# สัญญาจ้างทำระบบ Automation ต้องมีอะไรบ้าง

> จ้างเชื่อมเครื่องมือสำเร็จรูป เช่น Zapier, Make, n8n หรือ Power Automate ให้ทำงานเอง กำหนดบัญชีในชื่อผู้ว่าจ้าง ค่าสมาชิก โควตา การแจ้งเตือนเมื่อระบบล้มเหลว แผนย้อนกลับ และการส่งมอบโฟลว์

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A-Automation

## ตอบสั้น

ผู้ว่าจ้างจ้างผู้รับจ้างตั้งค่าโฟลว์บนเครื่องมือ Automation สำเร็จรูป ให้เครื่องมือหลายตัวของผู้ว่าจ้างส่งงานต่อกันเองโดยไม่ต้องมีคนกด · บัญชีเครื่องมือต้องอยู่ในชื่อผู้ว่าจ้าง ถ้าอยู่ในบัญชีผู้รับจ้าง เลิกจ้างแล้วระบบดับทันที

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้เมื่อจ้างทำโฟลว์บน Zapier, Make, n8n, Power Automate หรือ Apps Script เชื่อมเครื่องมือที่ใช้อยู่แล้ว
- **อากรแสตมป์:** สัญญานี้เป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 จึงเข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า จากค่าจ้าง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ตัวเลขนี้คิดจากค่าจ้างเท่านั้น ค่าสมาชิกเครื่องมือที่ผู้ว่าจ้างจ่ายเองหรือจ่ายคืนตามจริงไม่ใช่สินจ้าง หากแยกทำหนังสือแต่งตั้งให้ผู้รับจ้างจ่ายเงินแทน ให้ตรวจอากรลักษณะ 21 แยกต่างหาก ถ้าไม่ปิดอากรให้ครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114 ถ้าลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ภายในกำหนด
- **ภาษี:** ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 จากค่าจ้างก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป แม้จะแบ่งจ่ายงวดละน้อยกว่านั้นตามข้อ 12/7 ให้ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 ค่าสมาชิก Zapier, Make, n8n Cloud หรือเครื่องมือต่างประเทศอื่นที่ผู้ว่าจ้างจ่ายเอง ไม่ใช่รายได้ของผู้รับจ้าง แต่ผู้ว่าจ้างต้องตรวจภาษีการจ่ายเงินไปต่างประเทศและภาษีมูลค่าเพิ่มของบริการจากต่างประเทศเอง เรื่องนี้ถูกมองข้ามบ่อยที่สุดในงานประเภทนี้
- **แบบที่กฎหมายกำหนด:** สัญญาจ้างทำระบบ Automation ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ถ้าผู้รับจ้างเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าหรือพนักงานของผู้ว่าจ้าง ต้องมีข้อตกลงประมวลผลข้อมูลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 40 ให้ใช้แม่แบบสัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแนบท้ายก่อนเปิดสิทธิ ลิขสิทธิ์ในโฟลว์ที่จ้างทำเป็นของผู้ว่าจ้างตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 10 เว้นแต่ปิดสวิตช์ในข้อ 10.1 การโอนลิขสิทธิ์ภายหลังต้องทำเป็นหนังสือตามมาตรา 17 และสิทธิของผู้สร้างสรรค์ตามมาตรา 18 ยังอยู่เสมอ
- **มาตราที่อ้าง:** ป.พ.พ. ม.224, 383, 420, 575, 587, 600, 605, 810, 811; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 8; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.10, 15, 17, 18; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.28–29, 37, 39, 40; ประมวลรัษฎากร ม.78/1, 86, 113–114, 118, บัญชีอัตราอากรลักษณะ 4, 21; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8, 12/7
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 249 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้เมื่อจ้างทำโฟลว์บน Zapier, Make, n8n, Power Automate หรือ Apps Script เชื่อมเครื่องมือที่ใช้อยู่แล้ว
- ใช้เมื่อโฟลว์เขียนข้อมูลลงระบบบัญชี สต็อก คำสั่งซื้อ หรือทะเบียนลูกค้า และต้องมีแผนย้อนกลับ
- ใช้เมื่อต้องการให้บัญชีและโฟลว์เป็นของผู้ว่าจ้าง ย้ายไปให้คนอื่นดูแลต่อได้

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- บัญชีเครื่องมือต้องอยู่ในชื่อผู้ว่าจ้าง ถ้าอยู่ในบัญชีผู้รับจ้าง เลิกจ้างแล้วระบบดับทันที
- ระบุคนรับแจ้งเตือนที่เปิดดูจริง และตรวจเทียบยอดด้วยมือตามรอบ เพราะความล้มเหลวบางอย่างไม่มีแจ้งเตือน
- ค่าสมาชิกเครื่องมือเป็นเงินของผู้ว่าจ้าง แยกจากค่าจ้าง ถ้าผู้รับจ้างสำรองจ่ายต้องคืนพร้อมหลักฐานตาม ป.พ.พ. ม.810–811
- ถ้ามีข้อมูลลูกค้าไหลผ่าน ต้องทำข้อตกลงประมวลผลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.40 และเครื่องมือต่างประเทศต้องตรวจ ม.28–29
- เพดานความรับผิดต้องไม่คลุมการทุจริต จงใจ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง และการยึดโฟลว์ไว้ต่อรอง ไม่งั้นเสี่ยงถูกตัดตาม พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.8

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ถ้าต้องเขียนโค้ดเชื่อมระบบกับ API โดยตรง ให้ใช้ [สัญญาจ้างเชื่อมต่อ API](/s/th_api_integration)
- ถ้าสร้างระบบหรือโปรแกรมใหม่ทั้งระบบ ให้ใช้ [สัญญาจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์ / ระบบสารสนเทศ](/s/th_software_development)
- ถ้าต้องการคนดูแลโฟลว์ต่อเนื่องรายเดือนหลังส่งมอบ ให้ใช้ [สัญญาบำรุงรักษาระบบหรือเว็บไซต์](/s/th_website_system_maintenance)

## อากรแสตมป์

สัญญานี้เป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 จึงเข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า จากค่าจ้าง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ตัวเลขนี้คิดจากค่าจ้างเท่านั้น ค่าสมาชิกเครื่องมือที่ผู้ว่าจ้างจ่ายเองหรือจ่ายคืนตามจริงไม่ใช่สินจ้าง หากแยกทำหนังสือแต่งตั้งให้ผู้รับจ้างจ่ายเงินแทน ให้ตรวจอากรลักษณะ 21 แยกต่างหาก

ถ้าไม่ปิดอากรให้ครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114 ถ้าลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ภายในกำหนด

## การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

สัญญาจ้างทำระบบ Automation ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ถ้าผู้รับจ้างเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าหรือพนักงานของผู้ว่าจ้าง ต้องมีข้อตกลงประมวลผลข้อมูลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 40 ให้ใช้แม่แบบสัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแนบท้ายก่อนเปิดสิทธิ ลิขสิทธิ์ในโฟลว์ที่จ้างทำเป็นของผู้ว่าจ้างตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 10 เว้นแต่ปิดสวิตช์ในข้อ 10.1 การโอนลิขสิทธิ์ภายหลังต้องทำเป็นหนังสือตามมาตรา 17 และสิทธิของผู้สร้างสรรค์ตามมาตรา 18 ยังอยู่เสมอ

## ภาษี

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 จากค่าจ้างก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป แม้จะแบ่งจ่ายงวดละน้อยกว่านั้นตามข้อ 12/7 ให้ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86

ค่าสมาชิก Zapier, Make, n8n Cloud หรือเครื่องมือต่างประเทศอื่นที่ผู้ว่าจ้างจ่ายเอง ไม่ใช่รายได้ของผู้รับจ้าง แต่ผู้ว่าจ้างต้องตรวจภาษีการจ่ายเงินไปต่างประเทศและภาษีมูลค่าเพิ่มของบริการจากต่างประเทศเอง เรื่องนี้ถูกมองข้ามบ่อยที่สุดในงานประเภทนี้

## ระบบที่ล้มเหลวแบบเงียบ ๆ คือความเสี่ยงจริงของงานนี้

Automation ต่างจากโปรแกรมที่มีคนกดใช้ทุกวัน เพราะเมื่อระบบหยุดทำงาน **ไม่มีใครเห็นทันที** ออเดอร์ที่ไม่ถูกส่งต่อ ใบแจ้งหนี้ที่ไม่ถูกออก หรือรายชื่อลูกค้าที่ไม่ถูกบันทึก อาจหายไปหลายสัปดาห์ก่อนจะมีคนสังเกต

ข้อ 3 จึงกำหนดให้การแจ้งเตือนความล้มเหลวเป็นส่วนสาระสำคัญของงาน โฟลว์ที่ทำงานได้แต่ไม่มีการแจ้งเตือนยังถือว่าส่งงานไม่ครบ และกำหนดให้ผู้ว่าจ้างตรวจเทียบยอดด้วยมือตามรอบ เพราะความล้มเหลวบางอย่าง เช่น ข้อมูลถูกส่งไปผิดช่องหรือถูกข้ามโดยไม่มีข้อผิดพลาด ไม่ทำให้ระบบส่งแจ้งเตือนเลย ข้อ 3.3 ระบุว่าถ้าผู้ว่าจ้างไม่ตรวจตามรอบ ความเสียหายที่ขยายตัวเพราะเหตุนั้นจะนำมาพิจารณาในการแบ่งความรับผิด

## บัญชีต้องเป็นของผู้ว่าจ้าง — ห้ามยึดโฟลว์ไว้ต่อรอง

ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือผู้รับจ้างสร้างโฟลว์ไว้ในบัญชี Zapier หรือ Make ของตัวเอง เมื่อเลิกจ้างหรือมีข้อพิพาท ระบบของผู้ว่าจ้างก็หยุดทำงานทันที ข้อ 2.1 จึงบังคับให้บัญชีอยู่ในชื่อผู้ว่าจ้าง และข้อ 10.4 บังคับให้ส่งมอบโฟลว์ในรูปแบบที่นำเข้าบัญชีอื่นได้

ข้อ 10.5 ห้ามทั้งสองฝ่ายยึดของอีกฝ่ายไว้ต่อรอง ผู้รับจ้างที่ปิดโฟลว์ เปลี่ยนรหัส หรือกักข้อมูลเพื่อบังคับให้จ่ายเงินที่ยังพิพาท ถือว่าผิดสัญญาในสาระสำคัญ และความเสียหายนั้นอยู่นอกเพดานตามข้อ 11.3 นอกจากนี้ การเข้าระบบหลังถูกถอนสิทธิหรือการแก้ไขข้อมูลโดยไม่มีสิทธิอาจเป็นความผิดอาญาตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 5–10 แยกจากความรับผิดทางสัญญา ต้องตรวจข้อเท็จจริงก่อนกล่าวหา ส่วนผู้ว่าจ้างที่ระงับค่าจ้างส่วนที่ไม่โต้แย้งต้องเสียดอกเบี้ยผิดนัดตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 และข้อ 9.3

ค่าเครื่องมือที่ผู้รับจ้างสำรองจ่ายเป็นเงินของผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างต้องส่งมอบเงินและหลักฐานคืนตาม ป.พ.พ. มาตรา 810 และถ้านำไปใช้เพื่อตนเองต้องเสียดอกเบี้ยตามมาตรา 811 ข้อ 2.3 ห้ามเปลี่ยนแพ็กเกจเองโดยไม่อนุมัติ ถ้าฝ่าฝืนผู้รับจ้างรับส่วนเกินเอง

## ข้อห้ามที่เหลือและผลเมื่อฝ่าฝืน

- **ใส่รหัสเชื่อมต่อในเอกสารหรือส่งต่อ (ข้อ 2.2)** — ถือเป็นการผิดสัญญาในสาระสำคัญ อีกฝ่ายบอกเลิกได้ตามข้อ 12.1 และเรียกค่าเสียหายตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 ได้ถ้ามีความเสียหายจริง
- **ลบบันทึกหรือสั่งให้ระบบทำงานซ้ำกับข้อมูลจริงเพื่อลองแก้ (ข้อ 4.3)** — ผู้รับจ้างรับผิดในความเสียหายที่เกิดจริง ส่วนการลบหลักฐานจะทำให้พิสูจน์ได้ยากขึ้นว่าความผิดพลาดเกิดจากใคร
- **ใส่ข้อมูลลงเครื่องมือหรือ AI ที่ไม่ได้ระบุไว้ (ข้อ 8.5)** — ผิดสัญญาในสาระสำคัญ ถ้าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอาจเป็นการประมวลผลนอกคำสั่ง ทำให้ผู้รับจ้างมีฐานะผู้ควบคุมข้อมูลเองตามมาตรา 40 วรรคท้าย และถ้าเครื่องมืออยู่ต่างประเทศต้องตรวจการโอนข้อมูลตามมาตรา 28–29
- **นำโฟลว์เฉพาะไปใช้กับลูกค้ารายอื่น (ข้อ 10.1)** — เมื่อลิขสิทธิ์เป็นของผู้ว่าจ้าง การทำซ้ำเป็นการละเมิดสิทธิแต่ผู้เดียวตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 15

## ไม่รับประกันชั่วโมงที่ประหยัดได้ และเส้นแบ่งจ้างทำของ

ผู้ขายงาน Automation มักอ้างว่า "ประหยัดได้ 20 ชั่วโมงต่อเดือน" ข้อ 7.3 ระบุว่าตัวเลขนี้เป็นการคาดการณ์ ไม่ใช่คำรับรอง สิ่งที่ผู้รับจ้างรับประกันคือโฟลว์ทำงานได้ตามเกณฑ์ตรวจรับ ถ้าต้องการผูกค่าจ้างกับผลลัพธ์ ต้องเขียนตัวชี้วัดที่วัดได้ลงในเกณฑ์ตรวจรับให้ชัด

สวิตช์ในข้อ 6.2 ให้ความเงียบถือเป็นการตรวจรับได้ก็ต่อเมื่อส่งหลักฐานครบและเตือนก่อนครบกำหนดแล้ว และไม่ตัดสิทธิเรื่องความชำรุดบกพร่องตาม ป.พ.พ. มาตรา 600 ไม่เช่นนั้นเสี่ยงเป็นข้อสัญญาไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 เพดานความรับผิดในข้อ 11.3 ยกเว้นกรณีทุจริต จงใจ และประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงไว้ตามมาตรา 8 การเลิกก่อนงานเสร็จตามข้อ 12.2 คิดตามงานที่ทำจริงตาม ป.พ.พ. มาตรา 605 ไม่ริบค่าจ้างทั้งก้อน และสัญญานี้ไม่มีเบี้ยปรับรายวัน จึงไม่ต้องให้ศาลลดตามมาตรา 383

ข้อ 1.4 เขียนว่าผู้รับจ้างเป็นผู้รับจ้างอิสระ แต่ชื่อสัญญาไม่ได้ตัดสินเรื่องนี้ ถ้าผู้ว่าจ้างสั่งงานรายวัน กำหนดเวลาเข้าออก ให้ใช้อุปกรณ์ของบริษัท และจ่ายเป็นรายเดือนต่อเนื่อง อาจกลายเป็นจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. มาตรา 575 แทนจ้างทำของตามมาตรา 587 ซึ่งทำให้มีภาระค่าชดเชย เงินสมทบประกันสังคม และการหักภาษีที่ต่างไป

## ข้อที่คนจ้างทำ Automation พลาดบ่อย

- **สร้างโฟลว์ในบัญชีของผู้รับจ้าง** — เลิกจ้างแล้วระบบดับ ย้ายออกไม่ได้ ข้อ 2.1 และข้อ 10.4 แก้จุดนี้
- **ไม่มีคนรับแจ้งเตือน** — ตั้งให้ส่งเข้าอีเมลที่ไม่มีใครเปิดก็เท่ากับไม่มีแจ้งเตือน ให้ระบุชื่อคนหรือกลุ่มแชตที่มีคนดูจริง
- **ไม่ได้คำนวณโควตา** — แพ็กเกจราคาถูกมักจำกัดจำนวนรอบต่อเดือน เมื่อเต็มแล้วระบบหยุดเงียบ ๆ ตอนสิ้นเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ออเดอร์เยอะที่สุด
- **ไม่มีแผนย้อนกลับสำหรับโฟลว์ที่เขียนลงระบบบัญชีหรือสต็อก** — รายการผิดร้อยรายการที่ระบบสร้างในคืนเดียว ต้องมีวิธีค้นหาและแก้ ไม่ใช่ไล่ลบด้วยมือ
- **ใช้ AI ในโฟลว์โดยไม่มีคนตรวจ** — ข้อ 8.4 กำหนดให้มีคนตรวจก่อนผลจะถึงลูกค้าหรือเข้าระบบเงิน และปิดการนำข้อมูลไปฝึกโมเดลไว้เป็นค่าเริ่มต้น
- **คิดว่าผู้รับจ้างต้องดูแลตลอดไป** — ระยะดูแลหลังเปิดมีเท่าที่ระบุในข้อ 5.3 หลังจากนั้นให้ใช้สัญญาบำรุงรักษาระบบหรือเว็บไซต์

## เอกสารแนบท้ายสัญญา

- ผังลำดับขั้นของโฟลว์ เหตุตั้งต้น เครื่องมือที่เชื่อม และข้อมูลที่ไหลผ่านแต่ละขั้น
- รายการบัญชีเครื่องมือ ผู้เป็นเจ้าของบัญชี แพ็กเกจ โควตา และผู้ชำระค่าสมาชิก
- เกณฑ์ตรวจรับ รวมกรณีทดสอบเหตุตั้งต้นซ้ำ เครื่องมือปลายทางล่ม และโควตาหมด
- แผนย้อนกลับ และวิธีตรวจเทียบยอดด้วยมือ
- ถ้ามีข้อมูลส่วนบุคคล แนบข้อตกลงประมวลผลข้อมูลตามมาตรา 37, 39 และ 40 พร้อมรายชื่อเครื่องมือและประเทศที่ข้อมูลถูกส่งไป

## วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับเอกสารแนบทุกหน้า มีพยานหรือไม่ก็ได้ ก่อนลงนามให้ตรวจว่าบัญชีเครื่องมือทุกตัวอยู่ในชื่อผู้ว่าจ้างและกู้คืนบัญชีได้จริง ห้ามเขียนรหัสผ่านหรือรหัสเชื่อมต่อลงในสัญญาหรือเอกสารแนบ

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-5BF471 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญาจ้างทำระบบ Automation ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญานี้เป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 จึงเข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า จากค่าจ้าง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ตัวเลขนี้คิดจากค่าจ้างเท่านั้น ค่าสมาชิกเครื่องมือที่ผู้ว่าจ้างจ่ายเองหรือจ่ายคืนตามจริงไม่ใช่สินจ้าง หากแยกทำหนังสือแต่งตั้งให้ผู้รับจ้างจ่ายเงินแทน ให้ตรวจอากรลักษณะ 21 แยกต่างหาก ถ้าไม่ปิดอากรให้ครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114 ถ้าลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ภายในกำหนด

### สัญญาจ้างทำระบบ Automation เสียภาษีอะไรบ้าง

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 จากค่าจ้างก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป แม้จะแบ่งจ่ายงวดละน้อยกว่านั้นตามข้อ 12/7 ให้ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 ค่าสมาชิก Zapier, Make, n8n Cloud หรือเครื่องมือต่างประเทศอื่นที่ผู้ว่าจ้างจ่ายเอง ไม่ใช่รายได้ของผู้รับจ้าง แต่ผู้ว่าจ้างต้องตรวจภาษีการจ่ายเงินไปต่างประเทศและภาษีมูลค่าเพิ่มของบริการจากต่างประเทศเอง เรื่องนี้ถูกมองข้ามบ่อยที่สุดในงานประเภทนี้

### ใช้สัญญาจ้างทำระบบ Automationตอนไหน

ใช้เมื่อจ้างทำโฟลว์บน Zapier, Make, n8n, Power Automate หรือ Apps Script เชื่อมเครื่องมือที่ใช้อยู่แล้ว · ใช้เมื่อโฟลว์เขียนข้อมูลลงระบบบัญชี สต็อก คำสั่งซื้อ หรือทะเบียนลูกค้า และต้องมีแผนย้อนกลับ · ใช้เมื่อต้องการให้บัญชีและโฟลว์เป็นของผู้ว่าจ้าง ย้ายไปให้คนอื่นดูแลต่อได้

### ทำสัญญาจ้างทำระบบ Automationต้องระวังอะไร

บัญชีเครื่องมือต้องอยู่ในชื่อผู้ว่าจ้าง ถ้าอยู่ในบัญชีผู้รับจ้าง เลิกจ้างแล้วระบบดับทันที · ระบุคนรับแจ้งเตือนที่เปิดดูจริง และตรวจเทียบยอดด้วยมือตามรอบ เพราะความล้มเหลวบางอย่างไม่มีแจ้งเตือน · ค่าสมาชิกเครื่องมือเป็นเงินของผู้ว่าจ้าง แยกจากค่าจ้าง ถ้าผู้รับจ้างสำรองจ่ายต้องคืนพร้อมหลักฐานตาม ป.พ.พ. ม.810–811 · ถ้ามีข้อมูลลูกค้าไหลผ่าน ต้องทำข้อตกลงประมวลผลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.40 และเครื่องมือต่างประเทศต้องตรวจ ม.28–29 · เพดานความรับผิดต้องไม่คลุมการทุจริต จงใจ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง และการยึดโฟลว์ไว้ต่อรอง ไม่งั้นเสี่ยงถูกตัดตาม พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.8

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างทำระบบ Automation

ถ้าต้องเขียนโค้ดเชื่อมระบบกับ API โดยตรง ให้ใช้ สัญญาจ้างเชื่อมต่อ API · ถ้าสร้างระบบหรือโปรแกรมใหม่ทั้งระบบ ให้ใช้ สัญญาจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์ / ระบบสารสนเทศ · ถ้าต้องการคนดูแลโฟลว์ต่อเนื่องรายเดือนหลังส่งมอบ ให้ใช้ สัญญาบำรุงรักษาระบบหรือเว็บไซต์

### สัญญาจ้างทำระบบ Automation ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

สัญญาจ้างทำระบบ Automation ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ถ้าผู้รับจ้างเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าหรือพนักงานของผู้ว่าจ้าง ต้องมีข้อตกลงประมวลผลข้อมูลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 40 ให้ใช้แม่แบบสัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแนบท้ายก่อนเปิดสิทธิ ลิขสิทธิ์ในโฟลว์ที่จ้างทำเป็นของผู้ว่าจ้างตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 10 เว้นแต่ปิดสวิตช์ในข้อ 10.1 การโอนลิขสิทธิ์ภายหลังต้องทำเป็นหนังสือตามมาตรา 17 และสิทธิของผู้สร้างสรรค์ตามมาตรา 18 ยังอยู่เสมอ

### ลงนามสัญญาจ้างทำระบบ Automationต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับเอกสารแนบทุกหน้า มีพยานหรือไม่ก็ได้ ก่อนลงนามให้ตรวจว่าบัญชีเครื่องมือทุกตัวอยู่ในชื่อผู้ว่าจ้างและกู้คืนบัญชีได้จริง ห้ามเขียนรหัสผ่านหรือรหัสเชื่อมต่อลงในสัญญาหรือเอกสารแนบ

### ทำสัญญาจ้างทำระบบ Automationต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

ผังลำดับขั้นของโฟลว์ เหตุตั้งต้น เครื่องมือที่เชื่อม และข้อมูลที่ไหลผ่านแต่ละขั้น รายการบัญชีเครื่องมือ ผู้เป็นเจ้าของบัญชี แพ็กเกจ โควตา และผู้ชำระค่าสมาชิก เกณฑ์ตรวจรับ รวมกรณีทดสอบเหตุตั้งต้นซ้ำ เครื่องมือปลายทางล่ม และโควตาหมด แผนย้อนกลับ และวิธีตรวจเทียบยอดด้วยมือ ถ้ามีข้อมูลส่วนบุคคล แนบข้อตกลงประมวลผลข้อมูลตามมาตรา 37, 39 และ 40 พร้อมรายชื่อเครื่องมือและประเทศที่ข้อมูลถูกส่งไป

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

_บริบท: หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420

ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

_บริบท: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575

อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้

_บริบท: ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 600

ถ้ามิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาไซร้ ท่านว่าผู้รับจ้างจะต้องรับผิดเพื่อการที่ทำชำรุดบกพร่องเพียงแต่ที่ปรากฏขึ้นภายในปีหนึ่งนับแต่วันส่งมอบ หรือที่ปรากฏขึ้นภายในห้าปี ถ้าการที่ทำนั้นเป็นสิ่งปลูกสร้างกับพื้นดิน นอกจากเรือนโรงทำด้วยเครื่องไม้

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 605

ถ้าการที่จ้างยังทำไม่แล้วเสร็จอยู่ตราบใด ผู้ว่าจ้างอาจบอกเลิกสัญญาได้ เมื่อเสียค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับจ้างเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 810

เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นบรรดาที่ตัวแทนได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนนั้น ท่านว่าตัวแทนต้องส่งให้แก่ตัวการจงสิ้น

_บริบท: หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 811

ถ้าตัวแทนเอาเงินซึ่งควรจะได้ส่งแก่ตัวการ หรือซึ่งควรจะใช้ในกิจของตัวการนั้นไปใช้สอยเป็นประโยชน์ตนเสีย ท่านว่าตัวแทนต้องเสียดอกเบี้ยในเงินนั้นนับแต่วันที่ได้เอาไปใช้

_บริบท: หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10

งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15

ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม หรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 17

ลิขสิทธิ์นั้นย่อมโอนให้แก่กันได้ เจ้าของลิขสิทธิ์อาจโอนลิขสิทธิ์ของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลอื่นได้ และจะโอน ให้โดยมีกำหนดเวลาหรือตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ก็ได้ การโอนลิขสิทธิ์ตามวรรคสองซึ่งมิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอน และผู้รับโอน ถ้าไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญาโอน ให้ถือว่าเป็นการโอนมีกำหนดระยะเวลาสิบปี

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18

ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28

ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 16 (5) เว้นแต่ (1) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย (2) ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึง มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศ ที่รับข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (5) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลอื่น เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้ (6) เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอของประเทศปลายทาง หรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคล ให้เสนอต่อคณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัย ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอาจขอให้ทบทวนได้เมื่อมีหลักฐานใหม่ทำให้เชื่อได้ว่าประเทศปลายทางหรือ องค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลมีการพัฒนาจนมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่เพียงพอ

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1

ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้

_บริบท: ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 86

ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

_บริบท: ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 5

ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

_บริบท: พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8

คำว่า “เหตุสุดวิสัย” หมายความว่า เหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้น จะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น

_บริบท: ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 39

ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลบันทึกรายการ อย่างน้อยดังต่อไปนี้ เพื่อให้เจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลและสำนักงานสามารถตรวจสอบได้ โดยจะบันทึกเป็นหนังสือหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ ก็ได้ (1) ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม (2) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภท (3) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (4) ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล (5) สิทธิและวิธีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งเงื่อนไขเกี่ยวกับบุคคลที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูล ส่วนบุคคลและเงื่อนไขในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลนั้น (6) การใช้หรือเปิดเผยตามมาตรา 27 วรรคสาม (7) การปฏิเสธคำขอหรือการคัดค้านตามมาตรา 30 วรรคสาม มาตรา 31 วรรคสาม

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_automation_workflow

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย