# สัญญาจ้างทำ SEO GEO AEO ต้องมีอะไรบ้าง

> ใช้เมื่อธุรกิจจ้างเอเจนซีหรือฟรีแลนซ์ปรับเว็บไซต์ เนื้อหา และข้อมูลแบรนด์เพื่อเพิ่มการค้นพบจากเสิร์ชเอนจิน ระบบค้นหาเชิงสร้างสรรค์ และระบบตอบคำถาม กำหนด KPI วิธีทำงานต้องห้าม สิทธิระบบ และการส่งมอบได้ชัดเจน

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B3-SEO-GEO-AEO

## ตอบสั้น

สัญญาจ้างปรับเว็บไซต์และเนื้อหาให้ค้นพบและตอบคำถามได้ดีขึ้นผ่าน SEO, GEO และ AEO โดยไม่รับประกันอันดับหรือการอ้างอิงจากระบบภายนอก · ไม่มีผู้ให้บริการรายใดควบคุมอันดับหรือบังคับให้ระบบ AI อ้างถึงแบรนด์ได้ KPI จึงต้องเป็นตัวชี้วัด ไม่ใช่คำรับประกัน

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้จ้างตรวจและแก้ technical SEO โครงสร้างเว็บไซต์ schema และการจัดทำดัชนี
- **อากรแสตมป์:** สัญญานี้เข้าลักษณะตราสาร 4 จ้างทำของ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่าแสตมป์ อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท อากรจากค่าบริการทั้งสัญญาเป็น (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) และอากรคู่ฉบับส่วนนี้เป็น (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) หากไม่ปิดอากรบริบูรณ์ ตราสารใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร ม.118 และอาจมีเงินเพิ่มตาม ม.113–114 หากค่าบริการตั้งแต่หนึ่งล้านบาทหรือเป็นตราสารอิเล็กทรอนิกส์ ให้ตรวจวิธีชำระเป็นตัวเงินและกำหนดเวลาปัจจุบัน
- **ภาษี:** ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลและจ่ายค่าบริการตามเงื่อนไข ให้ตรวจการหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้แบ่งจ่ายต่ำกว่าเกณฑ์ และออกหนังสือรับรองให้ผู้รับจ้าง งานนี้เป็นบริการ organic ไม่ใช่ค่าโฆษณาอัตราร้อยละ 2 ผู้รับจ้างจดทะเบียน VAT ให้เรียกเก็บเพิ่มและออกใบกำกับภาษีตามกฎหมาย แยกค่าบริการออกจากค่าเครื่องมือ โฮสต์ หรือบุคคลภายนอก และให้หลักฐานออกในชื่อผู้รับบริการจริง
- **แบบที่กฎหมายกำหนด:** สัญญา SEO GEO AEO ทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องรักษาสิทธิผู้ดูแลโดเมน โฮสต์ Search Console analytics และบัญชีธุรกิจไว้กับผู้ว่าจ้าง ตรวจเงื่อนไขบริการฉบับปัจจุบันของเครื่องมือที่ใช้ก่อนให้สิทธิหรือส่งข้อมูล
- **มาตราที่อ้าง:** ป.พ.พ. ม.7, 204, 224, 383, 387, 391, 587, 605; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 ม.4, 5, 8; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.10, 18, 15, 17; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ม.28–29, 30–37, 39, 40; ประมวลรัษฎากร ม.113, 114, 118 และบัญชีอัตราอากรลักษณะ 4; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1, 12/7
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 349 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้จ้างตรวจและแก้ technical SEO โครงสร้างเว็บไซต์ schema และการจัดทำดัชนี
- ใช้จ้างวางแผนหรือปรับเนื้อหาเพื่อ organic search คำตอบสั้น และระบบค้นหาเชิงสร้างสรรค์
- ใช้เมื่อมี KPI รายงาน สิทธิระบบ และขอบเขตผลิตเนื้อหาหรือลิงก์ที่ต้องตกลงชัด

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- ไม่มีผู้ให้บริการรายใดควบคุมอันดับหรือบังคับให้ระบบ AI อ้างถึงแบรนด์ได้ KPI จึงต้องเป็นตัวชี้วัด ไม่ใช่คำรับประกัน
- ห้ามซื้อหรือสร้างลิงก์ สแปม cloaking doorway หรือเนื้อหาจำนวนมากที่หลอกระบบ เพราะอาจทำให้เว็บไซต์ถูกลดอันดับหรือถอดออก
- ก่อนแก้เว็บไซต์ต้องสำรองข้อมูลและกำหนดผู้อนุมัติ การแก้ robots, canonical, redirects หรือ schema ผิดอาจทำให้ทราฟฟิกลดทันที
- ค่าบริการเข้าลักษณะจ้างทำของ เสียอากร 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสีย
- หากให้สิทธิ analytics, CRM หรือข้อมูลผู้ใช้ ผู้รับจ้างต้องทำตามคำสั่งและหน้าที่ผู้ประมวลผลตาม PDPA ม.40

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ไม่เหมาะกับการซื้อและบริหารโฆษณาแบบชำระเงิน ให้ใช้สัญญาจ้างทำการตลาดออนไลน์หรือสัญญาบริหารโฆษณา
- ไม่เหมาะกับการสร้างเว็บไซต์ใหม่ทั้งระบบ ให้ใช้สัญญาจ้างทำเว็บไซต์
- ไม่เหมาะกับการรับประกันอันดับหนึ่ง ยอดขาย หรือการปรากฏในคำตอบ AI เพราะผลขึ้นกับระบบภายนอก
- สัญญาจ้างทำ SEO ภาษาอังกฤษ — ใช้ [SEO Services Agreement — สัญญาจ้างทำ SEO ภาษาอังกฤษ](/s/en_seo_services)

## อากรแสตมป์

สัญญานี้เข้าลักษณะตราสาร 4 จ้างทำของ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่าแสตมป์ อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท อากรจากค่าบริการทั้งสัญญาเป็น (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) และอากรคู่ฉบับส่วนนี้เป็น (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก)

หากไม่ปิดอากรบริบูรณ์ ตราสารใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร ม.118 และอาจมีเงินเพิ่มตาม ม.113–114 หากค่าบริการตั้งแต่หนึ่งล้านบาทหรือเป็นตราสารอิเล็กทรอนิกส์ ให้ตรวจวิธีชำระเป็นตัวเงินและกำหนดเวลาปัจจุบัน

## การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

สัญญา SEO GEO AEO ทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องรักษาสิทธิผู้ดูแลโดเมน โฮสต์ Search Console analytics และบัญชีธุรกิจไว้กับผู้ว่าจ้าง ตรวจเงื่อนไขบริการฉบับปัจจุบันของเครื่องมือที่ใช้ก่อนให้สิทธิหรือส่งข้อมูล

## ภาษี

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลและจ่ายค่าบริการตามเงื่อนไข ให้ตรวจการหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้แบ่งจ่ายต่ำกว่าเกณฑ์ และออกหนังสือรับรองให้ผู้รับจ้าง งานนี้เป็นบริการ organic ไม่ใช่ค่าโฆษณาอัตราร้อยละ 2

ผู้รับจ้างจดทะเบียน VAT ให้เรียกเก็บเพิ่มและออกใบกำกับภาษีตามกฎหมาย แยกค่าบริการออกจากค่าเครื่องมือ โฮสต์ หรือบุคคลภายนอก และให้หลักฐานออกในชื่อผู้รับบริการจริง

## SEO กับ GEO/AEO ไม่เหมือนกัน และควบคุมไม่ได้คนละระดับ

- **SEO** มุ่งอันดับในหน้าผลค้นหา ยังพอมีสัญญาณที่วัดได้และแนวปฏิบัติที่ผู้ให้บริการค้นหาประกาศไว้
- **GEO/AEO** มุ่งให้ระบบที่สร้างคำตอบด้วยปัญญาประดิษฐ์หยิบเนื้อหาของผู้ว่าจ้างไปใช้หรืออ้างถึง ซึ่ง **ไม่มีผู้ให้บริการรายใดรับประกัน ไม่มีอันดับที่ตรวจสอบได้แน่นอน คำตอบเปลี่ยนไปตามผู้ถามและเวลา และอาจอ้างแหล่งผิดหรือไม่อ้างเลย** ข้อ 4.3 จึงระบุชัดว่า KPI เป็นตัวชี้วัด ไม่ใช่การรับประกันการถูกอ้างถึง
- **การวัดผล GEO/AEO ต้องตกลงวิธีเก็บหลักฐานไว้ล่วงหน้า** เช่น ชุดคำถามมาตรฐาน ความถี่ที่ทดสอบ และการบันทึกภาพหน้าจอ มิฉะนั้นจะพิสูจน์กันไม่ได้ว่างานได้ผลหรือไม่
- **ค่าเริ่มต้น (baseline) คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดของสัญญานี้** ข้อ 4.1 กำหนดให้เก็บ ณ วันเริ่มงาน ถ้าไม่เก็บไว้ตั้งแต่ต้น จะไม่มีทางรู้ว่าผลที่เกิดขึ้นมาจากงานของผู้รับจ้างหรือมาจากปัจจัยอื่น

## บทลงโทษจากเครื่องมือค้นหา และการกู้คืน

- **วิธีต้องห้ามตามข้อ 5 ทำให้เว็บถูกลดอันดับหรือถูกถอดออกจากดัชนีได้** และความเสียหายมักเกิดหลังจากเลิกจ้างไปแล้ว ผู้ว่าจ้างจึงควรเก็บรายงานและรายการลิงก์ทุกเดือนไว้เป็นหลักฐานว่าใครทำอะไร
- **ผู้รับจ้างที่ใช้วิธีต้องห้ามต้องรับผิดในความเสียหายที่พิสูจน์ได้** ตามข้อ 10.1 รวมถึงค่าใช้จ่ายในการถอนลิงก์ แก้เนื้อหา และยื่นขอทบทวนกับผู้ให้บริการค้นหา
- **การเปลี่ยนอัลกอริทึมไม่ใช่เหตุสุดวิสัย** (ข้อ 5.3) แต่ก็ไม่ใช่ความผิดของผู้รับจ้างเช่นกัน สิ่งที่สัญญาเรียกร้องได้คือการแจ้งผลกระทบและเสนอแผนปรับตัว ไม่ใช่การประกันว่าอันดับจะไม่ตก
- **สำรองข้อมูลก่อนแก้ไขทุกครั้ง** ข้อ 3 กำหนดไว้แล้ว งาน SEO ทางเทคนิคแตะไฟล์ระบบ การเปลี่ยนเส้นทาง และโครงสร้างเว็บ ซึ่งพลาดแล้วเว็บล่มหรือหายจากดัชนีทั้งเว็บได้ · ผู้ว่าจ้างควรมีสำเนาของตนเองด้วย ไม่พึ่งสำเนาของผู้รับจ้างอย่างเดียว

## เนื้อหา คำกล่าวอ้าง และปัญญาประดิษฐ์

- **เนื้อหาที่เปรียบเทียบกับคู่แข่งคือจุดเสี่ยงที่สุดของงานคอนเทนต์ SEO** ผู้ที่กล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริงจนเสียหายแก่ชื่อเสียงหรือทางทำมาหาได้ของผู้อื่น ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน (**ป.พ.พ. ม.423**) และ**ทั้งผู้เขียนและผู้เผยแพร่อาจรับผิดร่วมกันได้** การที่ผู้ว่าจ้างอนุมัติเนื้อหาแล้วไม่ทำให้ผู้รับจ้างพ้นผิด
- **คำกล่าวอ้างเกี่ยวกับสินค้าต้องมาจากผู้ว่าจ้าง** และสินค้าที่ต้องขออนุญาตโฆษณา เช่น อาหาร ยา เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ต้องใช้ข้อความในขอบเขตที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น แม้จะเขียนในรูปบทความให้ความรู้ก็ตาม
- **เนื้อหาที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์** ข้อ 6.2 บังคับให้มีคนตรวจ ซึ่งจำเป็นสองชั้น ชั้นแรกคือความถูกต้องของข้อเท็จจริงและแหล่งอ้างอิง ชั้นที่สองคือ**สถานะลิขสิทธิ์ของส่วนที่เครื่องมือสร้าง ซึ่งยังไม่แน่นอน และกระทบข้อ 8.1 ที่โอนลิขสิทธิ์ให้ผู้ว่าจ้างโดยตรง** · การคัดลอกเนื้อหาผู้อื่นมาเรียบเรียงใหม่ด้วยเครื่องมือยังเป็นการทำซ้ำและดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์อยู่ดี
- **ธรรมสิทธิ์โอนกันไม่ได้** (ข้อ 8.3) ผู้สร้างสรรค์ยังห้ามการบิดเบือนเนื้อหาจนเสียชื่อเสียงของตนได้ แม้ลิขสิทธิ์เป็นของผู้ว่าจ้างแล้ว (**พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.18**)

## ข้อที่คนจ้างทำ SEO พลาดบ่อย

- **ไม่เก็บ baseline** แล้วเถียงกันทั้งสัญญาว่าผลดีขึ้นหรือไม่
- **ตั้ง KPI เป็นยอดขาย** ซึ่งขึ้นกับราคา สินค้า และการปิดการขาย ไม่ใช่สิ่งที่ผู้รับจ้าง SEO ควบคุมได้ · ให้ตั้งตัวชี้วัดที่วัดจากงานที่ทำจริงและแยกตัวชี้วัดทางธุรกิจไว้เป็นข้อมูลประกอบ
- **ให้สิทธิผู้ดูแลระบบเต็มโดยไม่มีบันทึกการแก้ไข** ข้อ 3 กำหนดสิทธิเท่าที่จำเป็นและให้บันทึกการเปลี่ยนแปลงไว้ ต้องทำตามจริง
- **ไม่ตกลงเรื่องลิงก์ตอนจบสัญญา** ข้อ 8.4 ห้ามถอนลิงก์ที่ทำไว้โดยชอบเพื่อต่อรองค่าจ้าง และต้องส่งมอบรายการลิงก์ทั้งหมด — ถ้าไม่เขียนไว้ การเปลี่ยนเอเจนซีจะกลายเป็นการทำลายงานที่จ่ายเงินไปแล้ว
- **ซื้อลิงก์ราคาถูกโดยไม่รู้ที่มา** ข้อ 5.2 กำหนดกติกาไว้ ผู้ว่าจ้างควรขอดูแหล่งที่มาของลิงก์ทุกเดือน ไม่ใช่ดูแค่จำนวน
- **คาดหวังผล GEO/AEO เท่ากับ SEO** สองอย่างนี้ควบคุมได้คนละระดับ ดูหัวข้อแรกข้างต้น

> กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคส่วนโฆษณา กฎหมายเฉพาะของสินค้าควบคุม แนวปฏิบัติของผู้ให้บริการค้นหาและผู้ให้บริการปัญญาประดิษฐ์ และสถานะลิขสิทธิ์ของงานที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์ ควรตรวจตัวบทหรือแนวปฏิบัติฉบับปัจจุบันก่อนใช้ — ข้อความข้างต้นเขียนไว้เพื่อเตือนให้ตรวจ ไม่ใช่การยืนยันเลขมาตรา

## เอกสารแนบท้ายสัญญา

- รายการโดเมน ตลาด ภาษา baseline หัวข้อ คำค้น และคำถามเป้าหมาย
- technical audit, content map, schema, redirects, KPI และตัวอย่างรายงาน
- ตารางสิทธิระบบ การอนุมัติ สำรอง ทดสอบ และ rollback
- รายการเนื้อหา ลิงก์ เครื่องมือ AI ผู้ประมวลผลช่วง และค่าใช้จ่ายที่อนุมัติ
- แบบส่งมอบบัญชี ไฟล์ ประวัติการแก้ไข และงานค้าง

## วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อกำกับขอบเขตและเอกสารแนบทุกชุด ตรวจว่าค่าบริการรายเดือนคูณจำนวนเดือนตรงกับ … และผู้ว่าจ้างยังเข้าควบคุมบัญชีหลักได้ ทดสอบ backup และ rollback ก่อนให้สิทธิแก้ระบบจริง

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-9A3B27 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญาจ้างทำ SEO GEO AEO ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญานี้เข้าลักษณะตราสาร 4 จ้างทำของ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่าแสตมป์ อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท อากรจากค่าบริการทั้งสัญญาเป็น (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) และอากรคู่ฉบับส่วนนี้เป็น (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) หากไม่ปิดอากรบริบูรณ์ ตราสารใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร ม.118 และอาจมีเงินเพิ่มตาม ม.113–114 หากค่าบริการตั้งแต่หนึ่งล้านบาทหรือเป็นตราสารอิเล็กทรอนิกส์ ให้ตรวจวิธีชำระเป็นตัวเงินและกำหนดเวลาปัจจุบัน

### สัญญาจ้างทำ SEO GEO AEO เสียภาษีอะไรบ้าง

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลและจ่ายค่าบริการตามเงื่อนไข ให้ตรวจการหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้แบ่งจ่ายต่ำกว่าเกณฑ์ และออกหนังสือรับรองให้ผู้รับจ้าง งานนี้เป็นบริการ organic ไม่ใช่ค่าโฆษณาอัตราร้อยละ 2 ผู้รับจ้างจดทะเบียน VAT ให้เรียกเก็บเพิ่มและออกใบกำกับภาษีตามกฎหมาย แยกค่าบริการออกจากค่าเครื่องมือ โฮสต์ หรือบุคคลภายนอก และให้หลักฐานออกในชื่อผู้รับบริการจริง

### ใช้สัญญาจ้างทำ SEO GEO AEOตอนไหน

ใช้จ้างตรวจและแก้ technical SEO โครงสร้างเว็บไซต์ schema และการจัดทำดัชนี · ใช้จ้างวางแผนหรือปรับเนื้อหาเพื่อ organic search คำตอบสั้น และระบบค้นหาเชิงสร้างสรรค์ · ใช้เมื่อมี KPI รายงาน สิทธิระบบ และขอบเขตผลิตเนื้อหาหรือลิงก์ที่ต้องตกลงชัด

### ทำสัญญาจ้างทำ SEO GEO AEOต้องระวังอะไร

ไม่มีผู้ให้บริการรายใดควบคุมอันดับหรือบังคับให้ระบบ AI อ้างถึงแบรนด์ได้ KPI จึงต้องเป็นตัวชี้วัด ไม่ใช่คำรับประกัน · ห้ามซื้อหรือสร้างลิงก์ สแปม cloaking doorway หรือเนื้อหาจำนวนมากที่หลอกระบบ เพราะอาจทำให้เว็บไซต์ถูกลดอันดับหรือถอดออก · ก่อนแก้เว็บไซต์ต้องสำรองข้อมูลและกำหนดผู้อนุมัติ การแก้ robots, canonical, redirects หรือ schema ผิดอาจทำให้ทราฟฟิกลดทันที · ค่าบริการเข้าลักษณะจ้างทำของ เสียอากร 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสีย · หากให้สิทธิ analytics, CRM หรือข้อมูลผู้ใช้ ผู้รับจ้างต้องทำตามคำสั่งและหน้าที่ผู้ประมวลผลตาม PDPA ม.40

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างทำ SEO GEO AEO

ไม่เหมาะกับการซื้อและบริหารโฆษณาแบบชำระเงิน ให้ใช้สัญญาจ้างทำการตลาดออนไลน์หรือสัญญาบริหารโฆษณา · ไม่เหมาะกับการสร้างเว็บไซต์ใหม่ทั้งระบบ ให้ใช้สัญญาจ้างทำเว็บไซต์ · ไม่เหมาะกับการรับประกันอันดับหนึ่ง ยอดขาย หรือการปรากฏในคำตอบ AI เพราะผลขึ้นกับระบบภายนอก · สัญญาจ้างทำ SEO ภาษาอังกฤษ — ใช้ SEO Services Agreement — สัญญาจ้างทำ SEO ภาษาอังกฤษ

### สัญญาจ้างทำ SEO GEO AEO ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

สัญญา SEO GEO AEO ทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องรักษาสิทธิผู้ดูแลโดเมน โฮสต์ Search Console analytics และบัญชีธุรกิจไว้กับผู้ว่าจ้าง ตรวจเงื่อนไขบริการฉบับปัจจุบันของเครื่องมือที่ใช้ก่อนให้สิทธิหรือส่งข้อมูล

### ลงนามสัญญาจ้างทำ SEO GEO AEOต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อกำกับขอบเขตและเอกสารแนบทุกชุด ตรวจว่าค่าบริการรายเดือนคูณจำนวนเดือนตรงกับ … และผู้ว่าจ้างยังเข้าควบคุมบัญชีหลักได้ ทดสอบ backup และ rollback ก่อนให้สิทธิแก้ระบบจริง

### ทำสัญญาจ้างทำ SEO GEO AEOต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

รายการโดเมน ตลาด ภาษา baseline หัวข้อ คำค้น และคำถามเป้าหมาย technical audit, content map, schema, redirects, KPI และตัวอย่างรายงาน ตารางสิทธิระบบ การอนุมัติ สำรอง ทดสอบ และ rollback รายการเนื้อหา ลิงก์ เครื่องมือ AI ผู้ประมวลผลช่วง และค่าใช้จ่ายที่อนุมัติ แบบส่งมอบบัญชี ไฟล์ ประวัติการแก้ไข และงานค้าง

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7

ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี

_บริบท: ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204

ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

_บริบท: หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387

ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้

_บริบท: หมวด 4 เลิกสัญญา_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391

เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่

_บริบท: หมวด 4 เลิกสัญญา_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 605

ถ้าการที่จ้างยังทำไม่แล้วเสร็จอยู่ตราบใด ผู้ว่าจ้างอาจบอกเลิกสัญญาได้ เมื่อเสียค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับจ้างเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10

งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18

ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15

ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม หรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 17

ลิขสิทธิ์นั้นย่อมโอนให้แก่กันได้ เจ้าของลิขสิทธิ์อาจโอนลิขสิทธิ์ของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลอื่นได้ และจะโอน ให้โดยมีกำหนดเวลาหรือตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ก็ได้ การโอนลิขสิทธิ์ตามวรรคสองซึ่งมิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอน และผู้รับโอน ถ้าไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญาโอน ให้ถือว่าเป็นการโอนมีกำหนดระยะเวลาสิบปี

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28

ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 16 (5) เว้นแต่ (1) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย (2) ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึง มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศ ที่รับข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (5) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลอื่น เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้ (6) เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอของประเทศปลายทาง หรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคล ให้เสนอต่อคณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัย ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอาจขอให้ทบทวนได้เมื่อมีหลักฐานใหม่ทำให้เชื่อได้ว่าประเทศปลายทางหรือ องค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลมีการพัฒนาจนมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่เพียงพอ

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 114

โดยการตรวจสอบตามความในมาตรา 123 ก็ดี โดยการกล่าวหาแจ้งความของบุคคลใดไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงานรัฐบาลหรือมิใช่ก็ดี ถ้าปรากฏว่า (1) มิได้มีการออกใบรับในกรณีที่ต้องออกใบรับตามความในมาตรา 105 หรือมาตรา 106 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากร หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (2) ตราสารมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์โดย (ก) มิได้ปิดแสตมป์เลย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (ข) ปิดแสตมป์น้อยกว่าอากรที่ต้องเสีย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากรที่ขาด หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (ค) ในกรณีอื่น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินเพิ่มอากร เป็นจำนวน 1 เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423

ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่เสียหายแก่ทางทำมาหาได้หรือทางเจริญของเขาโดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ผู้ใดส่งข่าวสารอันตนมิได้รู้ว่าเป็นความไม่จริง หากว่าตนเองหรือผู้รับข่าวสารนั้นมีทางได้เสียโดยชอบในการนั้นด้วยแล้ว ท่านว่าเพียงที่ส่งข่าวสารเช่นนั้นหาทำให้ผู้นั้นต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่

_บริบท: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_seo_geo_aeo_service

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย