# สัญญาจ้างเขียนบทความ ต้องมีอะไรบ้าง

> ใช้เมื่อว่าจ้างนักเขียนอิสระเขียนบทความตามหัวข้อและกำหนดส่งที่ตกลง กำหนดจำนวนคำ รอบแก้ไข ค่าจ้าง ลิขสิทธิ์ และการใช้ข้อมูลอ้างอิงได้ในฉบับเดียว

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1

## ตอบสั้น

สัญญาระหว่างผู้ว่าจ้างกับนักเขียนอิสระเพื่อส่งมอบบทความตามบรีฟ โดยกำหนดสิทธิในงานเขียนหลังชำระเงิน · บรีฟต้องระบุข้อเท็จจริง แหล่งข้อมูล และข้อความที่ห้ามกล่าวอ้าง มิฉะนั้นข้อโต้แย้งเรื่องงานไม่ตรงความต้องการจะแก้ยาก

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้เมื่อจ้างเขียนบทความเว็บไซต์ บล็อก ข่าวประชาสัมพันธ์ หรือบทความความรู้เป็นรายชิ้น
- **อากรแสตมป์:** สัญญาจ้างเขียนบทความเข้าลักษณะตราสาร 4 จ้างทำของ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่าแสตมป์ อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ค่าจ้างตามสัญญานี้คำนวณได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) หากตราสารไม่ได้ปิดอากรบริบูรณ์ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนชำระอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 หากยื่นล่าช้าอาจมีเงินเพิ่มตามมาตรา 113–114 สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ให้ตรวจวิธีชำระอากรเป็นตัวเงินและกำหนดเวลาที่ใช้บังคับ
- **ภาษี:** เมื่อผู้ว่าจ้างเป็นนิติบุคคลและจ่ายค่าจ้างทำของหรือค่าบริการที่เข้าเงื่อนไข ให้ตรวจการหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 และออกหนังสือรับรองให้ผู้รับจ้าง ตรวจอัตราและประเภทเงินได้ตามข้อเท็จจริงก่อนจ่าย ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามกฎหมาย ผู้ว่าจ้างควรระบุในใบสั่งจ้างว่าค่าจ้าง … รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือไม่ และเก็บหลักฐานการชำระกับใบหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ตรงกัน
- **แบบที่กฎหมายกำหนด:** สัญญาจ้างเขียนบทความทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน ควรเก็บบรีฟ เวอร์ชันงาน วันที่ส่ง และหลักฐานตรวจรับไว้ เพราะเป็นหลักฐานขอบเขตงานและสิทธิในผลงาน
- **มาตราที่อ้าง:** ป.พ.พ. ม.7, 204, 224, 383, 387, 391, 587, 605; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 ม.4, 5, 8; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.10, 15, 17; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ม.37, 40; ประมวลรัษฎากร ม.113, 114, 118 และบัญชีอัตราอากรลักษณะ 4
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 149 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้เมื่อจ้างเขียนบทความเว็บไซต์ บล็อก ข่าวประชาสัมพันธ์ หรือบทความความรู้เป็นรายชิ้น
- ใช้เมื่อผู้ว่าจ้างมีบรีฟ หัวข้อ จำนวนคำ และกลุ่มผู้อ่านชัดเจน
- ใช้เมื่อจะให้แก้ไขงานได้ตามจำนวนรอบที่ตกลง

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- บรีฟต้องระบุข้อเท็จจริง แหล่งข้อมูล และข้อความที่ห้ามกล่าวอ้าง มิฉะนั้นข้อโต้แย้งเรื่องงานไม่ตรงความต้องการจะแก้ยาก
- สัญญาจ้างงานเขียนเข้าลักษณะจ้างทำของตาม ป.พ.พ. ม.587 และผู้รับจ้างเสียอากรแสตมป์ตามตราสารลักษณะ 4
- ลิขสิทธิ์งานรับจ้างเป็นของผู้ว่าจ้างตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10 เว้นแต่ตกลงต่างกัน แต่ควรระบุสิทธิใช้ผลงานและเวลาที่โอนให้ชัด
- ห้ามส่งข้อมูลลูกค้า ข้อมูลสุขภาพ หรือข้อมูลอ่อนไหวให้นักเขียนโดยไม่มีฐานกฎหมายและมาตรการตาม PDPA

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ไม่เหมาะกับจ้างพนักงานเขียนงานประจำภายใต้การควบคุมเวลาและสถานที่ ควรใช้สัญญาจ้างแรงงาน
- ไม่เหมาะกับงานหนังสือทั้งเล่มหรือสิทธิแปลต่างประเทศที่ต้องเจรจาสิทธิและค่าลิขสิทธิ์ละเอียด ควรใช้สัญญาจ้างสร้างสรรค์เฉพาะงาน

## อากรแสตมป์

สัญญาจ้างเขียนบทความเข้าลักษณะตราสาร 4 จ้างทำของ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่าแสตมป์ อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ค่าจ้างตามสัญญานี้คำนวณได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก)

หากตราสารไม่ได้ปิดอากรบริบูรณ์ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนชำระอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 หากยื่นล่าช้าอาจมีเงินเพิ่มตามมาตรา 113–114 สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ให้ตรวจวิธีชำระอากรเป็นตัวเงินและกำหนดเวลาที่ใช้บังคับ

## การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

สัญญาจ้างเขียนบทความทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน ควรเก็บบรีฟ เวอร์ชันงาน วันที่ส่ง และหลักฐานตรวจรับไว้ เพราะเป็นหลักฐานขอบเขตงานและสิทธิในผลงาน

## ภาษี

เมื่อผู้ว่าจ้างเป็นนิติบุคคลและจ่ายค่าจ้างทำของหรือค่าบริการที่เข้าเงื่อนไข ให้ตรวจการหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 และออกหนังสือรับรองให้ผู้รับจ้าง ตรวจอัตราและประเภทเงินได้ตามข้อเท็จจริงก่อนจ่าย

ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามกฎหมาย ผู้ว่าจ้างควรระบุในใบสั่งจ้างว่าค่าจ้าง … รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือไม่ และเก็บหลักฐานการชำระกับใบหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ตรงกัน

## นามปากกาและการไม่ใส่ชื่อผู้เขียน — ข้อที่ต้องเขียน ไม่ใช่เข้าใจเอาเอง

งานรับจ้างเขียนส่วนใหญ่ลูกค้าเอาไปลงในนามแบรนด์หรือในนามผู้บริหาร ซึ่งกฎหมายไม่ได้ให้ทำได้โดยอัตโนมัติ

- **ธรรมสิทธิ์โอนกันไม่ได้** ผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะ**แสดงว่าตนเป็นผู้สร้างสรรค์**งาน และห้ามผู้รับโอนบิดเบือน ตัดทอน หรือดัดแปลงจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของตน แม้ลิขสิทธิ์เป็นของผู้ว่าจ้างแล้ว (**พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.18**) — สิทธินี้อยู่กับผู้เขียนตลอดอายุการคุ้มครองและทายาทฟ้องแทนได้
- **ยกเว้นได้เฉพาะเมื่อตกลงกันไว้เป็นลายลักษณ์อักษร** (ม.18 ตอนท้าย) ดังนั้นถ้าจะลงในนามคนอื่นหรือไม่ใส่ชื่อผู้เขียนเลย **ต้องเขียนไว้ในสัญญาหรือผนวกให้ชัด** ว่าผู้เขียนตกลงไม่แสดงตนและยินยอมให้ลงในนามผู้ว่าจ้าง — สัญญาฉบับนี้ยังไม่มีข้อนี้ ให้เพิ่มในผนวกก่อนใช้กับงานลงนามแบรนด์
- **การแก้ไขต้นฉบับเป็นคนละเรื่องกับการบิดเบือน** ผู้ว่าจ้างแก้ไขเพื่อความเหมาะสมได้ แต่ถ้าแก้จนความหมายผิดไปแล้วยังใส่ชื่อผู้เขียนไว้ เข้าข่าย ม.18 ได้
- ถ้าจะให้เครดิต ให้ระบุรูปแบบไว้ในผนวก เช่น ชื่อจริง นามปากกา หรือไม่ใส่ชื่อ และให้ระบุด้วยว่าใช้กับช่องทางใดบ้าง

## เนื้อหาที่ทำให้ถูกฟ้อง — และใครโดนบ้าง

- **บทความที่พาดพิงบุคคลอื่น** ผู้ที่กล่าวหรือ**ไขข่าวแพร่หลาย**ซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง จนเสียหายแก่ชื่อเสียงหรือทางทำมาหาได้ของผู้อื่น ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน (**ป.พ.พ. ม.423**) — **ทั้งผู้เขียนและผู้ที่นำไปเผยแพร่อาจรับผิดได้ ไม่ใช่เฉพาะคนใดคนหนึ่ง** และยังมีความผิดอาญาฐานหมิ่นประมาทอีกส่วนหนึ่ง
- **การเปรียบเทียบกับคู่แข่งโดยตรง** เป็นจุดที่เสี่ยงที่สุดของบทความการตลาด ต้องมีหลักฐานรองรับทุกข้อความที่เป็นข้อเท็จจริง
- **ลอกเนื้อหาผู้อื่น** ผู้เขียนคือคนที่ทำซ้ำและดัดแปลงโดยตรง จึงถูกฟ้องได้เอง (**ม.15**) การอ้างอิงงานของผู้อื่นทำได้เท่าที่เป็นการอ้างอิงอย่างเป็นธรรมโดย**รับรู้ความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์** ไม่ใช่คัดลอกมาทั้งย่อหน้าแล้วใส่ลิงก์
- **ภาพประกอบบทความก็มีลิขสิทธิ์** ภาพจากการค้นหาในอินเทอร์เน็ตใช้ไม่ได้ ต้องเป็นภาพที่ซื้อสิทธิหรือมีสัญญาอนุญาตรองรับ และต้องระบุว่าใครเป็นคนจัดหา

## บทความเชิงโฆษณาและสินค้าที่มีกฎหมายเฉพาะ

- **บทความรีวิวหรือบทความที่ได้รับค่าตอบแทนควรเปิดเผยว่าเป็นเนื้อหาที่ได้รับการสนับสนุน** การเขียนให้เข้าใจว่าเป็นความเห็นอิสระทั้งที่รับเงินมา อาจเข้าข่ายข้อความโฆษณาที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด
- **สินค้าที่ต้องขออนุญาตโฆษณา** เช่น อาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ข้อความโฆษณาต้องอยู่ในขอบเขตที่ได้รับอนุญาต ห้ามอวดอ้างสรรพคุณรักษาโรค — **ผู้ว่าจ้างต้องเป็นผู้ให้ข้อความที่ได้รับอนุญาตและรับผิดชอบส่วนนี้** ให้ระบุไว้ในผนวก
- **ห้ามโฆษณาสุราและยาสูบ** และเนื้อหาเกี่ยวกับการลงทุนหรือสินทรัพย์ดิจิทัลมีกฎเฉพาะของตนเอง

> กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคส่วนโฆษณา กฎหมายเฉพาะของสินค้าควบคุม และข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการอ้างอิงอย่างเป็นธรรม ควรตรวจฉบับปัจจุบันก่อนใช้ ข้อความในส่วนนี้เป็นคำเตือนให้ตรวจ ไม่ใช่การยืนยันเลขมาตรา

## ข้อที่คนจ้างเขียนบทความพลาดบ่อย

- **ปัญญาประดิษฐ์เป็นเรื่องที่ต้องตกลงกันก่อน** ผู้ว่าจ้างจำนวนมากห้ามใช้ หรืออนุญาตเฉพาะขั้นตอนค้นข้อมูล ขณะที่งานส่วนที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์ยังมีสถานะลิขสิทธิ์ไม่แน่นอน จึงอาจกระทบข้อ 5.1 ที่โอนลิขสิทธิ์ให้ผู้ว่าจ้าง — **ให้ระบุในผนวกว่าอนุญาตหรือไม่ และถ้าอนุญาตให้เปิดเผยขอบเขตที่ใช้**
- **ไม่กำหนดจำนวนรอบแก้และเกณฑ์ว่างานเสร็จ** บทความแก้ได้ไม่รู้จบเพราะเป็นเรื่องรสนิยม ผนวกต้องระบุจำนวนคำ โครงเรื่องที่อนุมัติแล้ว น้ำเสียง จำนวนรอบแก้ และค่าแก้รอบถัดไป · **ควรอนุมัติโครงเรื่องก่อนลงมือเขียนเต็ม** จะลดรอบแก้ได้มากที่สุด
- **ไม่ระบุขอบเขตการใช้ผลงาน** บทความเดียวนำไปลงหลายเว็บ แปลเป็นภาษาอื่น หรือดัดแปลงเป็นคลิป เป็นการใช้คนละระดับ ถ้าโอนลิขสิทธิ์ตามข้อ 5.1 แล้วผู้ว่าจ้างทำได้ทั้งหมด — ผู้เขียนที่ต้องการสงวนสิทธิต้องตกลงตั้งแต่ต้นและเขียนขอบเขตไว้ในผนวก
- **ห้ามรับประกันอันดับการค้นหา** อันดับขึ้นกับอัลกอริทึมของผู้ให้บริการค้นหาซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุม รับประกันได้เฉพาะคุณภาพงานตามเกณฑ์ในผนวก
- **บทความที่ยังไม่เผยแพร่เป็นความลับ** ผู้เขียนนำไปใช้เป็นตัวอย่างผลงานก่อนลูกค้าเผยแพร่ไม่ได้ และถ้าจะใช้หลังเผยแพร่ ต้องดูว่าขัดกับข้อตกลงเรื่องไม่แสดงตนหรือไม่
- **มัดจำก็ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ด้วย** เมื่อผู้ว่าจ้างเป็นนิติบุคคล และถ้ามีค่าโอนลิขสิทธิ์แยกต่างหากจากค่าจ้างเขียน อาจเป็นเงินได้คนละประเภทซึ่งหักค่าใช้จ่ายไม่เท่ากัน ให้ตรวจก่อนยื่น

## เอกสารแนบท้ายสัญญา

- บรีฟหัวข้อ … กลุ่มผู้อ่าน โครงร่าง และข้อห้ามกล่าวอ้าง
- เอกสารอ้างอิง … พร้อมสิทธิใช้ภาพ เครื่องหมาย หรือข้อมูลของบุคคลอื่น
- เกณฑ์ตรวจรับ รูปแบบ … กำหนดส่ง … และประวัติการแก้ไข
- หลักฐานส่งมอบ ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ และหลักฐานชำระเงิน

## วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อกำกับบรีฟและเอกสารแนบทุกชุด ตรวจอำนาจผู้ลงนามและชื่อผู้รับจ้างให้ตรงกับบัญชีรับเงิน จัดเก็บเวอร์ชันสุดท้ายและหลักฐานชำระเงิน เพราะลิขสิทธิ์โอนเมื่อชำระค่าจ้างครบตามข้อ 5

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-C938D6 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญาจ้างเขียนบทความ ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาจ้างเขียนบทความเข้าลักษณะตราสาร 4 จ้างทำของ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่าแสตมป์ อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ค่าจ้างตามสัญญานี้คำนวณได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) หากตราสารไม่ได้ปิดอากรบริบูรณ์ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนชำระอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 หากยื่นล่าช้าอาจมีเงินเพิ่มตามมาตรา 113–114 สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ให้ตรวจวิธีชำระอากรเป็นตัวเงินและกำหนดเวลาที่ใช้บังคับ

### สัญญาจ้างเขียนบทความ เสียภาษีอะไรบ้าง

เมื่อผู้ว่าจ้างเป็นนิติบุคคลและจ่ายค่าจ้างทำของหรือค่าบริการที่เข้าเงื่อนไข ให้ตรวจการหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 และออกหนังสือรับรองให้ผู้รับจ้าง ตรวจอัตราและประเภทเงินได้ตามข้อเท็จจริงก่อนจ่าย ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามกฎหมาย ผู้ว่าจ้างควรระบุในใบสั่งจ้างว่าค่าจ้าง … รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือไม่ และเก็บหลักฐานการชำระกับใบหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ตรงกัน

### ใช้สัญญาจ้างเขียนบทความตอนไหน

ใช้เมื่อจ้างเขียนบทความเว็บไซต์ บล็อก ข่าวประชาสัมพันธ์ หรือบทความความรู้เป็นรายชิ้น · ใช้เมื่อผู้ว่าจ้างมีบรีฟ หัวข้อ จำนวนคำ และกลุ่มผู้อ่านชัดเจน · ใช้เมื่อจะให้แก้ไขงานได้ตามจำนวนรอบที่ตกลง

### ทำสัญญาจ้างเขียนบทความต้องระวังอะไร

บรีฟต้องระบุข้อเท็จจริง แหล่งข้อมูล และข้อความที่ห้ามกล่าวอ้าง มิฉะนั้นข้อโต้แย้งเรื่องงานไม่ตรงความต้องการจะแก้ยาก · สัญญาจ้างงานเขียนเข้าลักษณะจ้างทำของตาม ป.พ.พ. ม.587 และผู้รับจ้างเสียอากรแสตมป์ตามตราสารลักษณะ 4 · ลิขสิทธิ์งานรับจ้างเป็นของผู้ว่าจ้างตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10 เว้นแต่ตกลงต่างกัน แต่ควรระบุสิทธิใช้ผลงานและเวลาที่โอนให้ชัด · ห้ามส่งข้อมูลลูกค้า ข้อมูลสุขภาพ หรือข้อมูลอ่อนไหวให้นักเขียนโดยไม่มีฐานกฎหมายและมาตรการตาม PDPA

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างเขียนบทความ

ไม่เหมาะกับจ้างพนักงานเขียนงานประจำภายใต้การควบคุมเวลาและสถานที่ ควรใช้สัญญาจ้างแรงงาน · ไม่เหมาะกับงานหนังสือทั้งเล่มหรือสิทธิแปลต่างประเทศที่ต้องเจรจาสิทธิและค่าลิขสิทธิ์ละเอียด ควรใช้สัญญาจ้างสร้างสรรค์เฉพาะงาน

### สัญญาจ้างเขียนบทความ ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

สัญญาจ้างเขียนบทความทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน ควรเก็บบรีฟ เวอร์ชันงาน วันที่ส่ง และหลักฐานตรวจรับไว้ เพราะเป็นหลักฐานขอบเขตงานและสิทธิในผลงาน

### ลงนามสัญญาจ้างเขียนบทความต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อกำกับบรีฟและเอกสารแนบทุกชุด ตรวจอำนาจผู้ลงนามและชื่อผู้รับจ้างให้ตรงกับบัญชีรับเงิน จัดเก็บเวอร์ชันสุดท้ายและหลักฐานชำระเงิน เพราะลิขสิทธิ์โอนเมื่อชำระค่าจ้างครบตามข้อ 5

### ทำสัญญาจ้างเขียนบทความต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

บรีฟหัวข้อ … กลุ่มผู้อ่าน โครงร่าง และข้อห้ามกล่าวอ้าง เอกสารอ้างอิง … พร้อมสิทธิใช้ภาพ เครื่องหมาย หรือข้อมูลของบุคคลอื่น เกณฑ์ตรวจรับ รูปแบบ … กำหนดส่ง … และประวัติการแก้ไข หลักฐานส่งมอบ ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ และหลักฐานชำระเงิน

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7

ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี

_บริบท: ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204

ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

_บริบท: หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387

ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้

_บริบท: หมวด 4 เลิกสัญญา_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391

เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่

_บริบท: หมวด 4 เลิกสัญญา_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 605

ถ้าการที่จ้างยังทำไม่แล้วเสร็จอยู่ตราบใด ผู้ว่าจ้างอาจบอกเลิกสัญญาได้ เมื่อเสียค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับจ้างเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10

งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15

ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม หรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 17

ลิขสิทธิ์นั้นย่อมโอนให้แก่กันได้ เจ้าของลิขสิทธิ์อาจโอนลิขสิทธิ์ของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลอื่นได้ และจะโอน ให้โดยมีกำหนดเวลาหรือตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ก็ได้ การโอนลิขสิทธิ์ตามวรรคสองซึ่งมิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอน และผู้รับโอน ถ้าไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญาโอน ให้ถือว่าเป็นการโอนมีกำหนดระยะเวลาสิบปี

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 114

โดยการตรวจสอบตามความในมาตรา 123 ก็ดี โดยการกล่าวหาแจ้งความของบุคคลใดไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงานรัฐบาลหรือมิใช่ก็ดี ถ้าปรากฏว่า (1) มิได้มีการออกใบรับในกรณีที่ต้องออกใบรับตามความในมาตรา 105 หรือมาตรา 106 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากร หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (2) ตราสารมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์โดย (ก) มิได้ปิดแสตมป์เลย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (ข) ปิดแสตมป์น้อยกว่าอากรที่ต้องเสีย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากรที่ขาด หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (ค) ในกรณีอื่น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินเพิ่มอากร เป็นจำนวน 1 เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18

ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423

ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่เสียหายแก่ทางทำมาหาได้หรือทางเจริญของเขาโดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ผู้ใดส่งข่าวสารอันตนมิได้รู้ว่าเป็นความไม่จริง หากว่าตนเองหรือผู้รับข่าวสารนั้นมีทางได้เสียโดยชอบในการนั้นด้วยแล้ว ท่านว่าเพียงที่ส่งข่าวสารเช่นนั้นหาทำให้ผู้นั้นต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่

_บริบท: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_article_writing_service

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย