# สัญญาซื้อขายเพจหรือช่องออนไลน์ ต้องมีอะไรบ้าง

> ใช้เมื่อซื้อขายเพจ ช่อง หรือบัญชีสื่อสังคมพร้อมคอนเทนต์และผู้ติดตาม — ไล่รายการว่าซื้ออะไรบ้าง โอนลิขสิทธิ์โพสต์เก่าอย่างไร ส่งมอบรหัสและเปลี่ยนการยืนยันตัวตนเป็นขั้นตอน พร้อมข้อเท็จจริงเรื่องแพลตฟอร์มที่ห้ามโอนบัญชี และไม่รวมเหรียญหรือโทเคนดิจิทัล

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%88%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B9%8C

## ตอบสั้น

สัญญาซื้อขายเพจ ช่อง หรือบัญชีสื่อสังคมพร้อมคอนเทนต์และผู้ติดตาม โดยส่งมอบสิทธิเข้าถึงและโอนลิขสิทธิ์ในโพสต์เก่าเป็นขั้นตอน · เงื่อนไขของแพลตฟอร์มเกือบทั้งหมดห้ามโอนบัญชีผู้ใช้ สัญญานี้จึงผูกพันกันเองระหว่างคู่สัญญา ไม่ผูกพันแพลตฟอร์ม และแพลตฟอร์มอาจระงับบัญชีได้

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้เมื่อซื้อหรือขายเพจ ช่อง หรือบัญชีสื่อสังคมที่มีผู้ติดตามอยู่แล้ว
- **อากรแสตมป์:** การซื้อขายสิทธิในบัญชีออนไลน์และการโอนลิขสิทธิ์ ไม่มีลักษณะใดในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ที่คลุมถึง จึงไม่ต้องปิดอากร และใบรับเงินก็ไม่ต้องปิด เพราะลักษณะ 28 (ใบรับ) จำกัดเฉพาะใบรับรางวัลสลากกินแบ่งของรัฐบาล ใบรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ และใบรับการขายหรือโอนยานพาหนะที่จดทะเบียนเท่านั้น เพจและช่องไม่ใช่ทั้งสามอย่าง ที่ต้องปิดจริงมีสองกรณี — ถ้ามอบอำนาจให้ผู้อื่นไปดำเนินการแทน หนังสือมอบอำนาจเข้าลักษณะ 7 ต้องปิดอากร และถ้าการซื้อขายรวมเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนการโอนต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นคนละเรื่องกับอากรแสตมป์ ให้ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนยื่น ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ปิดไม่บริบูรณ์ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118
- **ภาษี:** การจ่ายเงินตามสัญญานี้มีหลายองค์ประกอบ และแต่ละองค์ประกอบเป็นเงินได้คนละประเภท ให้แยกบรรทัดในสัญญาและในใบเสร็จตั้งแต่ต้น ส่วนที่เป็นค่าโอนลิขสิทธิ์ในคอนเทนต์เดิม เป็นค่าแห่งลิขสิทธิ์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(3) ผู้ซื้อที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2 ส่วนที่เป็นค่าสิทธิเข้าถึงบัญชีและความสัมพันธ์กับผู้ติดตาม ไม่มีข้อกำหนดตรงตัว ให้ตรวจลักษณะที่แท้จริงกับผู้ทำบัญชีว่าจัดเป็นเงินได้ประเภทใด ส่วนที่เป็นค่าให้คำแนะนำช่วงส่งต่องานตามข้อ 4.3 ถ้าแยกคิดเงิน เป็นค่าบริการซึ่งหักร้อยละ 3 ตามข้อ 12/1 ถ้าผู้ขายเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนที่เป็นการให้บริการและการอนุญาตให้ใช้สิทธิอยู่ในบังคับ VAT ต้องเรียกเก็บและออกใบกำกับภาษี เงินวางล่วงหน้าไม่ใช่เงินคนละก้อนกับราคา เป็นส่วนหนึ่งของราคาซื้อขาย จึงต้องออกเอกสารให้สอดคล้องกัน ไม่ใช่ออกเป็นใบรับมัดจำแล้วลืมรวมตอนคิดภาษี
- **แบบที่กฎหมายกำหนด:** สิ่งที่กฎหมายบังคับในสัญญานี้คือรูปแบบของการโอนลิขสิทธิ์ — การโอนลิขสิทธิ์ที่มิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อทั้งผู้โอนและผู้รับโอน และ ถ้าไม่ระบุระยะเวลาไว้ กฎหมายถือว่าโอนกันมีกำหนดสิบปี ข้อ 2.2 จึงบังคับให้เลือกว่าตลอดอายุคุ้มครองหรือกี่ปี ไม่ปล่อยว่าง ถ้าการซื้อขายรวม เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว การโอนต้องจดทะเบียนการโอนต่อนายทะเบียนจึงจะสมบูรณ์ เขียนในสัญญาอย่างเดียวไม่พอ และถ้ารวม ชื่อโดเมน ต้องทำตามขั้นตอนของผู้รับจดทะเบียนโดเมนนั้น ซึ่งมีรหัสโอนและระยะเวลาล็อกของตัวเอง ส่วน ตัวบัญชีเพจหรือช่อง ไม่มีทะเบียนใดให้จด และที่สำคัญกว่านั้น เงื่อนไขของแพลตฟอร์มเกือบทั้งหมดห้ามโอนบัญชีผู้ใช้ สิ่งที่ซื้อขายกันในทางปฏิบัติจึงเป็นการส่งมอบสิทธิเข้าถึงและคำรับรองว่าจะไม่กลับมายุ่ง ไม่ใช่การโอนกรรมสิทธิ์ที่แพลตฟอร์มรับรู้
- **มาตราที่อ้าง:** พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.4, 8, 15, 17, 18; ป.พ.พ. ม.453, 456 วรรคสอง, 461, 472, 473, 204, 224, 383, 387, 391, 420; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 ม.4, 5, 8; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ม.19, 23, 24, 27, 37, 39, 40; ประมวลรัษฎากร ม.40(3), 40(8), 118 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ (ไม่มีลักษณะใดคลุมการซื้อขายสิทธิในบัญชีหรือการโอนลิขสิทธิ์); คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 349 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้เมื่อซื้อหรือขายเพจ ช่อง หรือบัญชีสื่อสังคมที่มีผู้ติดตามอยู่แล้ว
- ใช้เมื่อขายกิจการออนไลน์ที่ตัวทรัพย์สินหลักคือบัญชีและคลังคอนเทนต์
- ใช้เมื่อต้องส่งมอบรหัส อีเมลกู้คืน และการยืนยันตัวตนสองชั้นอย่างเป็นขั้นตอน
- ใช้เมื่อต้องโอนลิขสิทธิ์ในโพสต์เก่าไปพร้อมกับบัญชี

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- เงื่อนไขของแพลตฟอร์มเกือบทั้งหมดห้ามโอนบัญชีผู้ใช้ สัญญานี้จึงผูกพันกันเองระหว่างคู่สัญญา ไม่ผูกพันแพลตฟอร์ม และแพลตฟอร์มอาจระงับบัญชีได้
- การโอนลิขสิทธิ์ในคอนเทนต์ต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่ายตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.17 และถ้าไม่ระบุเวลา กฎหมายถือว่าโอนสิบปี
- ผู้ติดตามและรายชื่อลูกค้าเป็นข้อมูลส่วนบุคคล การส่งต่อให้ผู้ซื้อต้องมีฐานทางกฎหมายรองรับ ไม่ใช่โอนไปพร้อมบัญชีโดยอัตโนมัติ
- จ่ายเงินก่อนได้รับสิทธิเข้าถึงเต็มและเปลี่ยนอีเมลกู้คืนกับการยืนยันตัวตนสองชั้นแล้ว เป็นความเสี่ยงที่ผู้ซื้อเสียทั้งเงินและบัญชี
- ตรวจประวัติการถูกเตือนและสถานะการหารายได้ก่อนซื้อ เพราะบัญชีที่มีประวัติอาจถูกปิดในภายหลัง
- สัญญาฉบับนี้ไม่ใช้กับการซื้อขายเหรียญ โทเคนดิจิทัล หรือ NFT ซึ่งอยู่ใต้กฎหมายเฉพาะที่ ก.ล.ต. กำกับ

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ไม่เหมาะกับการซื้อขายเหรียญคริปโท โทเคนดิจิทัล หรือ NFT ซึ่งต้องดูกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นการเฉพาะ
- ไม่เหมาะเมื่อเพียงจ้างคนมาดูแลเพจให้ ให้ใช้ [สัญญาจ้างดูแล Social Media](/s/th_social_media_management)
- ไม่เหมาะเมื่อขายเฉพาะลิขสิทธิ์ในผลงานโดยไม่ได้โอนบัญชี ให้ใช้ [สัญญาโอนลิขสิทธิ์ผลงาน](/s/th_copyright_assignment)

## อากรแสตมป์

**การซื้อขายสิทธิในบัญชีออนไลน์และการโอนลิขสิทธิ์ ไม่มีลักษณะใดในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ที่คลุมถึง จึงไม่ต้องปิดอากร** และใบรับเงินก็ไม่ต้องปิด เพราะลักษณะ 28 (ใบรับ) จำกัดเฉพาะใบรับรางวัลสลากกินแบ่งของรัฐบาล ใบรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ และใบรับการขายหรือโอนยานพาหนะที่จดทะเบียนเท่านั้น เพจและช่องไม่ใช่ทั้งสามอย่าง

**ที่ต้องปิดจริงมีสองกรณี** — ถ้ามอบอำนาจให้ผู้อื่นไปดำเนินการแทน หนังสือมอบอำนาจเข้าลักษณะ 7 ต้องปิดอากร และถ้าการซื้อขายรวมเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนการโอนต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นคนละเรื่องกับอากรแสตมป์ ให้ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนยื่น

ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ปิดไม่บริบูรณ์ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118

## การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

**สิ่งที่กฎหมายบังคับในสัญญานี้คือรูปแบบของการโอนลิขสิทธิ์** — การโอนลิขสิทธิ์ที่มิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อทั้งผู้โอนและผู้รับโอน และ **ถ้าไม่ระบุระยะเวลาไว้ กฎหมายถือว่าโอนกันมีกำหนดสิบปี** ข้อ 2.2 จึงบังคับให้เลือกว่าตลอดอายุคุ้มครองหรือกี่ปี ไม่ปล่อยว่าง

ถ้าการซื้อขายรวม **เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว** การโอนต้องจดทะเบียนการโอนต่อนายทะเบียนจึงจะสมบูรณ์ เขียนในสัญญาอย่างเดียวไม่พอ และถ้ารวม **ชื่อโดเมน** ต้องทำตามขั้นตอนของผู้รับจดทะเบียนโดเมนนั้น ซึ่งมีรหัสโอนและระยะเวลาล็อกของตัวเอง

ส่วน **ตัวบัญชีเพจหรือช่อง ไม่มีทะเบียนใดให้จด** และที่สำคัญกว่านั้น เงื่อนไขของแพลตฟอร์มเกือบทั้งหมดห้ามโอนบัญชีผู้ใช้ สิ่งที่ซื้อขายกันในทางปฏิบัติจึงเป็นการส่งมอบสิทธิเข้าถึงและคำรับรองว่าจะไม่กลับมายุ่ง ไม่ใช่การโอนกรรมสิทธิ์ที่แพลตฟอร์มรับรู้

## ภาษี

การจ่ายเงินตามสัญญานี้มีหลายองค์ประกอบ และแต่ละองค์ประกอบเป็นเงินได้คนละประเภท **ให้แยกบรรทัดในสัญญาและในใบเสร็จตั้งแต่ต้น**

- **ส่วนที่เป็นค่าโอนลิขสิทธิ์ในคอนเทนต์เดิม** เป็นค่าแห่งลิขสิทธิ์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(3) ผู้ซื้อที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2
- **ส่วนที่เป็นค่าสิทธิเข้าถึงบัญชีและความสัมพันธ์กับผู้ติดตาม** ไม่มีข้อกำหนดตรงตัว ให้ตรวจลักษณะที่แท้จริงกับผู้ทำบัญชีว่าจัดเป็นเงินได้ประเภทใด
- **ส่วนที่เป็นค่าให้คำแนะนำช่วงส่งต่องานตามข้อ 4.3** ถ้าแยกคิดเงิน เป็นค่าบริการซึ่งหักร้อยละ 3 ตามข้อ 12/1
- ถ้าผู้ขายเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนที่เป็นการให้บริการและการอนุญาตให้ใช้สิทธิอยู่ในบังคับ VAT ต้องเรียกเก็บและออกใบกำกับภาษี

**เงินวางล่วงหน้าไม่ใช่เงินคนละก้อนกับราคา** เป็นส่วนหนึ่งของราคาซื้อขาย จึงต้องออกเอกสารให้สอดคล้องกัน ไม่ใช่ออกเป็นใบรับมัดจำแล้วลืมรวมตอนคิดภาษี

## จ่ายเงินตอนไหน คือเรื่องที่ทำให้คนเสียทั้งเงินและเพจ

การซื้อขายเพจล้มเหลวเกือบทั้งหมดเกิดจากลำดับการจ่ายเงินกับการส่งมอบ ไม่ใช่จากถ้อยคำในสัญญา เพราะ **การได้รหัสผ่านไม่เท่ากับได้เพจ** ตราบที่อีเมลกู้คืนและการยืนยันตัวตนสองชั้นยังเป็นของผู้ขาย เขากดกู้คืนบัญชีกลับไปเมื่อไรก็ได้

ข้อ 4.2 จึงวางลำดับไว้สี่ขั้นและผูกเงินก้อนใหญ่ไว้ขั้นสุดท้าย

1. **วางเงินล่วงหน้าเท่าที่ยอมเสียได้** ไม่ใช่เต็มจำนวน
2. **ผู้ขายส่งมอบสิทธิผู้ดูแลสูงสุดและทุกอย่างในรายการ**
3. **ผู้ซื้อเปลี่ยนอีเมลกู้คืน เบอร์ที่ผูกไว้ และวิธียืนยันตัวตนสองชั้นให้เป็นของตัวเอง แล้วถอดสิทธิผู้ขายออก** — ขั้นนี้คือจุดที่บัญชีเปลี่ยนมือจริง
4. **จ่ายส่วนที่เหลือ**

ถ้าคู่สัญญาไม่รู้จักกันมาก่อน การใช้คนกลางถือเงินไว้จนครบขั้นที่ 3 คุ้มค่าธรรมเนียมเสมอ สวิตช์ในข้อ 4.1 มีไว้สำหรับเรื่องนี้

## ข้อที่คนซื้อขายเพจพลาดบ่อย

- **ไม่ไล่รายการว่าซื้ออะไรบ้าง** — ซื้อเพจมาแล้วพบว่าไม่ได้บัญชีโฆษณา ไม่ได้พิกเซล ไม่ได้ไฟล์ต้นฉบับ และกลุ่มเป้าหมายที่สะสมไว้หายไปทั้งหมด ข้อ 1.2 และ 1.3 บังคับให้เขียนทั้งสิ่งที่รวมและสิ่งที่ไม่รวม และปิดท้ายว่าอะไรไม่ได้เขียนคือไม่ได้ขาย
- **ลืมว่าโพสต์เก่ามีลิขสิทธิ์** — ได้บัญชีมาแต่ไม่ได้ลิขสิทธิ์ในคลิปเก่า ผู้ขายยังเรียกให้ลบได้ ข้อ 2 จึงโอนลิขสิทธิ์พร้อมระบุวันตัดยอดและระยะเวลา
- **ไม่ตรวจประวัติการถูกเตือน** — บัญชีที่มีสามสไตรก์ถูกปิดได้ทุกเมื่อ และผู้ซื้อจะรู้ก็ต่อเมื่อจ่ายเงินไปแล้ว ข้อ 3.1 บังคับให้เปิดเผย และข้อ 5.2 ให้ผู้ขายคืนเงินถ้าเหตุมีอยู่ก่อนส่งมอบ
- **เชื่อตัวเลขผู้ติดตามโดยไม่ดูหลังบ้าน** — ยอดผู้ติดตามซื้อได้ แต่ยอดเข้าถึงซื้อไม่ได้ ให้ดูรายงานหลังบ้านย้อนหลังหกเดือนพร้อมกันบนหน้าจอผู้ขาย ไม่ใช่ดูภาพที่เขาส่งมา
- **คิดว่ารายชื่อลูกค้าโอนกันได้เหมือนทรัพย์สิน** — ผู้ติดตามเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่มีสิทธิตามกฎหมาย ข้อ 6 จึงแยกกรณีส่งมอบกับไม่ส่งมอบ และกำหนดหน้าที่ของผู้ซื้อในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลรายใหม่
- **ไม่ห้ามผู้ขายเปิดเพจใหม่** — ขายเพจแล้วเปิดเพจสองด้วยสไตล์เดิมและประกาศชวนคนเก่าย้ายตาม ผู้ซื้อเหลือแต่ตัวเลข ข้อ 8.1 ห้ามไว้แบบมีกำหนดเวลาและจำกัดขอบเขต เพื่อให้บังคับได้จริง ไม่ใช่ห้ามประกอบอาชีพซึ่งศาลไม่บังคับให้
- **เอาคำว่าสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ปนกัน** — เหรียญและโทเคนอยู่ใต้กฎหมายเฉพาะที่ ก.ล.ต. กำกับ ซึ่งคนละเรื่องกับการขายเพจ ข้อ 1.3 จึงตัดออกโดยชัดแจ้ง ถ้าจะซื้อขายของพวกนั้นต้องใช้สัญญาคนละฉบับ

## เอกสารแนบท้ายสัญญา

- ผนวก 1 รายการทรัพย์สินตาม … และรายการที่ไม่รวมตาม … พร้อมภาพหน้าจอยืนยันสถานะของแต่ละรายการ ณ วันทำสัญญา
- ภาพหน้าจอรายงานหลังบ้านย้อนหลัง 6 เดือน ทั้งยอดเข้าถึง ยอดผู้ติดตามใหม่ และรายได้ตาม …
- ภาพหน้าจอหน้าประวัติการถูกเตือนและสถานะบัญชีตาม … ถ่ายในวันทำสัญญา
- รายการงานของบุคคลอื่นในคลังคอนเทนต์ … พร้อมใบอนุญาตและเงื่อนไขการโอนต่อหนังสือยืนยันว่าคอนเทนต์เดิมไม่มีงานของบุคคลอื่นที่ต้องขออนุญาตเพิ่ม
- ข้อตกลงเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลตาม … พร้อมร่างคำแจ้งที่ผู้ซื้อจะส่งให้เจ้าของข้อมูลหนังสือยืนยันว่าไม่มีการส่งมอบรายชื่อลูกค้าหรือข้อมูลติดต่อนอกแพลตฟอร์ม
- แบบบันทึกการส่งมอบ ระบุวันเวลาที่ส่งรหัส วันที่เปลี่ยนอีเมลกู้คืน วันที่เปลี่ยนการยืนยันตัวตนสองชั้น และวันที่ถอดสิทธิผู้ขาย พร้อมลงชื่อทั้งสองฝ่ายทุกขั้น

## วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่ายทุกหน้าและเอกสารแนบทุกชุด ตรวจบัตรประจำตัวของผู้ขายเทียบกับชื่อที่ผูกกับบัญชีจริง และตรวจอำนาจลงนามของฝ่ายที่เป็นนิติบุคคล

**ก่อนโอนเงินก้อนสุดท้าย ให้ทำสามอย่างนี้ให้ครบและถ่ายภาพหน้าจอเก็บไว้** — เปลี่ยนอีเมลกู้คืนเป็นอีเมลของผู้ซื้อแล้ว · เปลี่ยนเบอร์และวิธียืนยันตัวตนสองชั้นเป็นของผู้ซื้อแล้ว · ถอดผู้ขายออกจากรายชื่อผู้ดูแลแล้ว ทั้งสามอย่างนี้คือสิ่งที่แยกระหว่างการซื้อเพจสำเร็จกับการโอนเงินให้คนที่ยังกดเอาเพจคืนได้ทุกเมื่อ

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-ADB559 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญาซื้อขายเพจหรือช่องออนไลน์ ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

การซื้อขายสิทธิในบัญชีออนไลน์และการโอนลิขสิทธิ์ ไม่มีลักษณะใดในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ที่คลุมถึง จึงไม่ต้องปิดอากร และใบรับเงินก็ไม่ต้องปิด เพราะลักษณะ 28 (ใบรับ) จำกัดเฉพาะใบรับรางวัลสลากกินแบ่งของรัฐบาล ใบรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ และใบรับการขายหรือโอนยานพาหนะที่จดทะเบียนเท่านั้น เพจและช่องไม่ใช่ทั้งสามอย่าง ที่ต้องปิดจริงมีสองกรณี — ถ้ามอบอำนาจให้ผู้อื่นไปดำเนินการแทน หนังสือมอบอำนาจเข้าลักษณะ 7 ต้องปิดอากร และถ้าการซื้อขายรวมเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนการโอนต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นคนละเรื่องกับอากรแสตมป์ ให้ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนยื่น ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ปิดไม่บริบูรณ์ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118

### สัญญาซื้อขายเพจหรือช่องออนไลน์ เสียภาษีอะไรบ้าง

การจ่ายเงินตามสัญญานี้มีหลายองค์ประกอบ และแต่ละองค์ประกอบเป็นเงินได้คนละประเภท ให้แยกบรรทัดในสัญญาและในใบเสร็จตั้งแต่ต้น ส่วนที่เป็นค่าโอนลิขสิทธิ์ในคอนเทนต์เดิม เป็นค่าแห่งลิขสิทธิ์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(3) ผู้ซื้อที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2 ส่วนที่เป็นค่าสิทธิเข้าถึงบัญชีและความสัมพันธ์กับผู้ติดตาม ไม่มีข้อกำหนดตรงตัว ให้ตรวจลักษณะที่แท้จริงกับผู้ทำบัญชีว่าจัดเป็นเงินได้ประเภทใด ส่วนที่เป็นค่าให้คำแนะนำช่วงส่งต่องานตามข้อ 4.3 ถ้าแยกคิดเงิน เป็นค่าบริการซึ่งหักร้อยละ 3 ตามข้อ 12/1 ถ้าผู้ขายเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนที่เป็นการให้บริการและการอนุญาตให้ใช้สิทธิอยู่ในบังคับ VAT ต้องเรียกเก็บและออกใบกำกับภาษี เงินวางล่วงหน้าไม่ใช่เงินคนละก้อนกับราคา เป็นส่วนหนึ่งของราคาซื้อขาย จึงต้องออกเอกสารให้สอดคล้องกัน ไม่ใช่ออกเป็นใบรับมัดจำแล้วลืมรวมตอนคิดภาษี

### ใช้สัญญาซื้อขายเพจหรือช่องออนไลน์ตอนไหน

ใช้เมื่อซื้อหรือขายเพจ ช่อง หรือบัญชีสื่อสังคมที่มีผู้ติดตามอยู่แล้ว · ใช้เมื่อขายกิจการออนไลน์ที่ตัวทรัพย์สินหลักคือบัญชีและคลังคอนเทนต์ · ใช้เมื่อต้องส่งมอบรหัส อีเมลกู้คืน และการยืนยันตัวตนสองชั้นอย่างเป็นขั้นตอน · ใช้เมื่อต้องโอนลิขสิทธิ์ในโพสต์เก่าไปพร้อมกับบัญชี

### ทำสัญญาซื้อขายเพจหรือช่องออนไลน์ต้องระวังอะไร

เงื่อนไขของแพลตฟอร์มเกือบทั้งหมดห้ามโอนบัญชีผู้ใช้ สัญญานี้จึงผูกพันกันเองระหว่างคู่สัญญา ไม่ผูกพันแพลตฟอร์ม และแพลตฟอร์มอาจระงับบัญชีได้ · การโอนลิขสิทธิ์ในคอนเทนต์ต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่ายตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.17 และถ้าไม่ระบุเวลา กฎหมายถือว่าโอนสิบปี · ผู้ติดตามและรายชื่อลูกค้าเป็นข้อมูลส่วนบุคคล การส่งต่อให้ผู้ซื้อต้องมีฐานทางกฎหมายรองรับ ไม่ใช่โอนไปพร้อมบัญชีโดยอัตโนมัติ · จ่ายเงินก่อนได้รับสิทธิเข้าถึงเต็มและเปลี่ยนอีเมลกู้คืนกับการยืนยันตัวตนสองชั้นแล้ว เป็นความเสี่ยงที่ผู้ซื้อเสียทั้งเงินและบัญชี · ตรวจประวัติการถูกเตือนและสถานะการหารายได้ก่อนซื้อ เพราะบัญชีที่มีประวัติอาจถูกปิดในภายหลัง · สัญญาฉบับนี้ไม่ใช้กับการซื้อขายเหรียญ โทเคนดิจิทัล หรือ NFT ซึ่งอยู่ใต้กฎหมายเฉพาะที่ ก.ล.ต. กำกับ

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาซื้อขายเพจหรือช่องออนไลน์

ไม่เหมาะกับการซื้อขายเหรียญคริปโท โทเคนดิจิทัล หรือ NFT ซึ่งต้องดูกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นการเฉพาะ · ไม่เหมาะเมื่อเพียงจ้างคนมาดูแลเพจให้ ให้ใช้ สัญญาจ้างดูแล Social Media · ไม่เหมาะเมื่อขายเฉพาะลิขสิทธิ์ในผลงานโดยไม่ได้โอนบัญชี ให้ใช้ สัญญาโอนลิขสิทธิ์ผลงาน

### สัญญาซื้อขายเพจหรือช่องออนไลน์ ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

สิ่งที่กฎหมายบังคับในสัญญานี้คือรูปแบบของการโอนลิขสิทธิ์ — การโอนลิขสิทธิ์ที่มิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อทั้งผู้โอนและผู้รับโอน และ ถ้าไม่ระบุระยะเวลาไว้ กฎหมายถือว่าโอนกันมีกำหนดสิบปี ข้อ 2.2 จึงบังคับให้เลือกว่าตลอดอายุคุ้มครองหรือกี่ปี ไม่ปล่อยว่าง ถ้าการซื้อขายรวม เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว การโอนต้องจดทะเบียนการโอนต่อนายทะเบียนจึงจะสมบูรณ์ เขียนในสัญญาอย่างเดียวไม่พอ และถ้ารวม ชื่อโดเมน ต้องทำตามขั้นตอนของผู้รับจดทะเบียนโดเมนนั้น ซึ่งมีรหัสโอนและระยะเวลาล็อกของตัวเอง ส่วน ตัวบัญชีเพจหรือช่อง ไม่มีทะเบียนใดให้จด และที่สำคัญกว่านั้น เงื่อนไขของแพลตฟอร์มเกือบทั้งหมดห้ามโอนบัญชีผู้ใช้ สิ่งที่ซื้อขายกันในทางปฏิบัติจึงเป็นการส่งมอบสิทธิเข้าถึงและคำรับรองว่าจะไม่กลับมายุ่ง ไม่ใช่การโอนกรรมสิทธิ์ที่แพลตฟอร์มรับรู้

### ลงนามสัญญาซื้อขายเพจหรือช่องออนไลน์ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่ายทุกหน้าและเอกสารแนบทุกชุด ตรวจบัตรประจำตัวของผู้ขายเทียบกับชื่อที่ผูกกับบัญชีจริง และตรวจอำนาจลงนามของฝ่ายที่เป็นนิติบุคคล ก่อนโอนเงินก้อนสุดท้าย ให้ทำสามอย่างนี้ให้ครบและถ่ายภาพหน้าจอเก็บไว้ — เปลี่ยนอีเมลกู้คืนเป็นอีเมลของผู้ซื้อแล้ว · เปลี่ยนเบอร์และวิธียืนยันตัวตนสองชั้นเป็นของผู้ซื้อแล้ว · ถอดผู้ขายออกจากรายชื่อผู้ดูแลแล้ว ทั้งสามอย่างนี้คือสิ่งที่แยกระหว่างการซื้อเพจสำเร็จกับการโอนเงินให้คนที่ยังกดเอาเพจคืนได้ทุกเมื่อ

### ทำสัญญาซื้อขายเพจหรือช่องออนไลน์ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

ผนวก 1 รายการทรัพย์สินตาม … และรายการที่ไม่รวมตาม … พร้อมภาพหน้าจอยืนยันสถานะของแต่ละรายการ ณ วันทำสัญญา ภาพหน้าจอรายงานหลังบ้านย้อนหลัง 6 เดือน ทั้งยอดเข้าถึง ยอดผู้ติดตามใหม่ และรายได้ตาม … ภาพหน้าจอหน้าประวัติการถูกเตือนและสถานะบัญชีตาม … ถ่ายในวันทำสัญญา รายการงานของบุคคลอื่นในคลังคอนเทนต์ … พร้อมใบอนุญาตและเงื่อนไขการโอนต่อหนังสือยืนยันว่าคอนเทนต์เดิมไม่มีงานของบุคคลอื่นที่ต้องขออนุญาตเพิ่ม ข้อตกลงเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลตาม … พร้อมร่างคำแจ้งที่ผู้ซื้อจะส่งให้เจ้าของข้อมูลหนังสือยืนยันว่าไม่มีการส่งมอบรายชื่อลูกค้าหรือข้อมูลติดต่อนอกแพลตฟอร์ม แบบบันทึกการส่งมอบ ระบุวันเวลาที่ส่งรหัส วันที่เปลี่ยนอีเมลกู้คืน วันที่เปลี่ยนการยืนยันตัวตนสองชั้น และวันที่ถอดสิทธิผู้ขาย พร้อมลงชื่อทั้งสองฝ่ายทุกขั้น

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 4

ในพระราชบัญญัตินี้ “ผู้สร้างสรรค์” หมายความว่า ผู้ทำหรือผู้ก่อให้เกิดงานสร้างสรรค์อย่างใดอย่างหนึ่ง ที่เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ “ลิขสิทธิ์” หมายความว่า สิทธิแต่ผู้เดียวที่จะทำการใด ๆ ตามพระราชบัญญัตินี้เกี่ยวกับงาน ที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้น “วรรณกรรม” หมายความว่า งานนิพนธ์ที่ทำขึ้นทุกชนิด เช่น หนังสือ จุลสาร สิ่งเขียน สิ่งพิมพ์ ปาฐกถา เทศนา คำปราศรัย สุนทรพจน์ และให้หมายความรวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วย - 2 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา “โปรแกรมคอมพิวเตอร์” หมายความว่า คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใดที่นำไปใช้กับ เครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานหรือเพื่อให้ได้รับผลอย่างหนึ่งอย่างใด ทั้งนี้ ไม่ว่า จะเป็นภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในลักษณะใด “นาฏกรรม” หมายความว่า งานเกี่ยวกับการรำ การเต้น การทำท่า หรือการแสดงที่ประกอบขึ้น เป็นเรื่องราว และให้หมายความรวมถึงการแสดงโดยวิธีใบ้ด้วย “ศิลปกรรม” หมายความว่า งานอันมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายอย่าง ดังต่อไปนี้ (1) งานจิตรกรรม ได้แก่ งานสร้างสรรค์รูปทรงที่ประกอบด้วยเส้น แสง สี หรือสิ่งอื่น อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน ลงบนวัสดุอย่างเดียวหรือหลายอย่าง (2) งานประติมากรรม ได้แก่ งานสร้างสรรค์รูปทรงที่เกี่ยวกับปริมาตรที่สัมผัสและจับต้องได้ (3) งานภาพพิมพ์ ได้แก่ งานสร้างสรรค์ภาพด้วยกรรมวิธีทางการพิมพ์ และหมายความ รวมถึงแม่พิมพ์หรือแบบพิมพ์ที่ใช้ในการพิมพ์ด้วย (4) งานสถาปัตยกรรม ได้แก่ งานออกแบบอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง งานออกแบบตกแต่ง ภายในหรือภายนอก ตลอดจนบริเวณของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง หรือการสร้างสรรค์หุ่นจำลองของอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้าง (5) งานภาพถ่าย ได้แก่ งานสร้างสรรค์ภาพที่เกิดจากการใช้เครื่องมือบันทึกภาพโดยให้แสง ผ่านเลนซ์ไปยังฟิล์มหรือกระจก และล้างด้วยน้ำยาซึ่งมีสูตรเฉพาะ หรือด้วยกรรมวิธีใด ๆ อันทำให้เกิดภาพขึ้น หรือการบันทึกภาพโดยเครื่องมือหรือวิธีการอย่างอื่น (6) งานภาพประกอบ แผนที่ โครงสร้าง ภาพร่าง หรืองานสร้างสรรค์รูปทรงสามมิติ อันเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศ หรือวิทยาศาสตร์ (7) งานศิลปประยุกต์ ได้แก่ งานที่นำเอางานตาม (1) ถึง (6) อย่างใดอย่างหนึ่งหรือ หลายอย่างรวมกันไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น นอกเหนือจากการชื่นชมในคุณค่าของตัวงานดังกล่าวนั้น เช่น นำไปใช้สอย นำไปตกแต่งวัสดุหรือสิ่งของอันเป็นเครื่องใช้หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้า ทั้งนี้ ไม่ว่างานตาม (1) ถึง (7) จะมีคุณค่าทางศิลปะหรือไม่ และให้หมายความรวมถึง ภาพถ่ายและแผนผังของงานดังกล่าวด้วย “ดนตรีกรรม” หมายความว่า งานเกี่ยวกับเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อบรรเลงหรือขับร้องไม่ว่าจะมี ทำนองและคำร้องหรือมีทำนองอย่างเดียว และให้หมายความรวมถึงโน้ตเพลงหรือแผนภูมิเพลงที่ได้แยก และเรียบเรียงเสียงประสานแล้ว “โสตทัศนวัสดุ” หมายความว่า งานอันประกอบด้วยลำดับของภาพโดยบันทึกลงในวัสดุ ไม่ว่าจะมีลักษณะอย่างใด อันสามารถที่จะนำมาเล่นซ้ำได้อีก โดยใช้เครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการใช้วัสดุนั้น และให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบงานนั้นด้วย ถ้ามี “ภาพยนตร์” หมายความว่า โสตทัศนวัสดุอันประกอบด้วยลำดับของภาพ ซึ่งสามารถ นำออกฉายต่อเนื่องได้อย่างภาพยนตร์หรือสามารถบันทึกลงบนวัสดุอื่น เพื่อนำออกฉายต่อเนื่อง ได้อย่างภาพยนตร์ และให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบภาพยนตร์นั้นด้วย ถ้ามี - 3 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา “สิ่งบันทึกเสียง” หมายความว่า งานอันประกอบด้วยลำดับของเสียงดนตรี เสียงการแสดง หรือเสียงอื่นใด โดยบันทึกลงในวัสดุไม่ว่าจะมีลักษณะใด ๆ อันสามารถที่จะนำมาเล่นซ้ำได้อีกโดยใช้เครื่องมือ ที่จำเป็นสำหรับการใช้วัสดุนั้น แต่ทั้งนี้มิให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบภาพยนตร์หรือเสียงประกอบ โสตทัศนวัสดุอย่างอื่น “นักแสดง” หมายความว่า ผู้แสดง นักดนตรี นักร้อง นักเต้น นักรำ และผู้ซึ่งแสดงท่าทาง ร้อง กล่าว พากย์ แสดงตามบทหรือในลักษณะอื่นใด “งานแพร่เสียงแพร่ภาพ” หมายความว่า งานที่นำออกสู่สาธารณชนโดยการแพร่เสียง ทางวิทยุกระจายเสียง การแพร่เสียงและหรือภาพทางวิทยุโทรทัศน์ หรือโดยวิธีอย่างอื่นอันคล้ายคลึงกัน “ทำซ้ำ” หมายความรวมถึง คัดลอกไม่ว่าโดยวิธีใด ๆ เลียนแบบ ทำสำเนา ทำแม่พิมพ์ บันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกเสียงและภาพ จากต้นฉบับ จากสำเนา หรือจากการโฆษณาในส่วนอันเป็น สาระสำคัญ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน สำหรับในส่วนที่เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้หมายความถึง คัดลอกหรือทำสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากสื่อบันทึกใด ไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ โดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน “ดัดแปลง” หมายความว่า ทำซ้ำโดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม หรือจำลองงาน ต้นฉบับในส่วนอันเป็นสาระสำคัญโดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน (1) ในส่วนที่เกี่ยวกับวรรณกรรม ให้หมายความรวมถึง แปลวรรณกรรม เปลี่ยนรูป วรรณกรรมหรือรวบรวมวรรณกรรมโดยคัดเลือกและจัดลำดับใหม่ (2) ในส่วนที่เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ให้หมายความรวมถึง ทำซ้ำโดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ โดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำขึ้นใหม่ (3) ในส่วนที่เกี่ยวกับนาฏกรรม ให้หมายความรวมถึง เปลี่ยนงานที่มิใช่นาฏกรรมให้เป็น นาฏกรรม หรือเปลี่ยนนาฏกรรมให้เป็นงานที่มิใช่นาฏกรรม ทั้งนี้ ไม่ว่าในภาษาเดิมหรือต่างภาษากัน (4) ในส่วนที่เกี่ยวกับศิลปกรรม ให้หมายความรวมถึง เปลี่ยนงานที่เป็นรูปสองมิติหรือ สามมิติ ให้เป็นรูปสามมิติหรือสองมิติ หรือทำหุ่นจำลองจากงานต้นฉบับ (5) ในส่วนที่เกี่ยวกับดนตรีกรรม ให้หมายความรวมถึง จัดลำดับเรียบเรียงเสียงประสานหรือ เปลี่ยนคำร้องหรือทำนองใหม่ “เผยแพร่ต่อสาธารณชน” หมายความว่า ทำให้ปรากฏต่อสาธารณชน โดยการแสดง การบรรยาย การสวด การบรรเลง การทำให้ปรากฏด้วยเสียงและหรือภาพ การก่อสร้าง การจำหน่าย หรือโดย วิธีอื่นใดซึ่งงานที่ได้จัดทำขึ้น “การโฆษณา” หมายความว่า การนำสำเนาจำลองของงานไม่ว่าในรูปหรือลักษณะอย่างใด ที่ทำขึ้นโดยความยินยอมของผู้สร้างสรรค์ออกจำหน่าย โดยสำเนาจำลองนั้นมีปรากฏต่อสาธารณชน เป็นจำนวนมากพอสมควรตามสภาพของงานนั้น แต่ทั้งนี้ไม่หมายความรวมถึง การแสดงหรือการทำให้ปรากฏ ซึ่งนาฏกรรม ดนตรีกรรม หรือภาพยนตร์ การบรรยายหรือการปาฐกถา ซึ่งวรรณกรรม การแพร่เสียงแพร่ภาพ เกี่ยวกับงานใด การนำศิลปกรรมออกแสดงและการก่อสร้างงานสถาปัตยกรรม - 4 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา “ผู้ให้บริการ” หมายความว่า ผู้ให้บริการเป็นสื่อกลางส่งผ่านข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือ ให้สามารถติดต่อถึงกันโดยประการอื่นผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ และให้หมายความรวมถึงผู้ให้บริการ เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์เป็นการชั่วคราว ผู้ให้บริการรับฝากข้อมูลคอมพิวเตอร์ และผู้ให้บริการสืบค้นแหล่งที่ตั้ง ของข้อมูลคอมพิวเตอร์ด้วย ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการในนามของตนเองหรือบุคคลอื่น หรือเพื่อประโยชน์ ของบุคคลอื่น “ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า ผู้ใช้บริการของผู้ให้บริการไม่ว่าต้องเสียค่าใช้บริการหรือไม่ก็ตาม “ข้อมูลการบริหารสิทธิ” หมายความว่า ข้อมูลที่บ่งชี้ถึงผู้สร้างสรรค์ งานสร้างสรรค์ นักแสดง การแสดง เจ้าของลิขสิทธิ์ หรือระยะเวลาและเงื่อนไขการใช้งานอันมีลิขสิทธิ์ ตลอดจนตัวเลขหรือ รหัสแทนข้อมูลดังกล่าว โดยข้อมูลเช่นว่านี้ติดอยู่หรือปรากฏเกี่ยวข้องกับงานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิ่งบันทึก การแสดง “มาตรการทางเทคโนโลยี” หมายความว่า เทคโนโลยีที่ใช้คุ้มครองสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือสิทธิของนักแสดงตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเทคโนโลยีที่ใช้ควบคุมการเข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์หรือ สิ่งบันทึกการแสดง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ “การหลบเลี่ยงมาตรการทางเทคโนโลยี” (ยกเลิก) “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งอธิบดี กรมทรัพย์สินทางปัญญามอบหมายด้วย “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการลิขสิทธิ์ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 8

ให้ผู้สร้างสรรค์เป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานที่ตนได้สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้ (1) ในกรณีที่ยังไม่ได้มีการโฆษณางาน ผู้สร้างสรรค์ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยหรืออยู่ใน ราชอาณาจักรหรือเป็นผู้มีสัญชาติหรืออยู่ในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย ตลอดระยะเวลาหรือเป็นส่วนใหญ่ในการสร้างสรรค์งานนั้น (2) ในกรณีที่ได้มีการโฆษณางานแล้ว การโฆษณางานนั้นในครั้งแรกได้กระทำขึ้น ในราชอาณาจักรหรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี อยู่ด้วย หรือในกรณีที่การโฆษณาครั้งแรกได้กระทำนอกราชอาณาจักรหรือในประเทศอื่นที่ไม่เป็นภาคี แห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย หากได้มีการโฆษณางานดังกล่าว - 6 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในราชอาณาจักรหรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี อยู่ด้วยภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้มีการโฆษณาครั้งแรก หรือผู้สร้างสรรค์เป็นผู้มีลักษณะตามที่กำหนดไว้ ใน (1) ในขณะที่มีการโฆษณางานครั้งแรก ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย ถ้าผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล นิติบุคคลนั้นต้อง เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15

ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม หรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 17

ลิขสิทธิ์นั้นย่อมโอนให้แก่กันได้ เจ้าของลิขสิทธิ์อาจโอนลิขสิทธิ์ของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลอื่นได้ และจะโอน ให้โดยมีกำหนดเวลาหรือตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ก็ได้ การโอนลิขสิทธิ์ตามวรรคสองซึ่งมิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอน และผู้รับโอน ถ้าไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญาโอน ให้ถือว่าเป็นการโอนมีกำหนดระยะเวลาสิบปี

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18

ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 453

อันว่าซื้อขายนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ขาย โอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงว่าจะใช้ราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขาย

_บริบท: ส่วนที่ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456

การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ วิธีนี้ให้ใช้ถึงซื้อขายเรือมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป ทั้งซื้อขายแพและสัตว์พาหนะด้วย

_บริบท: ส่วนที่ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 19

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลไม่ได้หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนหรือในขณะนั้น เว้นแต่บทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้กระทำได้ การขอความยินยอมต้องทำโดยชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรือทำโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่ โดยสภาพไม่อาจขอความยินยอมด้วยวิธีการดังกล่าวได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้ง วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปด้วย และการขอความยินยอมนั้น ต้องแยกส่วนออกจากข้อความอื่นอย่างชัดเจน มีแบบหรือข้อความที่เข้าถึงได้ง่ายและเข้าใจได้ รวมทั้ง ใช้ภาษาที่อ่านง่าย และไม่เป็นการหลอกลวงหรือทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ ดังกล่าว ทั้งนี้ คณะกรรมการจะให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามแบบและข้อความที่คณะกรรมการประกาศกำหนดก็ได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องคำนึง อย่างถึงที่สุดในความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการให้ความยินยอม ทั้งนี้ ในการเข้าทำสัญญา ซึ่งรวมถึงการให้บริการใด ๆ ต้องไม่มีเงื่อนไขในการให้ความยินยอมเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีความจำเป็นหรือเกี่ยวข้องสำหรับการเข้าทำสัญญาซึ่งรวมถึงการให้บริการนั้น ๆ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะถอนความยินยอมเสียเมื่อใดก็ได้โดยจะต้องถอนความยินยอมได้ง่าย เช่นเดียวกับการให้ความยินยอม เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมายหรือ สัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ การถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมไปแล้ว โดยชอบตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ในกรณีที่การถอนความยินยอมส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในเรื่องใด ผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงผลกระทบจากการถอนความยินยอมนั้น การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ไม่มีผล ผูกพันเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และไม่ทำให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23

ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องแจ้ง ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลถึงรายละเอียด ดังต่อไปนี้ เว้นแต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบถึงรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว (1) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมเพื่อการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้หรือเปิดเผยซึ่งรวมถึง วัตถุประสงค์ตามที่มาตรา 24 ให้อำนาจในการเก็บรวบรวมได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคล (2) แจ้งให้ทราบถึงกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติ ตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเข้าทำสัญญา รวมทั้งแจ้งถึง ผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล (3) ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการเก็บรวบรวมและระยะเวลาในการเก็บรวบรวมไว้ ทั้งนี้ ในกรณี ที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ชัดเจน ให้กำหนดระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐาน ของการเก็บรวบรวม (4) ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจจะถูกเปิดเผย (5) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อในกรณี ที่มีตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้แจ้งข้อมูล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อของ ตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย (6) สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 19 วรรคห้า มาตรา 30 วรรคหนึ่ง

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24

ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 27

ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้ รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมได้โดยได้รับยกเว้น ไม่ต้องขอความยินยอมตามมาตรา 24 หรือมาตรา 26 บุคคลหรือนิติบุคคลที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลมาจากการเปิดเผยตามวรรคหนึ่ง จะต้องไม่ใช้หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้กับผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอ ความยินยอมตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องบันทึกการใช้หรือเปิดเผยนั้นไว้ในรายการ ตามมาตรา 39

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 39

ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลบันทึกรายการ อย่างน้อยดังต่อไปนี้ เพื่อให้เจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลและสำนักงานสามารถตรวจสอบได้ โดยจะบันทึกเป็นหนังสือหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ ก็ได้ (1) ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม (2) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภท (3) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (4) ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล (5) สิทธิและวิธีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งเงื่อนไขเกี่ยวกับบุคคลที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูล ส่วนบุคคลและเงื่อนไขในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลนั้น (6) การใช้หรือเปิดเผยตามมาตรา 27 วรรคสาม (7) การปฏิเสธคำขอหรือการคัดค้านตามมาตรา 30 วรรคสาม มาตรา 31 วรรคสาม

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 40

เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

_บริบท: ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_page_channel_sale

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย