# สัญญาให้บริการเสริมความงามแบบคอร์ส ต้องมีอะไรบ้าง

> สำหรับร้านเสริมความงามหรือคลินิกที่ขายคอร์สทรีตเมนต์จ่ายล่วงหน้า กำหนดเส้นแบ่งร้านกับคลินิก แบบสอบถามสุขภาพ อายุคอร์สและการขยาย การคืนเงินส่วนที่ยังไม่ใช้ การไม่มาตามนัด อาการไม่พึงประสงค์ และความยินยอมใช้ภาพก่อนหลัง

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%AA

## ตอบสั้น

ผู้ให้บริการขายคอร์สบริการเสริมความงามจำนวนครั้งที่กำหนดให้ผู้รับบริการ โดยรับชำระล่วงหน้าและให้บริการตามนัดภายในอายุคอร์ส · ร้านที่ไม่ใช่สถานพยาบาลห้ามฉีดสาร ใช้เลเซอร์ทางการแพทย์ หรือทำหัตถการที่สงวนไว้สำหรับแพทย์ ผิดกฎหมายและสัญญาส่วนนั้นเป็นโมฆะ

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้เมื่อขายคอร์สทรีตเมนต์หน้า ผิว หรือรูปร่างแบบจ่ายล่วงหน้าหลายครั้ง
- **อากรแสตมป์:** การให้บริการเสริมความงามจนเสร็จตามคอร์สเป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้ให้บริการเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า จากราคาคอร์ส … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114
- **ภาษี:** ผู้รับบริการที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้ให้บริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องเรียกเก็บและออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 สำหรับคลินิกที่เป็นสถานพยาบาล บริการรักษาพยาบาลบางประเภทได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่บริการเพื่อความงามโดยทั่วไปไม่ได้รับยกเว้น ให้ตรวจกับผู้ทำบัญชี
- **แบบที่กฎหมายกำหนด:** เส้นที่สำคัญที่สุดของธุรกิจนี้คือเส้นระหว่างร้านเสริมความงามกับคลินิก การฉีดสาร โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ การใช้เลเซอร์บางประเภท และหัตถการที่ล่วงล้ำร่างกายเป็นการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ต้องทำในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายสถานพยาบาลและโดยผู้ประกอบวิชาชีพที่มีใบอนุญาตเท่านั้น ร้านเสริมความงามที่ทำหัตถการเหล่านี้โดยไม่มีใบอนุญาตมีความผิดทางอาญา และสัญญาในส่วนนั้นเป็นโมฆะเพราะวัตถุประสงค์ขัดต่อกฎหมายตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 ข้อ 1.2 จึงให้เลือกว่าเป็นคลินิกหรือไม่ และถ้าไม่ใช่ ห้ามทำหัตถการเหล่านี้โดยชัดแจ้ง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ต้องเป็นเครื่องสำอางที่จดแจ้งตามกฎหมายเครื่องสำอาง หรือยาและเครื่องมือแพทย์ที่ได้รับอนุญาต ข้อ 1.3 ให้ผู้รับบริการขอดูเลขจดแจ้งได้ ผู้รับบริการส่วนใหญ่เป็นผู้บริโภค พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 35 ทวิ ให้อำนาจคณะกรรมการว่าด้วยสัญญากำหนดธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ถ้าธุรกิจนี้ถูกกำหนดเป็นธุรกิจควบคุมสัญญา ข้อสัญญาที่ประกาศบังคับให้ต้องมีจะถือว่ามีอยู่ในสัญญาแม้ไม่ได้เขียนไว้ตามมาตรา 35 ตรี และข้อที่ประกาศห้ามจะถือว่าไม่มีตามมาตรา 35 จัตวา ให้ตรวจประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาฉบับปัจจุบันก่อนใช้แม่แบบนี้
- **มาตราที่อ้าง:** ป.พ.พ. ม.150, 383, 420, 587; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 7, 8; พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ม.35 ทวิ, 35 ตรี, 35 จัตวา; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.19, 26; ประมวลรัษฎากร ม.78/1, 86, 113–114, 118, บัญชีอัตราอากรลักษณะ 4
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 249 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้เมื่อขายคอร์สทรีตเมนต์หน้า ผิว หรือรูปร่างแบบจ่ายล่วงหน้าหลายครั้ง
- ใช้เมื่อลูกค้าต้องการรู้เงื่อนไขคืนเงินและขยายอายุคอร์สก่อนจ่าย
- ใช้เมื่อคลินิกขายคอร์สที่มีทั้งหัตถการโดยแพทย์และบริการทั่วไป

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- ร้านที่ไม่ใช่สถานพยาบาลห้ามฉีดสาร ใช้เลเซอร์ทางการแพทย์ หรือทำหัตถการที่สงวนไว้สำหรับแพทย์ ผิดกฎหมายและสัญญาส่วนนั้นเป็นโมฆะ
- ความรับผิดต่อชีวิตร่างกายยกเว้นไม่ได้ แม้ลูกค้าจะเซ็นยอมรับความเสี่ยงก็ตาม
- ข้อมูลสุขภาพต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง และภาพก่อนหลังใช้โฆษณาได้เมื่อได้รับความยินยอมแยกต่างหาก
- นโยบายไม่คืนเงินในทุกกรณีเสี่ยงเป็นข้อสัญญาไม่เป็นธรรม ต้องคืนตามสัดส่วนอย่างน้อยเมื่อร้านปิดกิจการ
- ให้ตรวจประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาว่าธุรกิจนี้ถูกควบคุมสัญญาหรือไม่ก่อนใช้

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ถ้าเป็นนวด สปา หรือเวลเนสที่ไม่ขายผลลัพธ์ด้านรูปลักษณ์ ให้ใช้ [สัญญาบริการนวด สปา หรือเวลเนสแบบแพ็กเกจ](/s/th_spa_wellness_package)
- ถ้าเป็นสมาชิกฟิตเนสหรือสตูดิโอออกกำลังกาย ให้ใช้ [สัญญาสมาชิกฟิตเนสหรือสตูดิโอ](/s/th_fitness_membership)
- ถ้าเป็นการผ่าตัดหรือการรักษาโรคในโรงพยาบาล แม่แบบนี้ไม่เหมาะ ต้องใช้เอกสารของสถานพยาบาลตามกฎหมายวิชาชีพ

## อากรแสตมป์

การให้บริการเสริมความงามจนเสร็จตามคอร์สเป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้ให้บริการเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า จากราคาคอร์ส … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114

## การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

**เส้นที่สำคัญที่สุดของธุรกิจนี้คือเส้นระหว่างร้านเสริมความงามกับคลินิก** การฉีดสาร โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ การใช้เลเซอร์บางประเภท และหัตถการที่ล่วงล้ำร่างกายเป็นการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ต้องทำในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายสถานพยาบาลและโดยผู้ประกอบวิชาชีพที่มีใบอนุญาตเท่านั้น ร้านเสริมความงามที่ทำหัตถการเหล่านี้โดยไม่มีใบอนุญาตมีความผิดทางอาญา และสัญญาในส่วนนั้นเป็นโมฆะเพราะวัตถุประสงค์ขัดต่อกฎหมายตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 ข้อ 1.2 จึงให้เลือกว่าเป็นคลินิกหรือไม่ และถ้าไม่ใช่ ห้ามทำหัตถการเหล่านี้โดยชัดแจ้ง

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ต้องเป็นเครื่องสำอางที่จดแจ้งตามกฎหมายเครื่องสำอาง หรือยาและเครื่องมือแพทย์ที่ได้รับอนุญาต ข้อ 1.3 ให้ผู้รับบริการขอดูเลขจดแจ้งได้

**ผู้รับบริการส่วนใหญ่เป็นผู้บริโภค** พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 35 ทวิ ให้อำนาจคณะกรรมการว่าด้วยสัญญากำหนดธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ถ้าธุรกิจนี้ถูกกำหนดเป็นธุรกิจควบคุมสัญญา ข้อสัญญาที่ประกาศบังคับให้ต้องมีจะถือว่ามีอยู่ในสัญญาแม้ไม่ได้เขียนไว้ตามมาตรา 35 ตรี และข้อที่ประกาศห้ามจะถือว่าไม่มีตามมาตรา 35 จัตวา **ให้ตรวจประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาฉบับปัจจุบันก่อนใช้แม่แบบนี้**

## ภาษี

ผู้รับบริการที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้ให้บริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องเรียกเก็บและออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 สำหรับคลินิกที่เป็นสถานพยาบาล บริการรักษาพยาบาลบางประเภทได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่บริการเพื่อความงามโดยทั่วไปไม่ได้รับยกเว้น ให้ตรวจกับผู้ทำบัญชี

## เงินที่จ่ายล่วงหน้าคือความเสี่ยงของผู้รับบริการ

คอร์สเสริมความงามขายแบบจ่ายก่อนใช้ทีหลัง เรื่องที่ร้องเรียนมากที่สุดคือ**ร้านปิดตัวทั้งที่ลูกค้ายังใช้คอร์สไม่ครบ** และ**คอร์สหมดอายุก่อนใช้ครบเพราะนัดไม่ได้** ข้อ 6 จึงวางสามชั้น

- **ขยายอายุคอร์ส** เมื่อผู้รับบริการเจ็บป่วยหรือตั้งครรภ์ หรือร้านปิดชั่วคราว
- **ซื้อแล้วยังไม่ได้ใช้บริการเลยภายใน 7 วัน ต้องคืนเต็มจำนวน** ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการเสริมความงามเป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ. 2563 ข้อ 3(2.1) หักได้เฉพาะค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต (ข้อ 6.2 ของสัญญา)
- **ยกเลิกได้และได้เงินคืนตามสัดส่วน** หักค่าดำเนินการที่มีเพดาน (ข้อ 6.3) และคืนโดยไม่หักอะไรเลยเมื่อร้านเป็นฝ่ายทำให้ใช้บริการต่อไม่ได้ (ข้อ 6.4) ข้อความว่า “ห้ามยกเลิก” หรือ “ไม่คืนเงินไม่ว่ากรณีใด ๆ” เป็นข้อความที่ประกาศข้อ 5(4) และ 5(5) ห้ามไว้โดยตรง และเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 ศาลลดการริบเงินที่สูงเกินส่วนได้ตามมาตรา 7
- **ต้องส่งมอบหลักฐานการรับเงินทันทีที่รับเงิน** พร้อมรายการตามข้อ 4.2 ซึ่งประกาศข้อ 3 และข้อ 4 บังคับไว้ — ไม่ใช่ออกให้ทีหลังหรือออกแต่สลิปบัตรเครดิต
- **ร้านเลิกกิจการต้องคืนเต็มตามสัดส่วน** โดยไม่มีค่าดำเนินการ

ข้อ 5.2 ให้หักสิทธิเมื่อไม่มาตามนัดได้เฉพาะเมื่อเกินจำนวนครั้งที่ยอมรับ และไม่นับการเจ็บป่วยที่มีหลักฐาน การหักสิทธิทุกครั้งที่มาสายหรือไม่มาเป็นเบี้ยปรับที่ศาลลดได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 383

## ความรับผิดเรื่องร่างกายยกเว้นไม่ได้

ข้อ 10.1 เขียนไว้ว่าข้อยกเว้นความรับผิดต่อชีวิตร่างกายไม่มีผล เพราะ พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม มาตรา 8 ห้ามไว้ แบบฟอร์ม "ยินยอมรับความเสี่ยงทั้งหมด" ที่ร้านให้ลูกค้าเซ็นจึงไม่ได้คุ้มครองร้านจากความประมาทของตัวเอง ความรับผิดทางละเมิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 ยังอยู่เสมอ สิ่งที่คุ้มครองร้านได้จริงคือแบบสอบถามสุขภาพที่ครบถ้วนตามข้อ 3.1 เพราะถ้าผู้รับบริการปกปิดประวัติ ความรับผิดตามข้อ 10.2 จะตกกับผู้รับบริการ

## ข้อมูลสุขภาพและภาพก่อนหลัง

ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหวตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26 ต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง และภาพก่อนหลังที่เห็นใบหน้าเป็นทั้งข้อมูลส่วนบุคคลและภาพของบุคคล การนำไปโฆษณาต้องได้รับความยินยอมแยกต่างหากตามมาตรา 19 และถอนได้ ข้อ 9.2 วางไว้แล้ว การใช้ภาพโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นทั้งการผิดสัญญา การละเมิดตามมาตรา 420 และความผิดตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

## ข้อที่ร้านและลูกค้าพลาดบ่อย

- **ร้านที่ไม่ใช่คลินิกขายคอร์สที่มีการฉีดหรือเลเซอร์** — ผิดกฎหมายทั้งร้านและผู้ทำ
- **โฆษณาผลลัพธ์เป็นตัวเลข** — ข้อ 2.2 ทำให้ข้อความขายเป็นส่วนของสัญญา
- **ใช้ภาพลูกค้าโพสต์โดยไม่ขอ**
- **ขายต่อระหว่างทำบริการโดยกดดันลูกค้า** — ข้อ 4.3 ให้สิทธิปฏิเสธโดยไม่กระทบคอร์ส

## เอกสารแนบท้ายสัญญา

- รายละเอียดคอร์ส รายการบริการ จำนวนครั้ง และราคาต่อครั้งเฉลี่ย
- แบบสอบถามสุขภาพและแบบยินยอมเก็บข้อมูลสุขภาพ
- แบบยินยอมใช้ภาพเพื่อโฆษณาแยกต่างหาก
- คำแนะนำการปฏิบัติตัวหลังรับบริการ
- สำเนาใบอนุญาตสถานพยาบาล ถ้าเป็นคลินิก

## วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ผู้รับบริการเก็บไว้หนึ่งฉบับพร้อมใบเสร็จ อย่าให้ลูกค้าเซ็นแบบยินยอมใช้ภาพรวมไว้ในสัญญาฉบับนี้ ต้องแยกฉบับ

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-76E952 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญาให้บริการเสริมความงามแบบคอร์ส ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

การให้บริการเสริมความงามจนเสร็จตามคอร์สเป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้ให้บริการเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า จากราคาคอร์ส … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114

### สัญญาให้บริการเสริมความงามแบบคอร์ส เสียภาษีอะไรบ้าง

ผู้รับบริการที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้ให้บริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องเรียกเก็บและออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 สำหรับคลินิกที่เป็นสถานพยาบาล บริการรักษาพยาบาลบางประเภทได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่บริการเพื่อความงามโดยทั่วไปไม่ได้รับยกเว้น ให้ตรวจกับผู้ทำบัญชี

### ใช้สัญญาให้บริการเสริมความงามแบบคอร์สตอนไหน

ใช้เมื่อขายคอร์สทรีตเมนต์หน้า ผิว หรือรูปร่างแบบจ่ายล่วงหน้าหลายครั้ง · ใช้เมื่อลูกค้าต้องการรู้เงื่อนไขคืนเงินและขยายอายุคอร์สก่อนจ่าย · ใช้เมื่อคลินิกขายคอร์สที่มีทั้งหัตถการโดยแพทย์และบริการทั่วไป

### ทำสัญญาให้บริการเสริมความงามแบบคอร์สต้องระวังอะไร

ร้านที่ไม่ใช่สถานพยาบาลห้ามฉีดสาร ใช้เลเซอร์ทางการแพทย์ หรือทำหัตถการที่สงวนไว้สำหรับแพทย์ ผิดกฎหมายและสัญญาส่วนนั้นเป็นโมฆะ · ความรับผิดต่อชีวิตร่างกายยกเว้นไม่ได้ แม้ลูกค้าจะเซ็นยอมรับความเสี่ยงก็ตาม · ข้อมูลสุขภาพต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง และภาพก่อนหลังใช้โฆษณาได้เมื่อได้รับความยินยอมแยกต่างหาก · นโยบายไม่คืนเงินในทุกกรณีเสี่ยงเป็นข้อสัญญาไม่เป็นธรรม ต้องคืนตามสัดส่วนอย่างน้อยเมื่อร้านปิดกิจการ · ให้ตรวจประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาว่าธุรกิจนี้ถูกควบคุมสัญญาหรือไม่ก่อนใช้

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาให้บริการเสริมความงามแบบคอร์ส

ถ้าเป็นนวด สปา หรือเวลเนสที่ไม่ขายผลลัพธ์ด้านรูปลักษณ์ ให้ใช้ สัญญาบริการนวด สปา หรือเวลเนสแบบแพ็กเกจ · ถ้าเป็นสมาชิกฟิตเนสหรือสตูดิโอออกกำลังกาย ให้ใช้ สัญญาสมาชิกฟิตเนสหรือสตูดิโอ · ถ้าเป็นการผ่าตัดหรือการรักษาโรคในโรงพยาบาล แม่แบบนี้ไม่เหมาะ ต้องใช้เอกสารของสถานพยาบาลตามกฎหมายวิชาชีพ

### สัญญาให้บริการเสริมความงามแบบคอร์ส ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

เส้นที่สำคัญที่สุดของธุรกิจนี้คือเส้นระหว่างร้านเสริมความงามกับคลินิก การฉีดสาร โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ การใช้เลเซอร์บางประเภท และหัตถการที่ล่วงล้ำร่างกายเป็นการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ต้องทำในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายสถานพยาบาลและโดยผู้ประกอบวิชาชีพที่มีใบอนุญาตเท่านั้น ร้านเสริมความงามที่ทำหัตถการเหล่านี้โดยไม่มีใบอนุญาตมีความผิดทางอาญา และสัญญาในส่วนนั้นเป็นโมฆะเพราะวัตถุประสงค์ขัดต่อกฎหมายตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 ข้อ 1.2 จึงให้เลือกว่าเป็นคลินิกหรือไม่ และถ้าไม่ใช่ ห้ามทำหัตถการเหล่านี้โดยชัดแจ้ง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ต้องเป็นเครื่องสำอางที่จดแจ้งตามกฎหมายเครื่องสำอาง หรือยาและเครื่องมือแพทย์ที่ได้รับอนุญาต ข้อ 1.3 ให้ผู้รับบริการขอดูเลขจดแจ้งได้ ผู้รับบริการส่วนใหญ่เป็นผู้บริโภค พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 35 ทวิ ให้อำนาจคณะกรรมการว่าด้วยสัญญากำหนดธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ถ้าธุรกิจนี้ถูกกำหนดเป็นธุรกิจควบคุมสัญญา ข้อสัญญาที่ประกาศบังคับให้ต้องมีจะถือว่ามีอยู่ในสัญญาแม้ไม่ได้เขียนไว้ตามมาตรา 35 ตรี และข้อที่ประกาศห้ามจะถือว่าไม่มีตามมาตรา 35 จัตวา ให้ตรวจประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาฉบับปัจจุบันก่อนใช้แม่แบบนี้

### ลงนามสัญญาให้บริการเสริมความงามแบบคอร์สต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ผู้รับบริการเก็บไว้หนึ่งฉบับพร้อมใบเสร็จ อย่าให้ลูกค้าเซ็นแบบยินยอมใช้ภาพรวมไว้ในสัญญาฉบับนี้ ต้องแยกฉบับ

### ทำสัญญาให้บริการเสริมความงามแบบคอร์สต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

รายละเอียดคอร์ส รายการบริการ จำนวนครั้ง และราคาต่อครั้งเฉลี่ย แบบสอบถามสุขภาพและแบบยินยอมเก็บข้อมูลสุขภาพ แบบยินยอมใช้ภาพเพื่อโฆษณาแยกต่างหาก คำแนะนำการปฏิบัติตัวหลังรับบริการ สำเนาใบอนุญาตสถานพยาบาล ถ้าเป็นคลินิก

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150

การใดมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายเป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้นเป็นโมฆะ

_บริบท: หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

_บริบท: หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420

ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

_บริบท: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 7

ในสัญญาที่มีการให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำ หากมีกรณีที่จะต้องริบมัดจำถ้ามัดจำนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงให้ริบได้เพียงเท่าความเสียหายที่แท้จริงก็ได้

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 19

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลไม่ได้หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนหรือในขณะนั้น เว้นแต่บทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้กระทำได้ การขอความยินยอมต้องทำโดยชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรือทำโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่ โดยสภาพไม่อาจขอความยินยอมด้วยวิธีการดังกล่าวได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้ง วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปด้วย และการขอความยินยอมนั้น ต้องแยกส่วนออกจากข้อความอื่นอย่างชัดเจน มีแบบหรือข้อความที่เข้าถึงได้ง่ายและเข้าใจได้ รวมทั้ง ใช้ภาษาที่อ่านง่าย และไม่เป็นการหลอกลวงหรือทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ ดังกล่าว ทั้งนี้ คณะกรรมการจะให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามแบบและข้อความที่คณะกรรมการประกาศกำหนดก็ได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องคำนึง อย่างถึงที่สุดในความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการให้ความยินยอม ทั้งนี้ ในการเข้าทำสัญญา ซึ่งรวมถึงการให้บริการใด ๆ ต้องไม่มีเงื่อนไขในการให้ความยินยอมเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีความจำเป็นหรือเกี่ยวข้องสำหรับการเข้าทำสัญญาซึ่งรวมถึงการให้บริการนั้น ๆ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะถอนความยินยอมเสียเมื่อใดก็ได้โดยจะต้องถอนความยินยอมได้ง่าย เช่นเดียวกับการให้ความยินยอม เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมายหรือ สัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ การถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมไปแล้ว โดยชอบตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ในกรณีที่การถอนความยินยอมส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในเรื่องใด ผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงผลกระทบจากการถอนความยินยอมนั้น การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ไม่มีผล ผูกพันเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และไม่ทำให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26

ห้ามมิให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็น ทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยไม่ได้รับ ความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลซึ่งเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม (2) เป็นการดำเนินกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีการคุ้มครองที่เหมาะสมของมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรือสหภาพแรงงาน ให้แก่สมาชิก ผู้ซึ่งเคยเป็นสมาชิก หรือผู้ซึ่งมีการติดต่ออย่างสม่ำเสมอกับมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กร ที่ไม่แสวงหากำไรตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นออกไปภายนอกมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรนั้น (3) เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิ เรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (5) เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ (ก) เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทำงานของ ลูกจ้าง การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือระบบและการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่ใช่การปฏิบัติ ตามกฎหมายและข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือผู้มีหน้าที่ รักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไว้เป็นความลับตามกฎหมาย ต้องเป็นการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ (ข) ประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่อ อันตรายหรือโรคระบาดที่อาจติดต่อหรือแพร่เข้ามาในราชอาณาจักร หรือการควบคุมมาตรฐานหรือคุณภาพ ของยา เวชภัณฑ์ หรือเครื่องมือแพทย์ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมและเจาะจงเพื่อคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามหน้าที่หรือ ตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ (ค) การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับ การรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติตามสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน และประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ง) การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่น ทั้งนี้ ต้องกระทำเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และได้จัดให้มีมาตรการ ที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด (จ) ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครอง สิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลชีวภาพตามวรรคหนึ่งให้หมายถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากการใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับการนำลักษณะเด่นทางกายภาพหรือทางพฤติกรรมของบุคคลมาใช้ทำให้สามารถยืนยันตัวตน ของบุคคลนั้นที่ไม่เหมือนกับบุคคลอื่นได้ เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา หรือ ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ในกรณีที่เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมต้องกระทำภายใต้ การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือได้จัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1

ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้

_บริบท: ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 86

ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

_บริบท: ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 35

ในกรณีที่ผู้พิทักษ์ไม่ยินยอมให้คนเสมือนไร้ความสามารถกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา 34 โดยปราศจากเหตุผลอันสมควร เมื่อคนเสมือนไร้ความสามารถร้องขอ ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตให้กระทำการนั้นโดยไม่ต้องรับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ก็ได้ ถ้าการนั้นจะเป็นคุณประโยชน์แก่คนเสมือนไร้ความสามารถ

_บริบท: ความสามารถของบุคคล — ป.พ.พ. ม.19–36_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_beauty_course_package

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย