# สัญญาซื้อขายผลผลิตเกษตรล่วงหน้า ต้องมีอะไรบ้าง

> สำหรับผู้รับซื้อกับเกษตรกรที่ตกลงซื้อขายผลผลิตก่อนเก็บเกี่ยว ใช้ได้ทั้งการขายล่วงหน้า การรับซื้อประจำ และการสั่งผลิตตามมาตรฐาน GAP หรือเกษตรอินทรีย์ กำหนดสูตรราคา เกรดและการตรวจซ้ำ การปฏิเสธ ปริมาณ ผลเมื่อผลผลิตเสียหาย ปัจจัยการผลิตที่ผู้ซื้อจัดให้ และคำเตือนตามกฎหมายเกษตรพันธสัญญา

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2

## ตอบสั้น

ผู้ปลูกตกลงปลูกและขายผลผลิตในฤดูที่กำหนด ผู้ซื้อตกลงรับซื้อตามเกรดและสูตรราคาที่ตกลงไว้ล่วงหน้า · เขียนเกรดเป็นตัวเลขวัดได้ เช่น ความชื้น ขนาด และตำหนิ

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้เมื่อโรงงานหรือผู้ค้ารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรล่วงหน้าก่อนปลูก
- **อากรแสตมป์:** สัญญาซื้อขายไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เพราะไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์
- **ภาษี:** การหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าซื้อพืชผลทางการเกษตรต้องตรวจก่อนลงนาม ประมวลรัษฎากร มาตรา 40(8) และคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 9 มีหลักเกณฑ์การหักภาษีเมื่อผู้ซื้อที่เป็นนิติบุคคลซื้อพืชผลทางการเกษตรบางชนิด ให้ตรวจชนิดผลผลิตและอัตราที่ใช้กับสำนักงานบัญชีหรือกรมสรรพากรก่อนลงนาม การขายพืชผลทางการเกษตรที่ยังไม่แปรรูปโดยทั่วไปได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ตรวจกับสรรพากรพื้นที่
- **แบบที่กฎหมายกำหนด:** สัญญานี้เป็นการซื้อขายทรัพย์ที่ยังไม่เกิดขึ้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 453 ซึ่งทำได้ ถ้าราคาสูงกว่า 20,000 บาทต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดตามมาตรา 456 ผลผลิตที่ยังไม่ได้แยกออกมาแน่นอน กรรมสิทธิ์ยังไม่โอนจนกว่าจะชั่ง นับ หรือคัดเกรดเสร็จตามมาตรา 460 ข้อ 4.2 จึงให้ความเสี่ยงอยู่กับผู้ปลูกจนถึงวันคัดเกรด ผู้ปลูกที่ส่งผลผลิตไม่ได้เพราะเหตุที่ตนไม่ต้องรับผิดชอบหลุดพ้นจากหนี้ตามมาตรา 219 ข้อ 9.2 ยืนยันไว้ การคัดเกรดคือจุดที่เกิดข้อพิพาทมากที่สุด ผู้ซื้อที่เป็นผู้ชั่งและวัดความชื้นเองมีอำนาจกำหนดราคาจริงฝ่ายเดียว ข้อ 3.3 จึงให้ผู้ปลูกขอตรวจซ้ำโดยเก็บตัวอย่างร่วมกัน และข้อ 5.1 จำกัดการหักราคาและการปฏิเสธไว้ตามเกณฑ์ที่เขียนไว้เท่านั้น ข้อสัญญาที่ให้ผู้ซื้อที่มีอำนาจต่อรองเหนือกว่าได้เปรียบเกินสมควรศาลปรับได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นบุคคลธรรมดา ข้อนี้จึงใช้ได้เต็มที่ ค่าเสียหายตามข้อ 9.3 ที่สูงเกินส่วนศาลลดได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 383 ⚠️ ผู้ซื้อระบุว่าเป็นผู้ประกอบธุรกิจเกษตรพันธสัญญา พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560 โดยหลักของกฎหมายนี้ ผู้ประกอบธุรกิจที่ทำสัญญากับเกษตรกรตามจำนวนที่กฎหมายกำหนดต้องจดแจ้งต่อหน่วยงาน ต้องมอบเอกสารชี้ชวนที่มีรายการตามที่กฎหมายกำหนดให้เกษตรกรก่อนลงนาม สัญญาต้องมีรายการตามที่กฎหมายกำหนด และข้อพิพาทต้องผ่านการไกล่เกลี่ยก่อน ก่อนใช้ ให้ตรวจจำนวนเกษตรกรขั้นต่ำ รายการในเอกสารชี้ชวน และแบบสัญญาตามกฎหมายฉบับปัจจุบันผู้ซื้อระบุว่าไม่ได้ประกอบธุรกิจเกษตรพันธสัญญา การซื้อขายครั้งเดียวกับผู้ปลูกรายเดียวไม่อยู่ในกฎหมายนั้น แต่ถ้าผู้ซื้อทำสัญญาแบบนี้กับเกษตรกรหลายรายเป็นประจำ อาจอยู่ในบังคับของ พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560 ให้ตรวจก่อนใช้ มาตรฐาน … เป็นข้อตกลงทางการค้าระหว่างคู่สัญญากับหน่วยรับรอง ไม่ใช่ตัวบทกฎหมาย ข้อ 7 จึงเขียนเรื่องค่าตรวจและผลเมื่อใบรับรองถูกพักไว้ในสัญญาเอง ข้อ 8.3 จำกัดการหักกลบค่าปัจจัยการผลิตไว้เฉพาะค่าผลผลิตของสัญญานี้ เพราะการหักกลบหนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 341–344 หากไม่จำกัดไว้ อาจทำให้เกษตรกรเป็นหนี้ต่อเนื่องหลายฤดู ข้อ 10 ไม่ให้ผู้ซื้อผูกขาดผลผลิตเกินปริมาณในสัญญา ถ้าผู้ซื้อมีอำนาจเหนือตลาดในพื้นที่ การกำหนดเงื่อนไขที่จำกัดโอกาสของเกษตรกรโดยไม่เป็นธรรมอาจขัด พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 57 ผู้ซื้อต้องใช้ข้อมูลของผู้ปลูกตามวัตถุประสงค์ของสัญญาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24 ผู้ซื้อที่ผิดนัดชำระราคาต้องเสียดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 ผู้ขายรับผิดในความชำรุดบกพร่องของผลผลิตตามมาตรา 472 เว้นแต่ผู้ซื้อตรวจรับแล้วตามมาตรา 461 ซึ่งข้อ 3 และข้อ 5 กำหนดขั้นตอนไว้แล้ว
- **มาตราที่อ้าง:** ป.พ.พ. ม.8, 219, 224, 341–344, 383, 453, 456, 458, 460, 461, 472; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 5; พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ม.57; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.24
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 349 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้เมื่อโรงงานหรือผู้ค้ารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรล่วงหน้าก่อนปลูก
- ใช้เมื่อผู้ซื้อต้องการผลผลิตตามมาตรฐาน GAP หรือเกษตรอินทรีย์
- ใช้เมื่อผู้ซื้อให้เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย หรือยาเป็นเครดิตแล้วหักจากค่าผลผลิต

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- เขียนเกรดเป็นตัวเลขวัดได้ เช่น ความชื้น ขนาด และตำหนิ
- ผู้ปลูกต้องมีสิทธิขอตรวจซ้ำเมื่อไม่เห็นด้วยกับการคัดเกรด
- ผลผลิตเสียหายจากภัยธรรมชาติไม่ควรมีค่าปรับ
- ถ้าผู้ซื้อทำสัญญากับเกษตรกรจำนวนมาก อาจอยู่ในกฎหมายเกษตรพันธสัญญา

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ถ้าขายสินค้าที่มีอยู่แล้ว ให้ใช้ [สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME)](/s/th_b2b_goods_sale)
- ถ้าบริษัทให้เกษตรกรเลี้ยงสัตว์ของบริษัท ให้ใช้ [สัญญารับเลี้ยงสัตว์แบบ Contract Farming](/s/th_livestock_contract_farming)
- ถ้าเช่าที่ดินเพื่อปลูก ให้ใช้ [สัญญาเช่าที่ดินทำเกษตร](/s/th_agri_land_lease)

## อากรแสตมป์

**สัญญาซื้อขายไม่ต้องปิดอากรแสตมป์** เพราะไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์

## การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

สัญญานี้เป็นการซื้อขายทรัพย์ที่ยังไม่เกิดขึ้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 453 ซึ่งทำได้ ถ้าราคาสูงกว่า 20,000 บาทต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดตามมาตรา 456 **ผลผลิตที่ยังไม่ได้แยกออกมาแน่นอน กรรมสิทธิ์ยังไม่โอนจนกว่าจะชั่ง นับ หรือคัดเกรดเสร็จ**ตามมาตรา 460 ข้อ 4.2 จึงให้ความเสี่ยงอยู่กับผู้ปลูกจนถึงวันคัดเกรด ผู้ปลูกที่ส่งผลผลิตไม่ได้เพราะเหตุที่ตนไม่ต้องรับผิดชอบหลุดพ้นจากหนี้ตามมาตรา 219 ข้อ 9.2 ยืนยันไว้

**การคัดเกรดคือจุดที่เกิดข้อพิพาทมากที่สุด** ผู้ซื้อที่เป็นผู้ชั่งและวัดความชื้นเองมีอำนาจกำหนดราคาจริงฝ่ายเดียว ข้อ 3.3 จึงให้ผู้ปลูกขอตรวจซ้ำโดยเก็บตัวอย่างร่วมกัน และข้อ 5.1 จำกัดการหักราคาและการปฏิเสธไว้ตามเกณฑ์ที่เขียนไว้เท่านั้น ข้อสัญญาที่ให้ผู้ซื้อที่มีอำนาจต่อรองเหนือกว่าได้เปรียบเกินสมควรศาลปรับได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นบุคคลธรรมดา ข้อนี้จึงใช้ได้เต็มที่ ค่าเสียหายตามข้อ 9.3 ที่สูงเกินส่วนศาลลดได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 383

**⚠️ ผู้ซื้อระบุว่าเป็นผู้ประกอบธุรกิจเกษตรพันธสัญญา** พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560 โดยหลักของกฎหมายนี้ ผู้ประกอบธุรกิจที่ทำสัญญากับเกษตรกรตามจำนวนที่กฎหมายกำหนดต้องจดแจ้งต่อหน่วยงาน ต้องมอบเอกสารชี้ชวนที่มีรายการตามที่กฎหมายกำหนดให้เกษตรกรก่อนลงนาม สัญญาต้องมีรายการตามที่กฎหมายกำหนด และข้อพิพาทต้องผ่านการไกล่เกลี่ยก่อน ก่อนใช้ ให้ตรวจจำนวนเกษตรกรขั้นต่ำ รายการในเอกสารชี้ชวน และแบบสัญญาตามกฎหมายฉบับปัจจุบันผู้ซื้อระบุว่าไม่ได้ประกอบธุรกิจเกษตรพันธสัญญา การซื้อขายครั้งเดียวกับผู้ปลูกรายเดียวไม่อยู่ในกฎหมายนั้น แต่ถ้าผู้ซื้อทำสัญญาแบบนี้กับเกษตรกรหลายรายเป็นประจำ อาจอยู่ในบังคับของ พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560 ให้ตรวจก่อนใช้

มาตรฐาน … เป็นข้อตกลงทางการค้าระหว่างคู่สัญญากับหน่วยรับรอง ไม่ใช่ตัวบทกฎหมาย ข้อ 7 จึงเขียนเรื่องค่าตรวจและผลเมื่อใบรับรองถูกพักไว้ในสัญญาเอง

ข้อ 8.3 จำกัดการหักกลบค่าปัจจัยการผลิตไว้เฉพาะค่าผลผลิตของสัญญานี้ เพราะการหักกลบหนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 341–344 หากไม่จำกัดไว้ อาจทำให้เกษตรกรเป็นหนี้ต่อเนื่องหลายฤดู

ข้อ 10 ไม่ให้ผู้ซื้อผูกขาดผลผลิตเกินปริมาณในสัญญา ถ้าผู้ซื้อมีอำนาจเหนือตลาดในพื้นที่ การกำหนดเงื่อนไขที่จำกัดโอกาสของเกษตรกรโดยไม่เป็นธรรมอาจขัด พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 57 ผู้ซื้อต้องใช้ข้อมูลของผู้ปลูกตามวัตถุประสงค์ของสัญญาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24 ผู้ซื้อที่ผิดนัดชำระราคาต้องเสียดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 ผู้ขายรับผิดในความชำรุดบกพร่องของผลผลิตตามมาตรา 472 เว้นแต่ผู้ซื้อตรวจรับแล้วตามมาตรา 461 ซึ่งข้อ 3 และข้อ 5 กำหนดขั้นตอนไว้แล้ว

## ภาษี

**การหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าซื้อพืชผลทางการเกษตรต้องตรวจก่อนลงนาม** ประมวลรัษฎากร มาตรา 40(8) และคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 9 มีหลักเกณฑ์การหักภาษีเมื่อผู้ซื้อที่เป็นนิติบุคคลซื้อพืชผลทางการเกษตรบางชนิด ให้ตรวจชนิดผลผลิตและอัตราที่ใช้กับสำนักงานบัญชีหรือกรมสรรพากรก่อนลงนาม การขายพืชผลทางการเกษตรที่ยังไม่แปรรูปโดยทั่วไปได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ตรวจกับสรรพากรพื้นที่

## เอกสารแนบท้ายสัญญา

- แผนที่หรือภาพถ่ายแปลงปลูก
- ตารางเกรดและการหักราคา
- ใบรับปัจจัยการผลิตที่ผู้ปลูกลงชื่อ
- เอกสารชี้ชวนที่ผู้ปลูกได้รับก่อนลงนาม
- ใบชั่งและใบคัดเกรดทุกครั้งที่ส่งมอบ

## วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน มอบให้ผู้ปลูกหนึ่งฉบับ ถ้าผู้ปลูกอ่านหนังสือไม่คล่อง ให้อ่านให้ฟังต่อหน้าพยาน

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-6A5D2D · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญาซื้อขายผลผลิตเกษตรล่วงหน้า ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาซื้อขายไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เพราะไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์

### สัญญาซื้อขายผลผลิตเกษตรล่วงหน้า เสียภาษีอะไรบ้าง

การหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าซื้อพืชผลทางการเกษตรต้องตรวจก่อนลงนาม ประมวลรัษฎากร มาตรา 40(8) และคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 9 มีหลักเกณฑ์การหักภาษีเมื่อผู้ซื้อที่เป็นนิติบุคคลซื้อพืชผลทางการเกษตรบางชนิด ให้ตรวจชนิดผลผลิตและอัตราที่ใช้กับสำนักงานบัญชีหรือกรมสรรพากรก่อนลงนาม การขายพืชผลทางการเกษตรที่ยังไม่แปรรูปโดยทั่วไปได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ตรวจกับสรรพากรพื้นที่

### ใช้สัญญาซื้อขายผลผลิตเกษตรล่วงหน้าตอนไหน

ใช้เมื่อโรงงานหรือผู้ค้ารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรล่วงหน้าก่อนปลูก · ใช้เมื่อผู้ซื้อต้องการผลผลิตตามมาตรฐาน GAP หรือเกษตรอินทรีย์ · ใช้เมื่อผู้ซื้อให้เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย หรือยาเป็นเครดิตแล้วหักจากค่าผลผลิต

### ทำสัญญาซื้อขายผลผลิตเกษตรล่วงหน้าต้องระวังอะไร

เขียนเกรดเป็นตัวเลขวัดได้ เช่น ความชื้น ขนาด และตำหนิ · ผู้ปลูกต้องมีสิทธิขอตรวจซ้ำเมื่อไม่เห็นด้วยกับการคัดเกรด · ผลผลิตเสียหายจากภัยธรรมชาติไม่ควรมีค่าปรับ · ถ้าผู้ซื้อทำสัญญากับเกษตรกรจำนวนมาก อาจอยู่ในกฎหมายเกษตรพันธสัญญา

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาซื้อขายผลผลิตเกษตรล่วงหน้า

ถ้าขายสินค้าที่มีอยู่แล้ว ให้ใช้ สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME) · ถ้าบริษัทให้เกษตรกรเลี้ยงสัตว์ของบริษัท ให้ใช้ สัญญารับเลี้ยงสัตว์แบบ Contract Farming · ถ้าเช่าที่ดินเพื่อปลูก ให้ใช้ สัญญาเช่าที่ดินทำเกษตร

### สัญญาซื้อขายผลผลิตเกษตรล่วงหน้า ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

สัญญานี้เป็นการซื้อขายทรัพย์ที่ยังไม่เกิดขึ้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 453 ซึ่งทำได้ ถ้าราคาสูงกว่า 20,000 บาทต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดตามมาตรา 456 ผลผลิตที่ยังไม่ได้แยกออกมาแน่นอน กรรมสิทธิ์ยังไม่โอนจนกว่าจะชั่ง นับ หรือคัดเกรดเสร็จตามมาตรา 460 ข้อ 4.2 จึงให้ความเสี่ยงอยู่กับผู้ปลูกจนถึงวันคัดเกรด ผู้ปลูกที่ส่งผลผลิตไม่ได้เพราะเหตุที่ตนไม่ต้องรับผิดชอบหลุดพ้นจากหนี้ตามมาตรา 219 ข้อ 9.2 ยืนยันไว้ การคัดเกรดคือจุดที่เกิดข้อพิพาทมากที่สุด ผู้ซื้อที่เป็นผู้ชั่งและวัดความชื้นเองมีอำนาจกำหนดราคาจริงฝ่ายเดียว ข้อ 3.3 จึงให้ผู้ปลูกขอตรวจซ้ำโดยเก็บตัวอย่างร่วมกัน และข้อ 5.1 จำกัดการหักราคาและการปฏิเสธไว้ตามเกณฑ์ที่เขียนไว้เท่านั้น ข้อสัญญาที่ให้ผู้ซื้อที่มีอำนาจต่อรองเหนือกว่าได้เปรียบเกินสมควรศาลปรับได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นบุคคลธรรมดา ข้อนี้จึงใช้ได้เต็มที่ ค่าเสียหายตามข้อ 9.3 ที่สูงเกินส่วนศาลลดได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 383 ⚠️ ผู้ซื้อระบุว่าเป็นผู้ประกอบธุรกิจเกษตรพันธสัญญา พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560 โดยหลักของกฎหมายนี้ ผู้ประกอบธุรกิจที่ทำสัญญากับเกษตรกรตามจำนวนที่กฎหมายกำหนดต้องจดแจ้งต่อหน่วยงาน ต้องมอบเอกสารชี้ชวนที่มีรายการตามที่กฎหมายกำหนดให้เกษตรกรก่อนลงนาม สัญญาต้องมีรายการตามที่กฎหมายกำหนด และข้อพิพาทต้องผ่านการไกล่เกลี่ยก่อน ก่อนใช้ ให้ตรวจจำนวนเกษตรกรขั้นต่ำ รายการในเอกสารชี้ชวน และแบบสัญญาตามกฎหมายฉบับปัจจุบันผู้ซื้อระบุว่าไม่ได้ประกอบธุรกิจเกษตรพันธสัญญา การซื้อขายครั้งเดียวกับผู้ปลูกรายเดียวไม่อยู่ในกฎหมายนั้น แต่ถ้าผู้ซื้อทำสัญญาแบบนี้กับเกษตรกรหลายรายเป็นประจำ อาจอยู่ในบังคับของ พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560 ให้ตรวจก่อนใช้ มาตรฐาน … เป็นข้อตกลงทางการค้าระหว่างคู่สัญญากับหน่วยรับรอง ไม่ใช่ตัวบทกฎหมาย ข้อ 7 จึงเขียนเรื่องค่าตรวจและผลเมื่อใบรับรองถูกพักไว้ในสัญญาเอง ข้อ 8.3 จำกัดการหักกลบค่าปัจจัยการผลิตไว้เฉพาะค่าผลผลิตของสัญญานี้ เพราะการหักกลบหนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 341–344 หากไม่จำกัดไว้ อาจทำให้เกษตรกรเป็นหนี้ต่อเนื่องหลายฤดู ข้อ 10 ไม่ให้ผู้ซื้อผูกขาดผลผลิตเกินปริมาณในสัญญา ถ้าผู้ซื้อมีอำนาจเหนือตลาดในพื้นที่ การกำหนดเงื่อนไขที่จำกัดโอกาสของเกษตรกรโดยไม่เป็นธรรมอาจขัด พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 57 ผู้ซื้อต้องใช้ข้อมูลของผู้ปลูกตามวัตถุประสงค์ของสัญญาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24 ผู้ซื้อที่ผิดนัดชำระราคาต้องเสียดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 ผู้ขายรับผิดในความชำรุดบกพร่องของผลผลิตตามมาตรา 472 เว้นแต่ผู้ซื้อตรวจรับแล้วตามมาตรา 461 ซึ่งข้อ 3 และข้อ 5 กำหนดขั้นตอนไว้แล้ว

### ลงนามสัญญาซื้อขายผลผลิตเกษตรล่วงหน้าต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน มอบให้ผู้ปลูกหนึ่งฉบับ ถ้าผู้ปลูกอ่านหนังสือไม่คล่อง ให้อ่านให้ฟังต่อหน้าพยาน

### ทำสัญญาซื้อขายผลผลิตเกษตรล่วงหน้าต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

แผนที่หรือภาพถ่ายแปลงปลูก ตารางเกรดและการหักราคา ใบรับปัจจัยการผลิตที่ผู้ปลูกลงชื่อ เอกสารชี้ชวนที่ผู้ปลูกได้รับก่อนลงนาม ใบชั่งและใบคัดเกรดทุกครั้งที่ส่งมอบ

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8

คำว่า “เหตุสุดวิสัย” หมายความว่า เหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้น จะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น

_บริบท: ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 219

ถ้าการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นภายหลังที่ได้ก่อหนี้ และซึ่งลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบนั้นไซร้ ท่านว่าลูกหนี้เป็นอันหลุดพ้นจากการชำระหนี้นั้น

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 57

ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจกระทำการใด ๆ อันเป็นผลให้เกิดความเสียหายแก่

_บริบท: พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24

ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 453

อันว่าซื้อขายนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ขาย โอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงว่าจะใช้ราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขาย

_บริบท: ส่วนที่ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456

การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ วิธีนี้ให้ใช้ถึงซื้อขายเรือมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป ทั้งซื้อขายแพและสัตว์พาหนะด้วย

_บริบท: ส่วนที่ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 460

ในการซื้อขายทรัพย์สินซึ่งมิได้กำหนดลงไว้แน่นอนนั้น ท่านว่ากรรมสิทธิ์ยังไม่โอนไปจนกว่าจะได้หมาย หรือนับ ชั่ง ตวง วัด หรือคัดเลือก หรือทำโดยวิธีอื่นเพื่อให้บ่งตัวทรัพย์สินนั้นออกเป็นแน่นอนแล้ว

_บริบท: ส่วนที่ 2 การโอนกรรมสิทธิ์_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

_บริบท: หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 472

ในกรณีที่ทรัพย์สินซึ่งขายนั้นชำรุดบกพร่องอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นเหตุให้เสื่อมราคาหรือเสื่อมความเหมาะสมแก่ประโยชน์อันมุ่งจะใช้เป็นปกติก็ดี ประโยชน์ที่มุ่งหมายโดยสัญญาก็ดี ท่านว่าผู้ขายต้องรับผิด

_บริบท: ส่วนที่ 2 ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 461

ผู้ขายจำต้องส่งมอบทรัพย์สินซึ่งขายนั้นให้แก่ผู้ซื้อ

_บริบท: ส่วนที่ 1 การส่งมอบ_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 40

เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

_บริบท: ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_agri_produce_offtake

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย