# สัญญาจ้างทำของ — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล) ต้องมีอะไรบ้าง

> ใช้เมื่อว่าจ้างให้ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งจนสำเร็จโดยจ่ายค่าจ้างตามผลงาน เช่น จ้างต่อเติมบ้าน ทำเฟอร์นิเจอร์ ผลิตชิ้นงาน ทำเว็บไซต์ จัดงานอีเวนต์ — คู่สัญญาเป็นบริษัทหรือบุคคลธรรมดาก็ได้

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E2%80%94-%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%9B-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%84%E0%B8%A5

## ตอบสั้น

จ้างให้ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งจนสำเร็จ จ่ายตามผลงาน — ต่อเติมบ้าน ทำเฟอร์นิเจอร์ ผลิตชิ้นงาน ทำเว็บไซต์ · ผู้รับจ้างต้องติดอากรแสตมป์ 1 บาทต่อค่าจ้างทุก 1,000 บาท — ไม่ติด ใช้ฟ้องไม่ได้

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** จ้างผู้รับเหมา ช่าง ฟรีแลนซ์ หรือบริษัท ทำงานที่มีผลสำเร็จชัดเจน
- **อากรแสตมป์:** สัญญาจ้างทำของต้องติดอากรแสตมป์ 1 บาท ต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ของสินจ้าง (…) ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4 — ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า · คู่ฉบับติดอีก 5 บาท (ลักษณะ 23) ยังไม่รู้สินจ้างแน่นอนตอนทำสัญญา ให้ประมาณตามสมควร แล้วเสียเพิ่มทุกครั้งที่รับเงินงวดจนครบ (หมายเหตุท้ายลักษณะ 4) สินจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากรแทนการติดแสตมป์ ก่อนลงนามหรือภายใน 15 วัน (ประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 37 ข้อ 2(3)) ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต้องชำระผ่าน e-Stamp (อ.ส.9) ภายใน 15 วัน ไม่ติดอากรหรือติดไม่ครบ ใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียครบ (ประมวลรัษฎากร ม.118) และอาจโดนเงินเพิ่ม 2–6 เท่า (ม.113, 114)
- **ภาษี:** ค่าจ้าง ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม — ผู้รับจ้างที่จดทะเบียน VAT ออกใบกำกับภาษีบวก 7% ต่างหาก ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% จากค่าจ้างทำของ และออกหนังสือรับรอง 50 ทวิ — บุคคลธรรมดาว่าจ้างกันเองไม่ต้องหัก
- **มาตราที่อ้าง:** ป.พ.พ. ม.575, 587, 595–601, 193/34, 381, 383 · พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.4 · ประมวลรัษฎากร ม.113, 114, 118 · บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4, 7, 23 · ประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 37 ข้อ 2(3)
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 249 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- จ้างผู้รับเหมา ช่าง ฟรีแลนซ์ หรือบริษัท ทำงานที่มีผลสำเร็จชัดเจน
- ต้องการงวดจ่ายผูกกับงานที่เสร็จ และค่าปรับถ้าช้า
- ต้องการระยะประกันผลงานหลังส่งมอบ

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- ผู้รับจ้างต้องติดอากรแสตมป์ 1 บาทต่อค่าจ้างทุก 1,000 บาท — ไม่ติด ใช้ฟ้องไม่ได้
- ผู้ว่าจ้างที่เป็นบริษัทต้องหัก ณ ที่จ่าย 3%
- สั่งงานรายวัน กำหนดเวลาเข้างาน จ่ายรายเดือน = กลายเป็นจ้างแรงงาน ต้องจ่ายค่าชดเชย
- รับมอบงานล่าช้าโดยไม่สงวนสิทธิ = เสียสิทธิเรียกค่าปรับ
- ค่าปรับสูงเกินส่วนศาลลดได้ — 0.1–0.2% ต่อวันเป็นค่าที่ปลอดภัย

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- จ้างพนักงานประจำ — ใช้สัญญาจ้างแรงงาน
- จ้างที่ปรึกษาให้คำแนะนำ — ใช้สัญญาจ้างที่ปรึกษา
- ซื้อของสำเร็จรูป — ใช้สัญญาซื้อขาย
- ถ้าคู่สัญญาเป็นชาวต่างชาติหรือต้องการฉบับภาษาอังกฤษ ให้ใช้ [Service Agreement — สัญญาจ้างบริการ ภาษาอังกฤษ](/s/en_service_agreement)

## อากรแสตมป์

สัญญาจ้างทำของต้องติดอากรแสตมป์ **1 บาท ต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ของสินจ้าง** (…) ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4 — **ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า** · คู่ฉบับติดอีก 5 บาท (ลักษณะ 23)

- ยังไม่รู้สินจ้างแน่นอนตอนทำสัญญา ให้ประมาณตามสมควร แล้วเสียเพิ่มทุกครั้งที่รับเงินงวดจนครบ (หมายเหตุท้ายลักษณะ 4)
- สินจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากรแทนการติดแสตมป์ ก่อนลงนามหรือภายใน 15 วัน (ประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 37 ข้อ 2(3))
- ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต้องชำระผ่าน e-Stamp (อ.ส.9) ภายใน 15 วัน
- ไม่ติดอากรหรือติดไม่ครบ ใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียครบ (ประมวลรัษฎากร ม.118) และอาจโดนเงินเพิ่ม 2–6 เท่า (ม.113, 114)

## ภาษี

- ค่าจ้าง «ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม» — ผู้รับจ้างที่จดทะเบียน VAT ออกใบกำกับภาษีบวก 7% ต่างหาก
- ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% จากค่าจ้างทำของ และออกหนังสือรับรอง 50 ทวิ — บุคคลธรรมดาว่าจ้างกันเองไม่ต้องหัก

## จ้างทำของ ไม่ใช่จ้างแรงงาน — แยกให้ถูก

- จ้างทำของ (ป.พ.พ. ม.587): มุ่งผลสำเร็จของงาน ผู้รับจ้างเลือกวิธีทำเอง ผู้ว่าจ้างสั่งงานรายวันไม่ได้ ไม่มีค่าชดเชย ไม่ต้องขึ้นประกันสังคม
- ถ้าในทางปฏิบัติผู้ว่าจ้างกำหนดเวลาเข้างาน สั่งงานรายวัน จ่ายเป็นรายเดือน ศาลอาจถือว่าเป็นจ้างแรงงาน (ม.575) และต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน แม้ชื่อสัญญาจะเป็นจ้างทำของ

## ความรับผิดเรื่องชำรุดบกพร่อง

- ผู้รับจ้างจัดหาวัสดุเอง ต้องใช้ชนิดที่ดี (ม.595) และรับผิดในความชำรุดบกพร่อง (ม.595–600)
- ฟ้องเรื่องชำรุดบกพร่องต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ปรากฏ (ม.601) — ระยะประกันในข้อ 6 คือข้อตกลงเพิ่มจากกฎหมาย
- อายุความเรียกค่าจ้างทำของ 2 ปี (ม.193/34)

## เบี้ยปรับล่าช้า (ข้อ 5 วรรคสอง — ถ้าเปิดใช้)

- เบี้ยปรับที่สูงเกินส่วน ศาลลดลงได้ (ม.383) — อัตราที่ใช้กันทั่วไปคือ 0.1–0.2% ของค่าจ้างต่อวัน สูงกว่านั้นเสี่ยงถูกลด
- ถ้ารับมอบงานโดยไม่สงวนสิทธิเรียกเบี้ยปรับ สิทธิเรียกเบี้ยปรับหมดไป (ม.381 วรรคท้าย) — ตอนรับงานล่าช้าให้เขียนในหลักฐานรับมอบว่า «สงวนสิทธิเรียกเบี้ยปรับ»

## ข้อสัญญาที่ควรรู้ก่อนลงนาม

- ข้อ 7 วรรคสอง ผู้รับจ้างรับผิดแม้เหตุสุดวิสัยจนกว่าจะส่งมอบงานครั้งสุดท้าย — หนักกว่ากฎหมายทั่วไป ผู้รับจ้างควรทำประกันภัยงานหรือต่อรองตัดวรรคนี้
- ข้อ 5 ให้ผู้ว่าจ้างเลิกสัญญาได้เมื่อ «มีเหตุให้เชื่อได้ว่า» จะเสร็จไม่ทัน — ถ้าเป็นสัญญาสำเร็จรูปที่ผู้ว่าจ้างร่างฝ่ายเดียว ข้อนี้บังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรม (พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.4) ควรมีหนังสือแจ้งเตือนก่อนใช้สิทธิ

## ข้อมูลส่วนบุคคล

- ถ้างานนี้ทำให้ผู้รับจ้างต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนผู้ว่าจ้างเป็นหลัก (เช่น ทำระบบที่เก็บข้อมูลลูกค้า) ควรทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแนบท้ายสัญญาเพิ่ม — ข้อ 10.6 คุ้มครองไว้เพียงขั้นพื้นฐาน

## เอกสารแนบท้าย

- ผนวก 1 รายละเอียดงานจ้าง · ผนวก 2 ใบเสนอราคา — ระบุจำนวนหน้าให้ตรงกับที่แนบจริง ลงชื่อกำกับทุกหน้า
- นิติบุคคล: หนังสือรับรอง (ไม่เกิน 6 เดือน) + หนังสือมอบอำนาจถ้าไม่ใช่กรรมการลงนาม (ติดอากร 10/30 บาท) · บุคคลธรรมดา: สำเนาบัตรประชาชน

## วันลงนาม

- 2 ฉบับ ข้อความตรงกัน · ประทับตรา (ถ้าหนังสือรับรองกำหนด) · พยาน 2 คน · ลงลายมือชื่อกำกับทุกหน้า
- ติดอากรและขีดฆ่าในวันลงนาม

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-32F39B · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญาจ้างทำของ — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล) ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาจ้างทำของต้องติดอากรแสตมป์ 1 บาท ต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ของสินจ้าง (…) ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4 — ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า · คู่ฉบับติดอีก 5 บาท (ลักษณะ 23) ยังไม่รู้สินจ้างแน่นอนตอนทำสัญญา ให้ประมาณตามสมควร แล้วเสียเพิ่มทุกครั้งที่รับเงินงวดจนครบ (หมายเหตุท้ายลักษณะ 4) สินจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากรแทนการติดแสตมป์ ก่อนลงนามหรือภายใน 15 วัน (ประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 37 ข้อ 2(3)) ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต้องชำระผ่าน e-Stamp (อ.ส.9) ภายใน 15 วัน ไม่ติดอากรหรือติดไม่ครบ ใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียครบ (ประมวลรัษฎากร ม.118) และอาจโดนเงินเพิ่ม 2–6 เท่า (ม.113, 114)

### สัญญาจ้างทำของ — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล) เสียภาษีอะไรบ้าง

ค่าจ้าง ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม — ผู้รับจ้างที่จดทะเบียน VAT ออกใบกำกับภาษีบวก 7% ต่างหาก ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% จากค่าจ้างทำของ และออกหนังสือรับรอง 50 ทวิ — บุคคลธรรมดาว่าจ้างกันเองไม่ต้องหัก

### ใช้สัญญาจ้างทำของ — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล)ตอนไหน

จ้างผู้รับเหมา ช่าง ฟรีแลนซ์ หรือบริษัท ทำงานที่มีผลสำเร็จชัดเจน · ต้องการงวดจ่ายผูกกับงานที่เสร็จ และค่าปรับถ้าช้า · ต้องการระยะประกันผลงานหลังส่งมอบ

### ทำสัญญาจ้างทำของ — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล)ต้องระวังอะไร

ผู้รับจ้างต้องติดอากรแสตมป์ 1 บาทต่อค่าจ้างทุก 1,000 บาท — ไม่ติด ใช้ฟ้องไม่ได้ · ผู้ว่าจ้างที่เป็นบริษัทต้องหัก ณ ที่จ่าย 3% · สั่งงานรายวัน กำหนดเวลาเข้างาน จ่ายรายเดือน = กลายเป็นจ้างแรงงาน ต้องจ่ายค่าชดเชย · รับมอบงานล่าช้าโดยไม่สงวนสิทธิ = เสียสิทธิเรียกค่าปรับ · ค่าปรับสูงเกินส่วนศาลลดได้ — 0.1–0.2% ต่อวันเป็นค่าที่ปลอดภัย

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างทำของ — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล)

จ้างพนักงานประจำ — ใช้สัญญาจ้างแรงงาน · จ้างที่ปรึกษาให้คำแนะนำ — ใช้สัญญาจ้างที่ปรึกษา · ซื้อของสำเร็จรูป — ใช้สัญญาซื้อขาย · ถ้าคู่สัญญาเป็นชาวต่างชาติหรือต้องการฉบับภาษาอังกฤษ ให้ใช้ Service Agreement — สัญญาจ้างบริการ ภาษาอังกฤษ

### ลงนามสัญญาจ้างทำของ — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล)ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

2 ฉบับ ข้อความตรงกัน · ประทับตรา (ถ้าหนังสือรับรองกำหนด) · พยาน 2 คน · ลงลายมือชื่อกำกับทุกหน้า ติดอากรและขีดฆ่าในวันลงนาม

### ทำสัญญาจ้างทำของ — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล)ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

ผนวก 1 รายละเอียดงานจ้าง · ผนวก 2 ใบเสนอราคา — ระบุจำนวนหน้าให้ตรงกับที่แนบจริง ลงชื่อกำกับทุกหน้า นิติบุคคล: หนังสือรับรอง (ไม่เกิน 6 เดือน) + หนังสือมอบอำนาจถ้าไม่ใช่กรรมการลงนาม (ติดอากร 10/30 บาท) · บุคคลธรรมดา: สำเนาบัตรประชาชน

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575

อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้

_บริบท: ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 595

ถ้าผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาสัมภาระไซร้ ความรับผิดของผู้รับจ้างในการบกพร่องนั้น ท่านให้บังคับด้วยบทแห่งประมวลกฎหมายนี้ ลักษณะซื้อขาย

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 114

โดยการตรวจสอบตามความในมาตรา 123 ก็ดี โดยการกล่าวหาแจ้งความของบุคคลใดไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงานรัฐบาลหรือมิใช่ก็ดี ถ้าปรากฏว่า (1) มิได้มีการออกใบรับในกรณีที่ต้องออกใบรับตามความในมาตรา 105 หรือมาตรา 106 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากร หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (2) ตราสารมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์โดย (ก) มิได้ปิดแสตมป์เลย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (ข) ปิดแสตมป์น้อยกว่าอากรที่ต้องเสีย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากรที่ขาด หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (ค) ในกรณีอื่น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินเพิ่มอากร เป็นจำนวน 1 เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 601

ท่านห้ามมิให้ฟ้องผู้รับจ้างเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันการชำรุดบกพร่องได้ปรากฏขึ้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34

สิทธิเรียกร้องดังต่อไปนี้ ให้มีกำหนดอายุความสองปี (1) ผู้ประกอบการค้าหรืออุตสาหกรรม ผู้ประกอบหัตถกรรม ผู้ประกอบศิลปอุตสาหกรรมหรือช่างฝีมือ เรียกเอาค่าของที่ได้ส่งมอบ ค่าการงานที่ได้ทำ หรือค่าดูแลกิจการของผู้อื่น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป เว้นแต่เป็นการที่ได้ทำเพื่อกิจการของฝ่ายลูกหนี้นั้นเอง (2) ผู้ประกอบเกษตรกรรมหรือการป่าไม้ เรียกเอาค่าของที่ได้ส่งมอบอันเป็นผลิตผลทางเกษตรหรือป่าไม้ เฉพาะที่ใช้สอยในบ้านเรือนของฝ่ายลูกหนี้นั้นเอง (3) ผู้ขนส่งคนโดยสารหรือสิ่งของหรือผู้รับส่งข่าวสาร เรียกเอาค่าโดยสาร ค่าระวาง ค่าเช่า ค่าธรรมเนียม รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (4) ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมหรือหอพัก ผู้ประกอบธุรกิจในการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม หรือผู้ประกอบธุรกิจสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการเรียกเอาค่าที่พัก อาหารหรือเครื่องดื่ม ค่าบริการหรือค่าการงานที่ได้ทำให้แก่ผู้มาพักหรือใช้บริการ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (5) ผู้ขายสลากกินแบ่ง สลากกินรวบ หรือสลากที่คล้ายคลึงกัน เรียกเอาค่าขายสลาก เว้นแต่เป็นการขายเพื่อการขายต่อ (6) ผู้ประกอบธุรกิจในการให้เช่าสังหาริมทรัพย์ เรียกเอาค่าเช่า (7) บุคคลซึ่งมิได้เข้าอยู่ในประเภทที่ระบุไว้ใน (1) แต่เป็นผู้ประกอบธุรกิจในการดูแลกิจการของผู้อื่นหรือรับทำการงานต่าง ๆ เรียกเอาสินจ้างอันจะพึงได้รับในการนั้น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (8) ลูกจ้างซึ่งรับใช้การงานส่วนบุคคล เรียกเอาค่าจ้างหรือสินจ้างอย่างอื่น เพื่อการงานที่ทำ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือนายจ้างเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป (9) ลูกจ้างไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว หรือลูกจ้างรายวัน รวมทั้งผู้ฝึกหัดงาน เรียกเอาค่าจ้างหรือสินจ้างอย่างอื่น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือนายจ้างเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป (10) ครูสอนผู้ฝึกหัดงาน เรียกเอาค่าฝึกสอนและค่าใช้จ่ายอย่างอื่นตามที่ได้ตกลงกันไว้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (11) เจ้าของสถานศึกษาหรือสถานพยาบาล เรียกเอาค่าธรรมเนียมการเรียนและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ หรือค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอย่างอื่น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (12) ผู้รับคนไว้เพื่อการบำรุงเลี้ยงดูหรือฝึกสอน เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (13) ผู้รับเลี้ยงหรือฝึกสอนสัตว์ เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (14) ครูหรืออาจารย์ เรียกเอาค่าสอน (15) ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม การพยาบาล การผดุงครรภ์ ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ หรือผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาอื่น เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (16) ทนายความหรือผู้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย รวมทั้งพยานผู้เชี่ยวชาญเรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือคู่ความเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป (17) ผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม สถาปัตยกรรม ผู้สอบบัญชี หรือผู้ประกอบวิชาชีพอิสระอื่น เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือผู้ว่าจ้างให้ประกอบการงานดังกล่าวเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป

_บริบท: หมวด 2 กำหนดอายุความ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

_บริบท: หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 381

ถ้าลูกหนี้ได้สัญญาไว้ว่าจะให้เบี้ยปรับเมื่อตนไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องสมควร เช่นว่าไม่ชำระหนี้ตรงตามเวลาที่กำหนดไว้เป็นต้น นอกจากเรียกให้ชำระหนี้ เจ้าหนี้จะเรียกเอาเบี้ยปรับอันจะพึงริบนั้นอีกด้วยก็ได้

_บริบท: หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_hire_of_work

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย