# สัญญาจ้างฟรีแลนซ์รายโปรเจกต์ (จ่ายตามงวดงาน) ต้องมีอะไรบ้าง

> ใช้เมื่อจ้างฟรีแลนซ์ทำงานเป็นชิ้นงานหรือโครงการ มีค่าจ้างรวมทั้งสิ้นและจ่ายตามงวด — ออกแบบ เขียนบท ตัดต่อ ทำเว็บ ที่ปรึกษา ฟรีแลนซ์รับงานในนามบริษัทของตัวเองได้ มีรอบตรวจรับงาน สิทธิในผลงาน การนำไปเป็นพอร์ต และเพดานความรับผิด

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B9%8C-%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99

## ตอบสั้น

จ้างฟรีแลนซ์ทำงานเป็นชิ้นงานหรือโครงการ มีค่าจ้างรวมทั้งสิ้น จ่ายตามงวด และมีรอบตรวจรับงานที่ชัดเจน · เขียนขอบเขตงานและจำนวนครั้งที่แก้งานได้ไว้ในผนวก 1 ให้ละเอียด ข้อพิพาทฟรีแลนซ์เกือบทั้งหมดมาจากตรงนี้

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้เมื่อจ้างเป็นชิ้นงานหรือโครงการที่มีผลงานส่งมอบชัดเจน ไม่ใช่จ้างประจำรายเดือน
- **อากรแสตมป์:** จ้างทำของ ลักษณะ 4: 1 บาท ต่อค่าจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท — จากค่าจ้างรวมทั้งสิ้นในสัญญานี้คิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้รับจ้าง (ฟรีแลนซ์) เป็นผู้เสียอากร ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า · คู่ฉบับเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก (ลักษณะ 23) ผู้ถือคู่ฉบับเป็นผู้เสียและขีดฆ่า ค่าจ้างรวมตั้งแต่ 1,000,000 บาท ขึ้นไป ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร ไม่ใช่ปิดดวงแสตมป์ (ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 37) · ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นหน่วยงานรัฐ เกณฑ์ลดเหลือ 200,000 บาท ทำเป็นตราสารอิเล็กทรอนิกส์ให้ยื่นและชำระผ่านระบบ e-Stamp ภายใน 15 วัน นับแต่วันถัดจากวันทำตราสาร เก็บรหัสรับรองไว้กับเอกสาร ไม่ติดอากรให้ครบ สัญญาไม่เป็นโมฆะ แต่ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118) — ฟรีแลนซ์ที่จะฟ้องเรียกค่าจ้างค้างต้องติดให้ครบก่อน นี่คือเหตุผลที่อากรก้อนเล็กนี้สำคัญกับฝ่ายฟรีแลนซ์มากกว่าฝ่ายผู้ว่าจ้าง
- **ภาษี:** ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลจ่ายค่าจ้างทำของให้ผู้รับในประเทศไทย ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 3 ของค่าบริการก่อน VAT ตามคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้จะแบ่งจ่ายเป็นงวดย่อยกว่านั้น และต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ทุกครั้ง ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก 3% ตามคำสั่งนี้ — ฟรีแลนซ์ที่รับงานจากบุคคลธรรมดาจึงได้เงินเต็มและต้องไปยื่นภาษีเอง ฟรีแลนซ์บุคคลธรรมดามีเงินได้ตามมาตรา 40(2) หรือ 40(8) แล้วแต่ลักษณะงานและการลงทุน ซึ่งหักค่าใช้จ่ายได้ไม่เท่ากัน ให้ตรวจประเภทเงินได้ตามงานจริงก่อนยื่น รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม · ผู้ที่ยังไม่จดไม่มีสิทธิเรียกเก็บ VAT ตามข้อ 3.2 ค่าใช้จ่ายที่เบิกคืนได้ (กรณีไม่ติ๊ก ค่าจ้างรวมค่าใช้จ่ายแล้ว) ให้แยกบรรทัดในใบแจ้งหนี้และแนบหลักฐาน อย่ารวมเข้าไปในค่าบริการ เพราะจะถูกหัก 3% ทั้งก้อนโดยไม่จำเป็น
- **มาตราที่อ้าง:** ป.พ.พ. ม.7, 204, 215, 224, 387, 391, 575, 587, 591, 593, 597, 600, 605; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.9, 10, 15, 18; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 ม.4, 8; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ม.37, 40; บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4, 23; ประมวลรัษฎากร ม.104, 113–114, 118; คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 8
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 249 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้เมื่อจ้างเป็นชิ้นงานหรือโครงการที่มีผลงานส่งมอบชัดเจน ไม่ใช่จ้างประจำรายเดือน
- ใช้ได้ทั้งเมื่อฟรีแลนซ์เป็นบุคคลธรรมดาและเมื่อรับงานในนามบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนของตน
- ใช้เมื่อต้องการกำหนดรอบตรวจรับงาน แก้งาน และกำหนดจ่ายเงินให้ผูกกับการส่งมอบแต่ละงวด
- ใช้เมื่อต้องตกลงเรื่องสิทธิในผลงานและการนำผลงานไปเป็นพอร์ตให้ชัดตั้งแต่ต้น

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- เขียนขอบเขตงานและจำนวนครั้งที่แก้งานได้ไว้ในผนวก 1 ให้ละเอียด ข้อพิพาทฟรีแลนซ์เกือบทั้งหมดมาจากตรงนี้
- ถ้าสั่งงานรายวัน กำหนดเวลาเข้าออก และควบคุมวิธีทำงาน ข้อเท็จจริงอาจเป็นจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. ม.575 แม้สัญญาเขียนว่าจ้างทำของ
- ลิขสิทธิ์ในงานรับจ้างเป็นของผู้ว่าจ้างตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10 อยู่แล้ว เว้นแต่ตกลงกันเป็นอย่างอื่น — ฟรีแลนซ์ที่อยากเก็บสิทธิไว้ต้องเขียนไว้
- อากรแสตมป์จ้างทำของเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้าง ไม่ติดให้ครบจะใช้สัญญาฟ้องเรียกค่าจ้างในคดีแพ่งไม่ได้

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- อย่าใช้เมื่อจ้างทำงานประจำรายเดือนมีวันลาและหักเงินเมื่อไม่มาทำงาน ให้ใช้สัญญาจ้างเหมาบริการรายเดือนแทน
- อย่าใช้แทนสัญญาจ้างแรงงาน ถ้าเจตนาจริงคือรับเข้าเป็นพนักงาน
- อย่าปล่อยผนวก 1 ว่าง เพราะข้อ 1.1 อ้างอิงขอบเขตงานจากผนวกทั้งหมด
- จ้างฟรีแลนซ์ทำงานต่อเนื่องเป็นรายเดือน — ใช้ [สัญญาจ้างเหมาบริการรายเดือน (ฟรีแลนซ์ / ผู้รับจ้างอิสระ)](/s/th_freelance_service)

## อากรแสตมป์

- จ้างทำของ **ลักษณะ 4**: 1 บาท ต่อค่าจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท — จากค่าจ้างรวมทั้งสิ้นในสัญญานี้คิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก
- **ผู้รับจ้าง (ฟรีแลนซ์) เป็นผู้เสียอากร** ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า · คู่ฉบับเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก (ลักษณะ 23) ผู้ถือคู่ฉบับเป็นผู้เสียและขีดฆ่า
- ค่าจ้างรวมตั้งแต่ **1,000,000 บาท** ขึ้นไป ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร ไม่ใช่ปิดดวงแสตมป์ (ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 37) · ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นหน่วยงานรัฐ เกณฑ์ลดเหลือ 200,000 บาท
- ทำเป็นตราสารอิเล็กทรอนิกส์ให้ยื่นและชำระผ่านระบบ e-Stamp ภายใน **15 วัน** นับแต่วันถัดจากวันทำตราสาร เก็บรหัสรับรองไว้กับเอกสาร
- **ไม่ติดอากรให้ครบ สัญญาไม่เป็นโมฆะ แต่ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้** จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118) — ฟรีแลนซ์ที่จะฟ้องเรียกค่าจ้างค้างต้องติดให้ครบก่อน นี่คือเหตุผลที่อากรก้อนเล็กนี้สำคัญกับฝ่ายฟรีแลนซ์มากกว่าฝ่ายผู้ว่าจ้าง

## ภาษี

- ผู้ว่าจ้างที่เป็น**นิติบุคคล**จ่ายค่าจ้างทำของให้ผู้รับในประเทศไทย ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย **ร้อยละ 3** ของค่าบริการก่อน VAT ตามคำสั่งกรมสรรพากร **ท.ป.4/2528 ข้อ 8** เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้จะแบ่งจ่ายเป็นงวดย่อยกว่านั้น และต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ทุกครั้ง
- **ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก 3% ตามคำสั่งนี้** — ฟรีแลนซ์ที่รับงานจากบุคคลธรรมดาจึงได้เงินเต็มและต้องไปยื่นภาษีเอง
- ฟรีแลนซ์บุคคลธรรมดามีเงินได้ตามมาตรา 40(2) หรือ 40(8) แล้วแต่ลักษณะงานและการลงทุน ซึ่ง**หักค่าใช้จ่ายได้ไม่เท่ากัน** ให้ตรวจประเภทเงินได้ตามงานจริงก่อนยื่น
- รายรับเกิน **1.8 ล้านบาทต่อปี** ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม · ผู้ที่ยังไม่จดไม่มีสิทธิเรียกเก็บ VAT ตามข้อ 3.2
- ค่าใช้จ่ายที่เบิกคืนได้ (กรณีไม่ติ๊ก «ค่าจ้างรวมค่าใช้จ่ายแล้ว») ให้แยกบรรทัดในใบแจ้งหนี้และแนบหลักฐาน อย่ารวมเข้าไปในค่าบริการ เพราะจะถูกหัก 3% ทั้งก้อนโดยไม่จำเป็น

## สิทธิในผลงาน — กฎหมายไทยตรงข้ามกับที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ

- **งานที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้าง ลิขสิทธิ์เป็นของ «ผู้ว่าจ้าง» ตั้งแต่ต้น** เว้นแต่ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น (**พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10**) — ฟรีแลนซ์จำนวนมากเข้าใจว่าตัวเองเป็นเจ้าของจนกว่าจะโอน ซึ่งไม่ใช่ **ฟรีแลนซ์ที่อยากเก็บลิขสิทธิ์ไว้เองต้องเขียนไว้ในสัญญา ไม่ใช่เงียบไว้**
- ตรงข้ามกับ**ลูกจ้าง** ซึ่งงานที่ทำในหน้าที่ลิขสิทธิ์ยังเป็นของ**ลูกจ้าง** นายจ้างได้เพียงสิทธินำออกเผยแพร่ตามวัตถุประสงค์ของการจ้าง เว้นแต่ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น (**ม.9**)
- **ธรรมสิทธิ์โอนกันไม่ได้** ผู้สร้างสรรค์ยังมีสิทธิแสดงตนว่าเป็นผู้สร้างสรรค์ และห้ามผู้รับโอนบิดเบือนหรือดัดแปลงงานจนเสียชื่อเสียงของตน แม้โอนลิขสิทธิ์ไปหมดแล้ว (**ม.18**) — เว้นแต่ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร
- ข้อ 5.1 ผูกการได้สิทธิไว้กับ**การจ่ายค่าจ้างครบของงวดนั้น** ซึ่งเป็นเครื่องมือต่อรองที่สำคัญที่สุดของฟรีแลนซ์ — อย่าตัดออก
- ข้อ 5.2 กันเครื่องมือ แม่แบบ และความรู้เดิมของฟรีแลนซ์ไว้ ไม่ให้ถูกกวาดไปกับผลงาน

## ข้อที่คนจ้างและรับงานฟรีแลนซ์พลาดบ่อย

- **ชื่อสัญญาไม่ได้ตัดสินว่าเป็นจ้างทำของ** ศาลดูข้อเท็จจริง ถ้าสั่งงานรายวัน กำหนดเวลาเข้าออก ควบคุมวิธีทำงาน ให้ใช้อุปกรณ์ของบริษัท และจ่ายเป็นรายเดือนตลอดเวลาที่ทำงานให้ จะเข้า **จ้างแรงงาน ม.575** ไม่ใช่ **จ้างทำของ ม.587** ผลที่ตามมาคือค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้าง เงินสมทบประกันสังคมย้อนหลัง และการหักภาษีคนละแบบ — ข้อ 1.3 กับสวิตช์ «กำหนดเวลาและสถานที่เองได้» มีไว้รักษาเส้นนี้ ต้องทำตามจริงด้วย
- **ไม่กำหนดจำนวนครั้งที่แก้งาน** คือสาเหตุอันดับหนึ่งของงานที่ไม่จบ ผนวก 1 ต้องระบุว่าแก้ได้กี่รอบ และรอบถัดไปคิดเงินเท่าไร
- **ไม่มีกำหนดตรวจรับ** ทำให้ผู้ว่าจ้างเงียบแล้วงานค้างอยู่ในสถานะไม่รับไม่ปฏิเสธ ข้อ 2 กำหนดให้แจ้งข้อบกพร่องภายในกำหนด จึงต้องกรอกจำนวนวันให้สมเหตุผล
- **ผู้ว่าจ้างไม่ส่งของที่ต้องส่ง** เช่น ไฟล์ต้นฉบับ สิทธิเข้าระบบ หรือข้อมูลแบรนด์ แล้วมานับว่าฟรีแลนซ์ส่งงานช้า — กรอกช่อง «สิ่งที่ผู้ว่าจ้างจัดหาให้» ไว้เสมอเพื่อให้พิสูจน์ได้ว่าใครช้า
- **เพดานความรับผิดต้องสมเหตุผล** เพดานที่ต่ำจนไร้ความหมายอาจไม่มีผลบังคับตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.4 และไม่ว่าเขียนอย่างไรก็ยกเว้นความรับผิดจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงไม่ได้
- **ฟรีแลนซ์ที่เข้าถึงข้อมูลลูกค้าของผู้ว่าจ้างเป็นผู้ประมวลผลข้อมูล** ต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและข้อตกลงตามคำสั่ง (PDPA **ม.37, 40**) และต้องคืนหรือลบข้อมูลเมื่อจบงานตามข้อ 4.4 — เก็บไว้ใช้ทำพอร์ตไม่ได้

> กฎหมายคุ้มครองแรงงานและประกันสังคมจะเข้ามาใช้เมื่อข้อเท็จจริงกลายเป็นจ้างแรงงาน — ถ้าลักษณะงานเริ่มเหมือนลูกจ้าง ให้ตรวจกับทนายของคุณหรือสำนักงานประกันสังคม

## เอกสารแนบท้ายสัญญา

- **ผนวก 1** (สำคัญที่สุด) ขอบเขตงาน ผลงานที่ต้องส่งมอบแต่ละงวด รูปแบบไฟล์ มาตรฐานที่ถือว่างานเสร็จ กำหนดส่ง จำนวนรอบแก้งาน และค่าจ้างแต่ละงวด
- รายการสิ่งที่ผู้ว่าจ้างต้องจัดหาให้พร้อมวันที่ต้องส่งมอบ
- หนังสือรับรองนิติบุคคลหรือบัตรประชาชนของทั้งสองฝ่าย และหนังสือมอบอำนาจถ้าลงนามแทน

## วันลงนาม

- ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อคู่สัญญาและพยานสองคน พร้อมลงชื่อกำกับผนวก 1 ทุกหน้า
- ผู้รับจ้างปิดอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก และคู่ฉบับ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า
- ตรวจว่าผนวก 1 กรอกครบก่อนลงนาม — สัญญาฉบับนี้อ้างอิงขอบเขตงานจากผนวกทั้งหมด ผนวกว่างเท่ากับไม่มีขอบเขตงาน
- ถ้าฟรีแลนซ์รับงานในนามนิติบุคคล ให้ตรวจอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองและเงื่อนไขประทับตรา

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-754CBF · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญาจ้างฟรีแลนซ์รายโปรเจกต์ (จ่ายตามงวดงาน) ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

จ้างทำของ ลักษณะ 4: 1 บาท ต่อค่าจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท — จากค่าจ้างรวมทั้งสิ้นในสัญญานี้คิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้รับจ้าง (ฟรีแลนซ์) เป็นผู้เสียอากร ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า · คู่ฉบับเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก (ลักษณะ 23) ผู้ถือคู่ฉบับเป็นผู้เสียและขีดฆ่า ค่าจ้างรวมตั้งแต่ 1,000,000 บาท ขึ้นไป ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร ไม่ใช่ปิดดวงแสตมป์ (ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 37) · ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นหน่วยงานรัฐ เกณฑ์ลดเหลือ 200,000 บาท ทำเป็นตราสารอิเล็กทรอนิกส์ให้ยื่นและชำระผ่านระบบ e-Stamp ภายใน 15 วัน นับแต่วันถัดจากวันทำตราสาร เก็บรหัสรับรองไว้กับเอกสาร ไม่ติดอากรให้ครบ สัญญาไม่เป็นโมฆะ แต่ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118) — ฟรีแลนซ์ที่จะฟ้องเรียกค่าจ้างค้างต้องติดให้ครบก่อน นี่คือเหตุผลที่อากรก้อนเล็กนี้สำคัญกับฝ่ายฟรีแลนซ์มากกว่าฝ่ายผู้ว่าจ้าง

### สัญญาจ้างฟรีแลนซ์รายโปรเจกต์ (จ่ายตามงวดงาน) เสียภาษีอะไรบ้าง

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลจ่ายค่าจ้างทำของให้ผู้รับในประเทศไทย ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 3 ของค่าบริการก่อน VAT ตามคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้จะแบ่งจ่ายเป็นงวดย่อยกว่านั้น และต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ทุกครั้ง ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก 3% ตามคำสั่งนี้ — ฟรีแลนซ์ที่รับงานจากบุคคลธรรมดาจึงได้เงินเต็มและต้องไปยื่นภาษีเอง ฟรีแลนซ์บุคคลธรรมดามีเงินได้ตามมาตรา 40(2) หรือ 40(8) แล้วแต่ลักษณะงานและการลงทุน ซึ่งหักค่าใช้จ่ายได้ไม่เท่ากัน ให้ตรวจประเภทเงินได้ตามงานจริงก่อนยื่น รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม · ผู้ที่ยังไม่จดไม่มีสิทธิเรียกเก็บ VAT ตามข้อ 3.2 ค่าใช้จ่ายที่เบิกคืนได้ (กรณีไม่ติ๊ก ค่าจ้างรวมค่าใช้จ่ายแล้ว) ให้แยกบรรทัดในใบแจ้งหนี้และแนบหลักฐาน อย่ารวมเข้าไปในค่าบริการ เพราะจะถูกหัก 3% ทั้งก้อนโดยไม่จำเป็น

### ใช้สัญญาจ้างฟรีแลนซ์รายโปรเจกต์ (จ่ายตามงวดงาน)ตอนไหน

ใช้เมื่อจ้างเป็นชิ้นงานหรือโครงการที่มีผลงานส่งมอบชัดเจน ไม่ใช่จ้างประจำรายเดือน · ใช้ได้ทั้งเมื่อฟรีแลนซ์เป็นบุคคลธรรมดาและเมื่อรับงานในนามบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนของตน · ใช้เมื่อต้องการกำหนดรอบตรวจรับงาน แก้งาน และกำหนดจ่ายเงินให้ผูกกับการส่งมอบแต่ละงวด · ใช้เมื่อต้องตกลงเรื่องสิทธิในผลงานและการนำผลงานไปเป็นพอร์ตให้ชัดตั้งแต่ต้น

### ทำสัญญาจ้างฟรีแลนซ์รายโปรเจกต์ (จ่ายตามงวดงาน)ต้องระวังอะไร

เขียนขอบเขตงานและจำนวนครั้งที่แก้งานได้ไว้ในผนวก 1 ให้ละเอียด ข้อพิพาทฟรีแลนซ์เกือบทั้งหมดมาจากตรงนี้ · ถ้าสั่งงานรายวัน กำหนดเวลาเข้าออก และควบคุมวิธีทำงาน ข้อเท็จจริงอาจเป็นจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. ม.575 แม้สัญญาเขียนว่าจ้างทำของ · ลิขสิทธิ์ในงานรับจ้างเป็นของผู้ว่าจ้างตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10 อยู่แล้ว เว้นแต่ตกลงกันเป็นอย่างอื่น — ฟรีแลนซ์ที่อยากเก็บสิทธิไว้ต้องเขียนไว้ · อากรแสตมป์จ้างทำของเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้าง ไม่ติดให้ครบจะใช้สัญญาฟ้องเรียกค่าจ้างในคดีแพ่งไม่ได้

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างฟรีแลนซ์รายโปรเจกต์ (จ่ายตามงวดงาน)

อย่าใช้เมื่อจ้างทำงานประจำรายเดือนมีวันลาและหักเงินเมื่อไม่มาทำงาน ให้ใช้สัญญาจ้างเหมาบริการรายเดือนแทน · อย่าใช้แทนสัญญาจ้างแรงงาน ถ้าเจตนาจริงคือรับเข้าเป็นพนักงาน · อย่าปล่อยผนวก 1 ว่าง เพราะข้อ 1.1 อ้างอิงขอบเขตงานจากผนวกทั้งหมด · จ้างฟรีแลนซ์ทำงานต่อเนื่องเป็นรายเดือน — ใช้ สัญญาจ้างเหมาบริการรายเดือน (ฟรีแลนซ์ / ผู้รับจ้างอิสระ)

### ลงนามสัญญาจ้างฟรีแลนซ์รายโปรเจกต์ (จ่ายตามงวดงาน)ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อคู่สัญญาและพยานสองคน พร้อมลงชื่อกำกับผนวก 1 ทุกหน้า ผู้รับจ้างปิดอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก และคู่ฉบับ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า ตรวจว่าผนวก 1 กรอกครบก่อนลงนาม — สัญญาฉบับนี้อ้างอิงขอบเขตงานจากผนวกทั้งหมด ผนวกว่างเท่ากับไม่มีขอบเขตงาน ถ้าฟรีแลนซ์รับงานในนามนิติบุคคล ให้ตรวจอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองและเงื่อนไขประทับตรา

### ทำสัญญาจ้างฟรีแลนซ์รายโปรเจกต์ (จ่ายตามงวดงาน)ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

ผนวก 1 (สำคัญที่สุด) ขอบเขตงาน ผลงานที่ต้องส่งมอบแต่ละงวด รูปแบบไฟล์ มาตรฐานที่ถือว่างานเสร็จ กำหนดส่ง จำนวนรอบแก้งาน และค่าจ้างแต่ละงวด รายการสิ่งที่ผู้ว่าจ้างต้องจัดหาให้พร้อมวันที่ต้องส่งมอบ หนังสือรับรองนิติบุคคลหรือบัตรประชาชนของทั้งสองฝ่าย และหนังสือมอบอำนาจถ้าลงนามแทน

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7

ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี

_บริบท: ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204

ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 215

เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ไซร้ เจ้าหนี้จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่การนั้นก็ได้

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387

ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้

_บริบท: หมวด 4 เลิกสัญญา_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391

เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่

_บริบท: หมวด 4 เลิกสัญญา_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575

อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้

_บริบท: ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 591

ถ้าความชำรุดบกพร่องหรือความชักช้าในการที่ทำนั้นเกิดขึ้นเพราะสภาพแห่งสัมภาระซึ่งผู้ว่าจ้างส่งให้ก็ดี เพราะคำสั่งของผู้ว่าจ้างก็ดี ท่านว่าผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิด เว้นแต่จะได้รู้อยู่แล้วว่าสัมภาระนั้นไม่เหมาะหรือว่าคำสั่งนั้นไม่ถูกต้องและมิได้บอกกล่าวตักเตือน

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 593

ถ้าผู้รับจ้างไม่เริ่มทำการในเวลาอันควร หรือทำการชักช้าฝ่าฝืนข้อกำหนดแห่งสัญญาก็ดี หรือทำการชักช้าโดยปราศจากความผิดของผู้ว่าจ้าง จนอาจคาดหมายล่วงหน้าได้ว่าการนั้นจะไม่สำเร็จภายในกำหนดเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ก็ดี ผู้ว่าจ้างชอบที่จะเลิกสัญญาเสียได้ มิพักต้องรอคอยให้ถึงเวลากำหนดส่งมอบของนั้นเลย

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 597

ถ้าผู้ว่าจ้างยอมรับมอบการที่ทำนั้นแล้วโดยมิได้อิดเอื้อน ผู้รับจ้างก็ไม่ต้องรับผิดเพื่อการที่ส่งมอบเนิ่นช้า

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 600

ถ้ามิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาไซร้ ท่านว่าผู้รับจ้างจะต้องรับผิดเพื่อการที่ทำชำรุดบกพร่องเพียงแต่ที่ปรากฏขึ้นภายในปีหนึ่งนับแต่วันส่งมอบ หรือที่ปรากฏขึ้นภายในห้าปี ถ้าการที่ทำนั้นเป็นสิ่งปลูกสร้างกับพื้นดิน นอกจากเรือนโรงทำด้วยเครื่องไม้

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 605

ถ้าการที่จ้างยังทำไม่แล้วเสร็จอยู่ตราบใด ผู้ว่าจ้างอาจบอกเลิกสัญญาได้ เมื่อเสียค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับจ้างเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9

งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง ถ้ามิได้ ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ให้ลิขสิทธิ์ในงานนั้นเป็นของผู้สร้างสรรค์ แต่นายจ้างมีสิทธินำงานนั้น ออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ตามที่เป็นวัตถุประสงค์แห่งการจ้างแรงงานนั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10

งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15

ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม หรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18

ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 104

ตราสารที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายหมวดนี้ ต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ตามอัตราที่กำหนดไว้ในบัญชีนั้น

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 40

เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

_บริบท: ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_freelance_project

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย