# สัญญาจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชี ต้องมีอะไรบ้าง

> สำหรับจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชีเฉพาะกิจการ ทำงานสี่ช่วง ศึกษาระบบบัญชีเดิม ออกแบบที่ต้องได้ความเห็นชอบก่อนพัฒนา พัฒนาติดตั้งพร้อมส่งซอร์สโค้ดและคู่มือ และอบรม จ่ายสี่งวดโดยงวดสุดท้ายหลังใช้งานจริง — มีข้อเฉพาะงานบัญชี ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ รายงานภาษีซื้อขายและสต็อก ห้ามลบรายการ ย้ายยอดยกมา สำรองข้อมูล ข้อมูลเงินเดือนและลูกค้า ถ้าเป็นเว็บไซต์ แอป หรือระบบทั่วไปให้ใช้สัญญาจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B5

## ตอบสั้น

จ้างนักพัฒนาหรือบริษัทซอฟต์แวร์ทำโปรแกรมบัญชีให้เข้ากับระบบงานของกิจการ ตั้งแต่ศึกษาระบบเดิม ออกแบบ พัฒนา ติดตั้ง ย้ายยอดยกมา จนอบรมพนักงาน โดยผู้ว่าจ้างได้ซอร์สโค้ดและระบบที่ออกเอกสารภาษีได้ถูกต้อง · อย่าให้เริ่มพัฒนาก่อนเห็นชอบรายงานการออกแบบเป็นหนังสือ แบบที่อนุมัติแล้วคือเกณฑ์ตรวจรับทั้งหมด

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้เมื่อโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปไม่ตรงกับขั้นตอนของกิจการ และต้องการจ้างทำระบบบัญชี สต็อก ภาษี หรือเงินเดือนขึ้นเฉพาะ
- **อากรแสตมป์:** สัญญาจ้างพัฒนาโปรแกรมเป็นสัญญาจ้างทำของ (บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4) เสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก — 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าจ้าง · คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23) · ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า ในวันลงนาม หรือชำระผ่านระบบ e-Stamp ของกรมสรรพากร (สัญญาที่ลงนามด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องใช้ e-Stamp) ค่าจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป (หรือตั้งแต่ 200,000 บาทเมื่อผู้ว่าจ้างเป็นหน่วยงานของรัฐ) ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์ (ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 37 ข้อ 2(3)) งานเพิ่มตามข้อ 5 ที่เพิ่มค่าจ้าง ต้องเสียอากรเพิ่มตามจำนวนที่เพิ่ม สัญญาที่ไม่ปิดอากรใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118)
- **ภาษี:** ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ของค่าจ้างแต่ละงวด (ค่าจ้างทำของ ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528) และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป · ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและออกใบกำกับภาษีทุกงวด ค่าจ้างในสัญญาเขียนไว้ว่ายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
- **มาตราที่อ้าง:** ป.พ.พ. ม.587 (จ้างทำของ — ข้อ 2.1), 593 (ทำงานชักช้าจนไม่อาจเสร็จ เลิกได้ก่อนกำหนด — ข้อ 10.2), 594 (ให้ผู้อื่นทำต่อ — ข้อ 10.2), 600–601 (ชำรุดบกพร่องและอายุความ — after.md), 605 (ผู้ว่าจ้างเลิกก่อนงานเสร็จ — ข้อ 10.5), 224, 224/1 (ดอกเบี้ยผิดนัดเฉพาะงวดที่ผิดนัด — ข้อ 8.3), 379–383 (เบี้ยปรับ เพดาน — ข้อ 10.1), 381 ว.3 (สงวนสิทธิค่าปรับ — ข้อ 7.5), 373 (ห้ามยกเว้นความรับผิดจงใจ/ประมาทร้ายแรง — ข้อ 13.1), 386–387 (บอกกล่าวให้แก้ก่อนเลิก — ข้อ 10.4) · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.4 (โปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นวรรณกรรม — นิยามในข้อ 1.2 ไม่ลอกตัวบท), 10 (งานรับจ้าง — ข้อ 11.1), 18 (ธรรมสิทธิ สละได้เป็นลายลักษณ์อักษร — ข้อ 11.4) · พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.37(4) (72 ชม.), 40 รวมวรรคท้าย (ข้อ 12.2) · พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 8 · ประมวลรัษฎากร ม.118, บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4 และ 23, ประกาศอธิบดีฯ เกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 37 ข้อ 2(3) · คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 8 (จ้างทำของ 3%)
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 490 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้เมื่อโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปไม่ตรงกับขั้นตอนของกิจการ และต้องการจ้างทำระบบบัญชี สต็อก ภาษี หรือเงินเดือนขึ้นเฉพาะ
- ใช้เมื่อต้องการให้ผู้พัฒนาศึกษาระบบเดิมและเสนอแบบให้อนุมัติก่อน โดยมีทางออกถ้าไม่พอใจแบบ
- ใช้เมื่อต้องการระบบที่ออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ทำรายงานภาษีซื้อขาย และมีร่องรอยการแก้ไขที่ลบไม่ได้
- ผู้พัฒนาโปรแกรมบัญชีใช้เป็นแบบเสนอลูกค้า โดยเลือกสงวนโปรแกรมแกนกลางของตนและฝากซอร์สโค้ดแทนการโอนทั้งหมด

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- อย่าให้เริ่มพัฒนาก่อนเห็นชอบรายงานการออกแบบเป็นหนังสือ แบบที่อนุมัติแล้วคือเกณฑ์ตรวจรับทั้งหมด
- ในวันตรวจรับให้ลองสร้างโปรแกรมจากซอร์สโค้ดที่ได้รับ ถ้าสร้างไม่ได้เท่ากับยังไม่ได้ซอร์สโค้ด
- ทดลองใช้คู่ขนานกับระบบเดิมอย่างน้อยหนึ่งรอบปิดงวด แล้วเทียบรายงานภาษีซื้อขายก่อนเลิกใช้ระบบเดิม
- ให้ผู้พัฒนาทดสอบด้วยข้อมูลจำลอง ข้อมูลลูกค้าและเงินเดือนจริงเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ว่าจ้างต้องรับผิดชอบในฐานะผู้ควบคุมข้อมูล และผู้พัฒนาที่เข้าถึงข้อมูลเป็นผู้ประมวลผลที่ต้องทำตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.40
- ค่าปรับรายวันเป็นเบี้ยปรับ ศาลลดได้ตาม ป.พ.พ. ม.383 อย่ากรอกสูงเกินส่วน
- ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ทุกงวด และผู้รับจ้างต้องปิดอากรจ้างทำของ

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ถ้าจ้างทำเว็บไซต์ แอป หรือระบบงานทั่วไปที่ไม่ใช่ระบบบัญชี ให้ใช้ [สัญญาจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์ / ระบบสารสนเทศ](/s/th_software_development)
- ถ้าซื้อสิทธิใช้โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปที่มีอยู่แล้วมาติดตั้งเอง ให้ใช้ [สัญญาอนุญาตใช้ซอฟต์แวร์](/s/th_software_license) · ถ้าใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์รายเดือน ให้ใช้ [สัญญาให้บริการ SaaS](/s/th_saas_service)
- ถ้าจ้างดูแลระบบหลังพ้นระยะรับประกันโดยไม่พัฒนาใหม่ ให้ใช้ [สัญญาบำรุงรักษาระบบหรือเว็บไซต์](/s/th_website_system_maintenance)
- ถ้าจ้างสำนักงานบัญชีทำบัญชีให้ ไม่ได้จ้างทำโปรแกรม ให้ใช้ [สัญญาจ้างทำบัญชี](/s/th_bookkeeping)

## อากรแสตมป์

สัญญาจ้างพัฒนาโปรแกรมเป็นสัญญาจ้างทำของ (บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4) เสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก — 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าจ้าง · คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23) · **ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า** ในวันลงนาม หรือชำระผ่านระบบ e-Stamp ของกรมสรรพากร (สัญญาที่ลงนามด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องใช้ e-Stamp)

- ค่าจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป (หรือตั้งแต่ 200,000 บาทเมื่อผู้ว่าจ้างเป็นหน่วยงานของรัฐ) ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์ (ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 37 ข้อ 2(3))
- งานเพิ่มตามข้อ 5 ที่เพิ่มค่าจ้าง ต้องเสียอากรเพิ่มตามจำนวนที่เพิ่ม
- สัญญาที่ไม่ปิดอากรใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118)

## ภาษี

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้อง**หักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3** ของค่าจ้างแต่ละงวด (ค่าจ้างทำของ ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528) และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป · ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและออกใบกำกับภาษีทุกงวด ค่าจ้างในสัญญาเขียนไว้ว่ายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

## ลิขสิทธิ์และซอร์สโค้ด — ตรวจให้ได้ของจริงในวันตรวจรับ

โปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นวรรณกรรมที่มีลิขสิทธิ์ (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 4) และงานที่สร้างขึ้นโดยการรับจ้าง ลิขสิทธิ์เป็นของผู้ว่าจ้าง เว้นแต่ตกลงกันเป็นอย่างอื่น (มาตรา 10) สัญญานี้เลือกให้ผู้รับจ้างสงวนลิขสิทธิ์ในโปรแกรมแกนกลางไว้ จึงต้องระบุให้ชัดในเอกสารแนบ 1 ว่าส่วนใดเป็นโปรแกรมแกนกลาง และต้องฝากซอร์สโค้ดตามข้อ 11.2 ให้เสร็จภายใน 30 วันหลังตรวจรับ — ถ้าไม่ฝาก เมื่อผู้รับจ้างเลิกกิจการ ผู้ว่าจ้างจะดูแลโปรแกรมต่อไม่ได้สัญญานี้ให้ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของผู้ว่าจ้าง จึงต้องได้ซอร์สโค้ดฉบับล่าสุดทุกครั้งที่แก้ไขตามข้อ 11.2

ก่อนลงนามตรวจรับ ให้ผู้ดูแลระบบหรือผู้เชี่ยวชาญของผู้ว่าจ้างลองสร้างโปรแกรมจากซอร์สโค้ดที่ได้รับตามคำอธิบายของผู้รับจ้าง ถ้าสร้างไม่ได้ แปลว่ายังไม่ได้รับมอบซอร์สโค้ดตามนิยามในข้อ 1.2 และขอรหัสผ่านผู้ดูแลระบบระดับสูงสุดตามข้อ 11.6 ในวันเดียวกัน

ผู้รับจ้างยังมีสิทธิทางศีลธรรมในฐานะผู้สร้างสรรค์ (มาตรา 18) ซึ่งสละได้เฉพาะที่ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร ข้อ 11.4 จึงเขียนให้ผู้ว่าจ้างแก้ไขโปรแกรมและไม่ต้องแสดงชื่อผู้รับจ้างได้

## ระบบบัญชีต้องทำอะไรได้ในวันใช้งานจริง

ใช้ข้อ 4 เป็นรายการตรวจรับ อย่างน้อยให้ทดสอบเรื่องต่อไปนี้ด้วยข้อมูลจริงหนึ่งเดือนระหว่างทดลองใช้คู่ขนาน

- ออกใบกำกับภาษี ใบลดหนี้ ใบเพิ่มหนี้ แล้วเทียบรายงานภาษีขายกับระบบเดิม
- บันทึกซื้อแล้วเทียบรายงานภาษีซื้อ และรายงานสินค้าและวัตถุดิบ
- ลองแก้ไขรายการที่ผ่านรายการแล้ว ต้องแก้ได้เฉพาะโดยรายการกลับ และต้องเห็นร่องรอยว่าใครแก้เมื่อไร (ข้อ 4.3)
- ลองให้ผู้ดูแลระบบลบบันทึกร่องรอย ต้องลบไม่ได้
- ส่งออกข้อมูลทั้งหมดเป็นไฟล์ทั่วไป และกู้คืนข้อมูลจากไฟล์สำรอง
- ส่งใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ในระบบทดสอบของกรมสรรพากรให้ผ่านก่อน ผู้ว่าจ้างต้องสมัครใช้ระบบและจัดหาใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ในนามของตนเอง ซึ่งใช้เวลา ควรเริ่มตั้งแต่ช่วงออกแบบ

กฎหมายว่าด้วยการบัญชีและกฎหมายภาษีกำหนดระยะเวลาเก็บรักษาบัญชีและเอกสารไว้ ให้ตรวจระยะเวลากับผู้ทำบัญชีและตั้งค่าการเก็บข้อมูลให้ครอบคลุม

## งวดเงินและการตรวจรับ

- งวดที่ 2 จ่ายเมื่อได้รับรายงานการออกแบบที่ครบถ้วน แต่ **อย่าให้ผู้รับจ้างเริ่มพัฒนาจนกว่าจะเห็นชอบแบบเป็นหนังสือ** (ข้อ 3.2) ถ้าไม่เห็นชอบแบบ ข้อ 10.3 ให้ทางออกโดยจ่ายเฉพาะงวดออกแบบ
- งวดที่ 4 จ่ายหลังใช้งานจริงครบ … วัน ทำหน้าที่แทนเงินประกันผลงาน
- ค่าปรับรายวันเป็นเบี้ยปรับ ศาลลดได้ถ้าสูงเกินส่วน (ป.พ.พ. มาตรา 383) สัญญาจึงกำหนดเพดานไว้ที่ร้อยละ … ของค่าจ้าง
- **รับงานล่าช้า ให้ทำหนังสือสงวนสิทธิเรียกค่าปรับในวันที่รับทุกครั้ง** (ส่งอีเมลหรือเขียนในใบรับก็ได้) แม้สัญญาจะเขียนสงวนสิทธิไว้แล้วในข้อ 7.5 — ถ้ารับไว้โดยไม่สงวนสิทธิ อาจเสียสิทธิเรียกค่าปรับ (ป.พ.พ. มาตรา 381 วรรคสาม)
- ข้อบกพร่องที่พบหลังส่งมอบ นอกจากการรับประกันตามข้อ 9 แล้ว กฎหมายจ้างทำของกำหนดความรับผิดของผู้รับจ้างและอายุความไว้ด้วย (ป.พ.พ. มาตรา 600, 601) ให้แจ้งข้อบกพร่องเป็นหนังสือทันทีที่พบ

## ถ้าผู้รับจ้างทำผิดข้อห้าม

- ฝังกลไกล็อก ระงับการใช้งาน หรือกักข้อมูลเพื่อทวงเงิน (ข้อ 11.6) — เป็นการผิดสัญญาที่ผู้ว่าจ้างเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหายได้ และการเข้าถึงหรือรบกวนระบบของผู้อื่นโดยมิชอบอาจเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ด้วย
- นำซอร์สโค้ดที่เป็นของผู้ว่าจ้างไปขายต่อ (ข้อ 11.1) — เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้ว่าจ้าง
- นำข้อมูลบัญชีหรือข้อมูลส่วนบุคคลเข้าบริการภายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาต (ข้อ 12.3) — เป็นการผิดข้อรักษาความลับ และผู้รับจ้างอาจมีฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลเองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40 วรรคสอง

## ข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าและพนักงาน รวมถึงข้อมูลเงินเดือนซึ่งอ่อนไหวทางธุรกิจ ถ้าข้อมูลรั่วไหล ผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ เว้นแต่ไม่มีความเสี่ยงต่อสิทธิของเจ้าของข้อมูล (มาตรา 37(4)) ข้อ 12.2 จึงให้ผู้รับจ้างแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง และให้พัฒนาและทดสอบด้วยข้อมูลจำลอง บันทึกการจ้างนี้ไว้ในบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลของผู้ว่าจ้าง

## หลังพ้นระยะรับประกัน

ระบบบัญชีต้องปรับตามกฎหมายภาษีที่เปลี่ยนทุกปี ถ้าผู้ว่าจ้างไม่มีทีมดูแลเอง ควรทำสัญญาบำรุงรักษาระบบกับผู้รับจ้างหรือผู้ให้บริการรายอื่นก่อนระยะรับประกัน … เดือนจะสิ้นสุด

## เอกสารแนบท้ายสัญญา

- เอกสารแนบ 1 ใบเสนอราคาหรือเอกสารคุณลักษณะ … พร้อมรายการส่วนที่เป็นโปรแกรมแกนกลางของผู้รับจ้าง
- เอกสารแนบ 2 รายงานผลการศึกษาและรายงานการออกแบบที่ผู้ว่าจ้างลงนามเห็นชอบ (แนบภายหลังเมื่อเห็นชอบ)
- เอกสารแนบ 3 รายการส่วนประกอบของบุคคลภายนอกและโอเพนซอร์สพร้อมประเภทสัญญาอนุญาต
- รายงานกระทบยอดยกมาที่ผู้ว่าจ้างลงนามรับรอง (ข้อ 6.2)
- หนังสือรับรองนิติบุคคลหรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของคู่สัญญา

## วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับทุกหน้า ผู้รับจ้างปิดอากรและขีดฆ่าในวันลงนาม ลงนามด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ตามข้อ 14.2

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-67772C · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญาจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชี ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาจ้างพัฒนาโปรแกรมเป็นสัญญาจ้างทำของ (บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4) เสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก — 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าจ้าง · คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23) · ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า ในวันลงนาม หรือชำระผ่านระบบ e-Stamp ของกรมสรรพากร (สัญญาที่ลงนามด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องใช้ e-Stamp) ค่าจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป (หรือตั้งแต่ 200,000 บาทเมื่อผู้ว่าจ้างเป็นหน่วยงานของรัฐ) ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์ (ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 37 ข้อ 2(3)) งานเพิ่มตามข้อ 5 ที่เพิ่มค่าจ้าง ต้องเสียอากรเพิ่มตามจำนวนที่เพิ่ม สัญญาที่ไม่ปิดอากรใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118)

### สัญญาจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชี เสียภาษีอะไรบ้าง

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ของค่าจ้างแต่ละงวด (ค่าจ้างทำของ ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528) และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป · ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและออกใบกำกับภาษีทุกงวด ค่าจ้างในสัญญาเขียนไว้ว่ายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

### ใช้สัญญาจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชีตอนไหน

ใช้เมื่อโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปไม่ตรงกับขั้นตอนของกิจการ และต้องการจ้างทำระบบบัญชี สต็อก ภาษี หรือเงินเดือนขึ้นเฉพาะ · ใช้เมื่อต้องการให้ผู้พัฒนาศึกษาระบบเดิมและเสนอแบบให้อนุมัติก่อน โดยมีทางออกถ้าไม่พอใจแบบ · ใช้เมื่อต้องการระบบที่ออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ทำรายงานภาษีซื้อขาย และมีร่องรอยการแก้ไขที่ลบไม่ได้ · ผู้พัฒนาโปรแกรมบัญชีใช้เป็นแบบเสนอลูกค้า โดยเลือกสงวนโปรแกรมแกนกลางของตนและฝากซอร์สโค้ดแทนการโอนทั้งหมด

### ทำสัญญาจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชีต้องระวังอะไร

อย่าให้เริ่มพัฒนาก่อนเห็นชอบรายงานการออกแบบเป็นหนังสือ แบบที่อนุมัติแล้วคือเกณฑ์ตรวจรับทั้งหมด · ในวันตรวจรับให้ลองสร้างโปรแกรมจากซอร์สโค้ดที่ได้รับ ถ้าสร้างไม่ได้เท่ากับยังไม่ได้ซอร์สโค้ด · ทดลองใช้คู่ขนานกับระบบเดิมอย่างน้อยหนึ่งรอบปิดงวด แล้วเทียบรายงานภาษีซื้อขายก่อนเลิกใช้ระบบเดิม · ให้ผู้พัฒนาทดสอบด้วยข้อมูลจำลอง ข้อมูลลูกค้าและเงินเดือนจริงเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ว่าจ้างต้องรับผิดชอบในฐานะผู้ควบคุมข้อมูล และผู้พัฒนาที่เข้าถึงข้อมูลเป็นผู้ประมวลผลที่ต้องทำตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.40 · ค่าปรับรายวันเป็นเบี้ยปรับ ศาลลดได้ตาม ป.พ.พ. ม.383 อย่ากรอกสูงเกินส่วน · ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ทุกงวด และผู้รับจ้างต้องปิดอากรจ้างทำของ

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชี

ถ้าจ้างทำเว็บไซต์ แอป หรือระบบงานทั่วไปที่ไม่ใช่ระบบบัญชี ให้ใช้ สัญญาจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์ / ระบบสารสนเทศ · ถ้าซื้อสิทธิใช้โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปที่มีอยู่แล้วมาติดตั้งเอง ให้ใช้ สัญญาอนุญาตใช้ซอฟต์แวร์ · ถ้าใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์รายเดือน ให้ใช้ สัญญาให้บริการ SaaS · ถ้าจ้างดูแลระบบหลังพ้นระยะรับประกันโดยไม่พัฒนาใหม่ ให้ใช้ สัญญาบำรุงรักษาระบบหรือเว็บไซต์ · ถ้าจ้างสำนักงานบัญชีทำบัญชีให้ ไม่ได้จ้างทำโปรแกรม ให้ใช้ สัญญาจ้างทำบัญชี

### ลงนามสัญญาจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชีต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับทุกหน้า ผู้รับจ้างปิดอากรและขีดฆ่าในวันลงนาม ลงนามด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ตามข้อ 14.2

### ทำสัญญาจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชีต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

เอกสารแนบ 1 ใบเสนอราคาหรือเอกสารคุณลักษณะ … พร้อมรายการส่วนที่เป็นโปรแกรมแกนกลางของผู้รับจ้าง เอกสารแนบ 2 รายงานผลการศึกษาและรายงานการออกแบบที่ผู้ว่าจ้างลงนามเห็นชอบ (แนบภายหลังเมื่อเห็นชอบ) เอกสารแนบ 3 รายการส่วนประกอบของบุคคลภายนอกและโอเพนซอร์สพร้อมประเภทสัญญาอนุญาต รายงานกระทบยอดยกมาที่ผู้ว่าจ้างลงนามรับรอง (ข้อ 6.2) หนังสือรับรองนิติบุคคลหรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของคู่สัญญา

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 4

ในพระราชบัญญัตินี้ “ผู้สร้างสรรค์” หมายความว่า ผู้ทำหรือผู้ก่อให้เกิดงานสร้างสรรค์อย่างใดอย่างหนึ่ง ที่เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ “ลิขสิทธิ์” หมายความว่า สิทธิแต่ผู้เดียวที่จะทำการใด ๆ ตามพระราชบัญญัตินี้เกี่ยวกับงาน ที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้น “วรรณกรรม” หมายความว่า งานนิพนธ์ที่ทำขึ้นทุกชนิด เช่น หนังสือ จุลสาร สิ่งเขียน สิ่งพิมพ์ ปาฐกถา เทศนา คำปราศรัย สุนทรพจน์ และให้หมายความรวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วย - 2 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา “โปรแกรมคอมพิวเตอร์” หมายความว่า คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใดที่นำไปใช้กับ เครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานหรือเพื่อให้ได้รับผลอย่างหนึ่งอย่างใด ทั้งนี้ ไม่ว่า จะเป็นภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในลักษณะใด “นาฏกรรม” หมายความว่า งานเกี่ยวกับการรำ การเต้น การทำท่า หรือการแสดงที่ประกอบขึ้น เป็นเรื่องราว และให้หมายความรวมถึงการแสดงโดยวิธีใบ้ด้วย “ศิลปกรรม” หมายความว่า งานอันมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายอย่าง ดังต่อไปนี้ (1) งานจิตรกรรม ได้แก่ งานสร้างสรรค์รูปทรงที่ประกอบด้วยเส้น แสง สี หรือสิ่งอื่น อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน ลงบนวัสดุอย่างเดียวหรือหลายอย่าง (2) งานประติมากรรม ได้แก่ งานสร้างสรรค์รูปทรงที่เกี่ยวกับปริมาตรที่สัมผัสและจับต้องได้ (3) งานภาพพิมพ์ ได้แก่ งานสร้างสรรค์ภาพด้วยกรรมวิธีทางการพิมพ์ และหมายความ รวมถึงแม่พิมพ์หรือแบบพิมพ์ที่ใช้ในการพิมพ์ด้วย (4) งานสถาปัตยกรรม ได้แก่ งานออกแบบอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง งานออกแบบตกแต่ง ภายในหรือภายนอก ตลอดจนบริเวณของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง หรือการสร้างสรรค์หุ่นจำลองของอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้าง (5) งานภาพถ่าย ได้แก่ งานสร้างสรรค์ภาพที่เกิดจากการใช้เครื่องมือบันทึกภาพโดยให้แสง ผ่านเลนซ์ไปยังฟิล์มหรือกระจก และล้างด้วยน้ำยาซึ่งมีสูตรเฉพาะ หรือด้วยกรรมวิธีใด ๆ อันทำให้เกิดภาพขึ้น หรือการบันทึกภาพโดยเครื่องมือหรือวิธีการอย่างอื่น (6) งานภาพประกอบ แผนที่ โครงสร้าง ภาพร่าง หรืองานสร้างสรรค์รูปทรงสามมิติ อันเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศ หรือวิทยาศาสตร์ (7) งานศิลปประยุกต์ ได้แก่ งานที่นำเอางานตาม (1) ถึง (6) อย่างใดอย่างหนึ่งหรือ หลายอย่างรวมกันไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น นอกเหนือจากการชื่นชมในคุณค่าของตัวงานดังกล่าวนั้น เช่น นำไปใช้สอย นำไปตกแต่งวัสดุหรือสิ่งของอันเป็นเครื่องใช้หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้า ทั้งนี้ ไม่ว่างานตาม (1) ถึง (7) จะมีคุณค่าทางศิลปะหรือไม่ และให้หมายความรวมถึง ภาพถ่ายและแผนผังของงานดังกล่าวด้วย “ดนตรีกรรม” หมายความว่า งานเกี่ยวกับเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อบรรเลงหรือขับร้องไม่ว่าจะมี ทำนองและคำร้องหรือมีทำนองอย่างเดียว และให้หมายความรวมถึงโน้ตเพลงหรือแผนภูมิเพลงที่ได้แยก และเรียบเรียงเสียงประสานแล้ว “โสตทัศนวัสดุ” หมายความว่า งานอันประกอบด้วยลำดับของภาพโดยบันทึกลงในวัสดุ ไม่ว่าจะมีลักษณะอย่างใด อันสามารถที่จะนำมาเล่นซ้ำได้อีก โดยใช้เครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการใช้วัสดุนั้น และให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบงานนั้นด้วย ถ้ามี “ภาพยนตร์” หมายความว่า โสตทัศนวัสดุอันประกอบด้วยลำดับของภาพ ซึ่งสามารถ นำออกฉายต่อเนื่องได้อย่างภาพยนตร์หรือสามารถบันทึกลงบนวัสดุอื่น เพื่อนำออกฉายต่อเนื่อง ได้อย่างภาพยนตร์ และให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบภาพยนตร์นั้นด้วย ถ้ามี - 3 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา “สิ่งบันทึกเสียง” หมายความว่า งานอันประกอบด้วยลำดับของเสียงดนตรี เสียงการแสดง หรือเสียงอื่นใด โดยบันทึกลงในวัสดุไม่ว่าจะมีลักษณะใด ๆ อันสามารถที่จะนำมาเล่นซ้ำได้อีกโดยใช้เครื่องมือ ที่จำเป็นสำหรับการใช้วัสดุนั้น แต่ทั้งนี้มิให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบภาพยนตร์หรือเสียงประกอบ โสตทัศนวัสดุอย่างอื่น “นักแสดง” หมายความว่า ผู้แสดง นักดนตรี นักร้อง นักเต้น นักรำ และผู้ซึ่งแสดงท่าทาง ร้อง กล่าว พากย์ แสดงตามบทหรือในลักษณะอื่นใด “งานแพร่เสียงแพร่ภาพ” หมายความว่า งานที่นำออกสู่สาธารณชนโดยการแพร่เสียง ทางวิทยุกระจายเสียง การแพร่เสียงและหรือภาพทางวิทยุโทรทัศน์ หรือโดยวิธีอย่างอื่นอันคล้ายคลึงกัน “ทำซ้ำ” หมายความรวมถึง คัดลอกไม่ว่าโดยวิธีใด ๆ เลียนแบบ ทำสำเนา ทำแม่พิมพ์ บันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกเสียงและภาพ จากต้นฉบับ จากสำเนา หรือจากการโฆษณาในส่วนอันเป็น สาระสำคัญ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน สำหรับในส่วนที่เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้หมายความถึง คัดลอกหรือทำสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากสื่อบันทึกใด ไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ โดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน “ดัดแปลง” หมายความว่า ทำซ้ำโดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม หรือจำลองงาน ต้นฉบับในส่วนอันเป็นสาระสำคัญโดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน (1) ในส่วนที่เกี่ยวกับวรรณกรรม ให้หมายความรวมถึง แปลวรรณกรรม เปลี่ยนรูป วรรณกรรมหรือรวบรวมวรรณกรรมโดยคัดเลือกและจัดลำดับใหม่ (2) ในส่วนที่เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ให้หมายความรวมถึง ทำซ้ำโดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ โดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำขึ้นใหม่ (3) ในส่วนที่เกี่ยวกับนาฏกรรม ให้หมายความรวมถึง เปลี่ยนงานที่มิใช่นาฏกรรมให้เป็น นาฏกรรม หรือเปลี่ยนนาฏกรรมให้เป็นงานที่มิใช่นาฏกรรม ทั้งนี้ ไม่ว่าในภาษาเดิมหรือต่างภาษากัน (4) ในส่วนที่เกี่ยวกับศิลปกรรม ให้หมายความรวมถึง เปลี่ยนงานที่เป็นรูปสองมิติหรือ สามมิติ ให้เป็นรูปสามมิติหรือสองมิติ หรือทำหุ่นจำลองจากงานต้นฉบับ (5) ในส่วนที่เกี่ยวกับดนตรีกรรม ให้หมายความรวมถึง จัดลำดับเรียบเรียงเสียงประสานหรือ เปลี่ยนคำร้องหรือทำนองใหม่ “เผยแพร่ต่อสาธารณชน” หมายความว่า ทำให้ปรากฏต่อสาธารณชน โดยการแสดง การบรรยาย การสวด การบรรเลง การทำให้ปรากฏด้วยเสียงและหรือภาพ การก่อสร้าง การจำหน่าย หรือโดย วิธีอื่นใดซึ่งงานที่ได้จัดทำขึ้น “การโฆษณา” หมายความว่า การนำสำเนาจำลองของงานไม่ว่าในรูปหรือลักษณะอย่างใด ที่ทำขึ้นโดยความยินยอมของผู้สร้างสรรค์ออกจำหน่าย โดยสำเนาจำลองนั้นมีปรากฏต่อสาธารณชน เป็นจำนวนมากพอสมควรตามสภาพของงานนั้น แต่ทั้งนี้ไม่หมายความรวมถึง การแสดงหรือการทำให้ปรากฏ ซึ่งนาฏกรรม ดนตรีกรรม หรือภาพยนตร์ การบรรยายหรือการปาฐกถา ซึ่งวรรณกรรม การแพร่เสียงแพร่ภาพ เกี่ยวกับงานใด การนำศิลปกรรมออกแสดงและการก่อสร้างงานสถาปัตยกรรม - 4 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา “ผู้ให้บริการ” หมายความว่า ผู้ให้บริการเป็นสื่อกลางส่งผ่านข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือ ให้สามารถติดต่อถึงกันโดยประการอื่นผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ และให้หมายความรวมถึงผู้ให้บริการ เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์เป็นการชั่วคราว ผู้ให้บริการรับฝากข้อมูลคอมพิวเตอร์ และผู้ให้บริการสืบค้นแหล่งที่ตั้ง ของข้อมูลคอมพิวเตอร์ด้วย ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการในนามของตนเองหรือบุคคลอื่น หรือเพื่อประโยชน์ ของบุคคลอื่น “ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า ผู้ใช้บริการของผู้ให้บริการไม่ว่าต้องเสียค่าใช้บริการหรือไม่ก็ตาม “ข้อมูลการบริหารสิทธิ” หมายความว่า ข้อมูลที่บ่งชี้ถึงผู้สร้างสรรค์ งานสร้างสรรค์ นักแสดง การแสดง เจ้าของลิขสิทธิ์ หรือระยะเวลาและเงื่อนไขการใช้งานอันมีลิขสิทธิ์ ตลอดจนตัวเลขหรือ รหัสแทนข้อมูลดังกล่าว โดยข้อมูลเช่นว่านี้ติดอยู่หรือปรากฏเกี่ยวข้องกับงานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิ่งบันทึก การแสดง “มาตรการทางเทคโนโลยี” หมายความว่า เทคโนโลยีที่ใช้คุ้มครองสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือสิทธิของนักแสดงตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเทคโนโลยีที่ใช้ควบคุมการเข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์หรือ สิ่งบันทึกการแสดง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ “การหลบเลี่ยงมาตรการทางเทคโนโลยี” (ยกเลิก) “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งอธิบดี กรมทรัพย์สินทางปัญญามอบหมายด้วย “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการลิขสิทธิ์ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10

งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18

ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

_บริบท: หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 381

ถ้าลูกหนี้ได้สัญญาไว้ว่าจะให้เบี้ยปรับเมื่อตนไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องสมควร เช่นว่าไม่ชำระหนี้ตรงตามเวลาที่กำหนดไว้เป็นต้น นอกจากเรียกให้ชำระหนี้ เจ้าหนี้จะเรียกเอาเบี้ยปรับอันจะพึงริบนั้นอีกด้วยก็ได้

_บริบท: หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 600

ถ้ามิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาไซร้ ท่านว่าผู้รับจ้างจะต้องรับผิดเพื่อการที่ทำชำรุดบกพร่องเพียงแต่ที่ปรากฏขึ้นภายในปีหนึ่งนับแต่วันส่งมอบ หรือที่ปรากฏขึ้นภายในห้าปี ถ้าการที่ทำนั้นเป็นสิ่งปลูกสร้างกับพื้นดิน นอกจากเรือนโรงทำด้วยเครื่องไม้

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 601

ท่านห้ามมิให้ฟ้องผู้รับจ้างเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันการชำรุดบกพร่องได้ปรากฏขึ้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_accounting_software_development

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย