# สัญญาจ้างผลิต Podcast ต้องมีอะไรบ้าง

> สำหรับแบรนด์หรือบุคคลที่จ้างทีมผลิตพอดแคสต์เป็นซีรีส์ กำหนดจำนวนตอน ความถี่ งานต่อตอน การบันทึกเสียง ตัดต่อ บันทึกรายการ ถอดความ ภาพปก แขกรับเชิญและหนังสือยินยอม เพลงประกอบที่มีสิทธิ บัญชีโฮสต์และฟีด RSS ในชื่อผู้ว่าจ้าง ลิขสิทธิ์และไฟล์ต้นฉบับ เครดิต และค่าจ้าง

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95-Podcast

## ตอบสั้น

ผู้ผลิตบันทึก ตัดต่อ และเผยแพร่พอดแคสต์เป็นซีรีส์ให้ผู้ว่าจ้าง โดยรายการและช่องทางเผยแพร่เป็นของผู้ว่าจ้าง · บัญชีโฮสต์และฟีด RSS ต้องอยู่ในชื่อผู้ว่าจ้าง ไม่อย่างนั้นย้ายรายการไม่ได้

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้เมื่อแบรนด์จ้างทำพอดแคสต์ประจำของบริษัท
- **อากรแสตมป์:** สัญญาที่ผู้ผลิตต้องส่งมอบรายการที่เสร็จแล้วเป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้ผลิตเป็นผู้เสียอากร จากค่าจ้าง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114
- **ภาษี:** ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8
- **แบบที่กฎหมายกำหนด:** สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน พอดแคสต์เป็นซีรีส์ ไม่ใช่ไฟล์ชิ้นเดียว ทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดคือฟีด RSS และผู้ติดตาม ถ้าฟีดอยู่ในบัญชีของผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างย้ายรายการไปที่อื่นโดยไม่เสียผู้ติดตามไม่ได้ ข้อ 5 จึงให้เปิดบัญชีในชื่อผู้ว่าจ้าง ข้อ 10 ห้ามผู้ผลิตยึดฟีดหรือไฟล์ไว้ต่อรอง ผู้ผลิตที่ฝ่าฝืนต้องชดใช้ความเสียหาย
- **มาตราที่อ้าง:** พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.10, 15, 18; ป.พ.พ. ม.224, 587, 605; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.19, 24; ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118, บัญชีอัตราอากรลักษณะ 4; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 249 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้เมื่อแบรนด์จ้างทำพอดแคสต์ประจำของบริษัท
- ใช้เมื่อผู้เชี่ยวชาญจ้างทีมผลิตรายการเสียงของตนเอง
- ใช้เมื่อจ้างผลิตพอดแคสต์ที่มีแขกรับเชิญทุกตอน

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- บัญชีโฮสต์และฟีด RSS ต้องอยู่ในชื่อผู้ว่าจ้าง ไม่อย่างนั้นย้ายรายการไม่ได้
- แขกรับเชิญทุกคนต้องเซ็นยินยอมให้เผยแพร่
- เพลงประกอบต้องมาจากคลังที่มีสิทธิใช้เชิงพาณิชย์
- ตกลงว่าจะได้ไฟล์ต้นฉบับหรือไม่

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ถ้าจ้างตัดต่อวิดีโอเป็นชิ้น ให้ใช้ [สัญญาจ้างตัดต่อวิดีโอ](/s/th_video_editing_service)
- ถ้าจ้างถ่ายภาพหรือวิดีโอ ให้ใช้ [สัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอ](/s/th_photo_video_service)
- ถ้าให้คนบริหารช่องแลกส่วนแบ่ง ให้ใช้ [สัญญารับบริหารช่อง YouTube](/s/th_youtube_channel_management)

## อากรแสตมป์

สัญญาที่ผู้ผลิตต้องส่งมอบรายการที่เสร็จแล้วเป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้ผลิตเป็นผู้เสียอากร จากค่าจ้าง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114

## การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน **พอดแคสต์เป็นซีรีส์ ไม่ใช่ไฟล์ชิ้นเดียว** ทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดคือฟีด RSS และผู้ติดตาม ถ้าฟีดอยู่ในบัญชีของผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างย้ายรายการไปที่อื่นโดยไม่เสียผู้ติดตามไม่ได้ ข้อ 5 จึงให้เปิดบัญชีในชื่อผู้ว่าจ้าง ข้อ 10 ห้ามผู้ผลิตยึดฟีดหรือไฟล์ไว้ต่อรอง ผู้ผลิตที่ฝ่าฝืนต้องชดใช้ความเสียหาย

## ลิขสิทธิ์ เพลง และแขกรับเชิญ

งานที่สร้างขึ้นโดยการรับจ้าง ลิขสิทธิ์เป็นของผู้ว่าจ้างตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10 เว้นแต่ตกลงไว้เป็นอย่างอื่น ข้อ 7.1 ยืนยันไว้ แต่ผู้ผลิตยังมีสิทธิที่จะแสดงว่าตนเป็นผู้สร้างสรรค์และคัดค้านการบิดเบือนงานตามมาตรา 18 ข้อ 7.3 ให้ระบุชื่อผู้ผลิตข้อ 7.3 ให้ผู้ผลิตสละสิทธิการระบุชื่อ ซึ่งมาตรา 18 กำหนดให้ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร สัญญานี้เป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว

การใช้เพลงของผู้อื่นในรายการเป็นการทำซ้ำและเผยแพร่ต่อสาธารณชน ซึ่งเป็นสิทธิแต่ผู้เดียวของเจ้าของลิขสิทธิ์ตามมาตรา 15 เพลงจากคลังฟรีหลายแห่งใช้ได้เฉพาะงานที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ ข้อ 4 จึงให้ผู้ผลิตรับรองและชดใช้ แขกรับเชิญมีสิทธิในการแสดงของตนตามส่วนสิทธินักแสดงใน พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ เสียงและชื่อของแขกรับเชิญยังเป็นข้อมูลส่วนบุคคล การเผยแพร่ต้องมีฐานทางกฎหมาย ซึ่งหนังสือยินยอมตามข้อ 3.1 เป็นความยินยอมตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 19 และต้องใช้ตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งตามมาตรา 24ถ้าภายหลังมีแขกรับเชิญ ต้องมีหนังสือยินยอมตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 19 และใช้ตามวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 การหมิ่นประมาทในรายการเป็นความผิดทางอาญา ข้อ 3.2 จึงให้ผู้ผลิตตัดข้อความเสี่ยงเมื่อเห็น

ค่ายกเลิกตามข้อ 11.2 ที่สูงเกินส่วน ศาลปรับได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 ผู้ว่าจ้างเลิกสัญญาก่อนงานเสร็จได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 605 โดยจ่ายค่างานที่ทำแล้ว เงินที่ผิดนัดชำระต้องเสียดอกเบี้ยตามมาตรา 224 เงื่อนไขของแพลตฟอร์มฟังพอดแคสต์และหลักเกณฑ์การโฆษณาในเนื้อหาควรตรวจก่อนเผยแพร่

## ภาษี

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8

## เอกสารแนบท้าย

- ตารางเผยแพร่และหัวข้อตอน
- แบบหนังสือยินยอมของแขกรับเชิญ
- ชื่อคลังเพลงและหลักฐานสิทธิใช้
- รายชื่อบัญชีโฮสต์และแพลตฟอร์มในชื่อผู้ว่าจ้าง

## วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ผู้ผลิตปิดอากรแสตมป์ในฉบับของตน

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-343EDE · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญาจ้างผลิต Podcast ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาที่ผู้ผลิตต้องส่งมอบรายการที่เสร็จแล้วเป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้ผลิตเป็นผู้เสียอากร จากค่าจ้าง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114

### สัญญาจ้างผลิต Podcast เสียภาษีอะไรบ้าง

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8

### ใช้สัญญาจ้างผลิต Podcastตอนไหน

ใช้เมื่อแบรนด์จ้างทำพอดแคสต์ประจำของบริษัท · ใช้เมื่อผู้เชี่ยวชาญจ้างทีมผลิตรายการเสียงของตนเอง · ใช้เมื่อจ้างผลิตพอดแคสต์ที่มีแขกรับเชิญทุกตอน

### ทำสัญญาจ้างผลิต Podcastต้องระวังอะไร

บัญชีโฮสต์และฟีด RSS ต้องอยู่ในชื่อผู้ว่าจ้าง ไม่อย่างนั้นย้ายรายการไม่ได้ · แขกรับเชิญทุกคนต้องเซ็นยินยอมให้เผยแพร่ · เพลงประกอบต้องมาจากคลังที่มีสิทธิใช้เชิงพาณิชย์ · ตกลงว่าจะได้ไฟล์ต้นฉบับหรือไม่

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างผลิต Podcast

ถ้าจ้างตัดต่อวิดีโอเป็นชิ้น ให้ใช้ สัญญาจ้างตัดต่อวิดีโอ · ถ้าจ้างถ่ายภาพหรือวิดีโอ ให้ใช้ สัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอ · ถ้าให้คนบริหารช่องแลกส่วนแบ่ง ให้ใช้ สัญญารับบริหารช่อง YouTube

### สัญญาจ้างผลิต Podcast ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน พอดแคสต์เป็นซีรีส์ ไม่ใช่ไฟล์ชิ้นเดียว ทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดคือฟีด RSS และผู้ติดตาม ถ้าฟีดอยู่ในบัญชีของผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างย้ายรายการไปที่อื่นโดยไม่เสียผู้ติดตามไม่ได้ ข้อ 5 จึงให้เปิดบัญชีในชื่อผู้ว่าจ้าง ข้อ 10 ห้ามผู้ผลิตยึดฟีดหรือไฟล์ไว้ต่อรอง ผู้ผลิตที่ฝ่าฝืนต้องชดใช้ความเสียหาย

### ลงนามสัญญาจ้างผลิต Podcastต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ผู้ผลิตปิดอากรแสตมป์ในฉบับของตน

### ทำสัญญาจ้างผลิต Podcastต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

ตารางเผยแพร่และหัวข้อตอน แบบหนังสือยินยอมของแขกรับเชิญ ชื่อคลังเพลงและหลักฐานสิทธิใช้ รายชื่อบัญชีโฮสต์และแพลตฟอร์มในชื่อผู้ว่าจ้าง

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10

งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15

ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม หรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18

ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 605

ถ้าการที่จ้างยังทำไม่แล้วเสร็จอยู่ตราบใด ผู้ว่าจ้างอาจบอกเลิกสัญญาได้ เมื่อเสียค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับจ้างเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 19

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลไม่ได้หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนหรือในขณะนั้น เว้นแต่บทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้กระทำได้ การขอความยินยอมต้องทำโดยชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรือทำโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่ โดยสภาพไม่อาจขอความยินยอมด้วยวิธีการดังกล่าวได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้ง วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปด้วย และการขอความยินยอมนั้น ต้องแยกส่วนออกจากข้อความอื่นอย่างชัดเจน มีแบบหรือข้อความที่เข้าถึงได้ง่ายและเข้าใจได้ รวมทั้ง ใช้ภาษาที่อ่านง่าย และไม่เป็นการหลอกลวงหรือทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ ดังกล่าว ทั้งนี้ คณะกรรมการจะให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามแบบและข้อความที่คณะกรรมการประกาศกำหนดก็ได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องคำนึง อย่างถึงที่สุดในความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการให้ความยินยอม ทั้งนี้ ในการเข้าทำสัญญา ซึ่งรวมถึงการให้บริการใด ๆ ต้องไม่มีเงื่อนไขในการให้ความยินยอมเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีความจำเป็นหรือเกี่ยวข้องสำหรับการเข้าทำสัญญาซึ่งรวมถึงการให้บริการนั้น ๆ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะถอนความยินยอมเสียเมื่อใดก็ได้โดยจะต้องถอนความยินยอมได้ง่าย เช่นเดียวกับการให้ความยินยอม เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมายหรือ สัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ การถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมไปแล้ว โดยชอบตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ในกรณีที่การถอนความยินยอมส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในเรื่องใด ผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงผลกระทบจากการถอนความยินยอมนั้น การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ไม่มีผล ผูกพันเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และไม่ทำให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24

ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_podcast_production

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย