# สัญญาประนีประนอมยอมความ ต้องมีอะไรบ้าง

> สำหรับคู่กรณีที่ต้องการยุติข้อพิพาทโดยต่างฝ่ายยอมผ่อนผันให้กัน ใช้ได้ทั้งการชำระค่าเสียหาย การคืนเงินแล้วยุติข้อเรียกร้อง การตกลงให้ทำหรืองดเว้นการกระทำ หรือต่างฝ่ายต่างสละสิทธิ กำหนดข้อพิพาท ยอดเงินและงวด ขอบเขตการสละสิทธิ ข้อไม่ยอมรับผิด ผลเมื่อผิดนัด การถอนคดี และความลับ

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1

## ตอบสั้น

คู่กรณียุติข้อพิพาทโดยต่างฝ่ายยอมผ่อนผัน สิทธิเรียกร้องเดิมระงับและเหลือเพียงสิทธิตามสัญญานี้ · เขียนข้อพิพาทและยอดที่แต่ละฝ่ายเรียกให้ชัด เพื่อรู้ว่าสิทธิใดระงับ

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้เมื่อตกลงค่าเสียหายกันได้หลังเกิดข้อพิพาท
- **อากรแสตมป์:** สัญญาประนีประนอมยอมความไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากร เว้นแต่ในสัญญานี้มีการสร้างตราสารอื่นขึ้นด้วย เช่น มีบุคคลภายนอกค้ำประกันการชำระ ต้องปิดอากรค้ำประกันตามลักษณะ 17 หรือตกลงเป็นการกู้ยืมเงินต้องปิดอากรตามลักษณะ 5 ใบรับเงินค่าเสียหายไม่ต้องปิดอากร เพราะบัญชีลักษณะ 28 ใช้เฉพาะใบรับสำหรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ การขายหรือโอนยานพาหนะ และรางวัลสลาก
- **แบบที่กฎหมายกำหนด:** สัญญาประนีประนอมยอมความต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด ไม่อย่างนั้นฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 851 สัญญานี้คือสัญญาที่คู่กรณีระงับข้อพิพาทที่มีอยู่หรือจะมีขึ้น โดยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กันตามมาตรา 850 ถ้ามีแต่ฝ่ายเดียวยอม ไม่ใช่การประนีประนอมยอมความ ข้อ 1.2 จึงให้เขียนสิ่งที่แต่ละฝ่ายเรียก เพื่อแสดงว่าต่างฝ่ายยอมลดจากที่เรียกไว้ ผลของการยอมความคือสิทธิเรียกร้องเดิมระงับ และคู่กรณีได้สิทธิตามสัญญานี้แทนตามมาตรา 852 จึงไม่ต้องทำหนังสือรับสภาพหนี้แยก เพราะสัญญานี้ก่อหนี้ใหม่ขึ้นแล้ว ข้อ 6.2 ให้ฝ่ายที่ไม่ผิดนัดเลือกกลับไปใช้สิทธิเดิมได้ ข้อนี้ต่างจากหลักทั่วไปของมาตรา 852 และใช้ได้เพราะคู่กรณีตกลงกันเป็นเงื่อนไขไว้โดยชัดแจ้ง ควรตรวจว่าถ้อยคำชัดพอให้ศาลเห็นว่าเป็นเงื่อนไขนั้นจริงข้อ 6.2 ให้สิทธิเดิมไม่กลับคืนมาเมื่อผิดนัด ซึ่งเป็นหลักตามมาตรา 852 ฝ่ายที่ไม่ผิดนัดเรียกได้ตามสัญญานี้พร้อมดอกเบี้ยตามมาตรา 224 เท่านั้น ถ้าต้องการให้เลือกกลับไปเรียกตามสิทธิเดิมได้ ให้ติ๊กสวิตช์ ⚠️ ข้อ 4.2 สละสิทธิเรียกร้องทุกเรื่อง รวมเรื่องที่ยังไม่รู้ ถ้าอีกฝ่ายเป็นผู้บริโภคและฝ่ายที่ร่างเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ข้อนี้เสี่ยงถูกศาลปรับตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 ใช้เฉพาะระหว่างธุรกิจที่ต่างมีที่ปรึกษาข้อ 4.2 จำกัดการสละสิทธิไว้เฉพาะข้อพิพาทตามข้อ 1 ซึ่งปลอดภัยกว่าเมื่ออีกฝ่ายเป็นผู้บริโภค เพราะการให้ผู้บริโภคสละสิทธิที่ยังไม่รู้ ศาลปรับได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 ค่าเสียหายหรือยอดที่ถึงกำหนดทันทีเมื่อผิดนัดที่สูงเกินส่วน ศาลลดได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 383 คดีในศาล การประนีประนอมยอมความในศาลแล้วศาลพิพากษาตามยอม และการถอนฟ้อง เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง คำพิพากษาตามยอมบังคับคดีได้ทันทีเมื่อผิดนัด ต่างจากสัญญานอกศาลที่ต้องฟ้องใหม่ ถ้าเป็นคดีอาญาที่ยอมความได้ การถอนคำร้องทุกข์ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ แต่ความผิดอาญาที่ยอมความไม่ได้ สัญญานี้ระงับได้เฉพาะส่วนแพ่ง ควรปรึกษาทนายความของตนก่อนลงนามยังไม่มีคดี ถ้าผิดนัด ฝ่ายที่ไม่ผิดนัดต้องฟ้องบังคับตามสัญญานี้ ถ้าต้องการบังคับได้เร็ว ให้พิจารณาฟ้องแล้วยอมความในศาลเพื่อให้มีคำพิพากษาตามยอม ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
- **มาตราที่อ้าง:** ป.พ.พ. ม.224, 383, 850, 851, 852; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4; พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ม.8, 9, 11; บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 5, 17, 28
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 249 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้เมื่อตกลงค่าเสียหายกันได้หลังเกิดข้อพิพาท
- ใช้เมื่อร้านหรือผู้ให้บริการตกลงคืนเงินให้ลูกค้าแล้วยุติข้อร้องเรียน
- ใช้เมื่อคู่ความตกลงกันได้ระหว่างมีคดีในศาล

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- เขียนข้อพิพาทและยอดที่แต่ละฝ่ายเรียกให้ชัด เพื่อรู้ว่าสิทธิใดระงับ
- ต้องทำเป็นหนังสือและลงชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด
- การสละสิทธิที่ยังไม่รู้ ไม่ควรใช้กับผู้บริโภค
- ถ้ามีคดีในศาล ให้ยื่นคำร้องต่อศาลตามที่ตกลง

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ถ้าลูกหนี้ยอมรับหนี้โดยไม่มีข้อโต้แย้ง ให้ใช้ [หนังสือรับสภาพหนี้และสัญญาผ่อนชำระหนี้](/s/th_debt_acknowledgment)
- ถ้าเจ้าหนี้ลดหนี้หรือขยายเวลาให้ลูกหนี้ ให้ใช้ [สัญญาปรับโครงสร้างหนี้](/s/th_debt_restructuring)
- ถ้าเพียงตกลงเลิกสัญญาโดยไม่มีข้อพิพาท ให้ใช้ [หนังสือข้อตกลงยกเลิกสัญญา](/s/th_mutual_termination)
- ถ้าจะมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปถอนฟ้อง ยอมความ หรือรับเงินแทน ให้ใช้ [หนังสือมอบอำนาจสละสิทธิดำเนินคดี](/s/th_poa_waive_case)
- ถ้าคู่สัญญาเป็นชาวต่างชาติหรือต้องการฉบับภาษาอังกฤษ ให้ใช้ [Compromise Agreement — สัญญาประนีประนอมยอมความ ภาษาอังกฤษ](/s/en_compromise)

## อากรแสตมป์

**สัญญาประนีประนอมยอมความไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากร** เว้นแต่ในสัญญานี้มีการสร้างตราสารอื่นขึ้นด้วย เช่น มีบุคคลภายนอกค้ำประกันการชำระ ต้องปิดอากรค้ำประกันตามลักษณะ 17 หรือตกลงเป็นการกู้ยืมเงินต้องปิดอากรตามลักษณะ 5 ใบรับเงินค่าเสียหายไม่ต้องปิดอากร เพราะบัญชีลักษณะ 28 ใช้เฉพาะใบรับสำหรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ การขายหรือโอนยานพาหนะ และรางวัลสลาก

## การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

**สัญญาประนีประนอมยอมความต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด** ไม่อย่างนั้นฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 851 สัญญานี้คือสัญญาที่คู่กรณีระงับข้อพิพาทที่มีอยู่หรือจะมีขึ้น โดยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กันตามมาตรา 850 **ถ้ามีแต่ฝ่ายเดียวยอม ไม่ใช่การประนีประนอมยอมความ** ข้อ 1.2 จึงให้เขียนสิ่งที่แต่ละฝ่ายเรียก เพื่อแสดงว่าต่างฝ่ายยอมลดจากที่เรียกไว้

**ผลของการยอมความคือสิทธิเรียกร้องเดิมระงับ และคู่กรณีได้สิทธิตามสัญญานี้แทน**ตามมาตรา 852 จึงไม่ต้องทำหนังสือรับสภาพหนี้แยก เพราะสัญญานี้ก่อหนี้ใหม่ขึ้นแล้ว ข้อ 6.2 ให้ฝ่ายที่ไม่ผิดนัดเลือกกลับไปใช้สิทธิเดิมได้ ข้อนี้ต่างจากหลักทั่วไปของมาตรา 852 และใช้ได้เพราะคู่กรณีตกลงกันเป็นเงื่อนไขไว้โดยชัดแจ้ง ควรตรวจว่าถ้อยคำชัดพอให้ศาลเห็นว่าเป็นเงื่อนไขนั้นจริงข้อ 6.2 ให้สิทธิเดิมไม่กลับคืนมาเมื่อผิดนัด ซึ่งเป็นหลักตามมาตรา 852 ฝ่ายที่ไม่ผิดนัดเรียกได้ตามสัญญานี้พร้อมดอกเบี้ยตามมาตรา 224 เท่านั้น ถ้าต้องการให้เลือกกลับไปเรียกตามสิทธิเดิมได้ ให้ติ๊กสวิตช์

**⚠️ ข้อ 4.2 สละสิทธิเรียกร้องทุกเรื่อง รวมเรื่องที่ยังไม่รู้** ถ้าอีกฝ่ายเป็นผู้บริโภคและฝ่ายที่ร่างเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ข้อนี้เสี่ยงถูกศาลปรับตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 ใช้เฉพาะระหว่างธุรกิจที่ต่างมีที่ปรึกษาข้อ 4.2 จำกัดการสละสิทธิไว้เฉพาะข้อพิพาทตามข้อ 1 ซึ่งปลอดภัยกว่าเมื่ออีกฝ่ายเป็นผู้บริโภค เพราะการให้ผู้บริโภคสละสิทธิที่ยังไม่รู้ ศาลปรับได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 ค่าเสียหายหรือยอดที่ถึงกำหนดทันทีเมื่อผิดนัดที่สูงเกินส่วน ศาลลดได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 383

**คดีในศาล** การประนีประนอมยอมความในศาลแล้วศาลพิพากษาตามยอม และการถอนฟ้อง เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง คำพิพากษาตามยอมบังคับคดีได้ทันทีเมื่อผิดนัด ต่างจากสัญญานอกศาลที่ต้องฟ้องใหม่ ถ้าเป็นคดีอาญาที่ยอมความได้ การถอนคำร้องทุกข์ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ แต่ความผิดอาญาที่ยอมความไม่ได้ สัญญานี้ระงับได้เฉพาะส่วนแพ่ง ควรปรึกษาทนายความของตนก่อนลงนามยังไม่มีคดี ถ้าผิดนัด ฝ่ายที่ไม่ผิดนัดต้องฟ้องบังคับตามสัญญานี้ ถ้าต้องการบังคับได้เร็ว ให้พิจารณาฟ้องแล้วยอมความในศาลเพื่อให้มีคำพิพากษาตามยอม ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

## การทวงถามเงินตามการยอมความ

ถ้าฝ่ายที่รับเงินต้องทวงยอดที่ค้าง ต้องทวงตาม พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ห้ามติดต่อบุคคลอื่นเพื่อทวงหนี้เว้นแต่ตามที่มาตรา 8 อนุญาต ติดต่อได้เฉพาะเวลาและความถี่ตามมาตรา 9 และห้ามข่มขู่ ใช้ถ้อยคำดูหมิ่น หรือเปิดเผยหนี้ต่อผู้อื่นตามมาตรา 11 ข้อ 9 ห้ามให้ร้ายกันหลังยอมความ ฝ่ายที่ฝ่าฝืนผิดสัญญาและอาจมีความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ข้อ 8 ห้ามยึดทรัพย์สินหรือบัญชีไว้ต่อรอง ฝ่ายที่ฝ่าฝืนต้องชดใช้ความเสียหาย

## เอกสารแนบท้าย

- สำเนาสัญญาหรือหลักฐานที่เป็นที่มาของข้อพิพาท
- หลักฐานการชำระเงินแต่ละงวด
- ร่างคำร้องต่อศาลหรือหนังสือถอนเรื่อง

## วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน **ต้องลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย** โดยเฉพาะฝ่ายที่มีหน้าที่ชำระหรือทำการ ถ้าลงนามโดยผู้รับมอบอำนาจ ให้แนบหนังสือมอบอำนาจที่ระบุอำนาจประนีประนอมยอมความ

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-91EB96 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญาประนีประนอมยอมความ ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาประนีประนอมยอมความไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากร เว้นแต่ในสัญญานี้มีการสร้างตราสารอื่นขึ้นด้วย เช่น มีบุคคลภายนอกค้ำประกันการชำระ ต้องปิดอากรค้ำประกันตามลักษณะ 17 หรือตกลงเป็นการกู้ยืมเงินต้องปิดอากรตามลักษณะ 5 ใบรับเงินค่าเสียหายไม่ต้องปิดอากร เพราะบัญชีลักษณะ 28 ใช้เฉพาะใบรับสำหรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ การขายหรือโอนยานพาหนะ และรางวัลสลาก

### ใช้สัญญาประนีประนอมยอมความตอนไหน

ใช้เมื่อตกลงค่าเสียหายกันได้หลังเกิดข้อพิพาท · ใช้เมื่อร้านหรือผู้ให้บริการตกลงคืนเงินให้ลูกค้าแล้วยุติข้อร้องเรียน · ใช้เมื่อคู่ความตกลงกันได้ระหว่างมีคดีในศาล

### ทำสัญญาประนีประนอมยอมความต้องระวังอะไร

เขียนข้อพิพาทและยอดที่แต่ละฝ่ายเรียกให้ชัด เพื่อรู้ว่าสิทธิใดระงับ · ต้องทำเป็นหนังสือและลงชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด · การสละสิทธิที่ยังไม่รู้ ไม่ควรใช้กับผู้บริโภค · ถ้ามีคดีในศาล ให้ยื่นคำร้องต่อศาลตามที่ตกลง

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาประนีประนอมยอมความ

ถ้าลูกหนี้ยอมรับหนี้โดยไม่มีข้อโต้แย้ง ให้ใช้ หนังสือรับสภาพหนี้และสัญญาผ่อนชำระหนี้ · ถ้าเจ้าหนี้ลดหนี้หรือขยายเวลาให้ลูกหนี้ ให้ใช้ สัญญาปรับโครงสร้างหนี้ · ถ้าเพียงตกลงเลิกสัญญาโดยไม่มีข้อพิพาท ให้ใช้ หนังสือข้อตกลงยกเลิกสัญญา · ถ้าจะมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปถอนฟ้อง ยอมความ หรือรับเงินแทน ให้ใช้ หนังสือมอบอำนาจสละสิทธิดำเนินคดี · ถ้าคู่สัญญาเป็นชาวต่างชาติหรือต้องการฉบับภาษาอังกฤษ ให้ใช้ Compromise Agreement — สัญญาประนีประนอมยอมความ ภาษาอังกฤษ

### สัญญาประนีประนอมยอมความ ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

สัญญาประนีประนอมยอมความต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด ไม่อย่างนั้นฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 851 สัญญานี้คือสัญญาที่คู่กรณีระงับข้อพิพาทที่มีอยู่หรือจะมีขึ้น โดยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กันตามมาตรา 850 ถ้ามีแต่ฝ่ายเดียวยอม ไม่ใช่การประนีประนอมยอมความ ข้อ 1.2 จึงให้เขียนสิ่งที่แต่ละฝ่ายเรียก เพื่อแสดงว่าต่างฝ่ายยอมลดจากที่เรียกไว้ ผลของการยอมความคือสิทธิเรียกร้องเดิมระงับ และคู่กรณีได้สิทธิตามสัญญานี้แทนตามมาตรา 852 จึงไม่ต้องทำหนังสือรับสภาพหนี้แยก เพราะสัญญานี้ก่อหนี้ใหม่ขึ้นแล้ว ข้อ 6.2 ให้ฝ่ายที่ไม่ผิดนัดเลือกกลับไปใช้สิทธิเดิมได้ ข้อนี้ต่างจากหลักทั่วไปของมาตรา 852 และใช้ได้เพราะคู่กรณีตกลงกันเป็นเงื่อนไขไว้โดยชัดแจ้ง ควรตรวจว่าถ้อยคำชัดพอให้ศาลเห็นว่าเป็นเงื่อนไขนั้นจริงข้อ 6.2 ให้สิทธิเดิมไม่กลับคืนมาเมื่อผิดนัด ซึ่งเป็นหลักตามมาตรา 852 ฝ่ายที่ไม่ผิดนัดเรียกได้ตามสัญญานี้พร้อมดอกเบี้ยตามมาตรา 224 เท่านั้น ถ้าต้องการให้เลือกกลับไปเรียกตามสิทธิเดิมได้ ให้ติ๊กสวิตช์ ⚠️ ข้อ 4.2 สละสิทธิเรียกร้องทุกเรื่อง รวมเรื่องที่ยังไม่รู้ ถ้าอีกฝ่ายเป็นผู้บริโภคและฝ่ายที่ร่างเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ข้อนี้เสี่ยงถูกศาลปรับตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 ใช้เฉพาะระหว่างธุรกิจที่ต่างมีที่ปรึกษาข้อ 4.2 จำกัดการสละสิทธิไว้เฉพาะข้อพิพาทตามข้อ 1 ซึ่งปลอดภัยกว่าเมื่ออีกฝ่ายเป็นผู้บริโภค เพราะการให้ผู้บริโภคสละสิทธิที่ยังไม่รู้ ศาลปรับได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 ค่าเสียหายหรือยอดที่ถึงกำหนดทันทีเมื่อผิดนัดที่สูงเกินส่วน ศาลลดได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 383 คดีในศาล การประนีประนอมยอมความในศาลแล้วศาลพิพากษาตามยอม และการถอนฟ้อง เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง คำพิพากษาตามยอมบังคับคดีได้ทันทีเมื่อผิดนัด ต่างจากสัญญานอกศาลที่ต้องฟ้องใหม่ ถ้าเป็นคดีอาญาที่ยอมความได้ การถอนคำร้องทุกข์ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ แต่ความผิดอาญาที่ยอมความไม่ได้ สัญญานี้ระงับได้เฉพาะส่วนแพ่ง ควรปรึกษาทนายความของตนก่อนลงนามยังไม่มีคดี ถ้าผิดนัด ฝ่ายที่ไม่ผิดนัดต้องฟ้องบังคับตามสัญญานี้ ถ้าต้องการบังคับได้เร็ว ให้พิจารณาฟ้องแล้วยอมความในศาลเพื่อให้มีคำพิพากษาตามยอม ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

### ลงนามสัญญาประนีประนอมยอมความต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ต้องลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายที่มีหน้าที่ชำระหรือทำการ ถ้าลงนามโดยผู้รับมอบอำนาจ ให้แนบหนังสือมอบอำนาจที่ระบุอำนาจประนีประนอมยอมความ

### ทำสัญญาประนีประนอมยอมความต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

สำเนาสัญญาหรือหลักฐานที่เป็นที่มาของข้อพิพาท หลักฐานการชำระเงินแต่ละงวด ร่างคำร้องต่อศาลหรือหนังสือถอนเรื่อง

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

_บริบท: หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850

อันว่าประนีประนอมยอมความนั้น คือสัญญาซึ่งผู้เป็นคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน

_บริบท: ลักษณะ 17 ประนีประนอมยอมความ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 851

อันสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด หรือลายมือชื่อตัวแทนของฝ่ายนั้นเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่

_บริบท: ลักษณะ 17 ประนีประนอมยอมความ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 852

ผลของสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ย่อมทำให้การเรียกร้องซึ่งแต่ละฝ่ายได้ยอมสละนั้นระงับสิ้นไป และทำให้แต่ละฝ่ายได้สิทธิตามที่แสดงในสัญญานั้นว่าเป็นของตน

_บริบท: ลักษณะ 17 ประนีประนอมยอมความ_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 8

ห้ามผู้ทวงถามหนี้ติดต่อกับบุคคลอื่นซึ่งมิใช่ลูกหนี้เพื่อการทวงถามหนี้ เว้นแต่บุคคล ซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการดังกล่าว การติดต่อกับบุคคลอื่นนอกจากบุคคลตามวรรคหนึ่ง ให้กระทําได้เพื่อวัตถุประสงค์ในการสอบถาม หรือยืนยันข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อลูกหนี้หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้เท่านั้น โดยผู้ทวงถามหนี้ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ (1) แจ้งให้ทราบชื่อตัว ชื่อสกุล และแสดงเจตนาว่าต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ ติดต่อลูกหนี้หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้ (2) ห้ามแจ้งถึงความเป็นหนี้ของลูกหนี้ เว้นแต่ในกรณีที่บุคคลอื่นนั้นเป็นสามี ภริยา บุพการี หรือผู้สืบสันดานของลูกหนี้ และบุคคลอื่นดังกล่าวได้สอบถามผู้ทวงถามหนี้ถึงสาเหตุของการติดต่อ ให้ผู้ทวงถามหนี้ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับหนี้ได้เท่าที่จําเป็นและตามความเหมาะสม (3) ห้ามใช้ข้อความ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้บนซองจดหมาย ในหนังสือ หรือในสื่ออื่นใดที่ใช้ในการติดต่อสอบถาม ซึ่งทําให้เข้าใจได้ว่าเป็นการติดต่อเพื่อทวงถามหนี้ ของลูกหนี้ (4) ห้ามติดต่อหรือแสดงตนที่ทําให้เข้าใจผิดเพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อลูกหนี้ หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้

_บริบท: พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558_

### พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 9

การทวงถามหนี้ ให้ผู้ทวงถามหนี้ปฏิบัติดังต่อไปนี้ (1) สถานที่ติดต่อ ในกรณีที่ติดต่อโดยบุคคลหรือทางไปรษณีย์ ให้ติดต่อตามสถานที่ที่ลูกหนี้ หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้ได้แจ้งให้เป็นสถานที่ติดต่อ ในกรณีที่บุคคลดังกล่าว ไม่ได้แจ้งไว้ล่วงหน้าหรือสถานที่ที่ได้แจ้งไว้ไม่สามารถติดต่อได้ โดยผู้ทวงถามหนี้ได้พยายามติดต่อ ตามสมควรแล้ว ให้ติดต่อตามภูมิลําเนา ถิ่นที่อยู่ หรือสถานที่ทํางานของบุคคลดังกล่าว หรือสถานที่อื่น ตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด (2) เวลาในการติดต่อ การติดต่อโดยบุคคล โทรศัพท์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยี สารสนเทศประเภทอื่น ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ให้ติดต่อได้ตั้งแต่เวลา 08.00 นาฬิกา ถึงเวลา 20.00 นาฬิกา และในวันหยุดราชการ เวลา 08.00 นาฬิกา ถึงเวลา 18.00 นาฬิกา หากไม่สามารถติดต่อตามเวลา ดังกล่าวได้หรือช่วงเวลาดังกล่าวไม่เหมาะสม ให้ติดต่อได้ในช่วงเวลาอื่นตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่คณะกรรมการประกาศกําหนด (3) จํานวนครั้งที่ติดต่อ ในช่วงเวลาตาม (2) ให้ติดต่อตามจํานวนครั้งที่เหมาะสมและคณะกรรมการ อาจประกาศกําหนดจํานวนครั้งด้วยก็ได้ (4) ในกรณีที่เป็นผู้รับมอบอํานาจจากเจ้าหนี้ ผู้รับมอบอํานาจช่วงในการทวงถามหนี้ ผู้ประกอบ ธุรกิจทวงถามหนี้ หรือผู้รับมอบอํานาจจากผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ ให้ผู้ทวงถามหนี้แจ้งให้ ทราบถึงชื่อตัวและชื่อสกุล หรือชื่อหน่วยงานของตนและของเจ้าหนี้ และจํานวนหนี้ และถ้าผู้รับมอบอํานาจ ดังกล่าวทวงถามหนี้ต่อหน้า ให้แสดงหลักฐานการมอบอํานาจให้ทวงถามหนี้ด้วย

_บริบท: พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558_

### พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 11

ห้ามผู้ทวงถามหนี้กระทําการทวงถามหนี้ในลักษณะดังต่อไปนี้ (1) การข่มขู่ การใช้ความรุนแรง หรือการกระทําอื่นใดที่ทําให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น (2) การใช้วาจาหรือภาษาที่เป็นการดูหมิ่นลูกหนี้หรือผู้อื่น (3) การแจ้งหรือเปิดเผยเกี่ยวกับความเป็นหนี้ของลูกหนี้ให้แก่ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทวงถามหนี้ เว้นแต่เป็นกรณีตามมาตรา 8 วรรคสอง (2) (4) การติดต่อลูกหนี้โดยไปรษณียบัตร เอกสารเปิดผนึก โทรสาร หรือสิ่งอื่นใดที่สื่อให้ทราบว่า เป็นการทวงถามหนี้อย่างชัดเจน เว้นแต่กรณีการบอกกล่าวบังคับจํานองด้วยวิธีการประกาศหนังสือพิมพ์ ซึ่งเจ้าหนี้ไม่สามารถติดต่อลูกหนี้โดยวิธีการอื่น หรือกรณีอื่นใดตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด (5) การใช้ข้อความ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้บนซองจดหมาย ในการติดต่อลูกหนี้ที่ทําให้เข้าใจได้ว่าเป็นการติดต่อเพื่อการทวงถามหนี้ เว้นแต่ชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้ ไม่ได้สื่อให้ทราบได้ว่าเป็นผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ (6) การทวงถามหนี้ที่ไม่เหมาะสมในลักษณะอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด ความใน (5) มิให้นํามาใช้บังคับกับการทวงถามหนี้เป็นหนังสือเพื่อจะใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาล

_บริบท: พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 9

เมื่อมีกิจการอันใดซึ่งกฎหมายบังคับให้ทำเป็นหนังสือ บุคคลผู้จะต้องทำหนังสือไม่จำเป็นต้องเขียนเอง แต่หนังสือนั้นต้องลงลายมือชื่อของบุคคลนั้น

_บริบท: ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 11

ในกรณีที่มีข้อสงสัย ให้ตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่คู่กรณีฝ่ายซึ่งจะเป็นผู้ต้องเสียในมูลหนี้นั้น

_บริบท: ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_settlement_agreement

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย