# สัญญาจ้างผู้บริหารธุรกิจขนาดเล็ก ต้องมีอะไรบ้าง

> สัญญาจ้างผู้จัดการทั่วไปหรือผู้บริหารของ SME ที่มีอำนาจอนุมัติเงินและบังคับบัญชาพนักงาน กำหนดวงเงินอำนาจ ตัวชี้วัดและโบนัส การคุ้มครองผู้บริหาร การแยกสถานะเมื่อเป็นกรรมการด้วย ข้อห้ามแข่งขันและชักชวน ระยะบอกกล่าวเป็นเดือน และการพักงานระหว่างบอกกล่าว

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81

## ตอบสั้น

บริษัทจ้างผู้บริหารเป็นลูกจ้างที่มีอำนาจตามวงเงินที่กำหนด · ผู้บริหารยังเป็นลูกจ้าง ได้ค่าชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้เมื่อจ้างผู้จัดการทั่วไปมาบริหารร้านหรือบริษัทแทนเจ้าของ
- **อากรแสตมป์:** สัญญาจ้างผู้บริหารไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เพราะเป็นสัญญาจ้างแรงงาน ไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ต่างจากสัญญาจ้างที่ปรึกษาอิสระซึ่งเป็นจ้างทำของตามลักษณะ 4
- **ภาษี:** ค่าจ้างและโบนัสเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) บริษัทต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่ง ค่าตอบแทนกรรมการเป็นเงินได้อีกประเภทหนึ่งตามมาตรา 40(2) ต้องแยกจากค่าจ้าง วิธีคำนวณให้ตรวจกับสำนักงานบัญชีหรือกรมสรรพากร
- **แบบที่กฎหมายกำหนด:** ผู้บริหารตามสัญญานี้เป็นลูกจ้างที่มีอำนาจ ป.พ.พ. มาตรา 575 และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใช้บังคับเต็มที่ ตำแหน่งสูงหรือเงินเดือนมากไม่ทำให้พ้นจากกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ค่าชดเชยตามมาตรา 118 และการบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17 ยังใช้บังคับ ระยะบอกกล่าวตามข้อ 9.1 ที่ยาวกว่ากฎหมายกำหนดทำได้ เพราะเป็นคุณแก่ลูกจ้าง แต่ข้อตกลงที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบเกินสมควร ศาลให้มีผลเท่าที่เป็นธรรมได้ตามมาตรา 14/1 สิทธิเรื่องเวลาทำงานและค่าล่วงเวลาของลูกจ้างที่มีอำนาจกระทำการแทนนายจ้างในเรื่องการจ้าง การให้บำเหน็จ และการเลิกจ้าง มีข้อยกเว้นเฉพาะใน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ข้อ 4.1 จึงอ้างตามกฎหมายโดยไม่ระบุว่ามีหรือไม่มีสิทธิ ให้ตรวจว่าตำแหน่งนี้เข้าข้อยกเว้นหรือไม่ก่อนตกลงเรื่องค่าล่วงเวลา ผู้บริหารเป็นกรรมการด้วย ตำแหน่งกรรมการบริษัทจำกัดอยู่ภายใต้ ป.พ.พ. บรรพ 3 ลักษณะ 22 และข้อบังคับของบริษัท ให้ตรวจข้อบังคับของบริษัทประกอบด้วย การแต่งตั้งและถอดถอนกรรมการเป็นอำนาจของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ไม่ใช่ของสัญญานี้ ข้อ 7.1 จึงแยกสองสถานะออกจากกัน เพื่อไม่ให้การถอดถอนจากตำแหน่งกรรมการถูกอ้างว่าเป็นการเลิกจ้างโดยปริยาย หรือกลับกัน
- **มาตราที่อ้าง:** ป.พ.พ. ม.575; พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ม.14/1, 17, 118; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.9; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.5; ประมวลรัษฎากร ม.40(1), 40(2), บัญชีอัตราอากรลักษณะ 4
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 349 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้เมื่อจ้างผู้จัดการทั่วไปมาบริหารร้านหรือบริษัทแทนเจ้าของ
- ใช้เมื่อผู้บริหารเป็นกรรมการบริษัทด้วยและต้องแยกสองสถานะ
- ใช้เมื่อต้องการกำหนดวงเงินอนุมัติของผู้บริหารให้ชัด

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- ผู้บริหารยังเป็นลูกจ้าง ได้ค่าชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
- ถอดถอนจากกรรมการไม่เท่ากับเลิกจ้าง
- ข้อห้ามแข่งขันใช้บังคับเท่าที่เป็นธรรม
- ผู้ลงนามแทนบริษัทต้องไม่ใช่ผู้บริหารคู่สัญญา

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ถ้าจ้างพนักงานทั่วไป ให้ใช้ [สัญญาว่าจ้างทำงาน (พนักงานประจำ)](/s/th_employment_contract)
- ถ้าจ้างที่ปรึกษาที่ไม่มีอำนาจสั่งการ ให้ใช้ [สัญญาจ้างที่ปรึกษา — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล)](/s/th_consulting)
- ถ้าจ้างแบบมีกำหนดเวลาหรือเฉพาะโครงการ ให้ใช้ [สัญญาว่าจ้างทำงาน (มีกำหนดเวลา)](/s/th_fixed_term_employment) · ถ้าช่วงแรกเป็นการทดลองงานที่มีเกณฑ์ประเมินชัด ให้ใช้ [สัญญาว่าจ้างทำงาน (ทดลองงาน)](/s/th_probation_employment)

## อากรแสตมป์

**สัญญาจ้างผู้บริหารไม่ต้องปิดอากรแสตมป์** เพราะเป็นสัญญาจ้างแรงงาน ไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ต่างจากสัญญาจ้างที่ปรึกษาอิสระซึ่งเป็นจ้างทำของตามลักษณะ 4

## การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

**ผู้บริหารตามสัญญานี้เป็นลูกจ้างที่มีอำนาจ ป.พ.พ. มาตรา 575 และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใช้บังคับเต็มที่** ตำแหน่งสูงหรือเงินเดือนมากไม่ทำให้พ้นจากกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ค่าชดเชยตามมาตรา 118 และการบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17 ยังใช้บังคับ ระยะบอกกล่าวตามข้อ 9.1 ที่ยาวกว่ากฎหมายกำหนดทำได้ เพราะเป็นคุณแก่ลูกจ้าง แต่ข้อตกลงที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบเกินสมควร ศาลให้มีผลเท่าที่เป็นธรรมได้ตามมาตรา 14/1

สิทธิเรื่องเวลาทำงานและค่าล่วงเวลาของลูกจ้างที่มีอำนาจกระทำการแทนนายจ้างในเรื่องการจ้าง การให้บำเหน็จ และการเลิกจ้าง มีข้อยกเว้นเฉพาะใน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ข้อ 4.1 จึงอ้างตามกฎหมายโดยไม่ระบุว่ามีหรือไม่มีสิทธิ ให้ตรวจว่าตำแหน่งนี้เข้าข้อยกเว้นหรือไม่ก่อนตกลงเรื่องค่าล่วงเวลา

**ผู้บริหารเป็นกรรมการด้วย** ตำแหน่งกรรมการบริษัทจำกัดอยู่ภายใต้ ป.พ.พ. บรรพ 3 ลักษณะ 22 และข้อบังคับของบริษัท ให้ตรวจข้อบังคับของบริษัทประกอบด้วย การแต่งตั้งและถอดถอนกรรมการเป็นอำนาจของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ไม่ใช่ของสัญญานี้ ข้อ 7.1 จึงแยกสองสถานะออกจากกัน เพื่อไม่ให้การถอดถอนจากตำแหน่งกรรมการถูกอ้างว่าเป็นการเลิกจ้างโดยปริยาย หรือกลับกัน

## ภาษี

ค่าจ้างและโบนัสเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) บริษัทต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่ง ค่าตอบแทนกรรมการเป็นเงินได้อีกประเภทหนึ่งตามมาตรา 40(2) ต้องแยกจากค่าจ้าง วิธีคำนวณให้ตรวจกับสำนักงานบัญชีหรือกรมสรรพากร

## อำนาจและการคุ้มครอง

ข้อ 2 กำหนดวงเงินอำนาจให้ชัด เพราะบุคคลภายนอกที่ทำสัญญากับผู้บริหารโดยสุจริตอาจอ้างได้ว่าผู้บริหารมีอำนาจตามตำแหน่ง ถ้าผู้บริหารทำเกินอำนาจ บริษัทอาจยังผูกพันต่อบุคคลภายนอกแต่เรียกค่าเสียหายจากผู้บริหารได้ ข้อ 6 ให้บริษัทคุ้มครองผู้บริหารที่ทำการโดยสุจริตภายในอำนาจ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ผู้บริหารยอมรับความเสี่ยงของตำแหน่ง

## การไม่แข่งขัน

ข้อห้ามทำงานแข่งขันหลังออกจากงานไม่เป็นโมฆะ แต่ใช้บังคับได้เท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5 ศาลพิจารณาจากพื้นที่ ระยะเวลา และความรู้ของผู้บริหาร ผู้บริหารระดับสูงที่รู้ข้อมูลเชิงกลยุทธ์มักถูกจำกัดได้มากกว่าพนักงานทั่วไป แต่ไม่ถึงขั้นห้ามประกอบอาชีพสัญญานี้ไม่มีข้อห้ามทำงานแข่งขัน บริษัทยังคุ้มครองข้อมูลได้ด้วยข้อ 5 และข้อห้ามชักชวนพนักงานตามข้อ 8.2

ลิขสิทธิ์ในงานที่ลูกจ้างสร้างในการทำงานเป็นของลูกจ้าง เว้นแต่ตกลงเป็นหนังสือ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9 ข้อ 5.2 จึงโอนไว้

## เอกสารแนบท้ายสัญญา

- ตารางอำนาจอนุมัติ
- ตัวชี้วัดผลงานและหลักเกณฑ์โบนัส
- สำเนามติคณะกรรมการที่อนุมัติการจ้าง
- กรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดกรรมการและผู้บริหาร ถ้ามี

## วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ผู้ลงนามแทนบริษัทต้องเป็นกรรมการผู้มีอำนาจที่ไม่ใช่ผู้บริหารคู่สัญญา

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-BFDB95 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญาจ้างผู้บริหารธุรกิจขนาดเล็ก ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาจ้างผู้บริหารไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เพราะเป็นสัญญาจ้างแรงงาน ไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ต่างจากสัญญาจ้างที่ปรึกษาอิสระซึ่งเป็นจ้างทำของตามลักษณะ 4

### สัญญาจ้างผู้บริหารธุรกิจขนาดเล็ก เสียภาษีอะไรบ้าง

ค่าจ้างและโบนัสเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) บริษัทต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่ง ค่าตอบแทนกรรมการเป็นเงินได้อีกประเภทหนึ่งตามมาตรา 40(2) ต้องแยกจากค่าจ้าง วิธีคำนวณให้ตรวจกับสำนักงานบัญชีหรือกรมสรรพากร

### ใช้สัญญาจ้างผู้บริหารธุรกิจขนาดเล็กตอนไหน

ใช้เมื่อจ้างผู้จัดการทั่วไปมาบริหารร้านหรือบริษัทแทนเจ้าของ · ใช้เมื่อผู้บริหารเป็นกรรมการบริษัทด้วยและต้องแยกสองสถานะ · ใช้เมื่อต้องการกำหนดวงเงินอนุมัติของผู้บริหารให้ชัด

### ทำสัญญาจ้างผู้บริหารธุรกิจขนาดเล็กต้องระวังอะไร

ผู้บริหารยังเป็นลูกจ้าง ได้ค่าชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน · ถอดถอนจากกรรมการไม่เท่ากับเลิกจ้าง · ข้อห้ามแข่งขันใช้บังคับเท่าที่เป็นธรรม · ผู้ลงนามแทนบริษัทต้องไม่ใช่ผู้บริหารคู่สัญญา

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างผู้บริหารธุรกิจขนาดเล็ก

ถ้าจ้างพนักงานทั่วไป ให้ใช้ สัญญาว่าจ้างทำงาน (พนักงานประจำ) · ถ้าจ้างที่ปรึกษาที่ไม่มีอำนาจสั่งการ ให้ใช้ สัญญาจ้างที่ปรึกษา — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล) · ถ้าจ้างแบบมีกำหนดเวลาหรือเฉพาะโครงการ ให้ใช้ สัญญาว่าจ้างทำงาน (มีกำหนดเวลา) · ถ้าช่วงแรกเป็นการทดลองงานที่มีเกณฑ์ประเมินชัด ให้ใช้ สัญญาว่าจ้างทำงาน (ทดลองงาน)

### สัญญาจ้างผู้บริหารธุรกิจขนาดเล็ก ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

ผู้บริหารตามสัญญานี้เป็นลูกจ้างที่มีอำนาจ ป.พ.พ. มาตรา 575 และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใช้บังคับเต็มที่ ตำแหน่งสูงหรือเงินเดือนมากไม่ทำให้พ้นจากกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ค่าชดเชยตามมาตรา 118 และการบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17 ยังใช้บังคับ ระยะบอกกล่าวตามข้อ 9.1 ที่ยาวกว่ากฎหมายกำหนดทำได้ เพราะเป็นคุณแก่ลูกจ้าง แต่ข้อตกลงที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบเกินสมควร ศาลให้มีผลเท่าที่เป็นธรรมได้ตามมาตรา 14/1 สิทธิเรื่องเวลาทำงานและค่าล่วงเวลาของลูกจ้างที่มีอำนาจกระทำการแทนนายจ้างในเรื่องการจ้าง การให้บำเหน็จ และการเลิกจ้าง มีข้อยกเว้นเฉพาะใน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ข้อ 4.1 จึงอ้างตามกฎหมายโดยไม่ระบุว่ามีหรือไม่มีสิทธิ ให้ตรวจว่าตำแหน่งนี้เข้าข้อยกเว้นหรือไม่ก่อนตกลงเรื่องค่าล่วงเวลา ผู้บริหารเป็นกรรมการด้วย ตำแหน่งกรรมการบริษัทจำกัดอยู่ภายใต้ ป.พ.พ. บรรพ 3 ลักษณะ 22 และข้อบังคับของบริษัท ให้ตรวจข้อบังคับของบริษัทประกอบด้วย การแต่งตั้งและถอดถอนกรรมการเป็นอำนาจของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ไม่ใช่ของสัญญานี้ ข้อ 7.1 จึงแยกสองสถานะออกจากกัน เพื่อไม่ให้การถอดถอนจากตำแหน่งกรรมการถูกอ้างว่าเป็นการเลิกจ้างโดยปริยาย หรือกลับกัน

### ลงนามสัญญาจ้างผู้บริหารธุรกิจขนาดเล็กต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ผู้ลงนามแทนบริษัทต้องเป็นกรรมการผู้มีอำนาจที่ไม่ใช่ผู้บริหารคู่สัญญา

### ทำสัญญาจ้างผู้บริหารธุรกิจขนาดเล็กต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

ตารางอำนาจอนุมัติ ตัวชี้วัดผลงานและหลักเกณฑ์โบนัส สำเนามติคณะกรรมการที่อนุมัติการจ้าง กรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดกรรมการและผู้บริหาร ถ้ามี

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575

อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้

_บริบท: ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน_

### พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 14/1

สัญญาจ้างระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบลูกจ้างเกินสมควร ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้สัญญาจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งนั้นมีผลใช้บังคับเพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี

_บริบท: หมวด 1 บททั่วไป_

### พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 17

สัญญาจ้างย่อมสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดระยะเวลาในสัญญาจ้างโดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้า

_บริบท: หมวด 1 บททั่วไป_

### พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118

ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้าง ดังต่อไปนี้ (1) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งร้อยยี่สิบวัน แต่ไม่ครบหนึ่งปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (2) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งปี แต่ไม่ครบสามปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายเก้าสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานเก้าสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (3) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสามปี แต่ไม่ครบหกปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายหนึ่งร้อยแปดสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานหนึ่งร้อยแปดสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (4) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหกปี แต่ไม่ครบสิบปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสองร้อยสี่สิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสองร้อยสี่สิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (5) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสิบปี แต่ไม่ครบยี่สิบปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (6) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบยี่สิบปีขึ้นไป ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสี่ร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสี่ร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

_บริบท: หมวด 11 ค่าชดเชย_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9

งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง ถ้ามิได้ ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ให้ลิขสิทธิ์ในงานนั้นเป็นของผู้สร้างสรรค์ แต่นายจ้างมีสิทธินำงานนั้น ออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ตามที่เป็นวัตถุประสงค์แห่งการจ้างแรงงานนั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 40

เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

_บริบท: ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_executive_employment

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย