# สัญญาจ้างทำเว็บไซต์ (รวมโดเมนและโฮสติ้ง) ต้องมีอะไรบ้าง

> ใช้เมื่อจ้างบริษัทหรือฟรีแลนซ์ทำเว็บไซต์ — ส่งมอบเป็นงวด ตรวจรับ แก้งาน รับประกัน และที่สำคัญคือกำหนดให้ชัดว่าชื่อโดเมนกับบัญชีโฮสติ้งเป็นของใคร ต่ออายุอย่างไร ส่งมอบบัญชีเมื่อไร และห้ามยึดเว็บไว้ต่อรองหนี้

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%8B%E0%B8%95%E0%B9%8C-%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%AE%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%87

## ตอบสั้น

จ้างทำเว็บไซต์เป็นงวดงาน พร้อมกำหนดให้ชัดว่าโดเมนและบัญชีโฮสติ้งเป็นของใคร และต้องส่งมอบอะไรบ้างเมื่อจบงาน · ระบุขอบเขตงานและจำนวนหน้าหรือฟังก์ชันไว้ในผนวก 1 ให้ละเอียด งานเว็บที่ไม่จบเกือบทั้งหมดมาจากขอบเขตงานไม่ชัด

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้เมื่อจ้างทำเว็บไซต์ใหม่หรือทำใหม่ทั้งเว็บ โดยแบ่งส่งมอบเป็นงวดและมีการตรวจรับ
- **อากรแสตมป์:** จ้างทำของ ลักษณะ 4: 1 บาท ต่อค่าจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท — จากค่าจ้างรวมในสัญญานี้คิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้พัฒนา (ผู้รับจ้าง) เป็นผู้เสียอากร ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า · คู่ฉบับเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก (ลักษณะ 23) ผู้ถือคู่ฉบับเป็นผู้เสียและขีดฆ่า ค่าจ้างรวมตั้งแต่ 1,000,000 บาท ขึ้นไปต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร ไม่ใช่ปิดดวงแสตมป์ (ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 37) · ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นหน่วยงานรัฐ เกณฑ์ลดเหลือ 200,000 บาท ทำเป็นตราสารอิเล็กทรอนิกส์ให้ยื่น e-Stamp ภายใน 15 วัน นับแต่วันถัดจากวันทำตราสาร ไม่ติดอากรให้ครบ สัญญาไม่เป็นโมฆะ แต่ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118) — ผู้พัฒนาที่จะฟ้องเรียกค่าจ้างค้างต้องติดให้ครบก่อน
- **ภาษี:** ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 3 ของค่าบริการก่อน VAT ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้แบ่งจ่ายเป็นงวดย่อยกว่านั้น และต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีทุกครั้ง ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก 3% ตามคำสั่งนี้ ผู้พัฒนาที่จดทะเบียน VAT เรียกเก็บเพิ่มและออกใบกำกับภาษีได้ · ผู้ที่ยังไม่จดไม่มีสิทธิเรียกเก็บ · รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน ค่าโดเมนและค่าโฮสติ้งที่ออกแทนลูกค้าให้แยกบรรทัดในใบแจ้งหนี้ พร้อมแนบหลักฐานของผู้ให้บริการ อย่ารวมเข้ากับค่าบริการ เพราะจะถูกหัก 3% ทั้งก้อนโดยไม่จำเป็น และทำให้ฐาน VAT ผิด บริการโฮสติ้งหรือโฆษณาจากผู้ให้บริการต่างประเทศ อาจมีหน้าที่นำส่ง VAT แทนหรือหักภาษีตามอนุสัญญาภาษีซ้อน ให้ตรวจตามผู้ให้บริการจริงก่อนจ่าย
- **มาตราที่อ้าง:** ป.พ.พ. ม.7, 204, 215, 224, 387, 391, 575, 587, 591, 593, 597, 600; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.9, 10, 15, 18; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 ม.4, 8; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ม.37, 40; บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4, 23; ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118; คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 8
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 349 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้เมื่อจ้างทำเว็บไซต์ใหม่หรือทำใหม่ทั้งเว็บ โดยแบ่งส่งมอบเป็นงวดและมีการตรวจรับ
- ใช้เมื่อต้องกำหนดให้ชัดว่าชื่อโดเมนจดในชื่อใคร และใครถือบัญชีโฮสติ้ง
- ใช้เมื่อต้องการให้ผู้พัฒนาดูแลต่ออายุโดเมนและโฮสติ้งให้เป็นรายปี
- ใช้ได้ทั้งเมื่อผู้พัฒนาเป็นบุคคลธรรมดาและเป็นบริษัท

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- ระบุขอบเขตงานและจำนวนหน้าหรือฟังก์ชันไว้ในผนวก 1 ให้ละเอียด งานเว็บที่ไม่จบเกือบทั้งหมดมาจากขอบเขตงานไม่ชัด
- ชื่อโดเมนควรจดในชื่อผู้ว่าจ้างตั้งแต่ต้น ถ้าให้ผู้พัฒนาจดแทนต้องเขียนว่าถือไว้แทนและต้องโอนคืนเมื่อร้องขอ
- ลิขสิทธิ์ในงานรับจ้างเป็นของผู้ว่าจ้างตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10 อยู่แล้ว เว้นแต่ตกลงเป็นอย่างอื่น
- อากรแสตมป์จ้างทำของเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้าง ไม่ติดให้ครบจะใช้สัญญาฟ้องเรียกค่าจ้างในคดีแพ่งไม่ได้

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- อย่าใช้เมื่อเป็นการพัฒนาระบบสารสนเทศภายในที่มีฮาร์ดแวร์และการอบรม ให้ใช้สัญญาจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์แทน
- อย่าใช้แทนสัญญาบำรุงรักษาเว็บไซต์รายปีเพียงอย่างเดียว ฉบับนี้ตั้งต้นที่การสร้างเว็บใหม่
- อย่าปล่อยผนวก 1 ว่าง เพราะการรับประกันและการตรวจรับอ้างอิงผนวกทั้งหมด
- สัญญาจ้างพัฒนาเว็บไซต์และซอฟต์แวร์ ภาษาอังกฤษ — ใช้ [Website and Software Development Agreement — สัญญาจ้างพัฒนาเว็บไซต์และซอฟต์แวร์ ภาษาอังกฤษ](/s/en_software_development)

## อากรแสตมป์

- จ้างทำของ **ลักษณะ 4**: 1 บาท ต่อค่าจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท — จากค่าจ้างรวมในสัญญานี้คิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก
- **ผู้พัฒนา (ผู้รับจ้าง) เป็นผู้เสียอากร** ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า · คู่ฉบับเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก (ลักษณะ 23) ผู้ถือคู่ฉบับเป็นผู้เสียและขีดฆ่า
- ค่าจ้างรวมตั้งแต่ **1,000,000 บาท** ขึ้นไปต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร ไม่ใช่ปิดดวงแสตมป์ (ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 37) · ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นหน่วยงานรัฐ เกณฑ์ลดเหลือ 200,000 บาท
- ทำเป็นตราสารอิเล็กทรอนิกส์ให้ยื่น e-Stamp ภายใน **15 วัน** นับแต่วันถัดจากวันทำตราสาร
- ไม่ติดอากรให้ครบ สัญญาไม่เป็นโมฆะ แต่**ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้**จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118) — ผู้พัฒนาที่จะฟ้องเรียกค่าจ้างค้างต้องติดให้ครบก่อน

## ภาษี

- ผู้ว่าจ้างที่เป็น**นิติบุคคล**ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย **ร้อยละ 3** ของค่าบริการก่อน VAT ตาม **ท.ป.4/2528 ข้อ 8** เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้แบ่งจ่ายเป็นงวดย่อยกว่านั้น และต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีทุกครั้ง
- **ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก 3% ตามคำสั่งนี้**
- ผู้พัฒนาที่จดทะเบียน VAT เรียกเก็บเพิ่มและออกใบกำกับภาษีได้ · ผู้ที่ยังไม่จดไม่มีสิทธิเรียกเก็บ · รายรับเกิน **1.8 ล้านบาทต่อปี** ต้องจดทะเบียน
- **ค่าโดเมนและค่าโฮสติ้งที่ออกแทนลูกค้าให้แยกบรรทัดในใบแจ้งหนี้** พร้อมแนบหลักฐานของผู้ให้บริการ อย่ารวมเข้ากับค่าบริการ เพราะจะถูกหัก 3% ทั้งก้อนโดยไม่จำเป็น และทำให้ฐาน VAT ผิด
- บริการโฮสติ้งหรือโฆษณาจากผู้ให้บริการต่างประเทศ อาจมีหน้าที่นำส่ง VAT แทนหรือหักภาษีตามอนุสัญญาภาษีซ้อน ให้ตรวจตามผู้ให้บริการจริงก่อนจ่าย

## โดเมนและบัญชี — ข้อพิพาทอันดับหนึ่งของงานทำเว็บ

เว็บเสร็จแล้วแต่ลูกค้าเอาไปไม่ได้ เพราะชื่อโดเมนจดไว้ในชื่อผู้พัฒนา หรือบัญชีโฮสติ้งอยู่ในอีเมลของผู้พัฒนา — ข้อ 6 ของสัญญานี้มีไว้ปิดช่องนั้นโดยเฉพาะ

- **ผู้ถือครองชื่อโดเมน (registrant) คือเจ้าของสิทธิตัวจริง** ไม่ใช่คนจ่ายเงินค่าโดเมน ถ้าจดในชื่อผู้พัฒนา ผู้ว่าจ้างจะย้ายหรือต่ออายุเองไม่ได้ · ข้อ 6.1 จึงกำหนดว่าถ้าผู้พัฒนาจดแทนให้ **ถือว่าถือไว้แทนผู้ว่าจ้างเท่านั้น** และต้องโอนคืนเมื่อร้องขอเป็นหนังสือ
- **ต้องมีสิทธิผู้ดูแลสูงสุดของบัญชี ไม่ใช่แค่สิทธิผู้ใช้** (ข้อ 6.2) เพราะสิทธิระดับรองถอนออกได้ทุกเมื่อ และกู้คืนบัญชีไม่ได้
- **อีเมลและเบอร์กู้คืนบัญชีต้องเป็นของผู้ว่าจ้าง** ข้อ 6.3 ห้ามเปลี่ยนโดยไม่แจ้ง — จุดนี้คือสิ่งที่ทำให้แพ้หรือชนะตอนทะเลาะกันจริง
- **โดเมนที่ปล่อยให้หมดอายุอาจถูกคนอื่นจดทันที** และซื้อคืนแพงมากหรือไม่ได้คืนเลย ข้อ 6.4 จึงบังคับให้แจ้งล่วงหน้าและห้ามปล่อยหลุดโดยไม่บอกกล่าว
- **ห้ามยึดเว็บไว้ต่อรองหนี้** (ข้อ 6.6) การปิดเว็บ ลบข้อมูล หรือยึดบัญชีเพื่อบีบให้จ่ายเงินที่ยังโต้แย้งกันอยู่ ไม่ใช่แค่ผิดสัญญา แต่อาจเป็นความผิดอาญาตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ด้วย ค่าจ้างค้างต้องไปเรียกตามข้อ 3 และข้อ 10

> กฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และนโยบายของผู้รับจดทะเบียนโดเมนแต่ละราย ควรตรวจตัวบทฉบับปัจจุบันก่อนใช้ — ข้อความข้างต้นเขียนไว้เพื่อเตือนให้ตรวจ ไม่ใช่การยืนยันเลขมาตรา

## สิทธิในผลงานและซอร์สโค้ด

- **งานที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้าง ลิขสิทธิ์เป็นของ «ผู้ว่าจ้าง» ตั้งแต่ต้น** เว้นแต่ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น (**พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10**) ตรงข้ามกับงานของ**ลูกจ้าง**ซึ่งลิขสิทธิ์ยังเป็นของลูกจ้าง เว้นแต่ทำเป็นหนังสือตกลงเป็นอย่างอื่น (**ม.9**)
- **ธรรมสิทธิ์โอนกันไม่ได้** ผู้สร้างสรรค์ยังมีสิทธิแสดงตนว่าเป็นผู้สร้างสรรค์ และห้ามบิดเบือนงานจนเสียชื่อเสียงของตน แม้โอนลิขสิทธิ์ไปแล้ว (**ม.18**)
- **โอเพนซอร์สไม่ใช่ของฟรีที่ไม่มีเงื่อนไข** ธีม ปลั๊กอิน และไลบรารีมีสัญญาอนุญาตของตัวเอง บางฉบับบังคับให้เปิดเผยซอร์สโค้ดของงานที่นำไปรวม ผู้พัฒนาต้องแจ้งรายการและเงื่อนไขไว้ในผนวก และผู้ว่าจ้างไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในส่วนนั้น
- **ธีมหรือปลั๊กอินแบบเสียเงินต้องซื้อสิทธิในชื่อผู้ว่าจ้าง** ไม่ใช่ใช้สิทธิของผู้พัฒนาต่อ ๆ กันไปหลายลูกค้า มิฉะนั้นเมื่อเลิกสัญญาผู้ว่าจ้างจะขาดสิทธิอัปเดตทันที

## ข้อที่คนจ้างทำเว็บพลาดบ่อย

- **ไม่กำหนดจำนวนรอบแก้งาน** ผนวก 1 ต้องระบุว่าแก้ได้กี่รอบต่องวด และรอบถัดไปคิดเงินเท่าไร ข้อ 4 เรื่องเปลี่ยนแปลงขอบเขตงานจะใช้ไม่ได้จริงถ้าไม่มีเส้นนี้
- **ไม่มีกำหนดตรวจรับ** ทำให้งานค้างในสถานะไม่รับไม่ปฏิเสธและผู้พัฒนาเบิกเงินงวดไม่ได้ — กรอกจำนวนวันตรวจรับให้สมเหตุผล
- **ผู้ว่าจ้างไม่ส่งเนื้อหา** รูปภาพ หรือข้อมูลสินค้าตามข้อ 5.1 แล้วนับว่าผู้พัฒนาส่งงานช้า ต้องเก็บหลักฐานการทวงถามไว้ทุกครั้ง
- **รูปภาพและฟอนต์ต้องมีสิทธิใช้** ภาพจากอินเทอร์เน็ตและฟอนต์ที่ไม่ได้ซื้อสิทธิเชิงพาณิชย์เป็นเหตุให้ถูกเรียกค่าเสียหายย้อนหลังได้ ให้ระบุแหล่งที่มาและสิทธิไว้ในผนวก
- **เว็บที่เก็บข้อมูลผู้ใช้ต้องมีนโยบายความเป็นส่วนตัวและฐานการประมวลผล** ผู้พัฒนาที่เข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ของผู้ว่าจ้างเป็นผู้ประมวลผลตามคำสั่ง ต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและข้อตกลง (PDPA **ม.37, 40**) และต้องคืนหรือลบข้อมูลเมื่อจบงาน
- **สำรองข้อมูลก่อนส่งมอบและก่อนย้ายผู้ให้บริการเสมอ** ข้อ 6.5 ให้ส่งมอบฐานข้อมูลและไฟล์ที่อัปโหลดด้วย ไม่ใช่เฉพาะซอร์สโค้ด

## รับงานล่าช้า

**รับงาน/ของล่าช้า ให้ทำหนังสือสงวนสิทธิเรียกค่าปรับในวันที่รับทุกครั้ง** (ส่งอีเมลหรือเขียนในใบรับก็ได้) แม้สัญญาจะเขียนสงวนสิทธิไว้แล้ว — ถ้ารับไว้โดยไม่สงวนสิทธิ อาจเสียสิทธิเรียกค่าปรับ

## เอกสารแนบท้ายสัญญา

- **ผนวก 1** ขอบเขตงาน รายการหน้า ฟังก์ชัน การรองรับมือถือ เบราว์เซอร์ที่รองรับ มาตรฐานที่ถือว่างานเสร็จ จำนวนรอบแก้งาน และงวดงานกับค่าจ้างแต่ละงวด
- **ผนวก 2** รายการบัญชีและบริการภายนอกทั้งหมด ผู้ถือครองบัญชี วันหมดอายุ และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
- **ผนวก 3** ขอบเขตบริการบำรุงรักษาหลังพ้นระยะรับประกัน (ถ้าเปิดสวิตช์)
- รายการซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ธีม ปลั๊กอิน ฟอนต์ และรูปภาพ พร้อมสัญญาอนุญาตและหลักฐานการซื้อสิทธิ

## วันลงนาม

- ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อคู่สัญญาและพยานสองคน พร้อมลงชื่อกำกับผนวกทุกฉบับ
- ผู้พัฒนาปิดอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก และคู่ฉบับ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า
- **ก่อนลงนาม ให้เข้าบัญชีโดเมนและโฮสติ้งจริงเพื่อยืนยันว่าชื่อผู้ถือครองและอีเมลกู้คืนตรงกับข้อ 6** อย่าเชื่อคำบอกเล่า
- ห้ามเขียนรหัสผ่านหรือรหัสยืนยันไว้ในสัญญาหรือเอกสารแนบ ให้ส่งผ่านช่องทางที่ปลอดภัยแยกต่างหาก

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-73AA11 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญาจ้างทำเว็บไซต์ (รวมโดเมนและโฮสติ้ง) ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

จ้างทำของ ลักษณะ 4: 1 บาท ต่อค่าจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท — จากค่าจ้างรวมในสัญญานี้คิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้พัฒนา (ผู้รับจ้าง) เป็นผู้เสียอากร ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า · คู่ฉบับเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก (ลักษณะ 23) ผู้ถือคู่ฉบับเป็นผู้เสียและขีดฆ่า ค่าจ้างรวมตั้งแต่ 1,000,000 บาท ขึ้นไปต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร ไม่ใช่ปิดดวงแสตมป์ (ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 37) · ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นหน่วยงานรัฐ เกณฑ์ลดเหลือ 200,000 บาท ทำเป็นตราสารอิเล็กทรอนิกส์ให้ยื่น e-Stamp ภายใน 15 วัน นับแต่วันถัดจากวันทำตราสาร ไม่ติดอากรให้ครบ สัญญาไม่เป็นโมฆะ แต่ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118) — ผู้พัฒนาที่จะฟ้องเรียกค่าจ้างค้างต้องติดให้ครบก่อน

### สัญญาจ้างทำเว็บไซต์ (รวมโดเมนและโฮสติ้ง) เสียภาษีอะไรบ้าง

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 3 ของค่าบริการก่อน VAT ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้แบ่งจ่ายเป็นงวดย่อยกว่านั้น และต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีทุกครั้ง ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก 3% ตามคำสั่งนี้ ผู้พัฒนาที่จดทะเบียน VAT เรียกเก็บเพิ่มและออกใบกำกับภาษีได้ · ผู้ที่ยังไม่จดไม่มีสิทธิเรียกเก็บ · รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน ค่าโดเมนและค่าโฮสติ้งที่ออกแทนลูกค้าให้แยกบรรทัดในใบแจ้งหนี้ พร้อมแนบหลักฐานของผู้ให้บริการ อย่ารวมเข้ากับค่าบริการ เพราะจะถูกหัก 3% ทั้งก้อนโดยไม่จำเป็น และทำให้ฐาน VAT ผิด บริการโฮสติ้งหรือโฆษณาจากผู้ให้บริการต่างประเทศ อาจมีหน้าที่นำส่ง VAT แทนหรือหักภาษีตามอนุสัญญาภาษีซ้อน ให้ตรวจตามผู้ให้บริการจริงก่อนจ่าย

### ใช้สัญญาจ้างทำเว็บไซต์ (รวมโดเมนและโฮสติ้ง)ตอนไหน

ใช้เมื่อจ้างทำเว็บไซต์ใหม่หรือทำใหม่ทั้งเว็บ โดยแบ่งส่งมอบเป็นงวดและมีการตรวจรับ · ใช้เมื่อต้องกำหนดให้ชัดว่าชื่อโดเมนจดในชื่อใคร และใครถือบัญชีโฮสติ้ง · ใช้เมื่อต้องการให้ผู้พัฒนาดูแลต่ออายุโดเมนและโฮสติ้งให้เป็นรายปี · ใช้ได้ทั้งเมื่อผู้พัฒนาเป็นบุคคลธรรมดาและเป็นบริษัท

### ทำสัญญาจ้างทำเว็บไซต์ (รวมโดเมนและโฮสติ้ง)ต้องระวังอะไร

ระบุขอบเขตงานและจำนวนหน้าหรือฟังก์ชันไว้ในผนวก 1 ให้ละเอียด งานเว็บที่ไม่จบเกือบทั้งหมดมาจากขอบเขตงานไม่ชัด · ชื่อโดเมนควรจดในชื่อผู้ว่าจ้างตั้งแต่ต้น ถ้าให้ผู้พัฒนาจดแทนต้องเขียนว่าถือไว้แทนและต้องโอนคืนเมื่อร้องขอ · ลิขสิทธิ์ในงานรับจ้างเป็นของผู้ว่าจ้างตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10 อยู่แล้ว เว้นแต่ตกลงเป็นอย่างอื่น · อากรแสตมป์จ้างทำของเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้าง ไม่ติดให้ครบจะใช้สัญญาฟ้องเรียกค่าจ้างในคดีแพ่งไม่ได้

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างทำเว็บไซต์ (รวมโดเมนและโฮสติ้ง)

อย่าใช้เมื่อเป็นการพัฒนาระบบสารสนเทศภายในที่มีฮาร์ดแวร์และการอบรม ให้ใช้สัญญาจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์แทน · อย่าใช้แทนสัญญาบำรุงรักษาเว็บไซต์รายปีเพียงอย่างเดียว ฉบับนี้ตั้งต้นที่การสร้างเว็บใหม่ · อย่าปล่อยผนวก 1 ว่าง เพราะการรับประกันและการตรวจรับอ้างอิงผนวกทั้งหมด · สัญญาจ้างพัฒนาเว็บไซต์และซอฟต์แวร์ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Website and Software Development Agreement — สัญญาจ้างพัฒนาเว็บไซต์และซอฟต์แวร์ ภาษาอังกฤษ

### ลงนามสัญญาจ้างทำเว็บไซต์ (รวมโดเมนและโฮสติ้ง)ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อคู่สัญญาและพยานสองคน พร้อมลงชื่อกำกับผนวกทุกฉบับ ผู้พัฒนาปิดอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก และคู่ฉบับ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า ก่อนลงนาม ให้เข้าบัญชีโดเมนและโฮสติ้งจริงเพื่อยืนยันว่าชื่อผู้ถือครองและอีเมลกู้คืนตรงกับข้อ 6 อย่าเชื่อคำบอกเล่า ห้ามเขียนรหัสผ่านหรือรหัสยืนยันไว้ในสัญญาหรือเอกสารแนบ ให้ส่งผ่านช่องทางที่ปลอดภัยแยกต่างหาก

### ทำสัญญาจ้างทำเว็บไซต์ (รวมโดเมนและโฮสติ้ง)ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

ผนวก 1 ขอบเขตงาน รายการหน้า ฟังก์ชัน การรองรับมือถือ เบราว์เซอร์ที่รองรับ มาตรฐานที่ถือว่างานเสร็จ จำนวนรอบแก้งาน และงวดงานกับค่าจ้างแต่ละงวด ผนวก 2 รายการบัญชีและบริการภายนอกทั้งหมด ผู้ถือครองบัญชี วันหมดอายุ และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ผนวก 3 ขอบเขตบริการบำรุงรักษาหลังพ้นระยะรับประกัน (ถ้าเปิดสวิตช์) รายการซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ธีม ปลั๊กอิน ฟอนต์ และรูปภาพ พร้อมสัญญาอนุญาตและหลักฐานการซื้อสิทธิ

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7

ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี

_บริบท: ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204

ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 215

เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ไซร้ เจ้าหนี้จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่การนั้นก็ได้

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387

ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้

_บริบท: หมวด 4 เลิกสัญญา_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391

เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่

_บริบท: หมวด 4 เลิกสัญญา_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575

อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้

_บริบท: ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 591

ถ้าความชำรุดบกพร่องหรือความชักช้าในการที่ทำนั้นเกิดขึ้นเพราะสภาพแห่งสัมภาระซึ่งผู้ว่าจ้างส่งให้ก็ดี เพราะคำสั่งของผู้ว่าจ้างก็ดี ท่านว่าผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิด เว้นแต่จะได้รู้อยู่แล้วว่าสัมภาระนั้นไม่เหมาะหรือว่าคำสั่งนั้นไม่ถูกต้องและมิได้บอกกล่าวตักเตือน

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 593

ถ้าผู้รับจ้างไม่เริ่มทำการในเวลาอันควร หรือทำการชักช้าฝ่าฝืนข้อกำหนดแห่งสัญญาก็ดี หรือทำการชักช้าโดยปราศจากความผิดของผู้ว่าจ้าง จนอาจคาดหมายล่วงหน้าได้ว่าการนั้นจะไม่สำเร็จภายในกำหนดเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ก็ดี ผู้ว่าจ้างชอบที่จะเลิกสัญญาเสียได้ มิพักต้องรอคอยให้ถึงเวลากำหนดส่งมอบของนั้นเลย

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 597

ถ้าผู้ว่าจ้างยอมรับมอบการที่ทำนั้นแล้วโดยมิได้อิดเอื้อน ผู้รับจ้างก็ไม่ต้องรับผิดเพื่อการที่ส่งมอบเนิ่นช้า

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 600

ถ้ามิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาไซร้ ท่านว่าผู้รับจ้างจะต้องรับผิดเพื่อการที่ทำชำรุดบกพร่องเพียงแต่ที่ปรากฏขึ้นภายในปีหนึ่งนับแต่วันส่งมอบ หรือที่ปรากฏขึ้นภายในห้าปี ถ้าการที่ทำนั้นเป็นสิ่งปลูกสร้างกับพื้นดิน นอกจากเรือนโรงทำด้วยเครื่องไม้

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9

งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง ถ้ามิได้ ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ให้ลิขสิทธิ์ในงานนั้นเป็นของผู้สร้างสรรค์ แต่นายจ้างมีสิทธินำงานนั้น ออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ตามที่เป็นวัตถุประสงค์แห่งการจ้างแรงงานนั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10

งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15

ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม หรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18

ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_website_development

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย