# สัญญาทดลองใช้ระบบแบบ Proof of Concept ต้องมีอะไรบ้าง

> ทดลองระบบหรือ AI ระยะสั้นด้วยค่าจ้างคงที่ เพื่อตอบคำถามเดียวก่อนตัดสินใจลงทุน กำหนดเกณฑ์ความสำเร็จ วันสิ้นสุด ข้อห้ามใช้จริง การลบข้อมูลเมื่อจบ และไม่ผูกพันต้องจ้างต่อ

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A-Proof-of-Concept

## ตอบสั้น

ผู้ว่าจ้างจ้างผู้รับจ้างทดลองระบบในขอบเขตและเวลาจำกัด เพื่อตอบคำถามที่ตกลงกันไว้ก่อนตัดสินใจจ้างพัฒนาระบบจริง · เขียนคำถามเดียวและเกณฑ์ที่วัดได้ก่อนเริ่ม ถ้าเขียนกว้าง ๆ จะเถียงกันตอนจบว่าผ่านหรือไม่

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้เมื่อยังไม่แน่ใจว่าเทคโนโลยีหรือ AI จะแก้ปัญหาได้จริง และอยากลองก่อนลงทุนเต็มโครงการ
- **อากรแสตมป์:** สัญญานี้เป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เพราะผู้รับจ้างต้องส่งผลงานทดลองและรายงานผล จึงเข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า จากค่าจ้าง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ค่าบริการภายนอกที่ผู้ว่าจ้างจ่ายเองหรือจ่ายคืนตามจริงไม่ใช่สินจ้าง ไม่นำมารวมคำนวณ ถ้าไม่ปิดอากรให้ครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114 ถ้าลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ต้องชำระอากรผ่านระบบ e-Stamp ภายในกำหนด
- **ภาษี:** ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 จากค่าจ้างก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป แม้จะแบ่งจ่ายงวดละน้อยกว่านั้นตามข้อ 12/7 ให้ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 ถ้าค่าจ้างถูกนำไปหักในสัญญาพัฒนาระบบจริงตามข้อ 7.3 ให้ออกเอกสารของสัญญาใหม่เป็นยอดหลังหัก และอ้างเลขใบกำกับภาษีเดิมไว้ เพื่อไม่ให้เสียภาษีซ้ำ ค่าบริการคลาวด์หรือ AI ต่างประเทศที่ผู้ว่าจ้างจ่ายเอง ต้องตรวจภาษีการจ่ายเงินไปต่างประเทศและภาษีมูลค่าเพิ่มของบริการจากต่างประเทศแยกต่างหาก
- **แบบที่กฎหมายกำหนด:** สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่เพราะเลือกใช้ข้อมูลจริง ต้องลงนามข้อตกลงประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 40 แนบท้าย ก่อน ส่งข้อมูลให้ผู้รับจ้าง ให้ใช้แม่แบบสัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและเพราะเลือกใช้ข้อมูลสมมติ จึงไม่ต้องทำข้อตกลงประมวลผลข้อมูล แต่ต้องตรวจจริงว่าข้อมูลที่ส่งให้ระบุตัวบุคคลไม่ได้ ถ้าต่อมาจะใช้ข้อมูลจริงต้องแก้สัญญาก่อน
- **มาตราที่อ้าง:** ป.พ.พ. ม.224, 383, 420, 575, 587, 605, 810, 811; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 8; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.10, 18; พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 ม.6; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.28–29, 37, 39, 40; ประมวลรัษฎากร ม.78/1, 86, 113–114, 118, บัญชีอัตราอากรลักษณะ 4; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8, 12/7
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 249 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้เมื่อยังไม่แน่ใจว่าเทคโนโลยีหรือ AI จะแก้ปัญหาได้จริง และอยากลองก่อนลงทุนเต็มโครงการ
- ใช้เมื่อผู้รับจ้างเสนอทดลองฟรีหรือราคาพิเศษ แต่จะต้องส่งข้อมูลของบริษัทให้
- ใช้เมื่อต้องการให้ค่าทดลองนำไปหักจากสัญญาจริงถ้าตัดสินใจทำต่อ

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- เขียนคำถามเดียวและเกณฑ์ที่วัดได้ก่อนเริ่ม ถ้าเขียนกว้าง ๆ จะเถียงกันตอนจบว่าผ่านหรือไม่
- ห้ามนำผลงานทดลองไปให้ลูกค้าใช้หรือเชื่อมระบบจริง ถ้าฝ่าฝืนผู้ว่าจ้างรับความเสี่ยงเอง
- ถ้าใช้ข้อมูลจริง ต้องทำข้อตกลงประมวลผลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.40 ก่อนส่งข้อมูล และขอหนังสือรับรองการลบเมื่อจบ
- บริการ AI ต่างประเทศอาจนำข้อมูลไปฝึกโมเดลและเป็นการโอนข้อมูลข้ามแดนตาม ม.28–29 ต้องปิดการตั้งค่าและตรวจก่อน
- ค่าบริการคลาวด์หรือ AI ต้องมีเพดาน เพราะการทดลองที่ลืมปิดทรัพยากรจะเสียเงินต่อหลังจบ

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ถ้าตัดสินใจแล้วว่าจะพัฒนาระบบจริง ให้ใช้ [สัญญาจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์ / ระบบสารสนเทศ](/s/th_software_development)
- ถ้าจะสร้างผู้ช่วย AI เพื่อเปิดใช้งานจริง ให้ใช้ [สัญญาจ้างพัฒนา Chatbot หรือระบบ AI](/s/th_ai_chatbot_development)
- ถ้าเป็นการทดลองใช้บริการสำเร็จรูปแบบสมัครสมาชิก ให้ใช้ [สัญญาให้บริการ SaaS](/s/th_saas_service)

## อากรแสตมป์

สัญญานี้เป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เพราะผู้รับจ้างต้องส่งผลงานทดลองและรายงานผล จึงเข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า จากค่าจ้าง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ค่าบริการภายนอกที่ผู้ว่าจ้างจ่ายเองหรือจ่ายคืนตามจริงไม่ใช่สินจ้าง ไม่นำมารวมคำนวณ

ถ้าไม่ปิดอากรให้ครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114 ถ้าลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ต้องชำระอากรผ่านระบบ e-Stamp ภายในกำหนด

## การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่เพราะเลือกใช้ข้อมูลจริง ต้องลงนามข้อตกลงประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 40 แนบท้าย **ก่อน** ส่งข้อมูลให้ผู้รับจ้าง ให้ใช้แม่แบบสัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและเพราะเลือกใช้ข้อมูลสมมติ จึงไม่ต้องทำข้อตกลงประมวลผลข้อมูล แต่ต้องตรวจจริงว่าข้อมูลที่ส่งให้ระบุตัวบุคคลไม่ได้ ถ้าต่อมาจะใช้ข้อมูลจริงต้องแก้สัญญาก่อน

## ภาษี

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 จากค่าจ้างก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป แม้จะแบ่งจ่ายงวดละน้อยกว่านั้นตามข้อ 12/7 ให้ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86

ถ้าค่าจ้างถูกนำไปหักในสัญญาพัฒนาระบบจริงตามข้อ 7.3 ให้ออกเอกสารของสัญญาใหม่เป็นยอดหลังหัก และอ้างเลขใบกำกับภาษีเดิมไว้ เพื่อไม่ให้เสียภาษีซ้ำ ค่าบริการคลาวด์หรือ AI ต่างประเทศที่ผู้ว่าจ้างจ่ายเอง ต้องตรวจภาษีการจ่ายเงินไปต่างประเทศและภาษีมูลค่าเพิ่มของบริการจากต่างประเทศแยกต่างหาก

## PoC ที่ดีต้องตอบคำถามเดียว และตกลงเกณฑ์ไว้ก่อนเริ่ม

การทดลองที่ล้มเหลวส่วนใหญ่ไม่ได้ล้มเพราะเทคโนโลยี แต่ล้มเพราะ**ไม่มีใครเขียนไว้ก่อนว่าผลแบบไหนนับว่าสำเร็จ** เมื่อจบการทดลอง ฝ่ายหนึ่งบอกว่าผ่าน อีกฝ่ายบอกว่าไม่ผ่าน และไม่มีเกณฑ์ใดให้ชี้

ข้อ 1 จึงบังคับให้เขียนคำถามเดียวและเกณฑ์ที่วัดได้ก่อนเริ่ม เช่น "ระบบอ่านใบแจ้งหนี้ 200 ใบแล้วดึงยอดเงินถูกต้องไม่น้อยกว่า 95% หรือไม่" ไม่ใช่ "ทดลองดูว่า AI ช่วยงานบัญชีได้ไหม"

ข้อ 1.3 และข้อ 6.3 แยกสองเรื่องออกจากกัน ผู้รับจ้างได้ค่าจ้างเพราะ**ทำการทดลองและรายงานผลครบ** ไม่ใช่เพราะ**ผลออกมาดี** ถ้าจ่ายเฉพาะเมื่อผลผ่าน ผู้รับจ้างจะมีแรงจูงใจตกแต่งผล ซึ่งข้อ 6.2 ห้ามไว้

## ของทดลองไม่ใช่ของใช้จริง — ความเสี่ยงที่พบบ่อยที่สุด

ข้อ 3 ห้ามนำผลงานทดลองไปให้ลูกค้าใช้หรือเชื่อมเข้ากับระบบจริง เหตุผลคือโค้ดทดลองเขียนเร็ว ข้ามเรื่องความปลอดภัย และไม่ได้ทดสอบกับปริมาณงานจริง แต่เมื่อทดลองผ่าน หลายองค์กรก็ "ใช้ไปก่อน" แล้วของทดลองกลายเป็นระบบหลักโดยไม่มีใครรับผิดชอบ

ถ้าผู้ว่าจ้างฝ่าฝืนข้อ 3.2 ผู้ว่าจ้างรับความเสี่ยงเอง แต่ข้อ 3.3 ยังคงความรับผิดของผู้รับจ้างในกรณีทุจริต จงใจ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง และการรั่วไหลของข้อมูลไว้ เพื่อไม่ให้ข้อ 3 กลายเป็นข้อยกเว้นความรับผิดที่ต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8 ความรับผิดทางละเมิดต่อบุคคลภายนอกตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 ก็ยังมีอยู่ตามปกติ

## ข้อมูลจริงในการทดลอง และหนังสือรับรองการลบ

การทดลองมักใช้ข้อมูลจริงเพราะได้ผลแม่นกว่า แต่เมื่อการทดลองจบ ข้อมูลมักค้างอยู่ในเครื่องของผู้รับจ้าง ในบัญชีคลาวด์ทดลอง หรือในผู้ให้บริการ AI ข้อ 5.5 จึงบังคับให้ลบทั้งหมดรวมสำเนาสำรอง แล้วส่ง**หนังสือรับรองการลบ** ผู้ประมวลผลมีหน้าที่ตามมาตรา 40 ที่ต้องทำตามคำสั่งและรักษาความปลอดภัย ถ้าประมวลผลนอกคำสั่งจะมีฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลเองตามมาตรา 40 วรรคท้าย ผู้ว่าจ้างเองก็มีหน้าที่ตามมาตรา 37 ที่ต้องดูแลให้ข้อมูลถูกลบเมื่อหมดความจำเป็น

ข้อ 5.4 ห้ามนำข้อมูลไปฝึกโมเดล AI เป็นค่าเริ่มต้น บริการ AI หลายรายใช้ข้อมูลที่ส่งเข้าไปพัฒนาโมเดลถ้าไม่ได้ปิดการตั้งค่านั้น ส่วนบริการที่อยู่ต่างประเทศต้องตรวจการโอนข้อมูลตามมาตรา 28–29 การฝ่าฝืนข้อ 5.4 ถือว่าผิดสัญญาในสาระสำคัญ ผู้ว่าจ้างบอกเลิกและเรียกค่าเสียหายได้ตามข้อ 11.1 และความเสียหายส่วนนี้อยู่นอกเพดานในข้อ 10.2

## ไม่มีหน้าที่ต้องจ้างต่อ และการกักของไว้ต่อรอง

ข้อ 6.4 ระบุว่าไม่มีฝ่ายใดผูกพันต้องทำสัญญาต่อ ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร และข้อ 8.1 กำหนดว่ารายงานผลนำไปให้ผู้พัฒนารายอื่นดูได้ ถ้าเปิดสวิตช์ในข้อ 7.3 ค่าจ้างจะถูกนำไปหักในสัญญาใหม่ได้ภายในระยะที่กำหนดเท่านั้น

ข้อ 11.3 ห้ามทั้งสองฝ่ายกักของอีกฝ่ายไว้ต่อรอง ผู้รับจ้างที่กักข้อมูล บัญชี หรือรายงานไว้เพื่อเรียกเงินถือว่าผิดสัญญา การเข้าระบบหลังถูกถอนสิทธิอาจเป็นความผิดอาญาตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 5–10 แยกจากความรับผิดทางสัญญา ต้องตรวจข้อเท็จจริงก่อนกล่าวหา เงินค่าบริการที่ผู้รับจ้างสำรองจ่ายหรือรับไว้แทนต้องส่งคืนพร้อมหลักฐานตาม ป.พ.พ. มาตรา 810 และถ้านำไปใช้เพื่อตนเองต้องเสียดอกเบี้ยตามมาตรา 811 ส่วนผู้ว่าจ้างที่ระงับค่าจ้างส่วนที่ไม่โต้แย้งต้องเสียดอกเบี้ยผิดนัดตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 ผู้รับจ้างที่อ้างผลการทดลองเป็นผลงานโดยไม่ได้รับอนุญาตถือว่าผิดข้อ 9.2 และถ้าข้อมูลที่เปิดเผยเป็นความลับทางการค้า ผู้ว่าจ้างมีสิทธิตาม พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 6 เพิ่มเติม

การเลิกก่อนวันสิ้นสุดตามข้อ 11.2 คิดค่าจ้างตามงานที่ทำจริงตาม ป.พ.พ. มาตรา 605 สัญญานี้ไม่มีเบี้ยปรับรายวัน ถ้าจะเพิ่มเบี้ยปรับ ศาลลดได้ตามมาตรา 383

## เส้นแบ่งจ้างทำของ

ข้อ 2.4 เขียนว่าผู้รับจ้างเป็นผู้รับจ้างอิสระ แต่ชื่อในสัญญาไม่ได้ตัดสินเรื่องนี้ ถ้าผู้ว่าจ้างให้ผู้รับจ้างเข้าออฟฟิศตามเวลา สั่งงานรายวัน และจ่ายเป็นรายเดือน อาจกลายเป็นจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. มาตรา 575 ซึ่งทำให้มีภาระค่าชดเชยและเงินสมทบประกันสังคม การทดลองระยะสั้นที่จ่ายค่าจ้างคงที่มีความเสี่ยงเรื่องนี้ต่ำ แต่ถ้าต่ออายุหลายรอบก็เสี่ยงมากขึ้น

## เอกสารแนบท้ายสัญญา

- คำถามของการทดลองและเกณฑ์ความสำเร็จ พร้อมวิธีวัดผลแต่ละข้อ
- รายการบริการภายนอก ผู้เป็นเจ้าของบัญชี และเพดานค่าใช้จ่าย
- รายการข้อมูลที่ส่งให้ และวิธีลดทอนหรือแฝงข้อมูล
- ข้อตกลงประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 37, 39 และ 40 ถ้าใช้ข้อมูลจริง
- แบบหนังสือรับรองการลบข้อมูล

## วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับเอกสารแนบทุกหน้า มีพยานหรือไม่ก็ได้ ลงนามให้เสร็จ**ก่อน**วันเริ่มทดลองและก่อนส่งข้อมูลใด ๆ ให้ผู้รับจ้าง อย่าเขียนรหัสผ่านหรือกุญแจเข้าระบบลงในสัญญาหรือเอกสารแนบ

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-1531B0 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญาทดลองใช้ระบบแบบ Proof of Concept ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญานี้เป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เพราะผู้รับจ้างต้องส่งผลงานทดลองและรายงานผล จึงเข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า จากค่าจ้าง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ค่าบริการภายนอกที่ผู้ว่าจ้างจ่ายเองหรือจ่ายคืนตามจริงไม่ใช่สินจ้าง ไม่นำมารวมคำนวณ ถ้าไม่ปิดอากรให้ครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114 ถ้าลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ต้องชำระอากรผ่านระบบ e-Stamp ภายในกำหนด

### สัญญาทดลองใช้ระบบแบบ Proof of Concept เสียภาษีอะไรบ้าง

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 จากค่าจ้างก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป แม้จะแบ่งจ่ายงวดละน้อยกว่านั้นตามข้อ 12/7 ให้ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 ถ้าค่าจ้างถูกนำไปหักในสัญญาพัฒนาระบบจริงตามข้อ 7.3 ให้ออกเอกสารของสัญญาใหม่เป็นยอดหลังหัก และอ้างเลขใบกำกับภาษีเดิมไว้ เพื่อไม่ให้เสียภาษีซ้ำ ค่าบริการคลาวด์หรือ AI ต่างประเทศที่ผู้ว่าจ้างจ่ายเอง ต้องตรวจภาษีการจ่ายเงินไปต่างประเทศและภาษีมูลค่าเพิ่มของบริการจากต่างประเทศแยกต่างหาก

### ใช้สัญญาทดลองใช้ระบบแบบ Proof of Conceptตอนไหน

ใช้เมื่อยังไม่แน่ใจว่าเทคโนโลยีหรือ AI จะแก้ปัญหาได้จริง และอยากลองก่อนลงทุนเต็มโครงการ · ใช้เมื่อผู้รับจ้างเสนอทดลองฟรีหรือราคาพิเศษ แต่จะต้องส่งข้อมูลของบริษัทให้ · ใช้เมื่อต้องการให้ค่าทดลองนำไปหักจากสัญญาจริงถ้าตัดสินใจทำต่อ

### ทำสัญญาทดลองใช้ระบบแบบ Proof of Conceptต้องระวังอะไร

เขียนคำถามเดียวและเกณฑ์ที่วัดได้ก่อนเริ่ม ถ้าเขียนกว้าง ๆ จะเถียงกันตอนจบว่าผ่านหรือไม่ · ห้ามนำผลงานทดลองไปให้ลูกค้าใช้หรือเชื่อมระบบจริง ถ้าฝ่าฝืนผู้ว่าจ้างรับความเสี่ยงเอง · ถ้าใช้ข้อมูลจริง ต้องทำข้อตกลงประมวลผลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.40 ก่อนส่งข้อมูล และขอหนังสือรับรองการลบเมื่อจบ · บริการ AI ต่างประเทศอาจนำข้อมูลไปฝึกโมเดลและเป็นการโอนข้อมูลข้ามแดนตาม ม.28–29 ต้องปิดการตั้งค่าและตรวจก่อน · ค่าบริการคลาวด์หรือ AI ต้องมีเพดาน เพราะการทดลองที่ลืมปิดทรัพยากรจะเสียเงินต่อหลังจบ

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาทดลองใช้ระบบแบบ Proof of Concept

ถ้าตัดสินใจแล้วว่าจะพัฒนาระบบจริง ให้ใช้ สัญญาจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์ / ระบบสารสนเทศ · ถ้าจะสร้างผู้ช่วย AI เพื่อเปิดใช้งานจริง ให้ใช้ สัญญาจ้างพัฒนา Chatbot หรือระบบ AI · ถ้าเป็นการทดลองใช้บริการสำเร็จรูปแบบสมัครสมาชิก ให้ใช้ สัญญาให้บริการ SaaS

### สัญญาทดลองใช้ระบบแบบ Proof of Concept ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่เพราะเลือกใช้ข้อมูลจริง ต้องลงนามข้อตกลงประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 40 แนบท้าย ก่อน ส่งข้อมูลให้ผู้รับจ้าง ให้ใช้แม่แบบสัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและเพราะเลือกใช้ข้อมูลสมมติ จึงไม่ต้องทำข้อตกลงประมวลผลข้อมูล แต่ต้องตรวจจริงว่าข้อมูลที่ส่งให้ระบุตัวบุคคลไม่ได้ ถ้าต่อมาจะใช้ข้อมูลจริงต้องแก้สัญญาก่อน

### ลงนามสัญญาทดลองใช้ระบบแบบ Proof of Conceptต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับเอกสารแนบทุกหน้า มีพยานหรือไม่ก็ได้ ลงนามให้เสร็จก่อนวันเริ่มทดลองและก่อนส่งข้อมูลใด ๆ ให้ผู้รับจ้าง อย่าเขียนรหัสผ่านหรือกุญแจเข้าระบบลงในสัญญาหรือเอกสารแนบ

### ทำสัญญาทดลองใช้ระบบแบบ Proof of Conceptต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

คำถามของการทดลองและเกณฑ์ความสำเร็จ พร้อมวิธีวัดผลแต่ละข้อ รายการบริการภายนอก ผู้เป็นเจ้าของบัญชี และเพดานค่าใช้จ่าย รายการข้อมูลที่ส่งให้ และวิธีลดทอนหรือแฝงข้อมูล ข้อตกลงประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 37, 39 และ 40 ถ้าใช้ข้อมูลจริง แบบหนังสือรับรองการลบข้อมูล

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

_บริบท: หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420

ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

_บริบท: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575

อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้

_บริบท: ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 605

ถ้าการที่จ้างยังทำไม่แล้วเสร็จอยู่ตราบใด ผู้ว่าจ้างอาจบอกเลิกสัญญาได้ เมื่อเสียค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับจ้างเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 810

เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นบรรดาที่ตัวแทนได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนนั้น ท่านว่าตัวแทนต้องส่งให้แก่ตัวการจงสิ้น

_บริบท: หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 811

ถ้าตัวแทนเอาเงินซึ่งควรจะได้ส่งแก่ตัวการ หรือซึ่งควรจะใช้ในกิจของตัวการนั้นไปใช้สอยเป็นประโยชน์ตนเสีย ท่านว่าตัวแทนต้องเสียดอกเบี้ยในเงินนั้นนับแต่วันที่ได้เอาไปใช้

_บริบท: หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10

งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18

ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 6

การละเมิดสิทธิในความลับทางการค้าตามพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่ การ กระทำที่เป็นการเปิดเผย เอาไป หรือใช้ซึ่งความลับทางการค้าโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ความลับทางการค้านั้น อันมีลักษณะขัดต่อแนวทางปฏิบัติในเชิงพาณิชย์ที่สุจริตต่อกัน ทั้งนี้ ผู้ละเมิด จะต้องรู้หรือมีเหตุอันควรรู้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการขัดต่อแนวทางปฏิบัติเช่นว่านั้น การกระทำที่มีลักษณะขัดต่อแนวทางปฏิบัติในเชิงพาณิชย์ที่สุจริตต่อกันตามวรรค หนึ่ง หมายความรวมถึงการผิดสัญญา การละเมิดหรือการกระทำในประการที่เป็นการจูงใจให้ละเมิด ความลับอันเป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจต่อกัน การติดสินบน การข่มขู่ การฉ้อโกง การลักทรัพย์ การรับของโจร หรือการจารกรรม โดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใดด้วย

_บริบท: พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28

ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 16 (5) เว้นแต่ (1) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย (2) ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึง มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศ ที่รับข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (5) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลอื่น เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้ (6) เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอของประเทศปลายทาง หรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคล ให้เสนอต่อคณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัย ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอาจขอให้ทบทวนได้เมื่อมีหลักฐานใหม่ทำให้เชื่อได้ว่าประเทศปลายทางหรือ องค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลมีการพัฒนาจนมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่เพียงพอ

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1

ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้

_บริบท: ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 86

ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

_บริบท: ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 28

บุคคลวิกลจริตผู้ใด ถ้าคู่สมรสก็ดี ผู้บุพการีกล่าวคือ บิดา มารดา ปู่ย่า ตายาย ทวดก็ดี ผู้สืบสันดานกล่าวคือ ลูก หลาน เหลน ลื่อก็ดี ผู้ปกครองหรือผู้พิทักษ์ก็ดี ผู้ซึ่งปกครองดูแลบุคคลนั้นอยู่ก็ดี หรือพนักงานอัยการก็ดี ร้องขอต่อศาลให้สั่งให้บุคคลวิกลจริตผู้นั้นเป็นคนไร้ความสามารถ ศาลจะสั่งให้บุคคลวิกลจริตผู้นั้นเป็นคนไร้ความสามารถก็ได้

_บริบท: ความสามารถของบุคคล — ป.พ.พ. ม.19–36_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 5

ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

_บริบท: พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 39

ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลบันทึกรายการ อย่างน้อยดังต่อไปนี้ เพื่อให้เจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลและสำนักงานสามารถตรวจสอบได้ โดยจะบันทึกเป็นหนังสือหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ ก็ได้ (1) ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม (2) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภท (3) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (4) ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล (5) สิทธิและวิธีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งเงื่อนไขเกี่ยวกับบุคคลที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูล ส่วนบุคคลและเงื่อนไขในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลนั้น (6) การใช้หรือเปิดเผยตามมาตรา 27 วรรคสาม (7) การปฏิเสธคำขอหรือการคัดค้านตามมาตรา 30 วรรคสาม มาตรา 31 วรรคสาม

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_proof_of_concept

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย