# สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบไม่ผูกขาด) ต้องมีอะไรบ้าง

> แบบไม่ผูกขาด — เจ้าของยังใช้เองและให้ผู้อื่นใช้ในเขตเดียวกันได้ ใช้เมื่อเจ้าของแบรนด์ให้ผู้อื่นนำเครื่องหมายการค้าไปใช้กับสินค้าหรือบริการของผู้นั้น โดยไม่ได้ขายสินค้าหรือถ่ายทอดสูตรให้ — กำหนดสินค้าที่อนุญาต เขต ระยะเวลา การควบคุมคุณภาพ ค่าสิทธิ และการจดทะเบียนสัญญาต่อนายทะเบียนซึ่งกฎหมายบังคับเมื่อเครื่องหมายจดทะเบียนแล้ว

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%94

## ตอบสั้น

สัญญาระหว่างเจ้าของเครื่องหมายการค้ากับผู้ขอใช้ เพื่อให้นำเครื่องหมายไปใช้กับสินค้าหรือบริการที่ระบุ ภายใต้การควบคุมคุณภาพของเจ้าของ · เครื่องหมายที่จดทะเบียนแล้ว สัญญาอนุญาตต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อนายทะเบียน มิฉะนั้นไม่มีผลตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ม.68

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้เมื่อให้ผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายติดแบรนด์ของเราบนสินค้าของเขา
- **อากรแสตมป์:** สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าไม่มีในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากร และใบรับเงินค่าตอบแทนก็ไม่ต้องปิด เพราะลักษณะ 28 (ใบรับ) จำกัดเฉพาะใบรับรางวัลสลากกินแบ่งของรัฐบาล ใบรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ และใบรับการขายหรือโอนยานพาหนะที่จดทะเบียนเท่านั้น สิ่งที่ต้องเสียจริงคือ ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับอากรแสตมป์ ให้ตรวจอัตราปัจจุบันจากกฎกระทรวงก่อนยื่น และถ้ามอบอำนาจให้ตัวแทนไปยื่น หนังสือมอบอำนาจเข้าลักษณะ 7 ต้องปิดอากร ตามจำนวนผู้รับมอบอำนาจและขอบเขตที่มอบ ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ปิดไม่บริบูรณ์ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118
- **ภาษี:** ค่าตอบแทนการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าเป็นค่าแห่งสิทธิตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(3) ถ้าผู้รับอนุญาตเป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น และผู้อนุญาตเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2 ทั้งค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าสิทธิรายงวด และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ถ้าผู้อนุญาตเป็นบุคคลธรรมดา การหักภาษีคำนวณคนละวิธี ให้ตรวจกับผู้ทำบัญชีก่อนจ่าย การอนุญาตให้ใช้สิทธิเป็นการให้บริการในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม หากผู้อนุญาตจดทะเบียน VAT ต้องเรียกเก็บและออกใบกำกับภาษี แยกบรรทัดให้ชัดระหว่างค่าสิทธิกับค่าอื่น ถ้าผู้อนุญาตขายสินค้าหรือวัตถุดิบให้ผู้รับอนุญาตด้วย นั่นเป็นการขายสินค้าคนละเรื่องกับค่าสิทธิ และถ้ามีการฝึกอบรมหรือบริการที่ปรึกษา ส่วนนั้นเป็นค่าบริการหักตามข้อ 12/1 จ่ายค่าสิทธิให้เจ้าของเครื่องหมายที่อยู่ต่างประเทศมีกฎคนละชุด ต้องตรวจอนุสัญญาภาษีซ้อนก่อนจ่าย
- **แบบที่กฎหมายกำหนด:** ข้อนี้คือหัวใจของสัญญาทั้งฉบับ — ถ้าเครื่องหมายจดทะเบียนแล้ว กฎหมายว่าด้วยเครื่องหมายการค้า มาตรา 68 บังคับว่าสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อนายทะเบียน ทำแค่เซ็นสัญญากันเองไม่พอ คำขอจดทะเบียนต้องแสดงอย่างน้อยสองเรื่องตาม ม.68 1. เงื่อนไขที่ทำให้เจ้าของควบคุมคุณภาพสินค้าของผู้ได้รับอนุญาตได้อย่างแท้จริง — นี่คือเหตุผลที่ข้อ 3 ของสัญญาเขียนมาตรฐานคุณภาพ การส่งตัวอย่างให้อนุมัติ และสิทธิเข้าตรวจไว้ละเอียด ไม่ใช่เขียนให้ดูดี แต่เป็นเงื่อนไขที่นายทะเบียนดู 2. สินค้าที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมาย — ต้องอยู่ในรายการสินค้าที่จดทะเบียนไว้ ถ้าอนุญาตให้ใช้กับสินค้าที่ไม่ได้จดไว้ ส่วนนั้นไม่มีอะไรรองรับ สองเรื่องที่ตามมา — การใช้เครื่องหมายโดยผู้ได้รับอนุญาตถือเป็นการใช้โดยเจ้าของ (ม.70) ซึ่งช่วยกันไม่ให้เครื่องหมายถูกเพิกถอนเพราะไม่ได้ใช้ และถ้าเจ้าของคุมคุณภาพไม่ได้จริง หรือการใช้ทำให้สาธารณชนสับสน นายทะเบียนสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตได้ (ม.72) การแก้ไขหรือเลิกสัญญาในภายหลังก็ต้องไปร้องขอต่อนายทะเบียนด้วย (ม.71–72) ถ้านายทะเบียนรับจดทะเบียนโดยมีเงื่อนไขหรือข้อจำกัด หรือไม่รับจดทะเบียน นายทะเบียนต้องแจ้งเหตุผล และเจ้าของหรือผู้ได้รับอนุญาตอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการได้ภายใน 60 วันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้ง (ม.69) ข้อ 4.2 ให้คู่สัญญาปฏิบัติตามเงื่อนไขที่นายทะเบียนกำหนด และระยะเวลาอนุญาตกับค่าสิทธิรายปี (ถ้ามี) เริ่มนับจากวันที่นายทะเบียนมีคำสั่งรับจดทะเบียน ไม่ใช่วันลงนาม ถ้าเครื่องหมาย ยังไม่จดทะเบียน ไม่มีหน้าที่ไปจดสัญญา แต่ต้องรู้ว่าได้ความคุ้มครองน้อยกว่ามาก และคนอื่นอาจยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายที่เหมือนหรือคล้ายกันตัดหน้าได้ ข้อ 4.2 จึงห้ามผู้รับอนุญาตไปยื่นจดในนามตัวเอง ซึ่งเป็นวิธีที่คนถูกยึดแบรนด์กันมาแล้ว
- **มาตราที่อ้าง:** พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ม.44, 68, 69, 70, 71, 72; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.15, 18 (กรณีงานออกแบบโลโก้); ป.พ.พ. ม.204, 224, 383, 387, 391; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 ม.4, 5, 8; พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 ม.57 (สรุปสาระ); ประมวลรัษฎากร ม.40(3), 118 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ (ไม่มีลักษณะใดคลุมการอนุญาตใช้เครื่องหมายการค้า); คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 349 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้เมื่อให้ผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายติดแบรนด์ของเราบนสินค้าของเขา
- ใช้เมื่อทำสินค้าร่วมแบรนด์หรือให้ใช้ชื่อแบรนด์กับสินค้าคนละหมวดกับที่เราขาย
- ใช้เมื่อให้ใช้ชื่อแบรนด์กับบริการ เช่น สาขาที่ผู้อื่นเปิด โดยไม่ได้ให้ทั้งระบบธุรกิจ
- ใช้เมื่อต้องกำหนดมาตรฐานคุณภาพและการตรวจสอบก่อนออกสินค้า

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- เครื่องหมายที่จดทะเบียนแล้ว สัญญาอนุญาตต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อนายทะเบียน มิฉะนั้นไม่มีผลตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ม.68
- คำขอจดทะเบียนต้องแสดงเงื่อนไขที่ทำให้เจ้าของควบคุมคุณภาพสินค้าได้จริง ตาม ม.68 (1) และต้องระบุสินค้าที่อนุญาตตาม ม.68 (2)
- ถ้าเจ้าของควบคุมคุณภาพไม่ได้จริง หรือการใช้ทำให้สาธารณชนสับสน นายทะเบียนสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตได้ตาม ม.72
- การใช้เครื่องหมายโดยผู้ได้รับอนุญาตถือเป็นการใช้โดยเจ้าของตาม ม.70 จึงช่วยรักษาสิทธิไม่ให้ถูกเพิกถอนเพราะไม่ได้ใช้
- เครื่องหมายที่ยังไม่จดทะเบียนอนุญาตกันได้ตามสัญญา แต่ไม่ได้รับความคุ้มครองแบบเครื่องหมายจดทะเบียนและฟ้องบังคับได้จำกัด
- ค่าตอบแทนเป็นค่าสิทธิตามประมวลรัษฎากร ม.40(3) ผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ถ้าต้องการให้ผู้รับอนุญาตรายเดียวใช้เครื่องหมายในเขตโดยเจ้าของไม่ใช้เองและไม่ให้ผู้อื่น มียอดขายขั้นต่ำ และเจ้าของต้องปราบปรามผู้ละเมิด ให้ใช้ [สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบผูกขาดแต่ผู้เดียว)](/s/th_trademark_license_exclusive)
- ไม่เหมาะเมื่อให้สิทธิผลิตตามสิทธิบัตรหรือสูตรพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีและคิดค่าสิทธิตามยอดขาย ให้ใช้ [สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา](/s/th_ip_license)
- ไม่เหมาะเมื่อให้ทั้งระบบธุรกิจ ทำเล คู่มือปฏิบัติงาน และการฝึกอบรม ให้ใช้ [สัญญาให้สิทธิทางการค้าและบริการ (แฟรนไชส์)](/s/th_franchise)
- ไม่เหมาะเมื่อเป็นการให้บุคคลใช้ชื่อแบรนด์ในฐานะพรีเซนเตอร์ ให้ใช้ [สัญญา Brand Ambassador](/s/th_brand_ambassador)
- สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า ภาษาอังกฤษ — ใช้ [Trademark Licence Agreement — สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า ภาษาอังกฤษ](/s/en_trademark_licence)

## อากรแสตมป์

**สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าไม่มีในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากร** และใบรับเงินค่าตอบแทนก็ไม่ต้องปิด เพราะลักษณะ 28 (ใบรับ) จำกัดเฉพาะใบรับรางวัลสลากกินแบ่งของรัฐบาล ใบรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ และใบรับการขายหรือโอนยานพาหนะที่จดทะเบียนเท่านั้น

สิ่งที่ต้องเสียจริงคือ **ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา** ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับอากรแสตมป์ ให้ตรวจอัตราปัจจุบันจากกฎกระทรวงก่อนยื่น และถ้ามอบอำนาจให้ตัวแทนไปยื่น **หนังสือมอบอำนาจเข้าลักษณะ 7 ต้องปิดอากร** ตามจำนวนผู้รับมอบอำนาจและขอบเขตที่มอบ

ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ปิดไม่บริบูรณ์ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118

## การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

**ข้อนี้คือหัวใจของสัญญาทั้งฉบับ** — ถ้าเครื่องหมายจดทะเบียนแล้ว กฎหมายว่าด้วยเครื่องหมายการค้า มาตรา 68 บังคับว่าสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า **ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อนายทะเบียน** ทำแค่เซ็นสัญญากันเองไม่พอ

คำขอจดทะเบียนต้องแสดงอย่างน้อยสองเรื่องตาม ม.68

1. **เงื่อนไขที่ทำให้เจ้าของควบคุมคุณภาพสินค้าของผู้ได้รับอนุญาตได้อย่างแท้จริง** — นี่คือเหตุผลที่ข้อ 3 ของสัญญาเขียนมาตรฐานคุณภาพ การส่งตัวอย่างให้อนุมัติ และสิทธิเข้าตรวจไว้ละเอียด ไม่ใช่เขียนให้ดูดี แต่เป็นเงื่อนไขที่นายทะเบียนดู
2. **สินค้าที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมาย** — ต้องอยู่ในรายการสินค้าที่จดทะเบียนไว้ ถ้าอนุญาตให้ใช้กับสินค้าที่ไม่ได้จดไว้ ส่วนนั้นไม่มีอะไรรองรับ

**สองเรื่องที่ตามมา** — การใช้เครื่องหมายโดยผู้ได้รับอนุญาตถือเป็นการใช้โดยเจ้าของ (ม.70) ซึ่งช่วยกันไม่ให้เครื่องหมายถูกเพิกถอนเพราะไม่ได้ใช้ และถ้าเจ้าของคุมคุณภาพไม่ได้จริง หรือการใช้ทำให้สาธารณชนสับสน **นายทะเบียนสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตได้ (ม.72)** การแก้ไขหรือเลิกสัญญาในภายหลังก็ต้องไปร้องขอต่อนายทะเบียนด้วย (ม.71–72)

ถ้านายทะเบียนรับจดทะเบียนโดยมีเงื่อนไขหรือข้อจำกัด หรือไม่รับจดทะเบียน นายทะเบียนต้องแจ้งเหตุผล และเจ้าของหรือผู้ได้รับอนุญาตอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการได้ภายใน 60 วันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้ง (ม.69) ข้อ 4.2 ให้คู่สัญญาปฏิบัติตามเงื่อนไขที่นายทะเบียนกำหนด และระยะเวลาอนุญาตกับค่าสิทธิรายปี (ถ้ามี) เริ่มนับจากวันที่นายทะเบียนมีคำสั่งรับจดทะเบียน ไม่ใช่วันลงนาม

ถ้าเครื่องหมาย **ยังไม่จดทะเบียน** ไม่มีหน้าที่ไปจดสัญญา แต่ต้องรู้ว่าได้ความคุ้มครองน้อยกว่ามาก และคนอื่นอาจยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายที่เหมือนหรือคล้ายกันตัดหน้าได้ ข้อ 4.2 จึงห้ามผู้รับอนุญาตไปยื่นจดในนามตัวเอง ซึ่งเป็นวิธีที่คนถูกยึดแบรนด์กันมาแล้ว

## ภาษี

ค่าตอบแทนการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าเป็นค่าแห่งสิทธิตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(3) **ถ้าผู้รับอนุญาตเป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น และผู้อนุญาตเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2** ทั้งค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าสิทธิรายงวด และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ถ้าผู้อนุญาตเป็นบุคคลธรรมดา การหักภาษีคำนวณคนละวิธี ให้ตรวจกับผู้ทำบัญชีก่อนจ่าย

- การอนุญาตให้ใช้สิทธิเป็นการให้บริการในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม หากผู้อนุญาตจดทะเบียน VAT ต้องเรียกเก็บและออกใบกำกับภาษี
- **แยกบรรทัดให้ชัดระหว่างค่าสิทธิกับค่าอื่น** ถ้าผู้อนุญาตขายสินค้าหรือวัตถุดิบให้ผู้รับอนุญาตด้วย นั่นเป็นการขายสินค้าคนละเรื่องกับค่าสิทธิ และถ้ามีการฝึกอบรมหรือบริการที่ปรึกษา ส่วนนั้นเป็นค่าบริการหักตามข้อ 12/1
- จ่ายค่าสิทธิให้เจ้าของเครื่องหมายที่อยู่ต่างประเทศมีกฎคนละชุด ต้องตรวจอนุสัญญาภาษีซ้อนก่อนจ่าย

## กฎหมายแข่งขันทางการค้า

ถ้าผู้อนุญาตเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาดหรือมีส่วนแบ่งตลาดสูง การกำหนดเงื่อนไขที่จำกัดเสรีภาพของผู้รับอนุญาตเกินจำเป็น เช่น บังคับซื้อวัตถุดิบจากผู้อนุญาตเท่านั้น กำหนดราคาขายปลีกตายตัว หรือห้ามขายสินค้าคู่แข่งทุกชนิด อาจเข้าข่ายการใช้อำนาจเหนือตลาดโดยมิชอบ สัญญาฉบับนี้จึงไม่ใส่ข้อบังคับซื้อและไม่กำหนดราคาขายปลีกไว้ ถ้าจำเป็นต้องมี ควรปรึกษาทนายความของคุณเรื่องโครงสร้างตลาดก่อน

## ข้อที่เจ้าของแบรนด์และผู้ขอใช้พลาดบ่อย

- **เซ็นสัญญาแล้วไม่ไปจดทะเบียน** — ข้อผิดพลาดอันดับหนึ่งของสัญญาประเภทนี้ เครื่องหมายจดทะเบียนแล้วต้องจดสัญญาอนุญาตด้วย ข้อ 4 จึงระบุว่าใครยื่น ภายในกี่วัน และใครออกค่าใช้จ่าย
- **เขียนข้อควบคุมคุณภาพไว้สวยแต่ไม่เคยตรวจจริง** — เป็นเหตุเพิกถอนได้ตาม ม.72 (2) และทำให้เครื่องหมายอ่อนแอลงเมื่อต้องฟ้องคนอื่น
- **อนุญาตกับสินค้าที่ไม่ได้จดทะเบียนไว้** — จดไว้จำพวกเสื้อผ้าแล้วอนุญาตให้ใช้กับเครื่องสำอาง ส่วนที่ไม่ได้จดไม่มีความคุ้มครองแบบเครื่องหมายจดทะเบียนรองรับ
- **ลืมว่าค่าความนิยมเป็นของเจ้าของ** — ผู้รับอนุญาตที่ทุ่มโฆษณาจนแบรนด์ดังขึ้น ไม่ได้สิทธิในเครื่องหมายเพิ่ม ข้อ 5.3 เขียนไว้ชัดเพื่อไม่ให้เข้าใจผิดตอนเลิกสัญญา
- **ไม่มีขั้นตอนถอดแบรนด์** — พอเลิกสัญญาแล้วป้ายหน้าร้านยังอยู่ เพจยังใช้ชื่อเดิม สินค้าค้างสต๊อกยังติดโลโก้ ข้อ 9.2 แยกเวลาระบายสินค้ากับเวลาถอดแบรนด์ออกจากกัน เพราะสองอย่างนี้ไม่ควรเท่ากัน
- **ผู้รับอนุญาตไปจดโดเมนหรือชื่อบริษัทด้วยชื่อแบรนด์** — ข้อ 5.2 ห้ามไว้ รวมถึงการซื้อโฆษณาด้วยคำค้นหาที่เป็นชื่อแบรนด์แข่งกับเจ้าของ
- **คิดว่าเจ้าของแบรนด์ต้องรับผิดเรื่องสินค้าด้วย** — ผู้รับอนุญาตเป็นผู้ผลิตหรือจัดหาสินค้าเอง จึงรับผิดชอบความปลอดภัย ฉลาก และใบอนุญาตของสินค้าแต่ผู้เดียวตามข้อ 6.1 การที่เจ้าของอนุมัติตัวอย่างไม่ได้โอนความรับผิดนั้นมา

## แบบไม่ผูกขาด หมายความว่าอะไร

ผู้อนุญาตยังขายสินค้าเดียวกันเองและให้รายอื่นใช้เครื่องหมายในเขตเดียวกันได้ตามข้อ 2.3 ผู้รับอนุญาตที่จะลงทุนมากและต้องการกันคู่แข่งในเขต ควรใช้สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าแบบผูกขาดแต่ผู้เดียวแทน ซึ่งมีหน้าที่ของเจ้าของเรื่องปราบปรามผู้ละเมิดและยอดขายขั้นต่ำ

## รายงาน ตัวอย่าง และสินค้าไม่ได้มาตรฐาน

- ส่งรายงานการผลิตและจำหน่ายทุกไตรมาสตามข้อ 3.5 — เป็นหลักฐานว่าเจ้าของควบคุมคุณภาพได้จริงตาม ม.68 (1) และหลักฐานการใช้เครื่องหมายตาม ม.70 ถ้าไม่ส่ง ผู้อนุญาตบอกให้แก้และเลิกสัญญาได้ตามข้อ 9.1
- ขายสินค้าไม่ได้มาตรฐานเป็นสินค้าชั้นสองโดยยังติดเครื่องหมาย (ข้อ 3.7) หรือขายให้ผู้ที่จะนำไปขายนอกเขต (ข้อ 5.4) — เป็นการใช้นอกขอบเขตที่ผู้อนุญาตระงับการใช้ได้ทันทีตามข้อ 9.1 และเรียกค่าเสียหายหรือค่าใช้เพิ่มตามข้อ 7.5 · ข้อห้ามขายนอกเขตต้องใช้เท่าที่จำเป็น ถ้าผู้อนุญาตมีอำนาจเหนือตลาดอาจเสี่ยงกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ม.57
- เมื่อสัญญาสิ้นสุด สินค้าที่ผลิตโดยชอบและได้มาตรฐานไม่ต้องทำลาย ให้ขายภายในระยะที่ตกลง แล้วถอดเครื่องหมายหรือเสนอขายให้ผู้อนุญาตตามข้อ 9.2 สินค้าที่ขายให้ผู้ซื้อไปแล้วไม่ต้องเรียกคืน

## เอกสารแนบท้ายสัญญา

- ภาพเครื่องหมาย … ทุกรูปแบบที่อนุญาต พร้อมไฟล์ต้นฉบับ คู่มือการใช้ สัดส่วน และสีมาตรฐาน
- สำเนาหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องหมายเลขที่ … และรายการจำพวกสินค้า …หลักฐานการใช้เครื่องหมายมาก่อน เช่น วันเริ่มใช้ ยอดขาย และสื่อโฆษณา เพื่อใช้ยันสิทธิระหว่างยังไม่จดทะเบียน
- รายการสินค้าหรือบริการที่อนุญาต … พร้อมภาพบรรจุภัณฑ์และฉลากที่ผ่านการอนุมัติ
- มาตรฐานคุณภาพ … แบบฟอร์มส่งตัวอย่าง และแบบบันทึกผลการตรวจ
- แบบรายงานยอดขายสำหรับคำนวณค่าสิทธิ และนิยามยอดขายสุทธิที่ใช้ร่วมกันตารางค่าตอบแทนและกำหนดชำระ
- คำขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตและหนังสือมอบอำนาจ ถ้ามอบให้ตัวแทนยื่นบันทึกข้อตกลงว่าจะจดทะเบียนสัญญาอนุญาตเมื่อเครื่องหมายได้รับจดทะเบียน

## วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย ลงชื่อกำกับทุกหน้าและเอกสารแนบทุกชุด ตรวจอำนาจลงนามและหนังสือรับรองของฝ่ายที่เป็นนิติบุคคล

**อย่าลืมขั้นตอนที่ทำให้สัญญานี้มีผลจริง** — หลังลงนาม ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตต่อนายทะเบียนภายใน … วันตามข้อ 4 และเก็บใบรับคำขอไว้กับสัญญา อย่าเพิ่งให้ผู้รับอนุญาตผลิตสินค้าจำนวนมากก่อนรู้ผลระหว่างที่เครื่องหมายยังไม่จดทะเบียน ให้เก็บหลักฐานการใช้เครื่องหมายของทั้งสองฝ่ายไว้เป็นระบบ ทั้งวันเริ่มใช้ ภาพสินค้า ใบเสร็จ และสื่อโฆษณา เพราะเป็นสิ่งเดียวที่ใช้ยันสิทธิได้เมื่อมีคนอื่นมายื่นจดทะเบียนตัดหน้า

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-7F4FD8 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบไม่ผูกขาด) ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าไม่มีในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากร และใบรับเงินค่าตอบแทนก็ไม่ต้องปิด เพราะลักษณะ 28 (ใบรับ) จำกัดเฉพาะใบรับรางวัลสลากกินแบ่งของรัฐบาล ใบรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ และใบรับการขายหรือโอนยานพาหนะที่จดทะเบียนเท่านั้น สิ่งที่ต้องเสียจริงคือ ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับอากรแสตมป์ ให้ตรวจอัตราปัจจุบันจากกฎกระทรวงก่อนยื่น และถ้ามอบอำนาจให้ตัวแทนไปยื่น หนังสือมอบอำนาจเข้าลักษณะ 7 ต้องปิดอากร ตามจำนวนผู้รับมอบอำนาจและขอบเขตที่มอบ ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ปิดไม่บริบูรณ์ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118

### สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบไม่ผูกขาด) เสียภาษีอะไรบ้าง

ค่าตอบแทนการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าเป็นค่าแห่งสิทธิตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(3) ถ้าผู้รับอนุญาตเป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น และผู้อนุญาตเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2 ทั้งค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าสิทธิรายงวด และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ถ้าผู้อนุญาตเป็นบุคคลธรรมดา การหักภาษีคำนวณคนละวิธี ให้ตรวจกับผู้ทำบัญชีก่อนจ่าย การอนุญาตให้ใช้สิทธิเป็นการให้บริการในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม หากผู้อนุญาตจดทะเบียน VAT ต้องเรียกเก็บและออกใบกำกับภาษี แยกบรรทัดให้ชัดระหว่างค่าสิทธิกับค่าอื่น ถ้าผู้อนุญาตขายสินค้าหรือวัตถุดิบให้ผู้รับอนุญาตด้วย นั่นเป็นการขายสินค้าคนละเรื่องกับค่าสิทธิ และถ้ามีการฝึกอบรมหรือบริการที่ปรึกษา ส่วนนั้นเป็นค่าบริการหักตามข้อ 12/1 จ่ายค่าสิทธิให้เจ้าของเครื่องหมายที่อยู่ต่างประเทศมีกฎคนละชุด ต้องตรวจอนุสัญญาภาษีซ้อนก่อนจ่าย

### ใช้สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบไม่ผูกขาด)ตอนไหน

ใช้เมื่อให้ผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายติดแบรนด์ของเราบนสินค้าของเขา · ใช้เมื่อทำสินค้าร่วมแบรนด์หรือให้ใช้ชื่อแบรนด์กับสินค้าคนละหมวดกับที่เราขาย · ใช้เมื่อให้ใช้ชื่อแบรนด์กับบริการ เช่น สาขาที่ผู้อื่นเปิด โดยไม่ได้ให้ทั้งระบบธุรกิจ · ใช้เมื่อต้องกำหนดมาตรฐานคุณภาพและการตรวจสอบก่อนออกสินค้า

### ทำสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบไม่ผูกขาด)ต้องระวังอะไร

เครื่องหมายที่จดทะเบียนแล้ว สัญญาอนุญาตต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อนายทะเบียน มิฉะนั้นไม่มีผลตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ม.68 · คำขอจดทะเบียนต้องแสดงเงื่อนไขที่ทำให้เจ้าของควบคุมคุณภาพสินค้าได้จริง ตาม ม.68 (1) และต้องระบุสินค้าที่อนุญาตตาม ม.68 (2) · ถ้าเจ้าของควบคุมคุณภาพไม่ได้จริง หรือการใช้ทำให้สาธารณชนสับสน นายทะเบียนสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตได้ตาม ม.72 · การใช้เครื่องหมายโดยผู้ได้รับอนุญาตถือเป็นการใช้โดยเจ้าของตาม ม.70 จึงช่วยรักษาสิทธิไม่ให้ถูกเพิกถอนเพราะไม่ได้ใช้ · เครื่องหมายที่ยังไม่จดทะเบียนอนุญาตกันได้ตามสัญญา แต่ไม่ได้รับความคุ้มครองแบบเครื่องหมายจดทะเบียนและฟ้องบังคับได้จำกัด · ค่าตอบแทนเป็นค่าสิทธิตามประมวลรัษฎากร ม.40(3) ผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบไม่ผูกขาด)

ถ้าต้องการให้ผู้รับอนุญาตรายเดียวใช้เครื่องหมายในเขตโดยเจ้าของไม่ใช้เองและไม่ให้ผู้อื่น มียอดขายขั้นต่ำ และเจ้าของต้องปราบปรามผู้ละเมิด ให้ใช้ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบผูกขาดแต่ผู้เดียว) · ไม่เหมาะเมื่อให้สิทธิผลิตตามสิทธิบัตรหรือสูตรพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีและคิดค่าสิทธิตามยอดขาย ให้ใช้ สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา · ไม่เหมาะเมื่อให้ทั้งระบบธุรกิจ ทำเล คู่มือปฏิบัติงาน และการฝึกอบรม ให้ใช้ สัญญาให้สิทธิทางการค้าและบริการ (แฟรนไชส์) · ไม่เหมาะเมื่อเป็นการให้บุคคลใช้ชื่อแบรนด์ในฐานะพรีเซนเตอร์ ให้ใช้ สัญญา Brand Ambassador · สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า ภาษาอังกฤษ — ใช้ Trademark Licence Agreement — สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า ภาษาอังกฤษ

### สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบไม่ผูกขาด) ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

ข้อนี้คือหัวใจของสัญญาทั้งฉบับ — ถ้าเครื่องหมายจดทะเบียนแล้ว กฎหมายว่าด้วยเครื่องหมายการค้า มาตรา 68 บังคับว่าสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อนายทะเบียน ทำแค่เซ็นสัญญากันเองไม่พอ คำขอจดทะเบียนต้องแสดงอย่างน้อยสองเรื่องตาม ม.68 1. เงื่อนไขที่ทำให้เจ้าของควบคุมคุณภาพสินค้าของผู้ได้รับอนุญาตได้อย่างแท้จริง — นี่คือเหตุผลที่ข้อ 3 ของสัญญาเขียนมาตรฐานคุณภาพ การส่งตัวอย่างให้อนุมัติ และสิทธิเข้าตรวจไว้ละเอียด ไม่ใช่เขียนให้ดูดี แต่เป็นเงื่อนไขที่นายทะเบียนดู 2. สินค้าที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมาย — ต้องอยู่ในรายการสินค้าที่จดทะเบียนไว้ ถ้าอนุญาตให้ใช้กับสินค้าที่ไม่ได้จดไว้ ส่วนนั้นไม่มีอะไรรองรับ สองเรื่องที่ตามมา — การใช้เครื่องหมายโดยผู้ได้รับอนุญาตถือเป็นการใช้โดยเจ้าของ (ม.70) ซึ่งช่วยกันไม่ให้เครื่องหมายถูกเพิกถอนเพราะไม่ได้ใช้ และถ้าเจ้าของคุมคุณภาพไม่ได้จริง หรือการใช้ทำให้สาธารณชนสับสน นายทะเบียนสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตได้ (ม.72) การแก้ไขหรือเลิกสัญญาในภายหลังก็ต้องไปร้องขอต่อนายทะเบียนด้วย (ม.71–72) ถ้านายทะเบียนรับจดทะเบียนโดยมีเงื่อนไขหรือข้อจำกัด หรือไม่รับจดทะเบียน นายทะเบียนต้องแจ้งเหตุผล และเจ้าของหรือผู้ได้รับอนุญาตอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการได้ภายใน 60 วันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้ง (ม.69) ข้อ 4.2 ให้คู่สัญญาปฏิบัติตามเงื่อนไขที่นายทะเบียนกำหนด และระยะเวลาอนุญาตกับค่าสิทธิรายปี (ถ้ามี) เริ่มนับจากวันที่นายทะเบียนมีคำสั่งรับจดทะเบียน ไม่ใช่วันลงนาม ถ้าเครื่องหมาย ยังไม่จดทะเบียน ไม่มีหน้าที่ไปจดสัญญา แต่ต้องรู้ว่าได้ความคุ้มครองน้อยกว่ามาก และคนอื่นอาจยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายที่เหมือนหรือคล้ายกันตัดหน้าได้ ข้อ 4.2 จึงห้ามผู้รับอนุญาตไปยื่นจดในนามตัวเอง ซึ่งเป็นวิธีที่คนถูกยึดแบรนด์กันมาแล้ว

### ลงนามสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบไม่ผูกขาด)ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย ลงชื่อกำกับทุกหน้าและเอกสารแนบทุกชุด ตรวจอำนาจลงนามและหนังสือรับรองของฝ่ายที่เป็นนิติบุคคล อย่าลืมขั้นตอนที่ทำให้สัญญานี้มีผลจริง — หลังลงนาม ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตต่อนายทะเบียนภายใน … วันตามข้อ 4 และเก็บใบรับคำขอไว้กับสัญญา อย่าเพิ่งให้ผู้รับอนุญาตผลิตสินค้าจำนวนมากก่อนรู้ผลระหว่างที่เครื่องหมายยังไม่จดทะเบียน ให้เก็บหลักฐานการใช้เครื่องหมายของทั้งสองฝ่ายไว้เป็นระบบ ทั้งวันเริ่มใช้ ภาพสินค้า ใบเสร็จ และสื่อโฆษณา เพราะเป็นสิ่งเดียวที่ใช้ยันสิทธิได้เมื่อมีคนอื่นมายื่นจดทะเบียนตัดหน้า

### ทำสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบไม่ผูกขาด)ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

ภาพเครื่องหมาย … ทุกรูปแบบที่อนุญาต พร้อมไฟล์ต้นฉบับ คู่มือการใช้ สัดส่วน และสีมาตรฐาน สำเนาหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องหมายเลขที่ … และรายการจำพวกสินค้า …หลักฐานการใช้เครื่องหมายมาก่อน เช่น วันเริ่มใช้ ยอดขาย และสื่อโฆษณา เพื่อใช้ยันสิทธิระหว่างยังไม่จดทะเบียน รายการสินค้าหรือบริการที่อนุญาต … พร้อมภาพบรรจุภัณฑ์และฉลากที่ผ่านการอนุมัติ มาตรฐานคุณภาพ … แบบฟอร์มส่งตัวอย่าง และแบบบันทึกผลการตรวจ แบบรายงานยอดขายสำหรับคำนวณค่าสิทธิ และนิยามยอดขายสุทธิที่ใช้ร่วมกันตารางค่าตอบแทนและกำหนดชำระ คำขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตและหนังสือมอบอำนาจ ถ้ามอบให้ตัวแทนยื่นบันทึกข้อตกลงว่าจะจดทะเบียนสัญญาอนุญาตเมื่อเครื่องหมายได้รับจดทะเบียน

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 44

ภายใต้บังคับมาตรา 27 และมาตรา 68 เมื่อได้จดทะเบียน เครื่องหมายการค้าแล้ว ผู้ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า เป็นผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียว ในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้

_บริบท: พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)_

### พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 68

เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วจะทำสัญญาอนุญาตให้ บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้าของตน สำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ทั้งหมดหรือบางอย่างก็ได้ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่ง ต้องทำเป็นหนังสือและจด ทะเบียนต่อนายทะเบียน การขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าวตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่คำขอจดทะเบียนนั้นอย่างน้อยต้องแสดงรายการดังต่อไปนี้ (1) เงื่อนไขหรือข้อกำหนดระหว่างเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น และผู้ขอจด ทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาต ที่จะทำให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นสามารถควบคุมคุณภาพของ สินค้าของผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตได้อย่างแท้จริง (2) สินค้าที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)_

### พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 69

ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่าสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า ตามมาตรา 68 จะไม่เป็นการทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิด และไม่เป็นการขัดต่อความสงบ เรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือรัฐประศาสโนบาย ให้นายทะเบียนมีคำสั่งรับจด ทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าวโดยจะมีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดใดเพื่อประโยชน์ดังกล่าวก็ได้ แต่ถ้านาย ทะเบียนเห็นว่าสัญญาอนุญาตดังกล่าวจะเป็นการทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิด หรือเป็นการขัด ต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือรัฐประศาสโนบาย ให้นายทะเบียนมีคำสั่ง ไม่รับจดทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าว เมื่อนายทะเบียนได้มีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดตามวรรคหนึ่งแล้วให้มีหนังสือแจ้งคำสั่ง ให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าและผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตทราบโดยไม่ชักช้า ในกรณีที่นาย ทะเบียนได้มีคำสั่งรับจดทะเบียนโดยมีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดหรือมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนให้แจ้งเหตุผล ให้บุคคลดังกล่าวทราบด้วย เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์ คำสั่งของนายทะเบียนตามวรรคหนึ่งต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง คำสั่งของนายทะเบียน ถ้าไม่อุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าคำสั่งของนายทะเบียนเป็น ที่สุด คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการตามวรรคสามให้เป็นที่สุด

_บริบท: พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)_

### พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 70

การใช้เครื่องหมายการค้าโดยผู้ได้รับอนุญาตสำหรับสินค้าในการ ประกอบธุรกิจของตนตามที่ได้รับอนุญาตไว้ ให้ถือว่าเป็นการใช้เครื่องหมายการค้าโดยเจ้าของ เครื่องหมายการค้านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)_

### พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 71

เจ้าของเครื่องหมายการค้าและผู้ได้รับอนุญาตอาจร่วมกันร้องขอต่อ นายทะเบียนให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าใน ส่วนที่เกี่ยวกับสินค้าที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น หรือในส่วนที่เกี่ยวกับเงื่อนไขหรือ ข้อจำกัดที่เจ้าของเครื่องหมายการค้าได้กำหนดไว้ในสัญญาอนุญาตดังกล่าวได้ และให้นำมาตรา 69 มาใช้บังคับโดยอนุโลม การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตตามวรรคหนึ่งให้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

_บริบท: พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)_

### พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 72

เจ้าของเครื่องหมายการค้าและผู้ได้รับอนุญาตอาจร่วมกันร้องขอต่อ นายทะเบียนให้สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าได้ เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือผู้ได้รับอนุญาต□□ายหนึ่ง□□ายใด อาจร้องขอต่อนาย ทะเบียนให้สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า หากแสดงได้ว่าสัญญา อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว ผู้มีส่วนได้เสียหรือนายทะเบียนอาจร้องขอต่อคณะกรรมการให้สั่งเพิกถอนการจด ทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าได้ หากแสดงได้ว่า (1) การใช้เครื่องหมายการค้าโดยผู้ได้รับอนุญาตนั้นทำให้สาธารณชนสับสนหรือ หลงผิดหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือรัฐประศาสโนบาย หรือ (2) เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นไม่อาจควบคุมคุณภาพของสินค้าที่ใช้เครื่องหมาย การค้านั้นได้อย่างแท้จริงอีกต่อไป การขอเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตตามมาตรานี้ ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

_บริบท: พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15

ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม หรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18

ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204

ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

_บริบท: หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387

ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้

_บริบท: หมวด 4 เลิกสัญญา_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391

เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่

_บริบท: หมวด 4 เลิกสัญญา_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 57

ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจกระทำการใด ๆ อันเป็นผลให้เกิดความเสียหายแก่

_บริบท: พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 40

เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

_บริบท: ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 57

ในคำสั่งตั้งผู้จัดการทรัพย์สิน ศาลจะกำหนดบำเหน็จให้แก่ผู้จัดการทรัพย์สินโดยจ่ายจากทรัพย์สินของผู้ไม่อยู่นั้นก็ได้ ถ้าศาลมิได้กำหนด ผู้จัดการทรัพย์สินจะร้องขอต่อศาลให้กำหนดบำเหน็จในภายหลังก็ได้

_บริบท: สาบสูญ — ป.พ.พ. ม.48–64_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_trademark_license

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย