้าง

> ใช้เมื่อแบรนด์แต่งตั้งบุคคลเป็น Brand Ambassador ระยะยาว ครอบคลุมการปรากฏตัว ผลิตและเผยแพร่คอนเทนต์ สิทธิใช้ชื่อ ภาพ เสียง ความผูกพันเฉพาะหมวดสินค้า และเหตุด้านชื่อเสียงของทั้งสองฝ่าย

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2-Brand-Ambassador

## ตอบสั้น

สัญญาระยะยาวระหว่างแบรนด์กับบุคคลซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนภาพลักษณ์ พร้อมงานปรากฏตัว คอนเทนต์ สิทธิใช้ภาพ และ exclusivity · ระบุวันปรากฏตัว จำนวนชิ้นงาน และค่าใช้จ่ายเดินทางให้ชัด

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้แต่งตั้งบุคคลเป็น Brand Ambassador ต่อเนื่องหลายเดือน
- **อากรแสตมป์:** ส่วนการจ้างให้ปฏิบัติงานและส่งมอบผลงานเข้าลักษณะตราสาร 4 จ้างทำของ อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า ฐานค่าตอบแทนทั้งสัญญาคำนวณเป็น (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) หากตราสารไม่ปิดอากรบริบูรณ์ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนเสียอากรและเงินเพิ่มตามมาตรา 118 และอาจมีเงินเพิ่มตามมาตรา 113–114
- **ภาษี:** แยกค่าบริการส่วนบุคคล การผลิตชิ้นงาน และค่าพื้นที่หรือการเผยแพร่โฆษณาในใบแจ้งหนี้ เพราะค่าบริการโดยทั่วไปอาจถูกหัก ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 ส่วนค่าโฆษณาอาจเข้าข้อ 10 อัตราร้อยละ 2 ตรวจลักษณะจริงและอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย หากผู้รับจ้างจด VAT ให้เรียกเก็บและออกใบกำกับภาษีตามกฎหมาย
- **แบบที่กฎหมายกำหนด:** สัญญาทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่การใช้เครื่องหมายของแบรนด์ต้องไม่เกินขอบเขตไลเซนส์ หากเป็นสัญญาอนุญาตใช้เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในลักษณะต้องจดทะเบียน ให้ตรวจ พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 68–72 กับข้อเท็จจริงก่อนใช้
- **มาตราที่อ้าง:** ป.พ.พ. ม.7, 204, 224, 383, 387, 391, 423, 587, 605; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 ม.4, 5, 8; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.10, 15, 17, 18; พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ม.44, 68–72; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ม.20, 28–29, 37, 40; พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 ม.57 (สรุปสาระ); ประมวลรัษฎากร ม.113, 114, 118 และบัญชีอัตราอากรลักษณะ 4; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 10, 12/1, 12/7
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 349 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้แต่งตั้งบุคคลเป็น Brand Ambassador ต่อเนื่องหลายเดือน
- ใช้เมื่อมีทั้งคอนเทนต์และวันร่วมงาน เปิดตัว ถ่ายภาพ หรือสื่อมวลชน
- ใช้เมื่อแบรนด์ต้องใช้ชื่อ ภาพ เสียง และบุคลิกของ Ambassador ในสื่อของแบรนด์
- ใช้เมื่อจำเป็นต้องจำกัดการรับงานสินค้าคู่แข่งตามหมวดที่ระบุ

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- ระบุวันปรากฏตัว จำนวนชิ้นงาน และค่าใช้จ่ายเดินทางให้ชัด
- ไลเซนส์ชื่อ ภาพ เสียงต้องระบุช่องทาง ประเทศ ระยะเวลา การตัดต่อ และสิทธิยิงโฆษณาตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.17–18
- exclusivity ต้องจำกัดหมวด คู่แข่ง และเวลาเท่าที่จำเป็นตาม พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.5
- ข้อความโฆษณาต้องเปิดเผยว่าได้รับค่าตอบแทนและใช้เฉพาะคำกล่าวอ้างที่อนุมัติ
- morality clause ควรใช้สองทางและเรียกเฉพาะความเสียหายที่พิสูจน์ได้ ไม่กำหนดริบค่าจ้างทั้งหมด

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ไม่เหมาะกับโพสต์ครั้งเดียวหรือแคมเปญสั้น ให้ใช้ [สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL](/s/th_influencer_campaign)
- ไม่เหมาะกับผู้ขายสินค้าหรือตัวแทนรับคำสั่งซื้อ ให้ใช้ [สัญญาจ้างตัวแทนขายสินค้าออนไลน์](/s/th_online_sales_agent)
- ไม่เหมาะกับ UGC ที่ครีเอเตอร์ผลิตให้แบรนด์โพสต์โดยไม่มีสถานะตัวแทนภาพลักษณ์ ให้ใช้ [สัญญาจ้าง UGC Creator](/s/th_ugc_creator)

## อากรแสตมป์

ส่วนการจ้างให้ปฏิบัติงานและส่งมอบผลงานเข้าลักษณะตราสาร 4 จ้างทำของ อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า ฐานค่าตอบแทนทั้งสัญญาคำนวณเป็น (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) หากตราสารไม่ปิดอากรบริบูรณ์ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนเสียอากรและเงินเพิ่มตามมาตรา 118 และอาจมีเงินเพิ่มตามมาตรา 113–114

## การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

สัญญาทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่การใช้เครื่องหมายของแบรนด์ต้องไม่เกินขอบเขตไลเซนส์ หากเป็นสัญญาอนุญาตใช้เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในลักษณะต้องจดทะเบียน ให้ตรวจ พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 68–72 กับข้อเท็จจริงก่อนใช้

## ภาษี

แยกค่าบริการส่วนบุคคล การผลิตชิ้นงาน และค่าพื้นที่หรือการเผยแพร่โฆษณาในใบแจ้งหนี้ เพราะค่าบริการโดยทั่วไปอาจถูกหัก ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 ส่วนค่าโฆษณาอาจเข้าข้อ 10 อัตราร้อยละ 2 ตรวจลักษณะจริงและอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย หากผู้รับจ้างจด VAT ให้เรียกเก็บและออกใบกำกับภาษีตามกฎหมาย

## Brand Ambassador ต่างจากงาน Influencer ตรงไหน

งาน Influencer คือจ้างเป็นแคมเปญ จบเป็นชิ้น ส่วน Brand Ambassador คือ **ยืมตัวตนของคนคนหนึ่งไปผูกกับแบรนด์ทั้งช่วงเวลา** ผู้ชมจะจำว่า "คนนี้คือคนของแบรนด์นี้" ความต่างนี้ทำให้ต้องมีสามเรื่องที่สัญญาแคมเปญไม่มี คือวันปรากฏตัวที่นับได้ สิทธิใช้ชื่อภาพเสียงตลอดความสัมพันธ์ และข้อเรื่องชื่อเสียงที่ใช้ได้สองทาง ถ้างานเป็นโพสต์ครั้งเดียวหรือแคมเปญสั้น ให้ใช้สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL แทน จะไม่ผูกมือกันเกินจำเป็น

## exclusivity และข้อเรื่องชื่อเสียง — สองข้อที่ฟ้องกันมากที่สุด

การห้ามรับงานคู่แข่งเป็นการตัดรายได้ของอีกฝ่าย กฎหมายว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมให้ศาลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและจำเป็น ฉะนั้นต้องระบุ **หมวดสินค้า รายชื่อคู่แข่ง และระยะเวลา** ให้แคบเท่าที่แบรนด์จำเป็นต้องได้ และควรสะท้อนอยู่ในค่าตอบแทน ถ้าเขียนลอย ๆ ว่า "ห้ามรับงานโฆษณาใด ๆ" มีโอกาสสูงที่บังคับไม่ได้ทั้งข้อ

ข้อเรื่องชื่อเสียงก็เช่นกัน สัญญาฉบับนี้ตั้งใจให้ **ใช้ได้ทั้งสองฝ่าย** เพราะแบรนด์ก็มีเรื่องได้ เช่น สินค้าถูกเรียกคืนหรือให้ข้อมูลเท็จ และตั้งใจไม่ใส่เบี้ยปรับเหมาจ่าย เพราะเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนศาลลดได้อยู่ดี เรียกเฉพาะความเสียหายที่พิสูจน์ได้จะได้จริงกว่า ที่สำคัญคือการเลิกด้วยเหตุชื่อเสียงไม่ทำให้ริบค่าตอบแทนของงานที่ทำถูกต้องไปแล้ว

## ข้อที่คู่สัญญา Brand Ambassador พลาดบ่อย

- **คิดว่าจ่ายค่าตัวแล้วใช้ภาพได้ตลอดไป** — สิทธิใช้ชื่อ ภาพ เสียงมีระยะเวลาของตัวเองตามข้อ 5 หมดแล้วต้องเจรจาใหม่ ไม่ใช่ต่ออัตโนมัติ และการฝืนใช้ต่อเป็นการละเมิดสิทธิในความเป็นส่วนตัวและชื่อเสียงของบุคคล
- **ไม่นับวันปรากฏตัว** — งานเปิดตัว ถ่ายภาพ สัมภาษณ์ ถ้าไม่กำหนดจำนวนวันและค่าเดินทางไว้ จะกลายเป็นเรียกเมื่อไรก็ต้องไป
- **คิดว่าอนุมัติบรีฟแล้วพ้นผิด** — ผู้พูดในโฆษณายังถูกผู้บริโภคหรือหน่วยงานเรียกได้เอง การที่แบรนด์อนุมัติไม่ได้ทำให้คำกล่าวอ้างที่เกินจริงกลายเป็นชอบด้วยกฎหมาย
- **ใช้เครื่องหมายการค้าเกินฐานะ** — ใช้ได้เฉพาะเพื่อปฏิบัติงานตามบรีฟ ห้ามเอาไปจดทะเบียน ดัดแปลง หรือติดกับสินค้าของตัวเอง
- **ลืมถอนสิทธิระบบตอนจบ** — บัญชีโฆษณา whitelisting สิทธิเข้าถึงเพจ ถ้าไม่ถอนตามข้อ 11.3 ฝ่ายที่ยังถืออยู่จะกลายเป็นผู้ควบคุมข้อมูลโดยไม่มีฐานทางกฎหมายรองรับ
- **ผู้เยาว์เป็น Ambassador** — ต้องมีความยินยอมของผู้ใช้อำนาจปกครองทั้งเรื่องการทำสัญญาและเรื่องการใช้ข้อมูล ภาพ เสียง แยกกันคนละเรื่อง

## เอกสารแนบท้ายสัญญา

- ตารางคอนเทนต์ วันปรากฏตัว กำหนดส่ง และผู้อนุมัติ
- บรีฟ คำกล่าวอ้าง เอกสารอนุญาตโฆษณาสินค้า และข้อความเปิดเผยว่าได้รับค่าตอบแทน
- ตารางสิทธิใช้ชื่อ ภาพ เสียง ช่องทาง พื้นที่ ระยะเวลา สิทธิ paid media และข้อจำกัดการตัดต่อ
- รายชื่อคู่แข่งกับหมวด exclusivity และรายการเครื่องหมายที่อนุญาตให้ใช้
- ตารางค่าตอบแทน ค่าเดินทาง และหลักฐานตรวจรับ

## วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อกำกับเอกสารแนบทุกชุด ตรวจอำนาจลงนามและความยินยอมของผู้ใช้อำนาจปกครองหาก Brand Ambassador เป็นผู้เยาว์ตาม PDPA มาตรา 20 ก่อนใช้ข้อมูล ภาพ หรือเสียง ทดสอบช่องทางถอนสื่อและบันทึกบัญชีที่ต้องถอนสิทธิเมื่อสิ้นสัญญา

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-7A5428 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญา Brand Ambassador ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

ส่วนการจ้างให้ปฏิบัติงานและส่งมอบผลงานเข้าลักษณะตราสาร 4 จ้างทำของ อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า ฐานค่าตอบแทนทั้งสัญญาคำนวณเป็น (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) หากตราสารไม่ปิดอากรบริบูรณ์ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนเสียอากรและเงินเพิ่มตามมาตรา 118 และอาจมีเงินเพิ่มตามมาตรา 113–114

### สัญญา Brand Ambassador เสียภาษีอะไรบ้าง

แยกค่าบริการส่วนบุคคล การผลิตชิ้นงาน และค่าพื้นที่หรือการเผยแพร่โฆษณาในใบแจ้งหนี้ เพราะค่าบริการโดยทั่วไปอาจถูกหัก ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 ส่วนค่าโฆษณาอาจเข้าข้อ 10 อัตราร้อยละ 2 ตรวจลักษณะจริงและอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย หากผู้รับจ้างจด VAT ให้เรียกเก็บและออกใบกำกับภาษีตามกฎหมาย

### ใช้สัญญา Brand Ambassadorตอนไหน

ใช้แต่งตั้งบุคคลเป็น Brand Ambassador ต่อเนื่องหลายเดือน · ใช้เมื่อมีทั้งคอนเทนต์และวันร่วมงาน เปิดตัว ถ่ายภาพ หรือสื่อมวลชน · ใช้เมื่อแบรนด์ต้องใช้ชื่อ ภาพ เสียง และบุคลิกของ Ambassador ในสื่อของแบรนด์ · ใช้เมื่อจำเป็นต้องจำกัดการรับงานสินค้าคู่แข่งตามหมวดที่ระบุ

### ทำสัญญา Brand Ambassadorต้องระวังอะไร

ระบุวันปรากฏตัว จำนวนชิ้นงาน และค่าใช้จ่ายเดินทางให้ชัด · ไลเซนส์ชื่อ ภาพ เสียงต้องระบุช่องทาง ประเทศ ระยะเวลา การตัดต่อ และสิทธิยิงโฆษณาตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.17–18 · exclusivity ต้องจำกัดหมวด คู่แข่ง และเวลาเท่าที่จำเป็นตาม พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.5 · ข้อความโฆษณาต้องเปิดเผยว่าได้รับค่าตอบแทนและใช้เฉพาะคำกล่าวอ้างที่อนุมัติ · morality clause ควรใช้สองทางและเรียกเฉพาะความเสียหายที่พิสูจน์ได้ ไม่กำหนดริบค่าจ้างทั้งหมด

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญา Brand Ambassador

ไม่เหมาะกับโพสต์ครั้งเดียวหรือแคมเปญสั้น ให้ใช้ สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL · ไม่เหมาะกับผู้ขายสินค้าหรือตัวแทนรับคำสั่งซื้อ ให้ใช้ สัญญาจ้างตัวแทนขายสินค้าออนไลน์ · ไม่เหมาะกับ UGC ที่ครีเอเตอร์ผลิตให้แบรนด์โพสต์โดยไม่มีสถานะตัวแทนภาพลักษณ์ ให้ใช้ สัญญาจ้าง UGC Creator

### สัญญา Brand Ambassador ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

สัญญาทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่การใช้เครื่องหมายของแบรนด์ต้องไม่เกินขอบเขตไลเซนส์ หากเป็นสัญญาอนุญาตใช้เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในลักษณะต้องจดทะเบียน ให้ตรวจ พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 68–72 กับข้อเท็จจริงก่อนใช้

### ลงนามสัญญา Brand Ambassadorต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อกำกับเอกสารแนบทุกชุด ตรวจอำนาจลงนามและความยินยอมของผู้ใช้อำนาจปกครองหาก Brand Ambassador เป็นผู้เยาว์ตาม PDPA มาตรา 20 ก่อนใช้ข้อมูล ภาพ หรือเสียง ทดสอบช่องทางถอนสื่อและบันทึกบัญชีที่ต้องถอนสิทธิเมื่อสิ้นสัญญา

### ทำสัญญา Brand Ambassadorต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

ตารางคอนเทนต์ วันปรากฏตัว กำหนดส่ง และผู้อนุมัติ บรีฟ คำกล่าวอ้าง เอกสารอนุญาตโฆษณาสินค้า และข้อความเปิดเผยว่าได้รับค่าตอบแทน ตารางสิทธิใช้ชื่อ ภาพ เสียง ช่องทาง พื้นที่ ระยะเวลา สิทธิ paid media และข้อจำกัดการตัดต่อ รายชื่อคู่แข่งกับหมวด exclusivity และรายการเครื่องหมายที่อนุญาตให้ใช้ ตารางค่าตอบแทน ค่าเดินทาง และหลักฐานตรวจรับ

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7

ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี

_บริบท: ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204

ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

_บริบท: หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387

ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้

_บริบท: หมวด 4 เลิกสัญญา_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391

เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่

_บริบท: หมวด 4 เลิกสัญญา_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423

ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่เสียหายแก่ทางทำมาหาได้หรือทางเจริญของเขาโดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ผู้ใดส่งข่าวสารอันตนมิได้รู้ว่าเป็นความไม่จริง หากว่าตนเองหรือผู้รับข่าวสารนั้นมีทางได้เสียโดยชอบในการนั้นด้วยแล้ว ท่านว่าเพียงที่ส่งข่าวสารเช่นนั้นหาทำให้ผู้นั้นต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่

_บริบท: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 605

ถ้าการที่จ้างยังทำไม่แล้วเสร็จอยู่ตราบใด ผู้ว่าจ้างอาจบอกเลิกสัญญาได้ เมื่อเสียค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับจ้างเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10

งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15

ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม หรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 17

ลิขสิทธิ์นั้นย่อมโอนให้แก่กันได้ เจ้าของลิขสิทธิ์อาจโอนลิขสิทธิ์ของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลอื่นได้ และจะโอน ให้โดยมีกำหนดเวลาหรือตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ก็ได้ การโอนลิขสิทธิ์ตามวรรคสองซึ่งมิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอน และผู้รับโอน ถ้าไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญาโอน ให้ถือว่าเป็นการโอนมีกำหนดระยะเวลาสิบปี

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18

ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 44

ภายใต้บังคับมาตรา 27 และมาตรา 68 เมื่อได้จดทะเบียน เครื่องหมายการค้าแล้ว ผู้ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า เป็นผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียว ในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้

_บริบท: พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)_

### พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 68

เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วจะทำสัญญาอนุญาตให้ บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้าของตน สำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ทั้งหมดหรือบางอย่างก็ได้ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่ง ต้องทำเป็นหนังสือและจด ทะเบียนต่อนายทะเบียน การขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าวตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่คำขอจดทะเบียนนั้นอย่างน้อยต้องแสดงรายการดังต่อไปนี้ (1) เงื่อนไขหรือข้อกำหนดระหว่างเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น และผู้ขอจด ทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาต ที่จะทำให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นสามารถควบคุมคุณภาพของ สินค้าของผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตได้อย่างแท้จริง (2) สินค้าที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 20

ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส หรือไม่มีฐานะเสมือนดังบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วตามมาตรา 27 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (1) ในกรณีที่การให้ความยินยอมของผู้เยาว์ไม่ใช่การใด ๆ ซึ่งผู้เยาว์อาจให้ความยินยอม โดยลำพังได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 22 มาตรา 23 หรือมาตรา 24 แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ด้วย (2) ในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุไม่เกินสิบปี ให้ขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจ กระทำการแทนผู้เยาว์ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ขอความยินยอมจากผู้อนุบาลที่มีอำนาจกระทำการแทนคนไร้ความสามารถ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจาก เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ขอความยินยอมจากผู้พิทักษ์ที่มีอำนาจกระทำการแทนคนเสมือนไร้ ความสามารถ ให้นำความในวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับกับการถอนความยินยอมของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ การใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคล การร้องเรียนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และการอื่นใดตามพระราชบัญญัตินี้ในกรณีที่ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ โดยอนุโลม

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28

ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 16 (5) เว้นแต่ (1) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย (2) ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึง มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศ ที่รับข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (5) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลอื่น เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้ (6) เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอของประเทศปลายทาง หรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคล ให้เสนอต่อคณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัย ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอาจขอให้ทบทวนได้เมื่อมีหลักฐานใหม่ทำให้เชื่อได้ว่าประเทศปลายทางหรือ องค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลมีการพัฒนาจนมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่เพียงพอ

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 57

ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจกระทำการใด ๆ อันเป็นผลให้เกิดความเสียหายแก่

_บริบท: พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 114

โดยการตรวจสอบตามความในมาตรา 123 ก็ดี โดยการกล่าวหาแจ้งความของบุคคลใดไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงานรัฐบาลหรือมิใช่ก็ดี ถ้าปรากฏว่า (1) มิได้มีการออกใบรับในกรณีที่ต้องออกใบรับตามความในมาตรา 105 หรือมาตรา 106 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากร หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (2) ตราสารมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์โดย (ก) มิได้ปิดแสตมป์เลย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (ข) ปิดแสตมป์น้อยกว่าอากรที่ต้องเสีย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากรที่ขาด หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (ค) ในกรณีอื่น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินเพิ่มอากร เป็นจำนวน 1 เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_brand_ambassador

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย