# สัญญารับบริหารช่อง YouTube ต้องมีอะไรบ้าง

> สำหรับครีเอเตอร์ที่ให้ผู้จัดการช่วยบริหารช่อง YouTube หรือช่องวิดีโออื่นเพื่อส่วนแบ่งรายได้ กำหนดว่าช่องและบัญชีรายได้เป็นของครีเอเตอร์ บริการของผู้จัดการ อำนาจเจรจาสปอนเซอร์ รายได้ที่นับ ส่วนแบ่งและการตรวจบัญชี ความรับผิดเมื่อช่องผิดนโยบาย ลิขสิทธิ์และเพลง การผูกขาด และการถอดสิทธิผู้ดูแลเมื่อเลิกสัญญา

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87-YouTube

## ตอบสั้น

ผู้จัดการช่วยวางแผน ผลิต และหาสปอนเซอร์ให้ช่องของครีเอเตอร์ และได้ส่วนแบ่งจากรายได้ของช่อง · ช่องและบัญชีรับเงินต้องอยู่ในชื่อครีเอเตอร์เสมอ

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้เมื่อยูทูบเบอร์ให้ผู้จัดการหรือ MCN ดูแลช่อง
- **อากรแสตมป์:** ค่าตอบแทนเป็นส่วนแบ่ง ไม่ใช่สินจ้างจำนวนแน่นอน จึงไม่ปิดอากรจ้างทำของ ผู้จัดการมีอำนาจเจรจาดีลแทนครีเอเตอร์ สัญญานี้จึงเป็นตราสารตั้งตัวแทนตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 21 อัตราตัวแทนเฉพาะการ 10 บาท ครีเอเตอร์ซึ่งเป็นตัวการเป็นผู้เสียอากรผู้จัดการไม่มีอำนาจตกลงแทนครีเอเตอร์ โดยทั่วไปจึงไม่ต้องปิดอากรลักษณะ 21 ถ้าไม่แน่ใจให้สอบถามสรรพากรพื้นที่
- **ภาษี:** รายได้ของช่องเป็นเงินได้ของครีเอเตอร์ ส่วนแบ่งที่ครีเอเตอร์จ่ายให้ผู้จัดการ ถ้าครีเอเตอร์เป็นนิติบุคคล หักภาษี ณ ที่จ่ายตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/1 สำหรับค่านายหน้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(2) หรือร้อยละ 3 ตามข้อ 12/1 สำหรับค่าบริการ ให้ตรวจประเภทเงินได้
- **แบบที่กฎหมายกำหนด:** สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน ครีเอเตอร์คือสินค้า และช่องคือทรัพย์สินหลักของครีเอเตอร์ ข้อพิพาทที่ร้ายแรงที่สุดในธุรกิจนี้คือผู้จัดการถือบัญชีหรือบัญชีรับเงินไว้ในชื่อตนแล้วไม่คืน ข้อ 1.2 จึงให้ทุกอย่างอยู่ในชื่อครีเอเตอร์ และข้อ 9 ห้ามยึดไว้ต่อรอง ผู้จัดการที่ฝ่าฝืนผิดสัญญาและต้องชดใช้รายได้ที่เสียไป การเข้าถึงหรือเปลี่ยนแปลงบัญชีของผู้อื่นโดยไม่มีสิทธิอาจเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ นโยบายของแพลตฟอร์มเรื่องการเปลี่ยนเจ้าของช่องและบัญชีรับรายได้ ให้ตรวจก่อนใช้ ผู้จัดการที่เจรจาดีลแทนเป็นตัวแทนของครีเอเตอร์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 797 ต้องรายงานและแถลงบัญชีตามมาตรา 809 และเงินจากแบรนด์ที่ผู้จัดการรับไว้ต้องส่งให้ครีเอเตอร์ทั้งหมดตามมาตรา 810 ข้อ 3.1 จึงให้แบรนด์โอนเงินเข้าบัญชีของครีเอเตอร์โดยตรง คู่สัญญาเลิกสัญญาตัวแทนได้ตามมาตรา 827 แต่ข้อ 10.1 กำหนดการแจ้งล่วงหน้า ส่วนแบ่งที่โอนช้าต้องเสียดอกเบี้ยตามมาตรา 224
- **มาตราที่อ้าง:** พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.10, 15, 18; ป.พ.พ. ม.224, 797, 809, 810, 827; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 5; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.24, 40; ประมวลรัษฎากร ม.40(2), บัญชีอัตราอากรลักษณะ 21; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/1, 12/1
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 349 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้เมื่อยูทูบเบอร์ให้ผู้จัดการหรือ MCN ดูแลช่อง
- ใช้เมื่อผู้จัดการรับหาสปอนเซอร์และแบรนด์ดีลให้ครีเอเตอร์
- ใช้เมื่อทีมตัดต่อและการตลาดรับบริหารช่องแลกกับเปอร์เซ็นต์รายได้

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- ช่องและบัญชีรับเงินต้องอยู่ในชื่อครีเอเตอร์เสมอ
- กำหนดวงเงินดีลที่ผู้จัดการต้องขออนุมัติก่อน
- เขียนว่าใครรับผิดถ้าช่องโดนสไตรก์จากเนื้อหาที่ผู้จัดการใส่
- การผูกขาดต้องมีระยะเวลาจำกัด

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ถ้าจ้างดูแลโซเชียลของแบรนด์แบบรายเดือน ให้ใช้ [สัญญาจ้างดูแล Social Media](/s/th_social_media_management)
- ถ้าขายช่องให้คนอื่น ให้ใช้ [สัญญาซื้อขายเพจหรือช่องออนไลน์](/s/th_page_channel_sale)
- ถ้าเลิกกันแล้วต้องส่งคืนบัญชีและรหัสผ่าน ให้ใช้ [สัญญาส่งมอบบัญชี รหัสผ่าน โดเมน และระบบเมื่อสิ้นสุดงาน](/s/th_digital_handover)

## อากรแสตมป์

ค่าตอบแทนเป็นส่วนแบ่ง ไม่ใช่สินจ้างจำนวนแน่นอน จึงไม่ปิดอากรจ้างทำของ **ผู้จัดการมีอำนาจเจรจาดีลแทนครีเอเตอร์** สัญญานี้จึงเป็นตราสารตั้งตัวแทนตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 21 อัตราตัวแทนเฉพาะการ 10 บาท ครีเอเตอร์ซึ่งเป็นตัวการเป็นผู้เสียอากรผู้จัดการไม่มีอำนาจตกลงแทนครีเอเตอร์ โดยทั่วไปจึงไม่ต้องปิดอากรลักษณะ 21 ถ้าไม่แน่ใจให้สอบถามสรรพากรพื้นที่

## การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน **ครีเอเตอร์คือสินค้า และช่องคือทรัพย์สินหลักของครีเอเตอร์** ข้อพิพาทที่ร้ายแรงที่สุดในธุรกิจนี้คือผู้จัดการถือบัญชีหรือบัญชีรับเงินไว้ในชื่อตนแล้วไม่คืน ข้อ 1.2 จึงให้ทุกอย่างอยู่ในชื่อครีเอเตอร์ และข้อ 9 ห้ามยึดไว้ต่อรอง ผู้จัดการที่ฝ่าฝืนผิดสัญญาและต้องชดใช้รายได้ที่เสียไป การเข้าถึงหรือเปลี่ยนแปลงบัญชีของผู้อื่นโดยไม่มีสิทธิอาจเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ นโยบายของแพลตฟอร์มเรื่องการเปลี่ยนเจ้าของช่องและบัญชีรับรายได้ **ให้ตรวจก่อนใช้**

ผู้จัดการที่เจรจาดีลแทนเป็นตัวแทนของครีเอเตอร์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 797 ต้องรายงานและแถลงบัญชีตามมาตรา 809 และเงินจากแบรนด์ที่ผู้จัดการรับไว้ต้องส่งให้ครีเอเตอร์ทั้งหมดตามมาตรา 810 ข้อ 3.1 จึงให้แบรนด์โอนเงินเข้าบัญชีของครีเอเตอร์โดยตรง คู่สัญญาเลิกสัญญาตัวแทนได้ตามมาตรา 827 แต่ข้อ 10.1 กำหนดการแจ้งล่วงหน้า ส่วนแบ่งที่โอนช้าต้องเสียดอกเบี้ยตามมาตรา 224

## ลิขสิทธิ์ เพลง และการโฆษณา

งานที่สร้างขึ้นโดยการรับจ้าง ลิขสิทธิ์เป็นของผู้ว่าจ้างตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10 เว้นแต่ตกลงไว้เป็นอย่างอื่น ข้อ 6.1 ยืนยันว่าเป็นของครีเอเตอร์ แต่ผู้สร้างสรรค์ยังมีสิทธิทางศีลธรรมที่จะแสดงว่าตนเป็นผู้สร้างสรรค์และคัดค้านการบิดเบือนตามมาตรา 18 ซึ่งสละได้เฉพาะเป็นลายลักษณ์อักษร การใช้เพลงของผู้อื่นในคลิปเป็นการทำซ้ำและเผยแพร่ต่อสาธารณชน ซึ่งเป็นสิทธิแต่ผู้เดียวของเจ้าของลิขสิทธิ์ตามมาตรา 15 ข้อ 6.2 จึงให้ใช้เฉพาะเพลงที่มีสิทธิ

หลักเกณฑ์การเปิดเผยเนื้อหาที่ได้รับการสนับสนุน และข้อห้ามโฆษณาสรรพคุณอาหาร ยา และเครื่องสำอางเกินจริง อยู่ในกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคและกฎหมายเฉพาะผลิตภัณฑ์ **ควรตรวจก่อนรับดีล** ครีเอเตอร์ที่พูดในคลิปอาจต้องรับผิดร่วมกับแบรนด์ ข้อ 3.1 จึงให้ครีเอเตอร์อนุมัติดีลสินค้ากลุ่มเสี่ยงเอง การใช้ยอดวิวหรือความเห็นปลอมที่ข้อ 5.1 ห้ามไว้ ผิดนโยบายแพลตฟอร์มและอาจทำให้ช่องถูกปิด

## การผูกขาดและข้อมูล

ข้อ 7 ให้ผู้จัดการเป็นผู้จัดการรายเดียว ซึ่งจำกัดการประกอบอาชีพของครีเอเตอร์ ข้อจำกัดที่เกินสมควรศาลให้มีผลเท่าที่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5 สัญญานี้จึงจำกัดระยะเวลาและไม่ต่ออายุอัตโนมัติครีเอเตอร์ไม่ได้ผูกขาดกับผู้จัดการ จึงไม่มีปัญหาเรื่องข้อจำกัดการประกอบอาชีพตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5 ส่วนแบ่งหลังเลิกสัญญาตามข้อ 10.3 ที่ยาวเกินสมควรเมื่อครีเอเตอร์เป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่มีที่ปรึกษา ศาลปรับได้ตามมาตรา 4

ข้อมูลผู้ชมและสมาชิกเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ครีเอเตอร์เป็นผู้ควบคุม ผู้จัดการที่เข้าถึงข้อมูลเป็นผู้ประมวลผลที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งและรักษาความปลอดภัยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40 และใช้ตามวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24

## ภาษี

รายได้ของช่องเป็นเงินได้ของครีเอเตอร์ ส่วนแบ่งที่ครีเอเตอร์จ่ายให้ผู้จัดการ ถ้าครีเอเตอร์เป็นนิติบุคคล หักภาษี ณ ที่จ่ายตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/1 สำหรับค่านายหน้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(2) หรือร้อยละ 3 ตามข้อ 12/1 สำหรับค่าบริการ ให้ตรวจประเภทเงินได้

## เอกสารแนบท้าย

- ภาพหน้าจอสิทธิของผู้จัดการใน YouTube Studio
- รายการดีลที่มีอยู่ก่อนวันเริ่มสัญญา (ไม่อยู่ในฐานส่วนแบ่ง)
- แบบรายงานรายได้รายเดือน

## วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ครีเอเตอร์ปิดอากรแสตมป์ในฐานะตัวการ

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-33C246 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญารับบริหารช่อง YouTube ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

ค่าตอบแทนเป็นส่วนแบ่ง ไม่ใช่สินจ้างจำนวนแน่นอน จึงไม่ปิดอากรจ้างทำของ ผู้จัดการมีอำนาจเจรจาดีลแทนครีเอเตอร์ สัญญานี้จึงเป็นตราสารตั้งตัวแทนตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 21 อัตราตัวแทนเฉพาะการ 10 บาท ครีเอเตอร์ซึ่งเป็นตัวการเป็นผู้เสียอากรผู้จัดการไม่มีอำนาจตกลงแทนครีเอเตอร์ โดยทั่วไปจึงไม่ต้องปิดอากรลักษณะ 21 ถ้าไม่แน่ใจให้สอบถามสรรพากรพื้นที่

### สัญญารับบริหารช่อง YouTube เสียภาษีอะไรบ้าง

รายได้ของช่องเป็นเงินได้ของครีเอเตอร์ ส่วนแบ่งที่ครีเอเตอร์จ่ายให้ผู้จัดการ ถ้าครีเอเตอร์เป็นนิติบุคคล หักภาษี ณ ที่จ่ายตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/1 สำหรับค่านายหน้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(2) หรือร้อยละ 3 ตามข้อ 12/1 สำหรับค่าบริการ ให้ตรวจประเภทเงินได้

### ใช้สัญญารับบริหารช่อง YouTubeตอนไหน

ใช้เมื่อยูทูบเบอร์ให้ผู้จัดการหรือ MCN ดูแลช่อง · ใช้เมื่อผู้จัดการรับหาสปอนเซอร์และแบรนด์ดีลให้ครีเอเตอร์ · ใช้เมื่อทีมตัดต่อและการตลาดรับบริหารช่องแลกกับเปอร์เซ็นต์รายได้

### ทำสัญญารับบริหารช่อง YouTubeต้องระวังอะไร

ช่องและบัญชีรับเงินต้องอยู่ในชื่อครีเอเตอร์เสมอ · กำหนดวงเงินดีลที่ผู้จัดการต้องขออนุมัติก่อน · เขียนว่าใครรับผิดถ้าช่องโดนสไตรก์จากเนื้อหาที่ผู้จัดการใส่ · การผูกขาดต้องมีระยะเวลาจำกัด

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญารับบริหารช่อง YouTube

ถ้าจ้างดูแลโซเชียลของแบรนด์แบบรายเดือน ให้ใช้ สัญญาจ้างดูแล Social Media · ถ้าขายช่องให้คนอื่น ให้ใช้ สัญญาซื้อขายเพจหรือช่องออนไลน์ · ถ้าเลิกกันแล้วต้องส่งคืนบัญชีและรหัสผ่าน ให้ใช้ สัญญาส่งมอบบัญชี รหัสผ่าน โดเมน และระบบเมื่อสิ้นสุดงาน

### สัญญารับบริหารช่อง YouTube ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน ครีเอเตอร์คือสินค้า และช่องคือทรัพย์สินหลักของครีเอเตอร์ ข้อพิพาทที่ร้ายแรงที่สุดในธุรกิจนี้คือผู้จัดการถือบัญชีหรือบัญชีรับเงินไว้ในชื่อตนแล้วไม่คืน ข้อ 1.2 จึงให้ทุกอย่างอยู่ในชื่อครีเอเตอร์ และข้อ 9 ห้ามยึดไว้ต่อรอง ผู้จัดการที่ฝ่าฝืนผิดสัญญาและต้องชดใช้รายได้ที่เสียไป การเข้าถึงหรือเปลี่ยนแปลงบัญชีของผู้อื่นโดยไม่มีสิทธิอาจเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ นโยบายของแพลตฟอร์มเรื่องการเปลี่ยนเจ้าของช่องและบัญชีรับรายได้ ให้ตรวจก่อนใช้ ผู้จัดการที่เจรจาดีลแทนเป็นตัวแทนของครีเอเตอร์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 797 ต้องรายงานและแถลงบัญชีตามมาตรา 809 และเงินจากแบรนด์ที่ผู้จัดการรับไว้ต้องส่งให้ครีเอเตอร์ทั้งหมดตามมาตรา 810 ข้อ 3.1 จึงให้แบรนด์โอนเงินเข้าบัญชีของครีเอเตอร์โดยตรง คู่สัญญาเลิกสัญญาตัวแทนได้ตามมาตรา 827 แต่ข้อ 10.1 กำหนดการแจ้งล่วงหน้า ส่วนแบ่งที่โอนช้าต้องเสียดอกเบี้ยตามมาตรา 224

### ลงนามสัญญารับบริหารช่อง YouTubeต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ครีเอเตอร์ปิดอากรแสตมป์ในฐานะตัวการ

### ทำสัญญารับบริหารช่อง YouTubeต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

ภาพหน้าจอสิทธิของผู้จัดการใน YouTube Studio รายการดีลที่มีอยู่ก่อนวันเริ่มสัญญา (ไม่อยู่ในฐานส่วนแบ่ง) แบบรายงานรายได้รายเดือน

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10

งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15

ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม หรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18

ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 797

อันว่าสัญญาตัวแทนนั้น คือสัญญาซึ่งให้บุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าตัวแทน มีอำนาจทำการแทนบุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าตัวการ และตกลงจะทำการดังนั้น

_บริบท: หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 809

เมื่อตัวการมีประสงค์จะทราบความเป็นไปของการที่ได้มอบหมายแก่ตัวแทนนั้นในเวลาใด ๆ ซึ่งสมควรแก่เหตุ ตัวแทนก็ต้องแจ้งให้ตัวการทราบ อนึ่ง เมื่อการเป็นตัวแทนนั้นสิ้นสุดลงแล้ว ตัวแทนต้องแถลงบัญชีด้วย

_บริบท: หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 810

เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นบรรดาที่ตัวแทนได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนนั้น ท่านว่าตัวแทนต้องส่งให้แก่ตัวการจงสิ้น

_บริบท: หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 827

ตัวการจะถอนตัวแทน และตัวแทนจะบอกเลิกเป็นตัวแทนเสียในเวลาใด ๆ ก็ได้ทุกเมื่อ

_บริบท: หมวด 5 ความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาตัวแทน_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24

ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 40

เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

_บริบท: ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_youtube_channel_management

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย