# สัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับ (Due Diligence) ต้องมีอะไรบ้าง

> ใช้ก่อนให้นักลงทุนหรือผู้สนใจซื้อกิจการเข้าตรวจสอบบริษัท (Due Diligence) — ผู้ลงทุนและที่ปรึกษาต้องรักษาความลับ ห้ามเปิดเผยผลการตรวจ มีกติกาห้องข้อมูลออนไลน์ ติดต่อพนักงานหรือลูกค้าได้เฉพาะผ่านผู้ประสานงาน ห้ามชักชวนพนักงานและลูกค้า คืนและลบข้อมูลทุกอุปกรณ์ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และไม่ผูกพันให้ต้องลงทุน · ถ้าตกลงซื้อขายหุ้นแล้ว ใช้สัญญาซื้อขายหุ้น

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A-Due-Diligence

## ตอบสั้น

สัญญาที่ผู้ลงทุนหรือผู้สนใจซื้อกิจการให้คำมั่นว่าจะรักษาความลับของข้อมูลที่ได้จากการเข้าตรวจสอบบริษัท (Due Diligence) และใช้เพื่อตัดสินใจลงทุนเท่านั้น · ลงนามก่อนเปิดห้องข้อมูลหรือส่งเอกสารชิ้นแรก และส่งข้อมูลเป็นชั้น ๆ — ข้อมูลที่อ่อนไหวที่สุด (ราคาต่อลูกค้า ค่าตอบแทนรายคน) เปิดเมื่อการเจรจาใกล้จบ

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้ก่อนเปิดห้องข้อมูลหรือส่งงบการเงิน สัญญาลูกค้า และข้อมูลพนักงานให้นักลงทุน กองทุน หรือบริษัทที่สนใจซื้อหุ้นหรือซื้อกิจการ
- **อากรแสตมป์:** สัญญารักษาความลับไม่อยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องติดอากร — สัญญาซื้อขายหุ้นหรือสัญญาลงทุนที่ทำต่อภายหลังให้ตรวจอากรตามลักษณะของสัญญานั้นแยกต่างหาก ตราสารที่ต้องติดแต่ไม่ติดใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118) ผู้ลงนามแทนนิติบุคคลตามหนังสือมอบอำนาจ: ติดอากรหนังสือมอบอำนาจ 10 บาท (ครั้งเดียว) หรือ 30 บาท (หลายครั้ง) ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ข้อ 7
- **มาตราที่อ้าง:** ป.พ.พ. ม.374 (กิจการเป้าหมายเป็นบุคคลภายนอกผู้รับประโยชน์ — ข้อ 14.2 เมื่อผู้เปิดเผยเป็นผู้ถือหุ้นผู้ขาย), 380 วรรคสอง, 383 (เบี้ยปรับ ข้อ 13.3) · พ.ร.บ.ความลับทางการค้า 2545 ม.3 (นิยาม — ข้อ 9.1, 12), ม.6 (ผิดสัญญาเป็นการละเมิด), ม.7(3) (ค้นพบโดยอิสระ — ข้อ 9.4), ม.8 (ขอให้ศาลสั่งระงับ — ข้อ 13.2) · พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 ม.24(5) (ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการเปิดเผยข้อมูลพนักงาน/ลูกค้าเพื่อ DD — after.md), ม.26 (ข้อมูลอ่อนไหว — ข้อ 7.1), ม.28–29 (โอนต่างประเทศ — ข้อ 7.3), ม.37(4) (72 ชม. — ข้อ 7.2) · พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม 2540 ม.5 (ห้ามชักชวน — ข้อ 6 จำกัดเดือน/เฉพาะคนที่รู้จักจากการตรวจ/มีข้อยกเว้น) · ประมวลรัษฎากร ม.118 + บัญชีอัตราอากรแสตมป์ (NDA ไม่อยู่ในบัญชี · มอบอำนาจข้อ 7)
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 349 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้ก่อนเปิดห้องข้อมูลหรือส่งงบการเงิน สัญญาลูกค้า และข้อมูลพนักงานให้นักลงทุน กองทุน หรือบริษัทที่สนใจซื้อหุ้นหรือซื้อกิจการ
- ใช้เมื่อผู้ถือหุ้นจะขายหุ้นและต้องให้ผู้ซื้อตรวจบริษัท (ติ๊ก «ผู้เปิดเผยข้อมูลเป็นผู้ถือหุ้นผู้ขาย»)
- ใช้เมื่อผู้สนใจลงทุนเป็นคู่แข่งหรือคนในวงการเดียวกัน และต้องการห้ามชักชวนพนักงานกับลูกค้าหลังเห็นข้อมูล

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- ลงนามก่อนเปิดห้องข้อมูลหรือส่งเอกสารชิ้นแรก และส่งข้อมูลเป็นชั้น ๆ — ข้อมูลที่อ่อนไหวที่สุด (ราคาต่อลูกค้า ค่าตอบแทนรายคน) เปิดเมื่อการเจรจาใกล้จบ
- ปกปิดชื่อพนักงานและลูกค้าในเอกสารก่อนขึ้นห้องข้อมูลเมื่อทำได้ — ผู้เปิดเผยยังเป็นผู้รับผิดชอบข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA
- ถ้ากิจการเป้าหมายเป็นบริษัทจดทะเบียนหรือในเครือ ต้องติ๊กสวิตช์ข้อมูลภายใน และแจ้งฝ่ายกำกับของบริษัทก่อนเปิดเผย
- ระบุผู้ประสานงานคนเดียวให้ชัด และบอกพนักงานภายในว่าผู้ลงทุนต้องติดต่อผ่านช่องทางนี้เท่านั้น
- ข้อห้ามชักชวนต้องมีระยะเวลาสมเหตุผล (ทั่วไป 12–24 เดือน) ยาวเกินไปศาลให้มีผลเพียงเท่าที่เป็นธรรม

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ตกลงราคาและเงื่อนไขซื้อขายหุ้นแล้ว ต้องการสัญญาซื้อขายที่มีการตรวจสอบหลังลงนาม — ใช้ [สัญญาซื้อขายหุ้นบริษัทจำกัด](/s/th_share_sale) · โอนหุ้นที่ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว — ใช้ [สัญญาโอนหุ้น](/s/th_share_transfer)
- เปิดเผยความลับให้คู่ค้าหรือผู้รับจ้างทั่วไป ไม่ใช่การตรวจกิจการก่อนลงทุน — ใช้ [สัญญารักษาความลับ (NDA) แบบฝ่ายเดียว](/s/th_nda)
- ทั้งสองฝ่ายต่างเปิดข้อมูลให้กันเพื่อทำโครงการร่วม — ใช้ [สัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับระหว่างคู่สัญญา](/s/th_mutual_nda)
- สัญญารักษาความลับ (NDA) ภาษาอังกฤษ — ใช้ [Non-Disclosure Agreement — สัญญารักษาความลับ (NDA) ภาษาอังกฤษ](/s/en_nda)

## อากรแสตมป์

- สัญญารักษาความลับไม่อยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องติดอากร — สัญญาซื้อขายหุ้นหรือสัญญาลงทุนที่ทำต่อภายหลังให้ตรวจอากรตามลักษณะของสัญญานั้นแยกต่างหาก ตราสารที่ต้องติดแต่ไม่ติดใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118)
- ผู้ลงนามแทนนิติบุคคลตามหนังสือมอบอำนาจ: ติดอากรหนังสือมอบอำนาจ 10 บาท (ครั้งเดียว) หรือ 30 บาท (หลายครั้ง) ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ข้อ 7

## ก่อนเปิดห้องข้อมูล

- ลงนามก่อนส่งเอกสารชิ้นแรก แล้วเปิดบัญชีห้องข้อมูลให้เป็นรายบุคคลตามรายชื่อที่ผู้ลงทุนแจ้ง (ข้อ 4.1) ตั้งค่าห้ามดาวน์โหลดหรือพิมพ์สำหรับเอกสารที่อ่อนไหว และใส่ลายน้ำชื่อผู้ใช้ถ้าระบบทำได้
- ข้อมูลพนักงานและลูกค้า: ปกปิดชื่อหรือรวมเป็นตัวเลขก่อนขึ้นห้องข้อมูลเมื่อทำได้ — การเปิดเผยเพื่อการตรวจสอบกิจการต้องอาศัยฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (PDPA ม.24(5)) ซึ่งต้องชั่งกับสิทธิของพนักงานและลูกค้า ส่วนข้อมูลสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม และข้อมูลสหภาพแรงงานเป็นข้อมูลอ่อนไหว (ม.26) อย่าส่งถ้าไม่จำเป็นจริง (ข้อ 7.1)
- ถ้าผู้ลงทุนหรือที่ปรึกษาอยู่ต่างประเทศ การเปิดให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลคือการโอนข้อมูลไปต่างประเทศ ต้องเป็นไปตาม PDPA ม.28–29 (ข้อ 7.3)
- แจ้งพนักงานภายในว่าผู้ลงทุนต้องติดต่อผ่านผู้ประสานงานเท่านั้น (ข้อ 5) และให้รายงานถ้ามีการติดต่อตรง
- ถ้ากิจการเป้าหมายเป็นบริษัทจดทะเบียนหรือในเครือ: แจ้งฝ่ายกำกับดูแลของบริษัท จัดทำรายชื่อผู้ที่ได้รับข้อมูลภายใน และตรวจหน้าที่เปิดเผยข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์ก่อนเริ่มเจรจา

## ถ้ามีการฝ่าฝืน — ผลที่ตามมา

- **เปิดเผยข้อมูลหรือผลการตรวจสอบ หรือใช้นอกวัตถุประสงค์** (ข้อ 2, 3): เรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริงตามข้อ 13.1 และเบี้ยปรับถ้าเปิดใช้ (ข้อ 13.3 — ศาลลดได้ถ้าสูงเกินส่วน ป.พ.พ. ม.383 · ส่วนที่เกินเรียกได้เมื่อพิสูจน์ ม.380 วรรคสอง) · ข้อมูลที่เป็นความลับทางการค้า การเปิดเผยโดยผิดสัญญาเป็นการละเมิดตาม พ.ร.บ.ความลับทางการค้า ม.6 และขอให้ศาลสั่งระงับได้ตาม ม.8 (ข้อ 13.2)
- **ที่ปรึกษาหรือพนักงานของผู้ลงทุนทำผิด** (ข้อ 3.2): ผู้ลงทุนรับผิดเสมือนทำเอง — ไม่ต้องไปฟ้องที่ปรึกษาทีละราย
- **ติดต่อพนักงานหรือลูกค้าโดยตรง** (ข้อ 5.2) หรือ **ชักชวนพนักงาน/ลูกค้า** (ข้อ 6): มีหนังสือให้หยุดทันที เก็บหลักฐานการติดต่อ (อีเมล ข้อความ) เรียกค่าเสียหายและเบี้ยปรับได้ · ข้อห้ามชักชวนใช้ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดและเท่าที่ไม่เกินที่คาดหมายได้ตามปกติ (พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.5)
- **ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วจากฝั่งผู้ลงทุน** (ข้อ 7.2): ผู้ลงทุนต้องแจ้งภายใน 72 ชั่วโมง ผู้เปิดเผยข้อมูลต้องประเมินและแจ้ง สคส. ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบตาม PDPA ม.37(4)
- **ซื้อขายหลักทรัพย์ขณะถือข้อมูลภายใน** (ข้อ 8): นอกจากผิดสัญญา ยังอาจเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ซึ่งมีโทษทางอาญาและทางแพ่งแยกต่างหาก
- **ไม่คืนหรือไม่ลบข้อมูล** (ข้อ 10): ทวงเป็นหนังสือ ขอหนังสือรับรองการลบลงนามโดยผู้มีอำนาจ ถ้ายังใช้ต่อถือเป็นการฝ่าฝืนข้อ 2

## เมื่อการเจรจาจบ

- ไม่ลงทุน: แจ้งเป็นหนังสือให้คืนและลบข้อมูลตามข้อ 10 ปิดบัญชีห้องข้อมูลทุกบัญชี และจดวันยุติการเจรจาไว้ — ระยะเวลาความลับนับจากวันนั้น (ข้อ 12)
- ลงทุน: ใส่ข้อรักษาความลับในสัญญาซื้อขายหุ้นหรือสัญญาลงทุนให้ครอบคลุมข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบ เพราะข้อนั้นจะใช้แทนสัญญานี้ (ข้อ 12)

## เอกสารแนบท้าย

- นิติบุคคล: หนังสือรับรองบริษัท + หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี) · บุคคล: สำเนาบัตรประชาชน
- ผู้ถือหุ้นผู้ขาย: หนังสือยินยอมของกิจการเป้าหมายให้เปิดเผยข้อมูล (มติกรรมการหรือหนังสือลงนามโดยกรรมการผู้มีอำนาจ)
- รายชื่อที่ปรึกษาและผู้ได้รับบัญชีห้องข้อมูล (ข้อ 3.2, 4.1)

## วันลงนาม

- ทำ 2 ฉบับ เก็บฝ่ายละฉบับ ลงลายมือชื่อกำกับทุกหน้า · พยานไม่บังคับตามกฎหมาย แต่ช่วยเรื่องพิสูจน์
- ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ (ข้อ 14.6)

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-B8E79E · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับ (Due Diligence) ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญารักษาความลับไม่อยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องติดอากร — สัญญาซื้อขายหุ้นหรือสัญญาลงทุนที่ทำต่อภายหลังให้ตรวจอากรตามลักษณะของสัญญานั้นแยกต่างหาก ตราสารที่ต้องติดแต่ไม่ติดใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118) ผู้ลงนามแทนนิติบุคคลตามหนังสือมอบอำนาจ: ติดอากรหนังสือมอบอำนาจ 10 บาท (ครั้งเดียว) หรือ 30 บาท (หลายครั้ง) ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ข้อ 7

### ใช้สัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับ (Due Diligence)ตอนไหน

ใช้ก่อนเปิดห้องข้อมูลหรือส่งงบการเงิน สัญญาลูกค้า และข้อมูลพนักงานให้นักลงทุน กองทุน หรือบริษัทที่สนใจซื้อหุ้นหรือซื้อกิจการ · ใช้เมื่อผู้ถือหุ้นจะขายหุ้นและต้องให้ผู้ซื้อตรวจบริษัท (ติ๊ก ผู้เปิดเผยข้อมูลเป็นผู้ถือหุ้นผู้ขาย) · ใช้เมื่อผู้สนใจลงทุนเป็นคู่แข่งหรือคนในวงการเดียวกัน และต้องการห้ามชักชวนพนักงานกับลูกค้าหลังเห็นข้อมูล

### ทำสัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับ (Due Diligence)ต้องระวังอะไร

ลงนามก่อนเปิดห้องข้อมูลหรือส่งเอกสารชิ้นแรก และส่งข้อมูลเป็นชั้น ๆ — ข้อมูลที่อ่อนไหวที่สุด (ราคาต่อลูกค้า ค่าตอบแทนรายคน) เปิดเมื่อการเจรจาใกล้จบ · ปกปิดชื่อพนักงานและลูกค้าในเอกสารก่อนขึ้นห้องข้อมูลเมื่อทำได้ — ผู้เปิดเผยยังเป็นผู้รับผิดชอบข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA · ถ้ากิจการเป้าหมายเป็นบริษัทจดทะเบียนหรือในเครือ ต้องติ๊กสวิตช์ข้อมูลภายใน และแจ้งฝ่ายกำกับของบริษัทก่อนเปิดเผย · ระบุผู้ประสานงานคนเดียวให้ชัด และบอกพนักงานภายในว่าผู้ลงทุนต้องติดต่อผ่านช่องทางนี้เท่านั้น · ข้อห้ามชักชวนต้องมีระยะเวลาสมเหตุผล (ทั่วไป 12–24 เดือน) ยาวเกินไปศาลให้มีผลเพียงเท่าที่เป็นธรรม

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับ (Due Diligence)

ตกลงราคาและเงื่อนไขซื้อขายหุ้นแล้ว ต้องการสัญญาซื้อขายที่มีการตรวจสอบหลังลงนาม — ใช้ สัญญาซื้อขายหุ้นบริษัทจำกัด · โอนหุ้นที่ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว — ใช้ สัญญาโอนหุ้น · เปิดเผยความลับให้คู่ค้าหรือผู้รับจ้างทั่วไป ไม่ใช่การตรวจกิจการก่อนลงทุน — ใช้ สัญญารักษาความลับ (NDA) แบบฝ่ายเดียว · ทั้งสองฝ่ายต่างเปิดข้อมูลให้กันเพื่อทำโครงการร่วม — ใช้ สัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับระหว่างคู่สัญญา · สัญญารักษาความลับ (NDA) ภาษาอังกฤษ — ใช้ Non-Disclosure Agreement — สัญญารักษาความลับ (NDA) ภาษาอังกฤษ

### ลงนามสัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับ (Due Diligence)ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำ 2 ฉบับ เก็บฝ่ายละฉบับ ลงลายมือชื่อกำกับทุกหน้า · พยานไม่บังคับตามกฎหมาย แต่ช่วยเรื่องพิสูจน์ ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ (ข้อ 14.6)

### ทำสัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับ (Due Diligence)ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

นิติบุคคล: หนังสือรับรองบริษัท + หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี) · บุคคล: สำเนาบัตรประชาชน ผู้ถือหุ้นผู้ขาย: หนังสือยินยอมของกิจการเป้าหมายให้เปิดเผยข้อมูล (มติกรรมการหรือหนังสือลงนามโดยกรรมการผู้มีอำนาจ) รายชื่อที่ปรึกษาและผู้ได้รับบัญชีห้องข้อมูล (ข้อ 3.2, 4.1)

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 374

ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งทำสัญญาตกลงว่าจะชำระหนี้แก่บุคคลภายนอกไซร้ ท่านว่าบุคคลภายนอกมีสิทธิจะเรียกชำระหนี้จากลูกหนี้โดยตรงได้

_บริบท: หมวด 2 ผลแห่งสัญญา_

### พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 3

ในพระราชบัญญัตินี้ “ความลับทางการค้า” หมายความว่า ข้อมูลการค้าซึ่งยังไม่รู้จักกันโดยทั่วไป หรือยัง เข้าถึงไม่ได้ในหมู่บุคคลซึ่งโดยปกติแล้วต้องเกี่ยวข้องกับข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ใน เชิงพาณิชย์เนื่องจากการเป็นความลับ และเป็นข้อมูลที่ผู้ควบคุมความลับทางการค้าได้ใช้มาตรการที่ เหมาะสมเพื่อรักษาไว้เป็นความลับ “ข้อมูลการค้า” หมายความว่า สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้ข้อความ เรื่องราว ข้อเท็จจริง หรือสิ่งใดไม่ว่าการสื่อความหมายนั้นจะผ่านวิธีการใด ๆ และไม่ว่าจะจัดไว้ในรูปใด ๆ และ ให้หมายความรวมถึงสูตร รูปแบบ งานที่ได้รวบรวมหรือประกอบขึ้น โปรแกรม วิธีการ เทคนิค หรือ กรรมวิธีด้วย “ผลิต” หมายความว่า ทำ ผสม ปรุงหรือแปรสภาพ และให้หมายความรวมถึง เปลี่ยนรูปหรือแบ่งบรรจุด้วย “ขาย” หมายความว่า จำหน่าย จ่าย แจก หรือแลกเปลี่ยน เพื่อประโยชน์ในทาง การค้า และให้หมายความรวมถึงการมีไว้เพื่อขายด้วย “ยา” หมายความว่า ยาตามกฎหมายว่าด้วยยา “เคมีภัณฑ์ทางการเกษตร” หมายความว่า เคมีภัณฑ์ที่ใช้เพื่อประโยชน์ใน การเกษตร และให้หมายความรวมถึงเคมีภัณฑ์ที่ใช้ในการฆ่าเชื้อโรค หรือกำจัดแมลง สัตว์ หรือพืชที่ อาจก่อความเสียหายแก่การเกษตรด้วย “เจ้าของความลับทางการค้า” หมายความว่า ผู้ค้นพบ คิดค้น รวบรวม หรือ สร้างสรรค์ข้อมูลการค้าที่เป็นความลับทางการค้าโดยมิได้เป็นการละเมิดสิทธิในความลับทางการค้า ของผู้อื่น หรือผู้มีสิทธิโดยชอบในผลการทดสอบหรือข้อมูลการค้าที่เป็นความลับทางการค้า และให้ หมายความรวมถึงผู้รับโอนสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย “ผู้ควบคุมความลับทางการค้า” หมายความว่า เจ้าของความลับทางการค้า และให้ หมายความรวมถึงผู้ครอบครอง ควบคุม หรือดูแลรักษาความลับทางการค้าด้วย “ศาล” หมายความว่า ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ตาม กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ และวิธีพิจารณาคดี ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการความลับทางการค้า “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการความลับทางการค้า “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้ “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และให้หมายความรวมถึงผู้ ซึ่งอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญามอบหมายด้วย “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

_บริบท: พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 6

การละเมิดสิทธิในความลับทางการค้าตามพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่ การ กระทำที่เป็นการเปิดเผย เอาไป หรือใช้ซึ่งความลับทางการค้าโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ความลับทางการค้านั้น อันมีลักษณะขัดต่อแนวทางปฏิบัติในเชิงพาณิชย์ที่สุจริตต่อกัน ทั้งนี้ ผู้ละเมิด จะต้องรู้หรือมีเหตุอันควรรู้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการขัดต่อแนวทางปฏิบัติเช่นว่านั้น การกระทำที่มีลักษณะขัดต่อแนวทางปฏิบัติในเชิงพาณิชย์ที่สุจริตต่อกันตามวรรค หนึ่ง หมายความรวมถึงการผิดสัญญา การละเมิดหรือการกระทำในประการที่เป็นการจูงใจให้ละเมิด ความลับอันเป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจต่อกัน การติดสินบน การข่มขู่ การฉ้อโกง การลักทรัพย์ การรับของโจร หรือการจารกรรม โดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใดด้วย

_บริบท: พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 7

การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้แก่ความลับทางการค้า มิให้ถือว่า เป็นการละเมิดสิทธิในความลับทางการค้า (1) การเปิดเผยหรือใช้ซึ่งความลับทางการค้าโดยบุคคลที่ได้ความลับทางการค้านั้น มาโดยทางนิติกรรม โดยไม่รู้หรือไม่มีเหตุอันควรรู้ว่าความลับทางการค้านั้น คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งได้มา โดยการละเมิดสิทธิในความลับทางการค้าของบุคคลอื่น (2) การเปิดเผยหรือใช้ซึ่งความลับทางการค้าโดยหน่วยงานของรัฐซึ่งดูแลรักษา ความลับทางการค้านั้นในกรณีดังต่อไปนี้ (ก) ในกรณีจำเป็นเพื่อคุ้มครองสุขภาพอนามัยหรือความปลอดภัยของ สาธารณชน หรือ (ข) ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างอื่นซึ่งมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อ การค้า และในกรณีดังกล่าว หน่วยงานของรัฐซึ่งดูแลรักษาความลับทางการค้านั้น หรือหน่วยงานของ รัฐหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งได้ความลับทางการค้านั้นไป ได้ดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อคุ้มครอง ความลับทางการค้าดังกล่าวจากการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ที่ไม่เป็นธรรม (3) การค้นพบโดยอิสระ ซึ่งได้แก่การค้นพบความลับทางการค้าของผู้อื่น โดยผู้ ค้นพบได้ใช้วิธีการประดิษฐ์หรือจัดทำขึ้นด้วยความรู้ความชำนาญของผู้ค้นพบนั้นเอง หรือ (4) การทำวิศวกรรมย้อนกลับ ซึ่งได้แก่การค้นพบความลับทางการค้าของผู้อื่น โดย ผู้ค้นพบได้ทำการประเมินและศึกษาวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่รู้จักกันทั่วไป เพื่อค้นคว้าหาวิธีที่ ผลิตภัณฑ์นั้นได้รับการประดิษฐ์ จัดทำ หรือพัฒนา แต่ทั้งนี้ บุคคลซึ่งทำการประเมินและศึกษา วิเคราะห์ดังกล่าวจะต้องได้ผลิตภัณฑ์เช่นว่านั้นมาโดยวิธีที่สุจริต การกระทำตาม (4) ไม่อาจถูกยกขึ้นกล่าวอ้างได้ ถ้าบุคคลซึ่งทำวิศวกรรมย้อนกลับ ดังกล่าวได้ทำสัญญากับเจ้าของความลับทางการค้าหรือผู้ขายผลิตภัณฑ์ที่ทำวิศวกรรมย้อนกลับไว้เป็น อย่างอื่นโดยชัดแจ้ง

_บริบท: พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 8

เมื่อมีหลักฐานโดยชัดแจ้งว่าผู้ใดละเมิดหรือกำลังจะกระทำอย่างใดอย่าง หนึ่งอันเป็นการละเมิดสิทธิในความลับทางการค้า ผู้ควบคุมความลับทางการค้าที่ถูก หรือกำลังจะถูก ละเมิดสิทธินั้นมีสิทธิดังต่อไปนี้ (1) ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้นั้นระงับหรือละเว้นการละเมิดสิทธิในความลับทาง การค้านั้นเป็นการชั่วคราว และ (2) ฟ้องคดีต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งห้ามมิให้ผู้นั้นละเมิดสิทธิในความลับทางการค้า และฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้ละเมิดสิทธิในทางความลับทางการค้าได้ การใช้สิทธิตาม (1) อาจกระทำได้ก่อนการฟ้องคดีตาม (2)

_บริบท: พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24

ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26

ห้ามมิให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็น ทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยไม่ได้รับ ความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลซึ่งเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม (2) เป็นการดำเนินกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีการคุ้มครองที่เหมาะสมของมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรือสหภาพแรงงาน ให้แก่สมาชิก ผู้ซึ่งเคยเป็นสมาชิก หรือผู้ซึ่งมีการติดต่ออย่างสม่ำเสมอกับมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กร ที่ไม่แสวงหากำไรตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นออกไปภายนอกมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรนั้น (3) เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิ เรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (5) เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ (ก) เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทำงานของ ลูกจ้าง การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือระบบและการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่ใช่การปฏิบัติ ตามกฎหมายและข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือผู้มีหน้าที่ รักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไว้เป็นความลับตามกฎหมาย ต้องเป็นการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ (ข) ประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่อ อันตรายหรือโรคระบาดที่อาจติดต่อหรือแพร่เข้ามาในราชอาณาจักร หรือการควบคุมมาตรฐานหรือคุณภาพ ของยา เวชภัณฑ์ หรือเครื่องมือแพทย์ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมและเจาะจงเพื่อคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามหน้าที่หรือ ตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ (ค) การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับ การรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติตามสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน และประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ง) การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่น ทั้งนี้ ต้องกระทำเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และได้จัดให้มีมาตรการ ที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด (จ) ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครอง สิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลชีวภาพตามวรรคหนึ่งให้หมายถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากการใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับการนำลักษณะเด่นทางกายภาพหรือทางพฤติกรรมของบุคคลมาใช้ทำให้สามารถยืนยันตัวตน ของบุคคลนั้นที่ไม่เหมือนกับบุคคลอื่นได้ เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา หรือ ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ในกรณีที่เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมต้องกระทำภายใต้ การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือได้จัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28

ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 16 (5) เว้นแต่ (1) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย (2) ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึง มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศ ที่รับข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (5) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลอื่น เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้ (6) เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอของประเทศปลายทาง หรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคล ให้เสนอต่อคณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัย ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอาจขอให้ทบทวนได้เมื่อมีหลักฐานใหม่ทำให้เชื่อได้ว่าประเทศปลายทางหรือ องค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลมีการพัฒนาจนมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่เพียงพอ

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 26

ถ้าผู้แทนโดยชอบธรรมอนุญาตให้ผู้เยาว์จำหน่ายทรัพย์สินเพื่อการอันใดอันหนึ่งอันได้ระบุไว้ ผู้เยาว์จะจำหน่ายทรัพย์สินนั้นเป็นประการใดภายในขอบของการที่ระบุไว้นั้นก็ทำได้ตามใจสมัคร อนึ่ง ถ้าได้รับอนุญาตให้จำหน่ายทรัพย์สินโดยมิได้ระบุว่าเพื่อการอันใด ผู้เยาว์ก็จำหน่ายได้ตามใจสมัคร

_บริบท: ความสามารถของบุคคล — ป.พ.พ. ม.19–36_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

_บริบท: หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 380

ถ้าลูกหนี้ได้สัญญาไว้ว่าจะให้เบี้ยปรับเมื่อตนไม่ชำระหนี้ เจ้าหนี้จะเรียกเอาเบี้ยปรับอันจะพึงริบนั้นแทนการชำระหนี้ก็ได้ แต่ถ้าเจ้าหนี้แสดงต่อลูกหนี้ว่าจะเรียกเอาเบี้ยปรับฉะนั้นแล้ว ก็เป็นอันขาดสิทธิเรียกร้องชำระหนี้อีกต่อไป

_บริบท: หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_dd_nda

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย