# สัญญาจ้างทำการตลาดออนไลน์ ต้องมีอะไรบ้าง

> ใช้เมื่อธุรกิจจ้างเอเจนซีหรือฟรีแลนซ์วางแผน ผลิตสื่อ ดูแลช่องทาง และบริหารโฆษณาออนไลน์ กำหนดงบสื่อ บัญชีโฆษณา KPI การอนุมัติชิ้นงาน ลิขสิทธิ์ และข้อมูลลูกค้าได้ชัดเจน

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B9%8C

## ตอบสั้น

สัญญาระหว่างธุรกิจกับเอเจนซีหรือฟรีแลนซ์สำหรับวางแผน ผลิตสื่อ และบริหารการตลาดออนไลน์ · เปิดบัญชีโฆษณาในชื่อผู้ว่าจ้างและใช้สิทธิรายบุคคล เพื่อให้ถอนสิทธิได้โดยไม่เสียประวัติแคมเปญ

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้จ้างวางแผนคอนเทนต์ ดูแลสื่อสังคม เว็บไซต์ อีเมล หรือแคมเปญออนไลน์
- **อากรแสตมป์:** สัญญานี้เข้าลักษณะตราสาร 4 จ้างทำของ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่าแสตมป์ อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ค่าบริการรวมให้ผลคำนวณ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) งบสื่อที่ผู้ว่าจ้างจ่ายตรงแก่แพลตฟอร์มและไม่ใช่สินจ้างของผู้รับจ้างไม่รวมในฐานนี้ หากปิดอากรไม่บริบูรณ์ ตราสารใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนชำระอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร ม.118 และอาจมีเงินเพิ่มตาม ม.113–114 สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ให้ตรวจวิธีชำระเป็นตัวเงินตามหลักเกณฑ์ปัจจุบัน
- **ภาษี:** ค่าบริหารการตลาดหรือบริการทั่วไปที่ผู้ว่าจ้างนิติบุคคลจ่ายแก่ผู้รับในประเทศไทยและเข้าเงื่อนไข มีอัตราหัก ณ ที่จ่ายปกติร้อยละ 3 ตาม ท.ป.4/2528 ส่วนค่าโฆษณาที่จ่ายแก่ผู้รับโฆษณาและเข้าเงื่อนไขข้อ 10 มีอัตราปกติร้อยละ 2 จึงต้องแยกค่าบริการกับค่าซื้อสื่อและตรวจผู้รับเงินตามจริงก่อนหัก ผู้รับจ้างจดทะเบียน VAT เรียกเก็บและออกใบกำกับภาษีตามกฎหมาย ให้แพลตฟอร์มออกหลักฐานซื้อสื่อในชื่อผู้ว่าจ้างเมื่อเป็นผู้รับบริการจริง และไม่รวมเงินสำรองจ่ายเป็นรายได้ของเอเจนซีโดยไม่มีเหตุ
- **แบบที่กฎหมายกำหนด:** สัญญาบริการการตลาดทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่หากให้สิทธิใช้เครื่องหมายการค้าจดทะเบียนในลักษณะสัญญาอนุญาต ต้องตรวจการทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ม.68 แยกต่างหาก การให้ใช้โลโก้เพื่อทำสื่อเฉพาะงานไม่ควรเขียนกว้างเป็นสิทธิประกอบธุรกิจภายใต้เครื่องหมาย
- **มาตราที่อ้าง:** ป.พ.พ. ม.7, 204, 224, 383, 387, 391, 587, 605; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 ม.4, 5, 8; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.10, 18, 15, 17; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ม.28–29, 30–37, 39, 40; ประมวลรัษฎากร ม.113, 114, 118 และบัญชีอัตราอากรลักษณะ 4; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 10, 12/1, 12/7
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 349 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้จ้างวางแผนคอนเทนต์ ดูแลสื่อสังคม เว็บไซต์ อีเมล หรือแคมเปญออนไลน์
- ใช้เมื่อมีงบซื้อสื่อแยกจากค่าบริการและต้องกำหนดเพดานใช้จ่าย
- ใช้เมื่อผู้รับจ้างเข้าถึงบัญชีโฆษณา ข้อมูลลูกค้า หรือรายงานผลของผู้ว่าจ้าง

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- เปิดบัญชีโฆษณาในชื่อผู้ว่าจ้างและใช้สิทธิรายบุคคล เพื่อให้ถอนสิทธิได้โดยไม่เสียประวัติแคมเปญ
- แยกค่าบริการกับงบซื้อสื่อ เพราะภาษีและหลักฐานจ่ายต่างกัน
- KPI ไม่ควรเขียนเป็นการรับประกันยอดขาย แต่ต้องมีวิธีวัดและแหล่งข้อมูลเดียวกัน
- ข้อความโฆษณาต้องตรวจ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค ม.22 และกฎหมายเฉพาะสินค้า ก่อนเผยแพร่
- ถ้าใช้ข้อมูลลูกค้า ผู้รับจ้างต้องทำตามคำสั่งและหน้าที่ผู้ประมวลผลตาม PDPA ม.40

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ไม่เหมาะกับจ้าง Influencer ผลิตและโพสต์คอนเทนต์ในบัญชีของตน ให้ใช้ [สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL](/s/th_influencer_campaign)
- ไม่เหมาะกับบริหารร้านและคำสั่งซื้อใน Marketplace เป็นหลัก ให้ใช้ [สัญญาบริหารร้านค้าใน Shopee, Lazada หรือ TikTok Shop](/s/th_marketplace_store_management)
- ไม่เหมาะกับ Affiliate ที่รับค่าตอบแทนตามยอดแนะนำเป็นหลัก ให้ใช้ [สัญญาจ้างนายหน้า Affiliate (แนะนำสินค้ารับค่าบำเหน็จ)](/s/th_affiliate)
- สัญญาจ้างบริหารงบโฆษณาออนไลน์ ภาษาอังกฤษ — ใช้ [Paid Media Management Agreement — สัญญาจ้างบริหารงบโฆษณาออนไลน์ ภาษาอังกฤษ](/s/en_paid_media_management)

## อากรแสตมป์

สัญญานี้เข้าลักษณะตราสาร 4 จ้างทำของ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่าแสตมป์ อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ค่าบริการรวมให้ผลคำนวณ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) งบสื่อที่ผู้ว่าจ้างจ่ายตรงแก่แพลตฟอร์มและไม่ใช่สินจ้างของผู้รับจ้างไม่รวมในฐานนี้

หากปิดอากรไม่บริบูรณ์ ตราสารใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนชำระอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร ม.118 และอาจมีเงินเพิ่มตาม ม.113–114 สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ให้ตรวจวิธีชำระเป็นตัวเงินตามหลักเกณฑ์ปัจจุบัน

## การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

สัญญาบริการการตลาดทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่หากให้สิทธิใช้เครื่องหมายการค้าจดทะเบียนในลักษณะสัญญาอนุญาต ต้องตรวจการทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ม.68 แยกต่างหาก การให้ใช้โลโก้เพื่อทำสื่อเฉพาะงานไม่ควรเขียนกว้างเป็นสิทธิประกอบธุรกิจภายใต้เครื่องหมาย

## ภาษี

ค่าบริหารการตลาดหรือบริการทั่วไปที่ผู้ว่าจ้างนิติบุคคลจ่ายแก่ผู้รับในประเทศไทยและเข้าเงื่อนไข มีอัตราหัก ณ ที่จ่ายปกติร้อยละ 3 ตาม ท.ป.4/2528 ส่วนค่าโฆษณาที่จ่ายแก่ผู้รับโฆษณาและเข้าเงื่อนไขข้อ 10 มีอัตราปกติร้อยละ 2 จึงต้องแยกค่าบริการกับค่าซื้อสื่อและตรวจผู้รับเงินตามจริงก่อนหัก

ผู้รับจ้างจดทะเบียน VAT เรียกเก็บและออกใบกำกับภาษีตามกฎหมาย ให้แพลตฟอร์มออกหลักฐานซื้อสื่อในชื่อผู้ว่าจ้างเมื่อเป็นผู้รับบริการจริง และไม่รวมเงินสำรองจ่ายเป็นรายได้ของเอเจนซีโดยไม่มีเหตุ

## งบสื่อ — เงินของลูกค้าที่ผ่านมือเอเจนซี

นี่คือจุดที่งานการตลาดออนไลน์ต่างจากงานบริการรายเดือนทั่วไป เพราะมีเงินก้อนที่ไม่ใช่ของเอเจนซีเดินผ่าน

- **ให้แพลตฟอร์มเรียกเก็บจากวิธีชำระเงินของผู้ว่าจ้างโดยตรงเป็นลำดับแรก** และเปิดบัญชีโฆษณาในชื่อผู้ว่าจ้าง วิธีนี้ตัดปัญหาทั้งเรื่องภาษี เรื่องกรรมสิทธิ์ในบัญชี และเรื่องเงินหายไปพร้อมเอเจนซี
- **ถ้าจำเป็นต้องให้เอเจนซีสำรองจ่าย เงินนั้นเป็นเงินที่รับไว้แทนผู้ว่าจ้าง ไม่ใช่รายได้ของเอเจนซี** ต้องส่งมอบหรือคืนส่วนที่เหลือทั้งหมด (**ป.พ.พ. ม.810**) และถ้านำไปใช้เพื่อประโยชน์ตนเองต้องเสียดอกเบี้ยนับแต่วันที่เอาไปใช้ (**ม.811**) นอกจากนี้ยังอาจเป็นความผิดอาญาฐานยักยอก — ข้อ 6.2 จึงห้ามหักกลบงบสื่อกับค่าบริการของตนเอง
- **เพดานงบต่อเดือนและต่อวันมีไว้กันความเสียหายที่โตเร็ว** แคมเปญที่ตั้งค่าผิดใช้งบหมดได้ในไม่กี่ชั่วโมง ข้อ 6.1 จึงบังคับให้ตั้งวงเงินในระบบจริง ไม่ใช่ตกลงกันด้วยวาจา
- **บัญชีโฆษณา เพจ พิกเซล และกลุ่มเป้าหมายเป็นของผู้ว่าจ้าง** (ข้อ 6.3) ให้เอเจนซีเข้าถึงด้วยบัญชีผู้ใช้รายบุคคล ไม่ใช่ส่งรหัสผ่านหลักให้ และผู้ว่าจ้างต้องคงสิทธิผู้ดูแลสูงสุดไว้เสมอ
- **ข้อมูลกลุ่มเป้าหมายที่สะสมไว้มีมูลค่าจริง** การเปลี่ยนเอเจนซีแล้วเริ่มนับหนึ่งใหม่คือความเสียหายที่มองไม่เห็นในใบแจ้งหนี้ ให้ระบุในผนวกว่าข้อมูลเหล่านี้ส่งมอบอย่างไรเมื่อจบสัญญา

## ผลงาน ความรับผิดในข้อความ และการห้ามรับงานคู่แข่ง

- **ไม่รับประกันผลลัพธ์** ยอดขาย อันดับ หรือการเข้าถึง ขึ้นกับอัลกอริทึม งบ คู่แข่ง และตัวสินค้าเอง ซึ่งอยู่นอกการควบคุมของเอเจนซี · แต่ข้อไม่รับประกันผลใช้ยกเว้นความรับผิดจาก**การทำงานบกพร่อง**ไม่ได้ เช่น ตั้งค่าแคมเปญผิดจนงบหมดโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งยังต้องรับผิดตามข้อ 9.1
- **ข้อความโฆษณาที่พาดพิงคู่แข่งหรือบุคคลอื่น** ผู้ที่กล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริงจนเสียหายแก่ชื่อเสียงหรือทางทำมาหาได้ของผู้อื่น ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน (**ป.พ.พ. ม.423**) — **ทั้งเอเจนซีผู้เผยแพร่และผู้ว่าจ้างผู้ให้ข้อมูลอาจรับผิดร่วมกันได้** การที่ผู้ว่าจ้างอนุมัติข้อความแล้วไม่ทำให้เอเจนซีพ้นผิด ซึ่งตรงกับข้อ 5.1 ที่ห้ามเผยแพร่ข้อความเท็จแม้ผู้ว่าจ้างอนุมัติ
- **ธรรมสิทธิ์โอนกันไม่ได้** ลิขสิทธิ์ในชิ้นงานเป็นของผู้ว่าจ้างตามข้อ 5.2 แต่ผู้สร้างสรรค์ยังมีสิทธิแสดงตนและห้ามการบิดเบือนจนเสียชื่อเสียง (**พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.18**) เว้นแต่ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร
- **ข้อห้ามรับงานคู่แข่งต้องแคบและมีกำหนดเวลา** (ข้อ 10.3) ระบุเป็นหมวดสินค้าที่แคบที่สุดเท่าที่จำเป็น การห้ามทั้งอุตสาหกรรมหรือห้ามไม่มีกำหนด เป็นการจำกัดการทำมาหาได้เกินสมควรและอาจไม่มีผลบังคับตาม **พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.5** · ถ้าผู้ว่าจ้างมีอำนาจต่อรองเหนือกว่าอย่างชัดเจน ยังต้องระวัง **ม.57 พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า** ด้วย
- **เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์** ข้อ 5.4 ตั้งค่าเริ่มต้นเป็นห้าม เพราะการนำข้อมูลหรือไฟล์ของลูกค้าเข้าเครื่องมือภายนอกเป็นการเปิดเผยข้อมูล และสถานะลิขสิทธิ์ของส่วนที่ AI สร้างยังไม่แน่นอน ซึ่งกระทบข้อ 5.2 ที่โอนลิขสิทธิ์ให้ผู้ว่าจ้างโดยตรง

## กิจกรรมแคมเปญที่มีกฎหมายเฉพาะ

- **ชิงโชค แจกรางวัล หรือกิจกรรมที่ผู้ร่วมได้รางวัลโดยเสี่ยงโชค ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน** — นี่คือกลไกแคมเปญที่ใช้กันบ่อยที่สุดและไม่ขออนุญาตกันบ่อยที่สุด **ผู้จัดคือผู้ว่าจ้าง** ไม่ใช่เอเจนซี แต่เอเจนซีที่ออกแบบกติกาและประกาศแทนอาจถูกลากเข้าไปด้วย ให้ระบุในผนวกว่าใครเป็นผู้ขออนุญาต
- **สินค้าที่ต้องขออนุญาตโฆษณา** อาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ต้องใช้ข้อความในขอบเขตที่ได้รับอนุญาต · **สุราและยาสูบห้ามโฆษณา** · สินทรัพย์ดิจิทัลและการลงทุนมีกฎของหน่วยงานกำกับของตนเอง
- **ผู้เยาว์** หากแคมเปญมุ่งไปที่เด็ก เก็บข้อมูลจากเด็ก หรือมีเด็กปรากฏในสื่อ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง (**PDPA ม.20**) และต้องระวังข้อจำกัดเรื่องการโฆษณาที่มุ่งเป้าไปที่เด็กเป็นการเฉพาะ
- **กติกาของแพลตฟอร์ม** ไม่ใช่กฎหมาย แต่ฝ่าฝืนแล้วบัญชีถูกระงับหรือถูกปรับ ซึ่งเสียหายจริง ข้อ 9.1 จึงกำหนดให้รับผิดในค่าปรับจากแพลตฟอร์มที่พิสูจน์ได้ว่าเกิดจากความผิดของฝ่ายใด

## ข้อที่คนจ้างทำการตลาดออนไลน์พลาดบ่อย

- **ให้เอเจนซีเปิดบัญชีโฆษณาในชื่อตัวเอง** แล้วพอเลิกสัญญาก็เอาประวัติแคมเปญ พิกเซล และกลุ่มเป้าหมายไปไม่ได้ — ข้อ 6.3 แก้จุดนี้ ต้องทำตามจริงตั้งแต่วันแรก
- **รวมงบสื่อไว้ในค่าบริการก้อนเดียว** ทำให้ตรวจไม่ได้ว่าเงินไปไหน หักภาษีผิดอัตรา และฐาน VAT ผิด — ข้อ 7.1 แยกไว้แล้ว
- **ตั้ง KPI ที่เอเจนซีควบคุมไม่ได้** เช่น ยอดขายที่ขึ้นกับราคาและสินค้าเอง ควรตั้งตัวชี้วัดที่วัดจากงานที่เอเจนซีทำจริง และแยกตัวชี้วัดทางธุรกิจไว้เป็นข้อมูลประกอบ
- **ไม่กำหนดผู้อนุมัติคนเดียว** ทำให้บรีฟเปลี่ยนไปมาและงานไม่จบ ข้อ 3 กับช่องผู้อนุมัติมีไว้เพื่อการนี้
- **ลืมเปลี่ยนรหัสผ่านและถอนสิทธิเมื่อเลิกสัญญา** ข้อ 10.4 ให้เอเจนซีถอนสิทธิของตน แต่ผู้ว่าจ้างต้องตรวจเองด้วยว่าถอนครบจริง

> กฎหมายว่าด้วยการพนัน กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคส่วนโฆษณา กฎหมายเฉพาะของสินค้าควบคุม พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า ความผิดอาญาฐานยักยอก และกติกาของแต่ละแพลตฟอร์ม ควรตรวจฉบับปัจจุบันก่อนใช้ ข้อความในส่วนนี้เป็นคำเตือนให้ตรวจ ไม่ใช่การยืนยันเลขมาตรา

## เอกสารแนบท้ายสัญญา

- ขอบเขต … ปฏิทินงาน และรายการสิ่งที่ไม่รวม
- บรีฟ คำกล่าวอ้าง หลักฐานสินค้า คู่มือแบรนด์ และรายชื่อผู้อนุมัติ …
- ตาราง KPI … พร้อมแหล่งข้อมูลและตัวอย่างรายงาน
- รายชื่อบัญชีโฆษณา … เพดานงบ และวิธีชำระ …
- รายการข้อมูลและระบบ … ผู้ประมวลผลช่วง ประเทศปลายทาง และขั้นตอนแจ้งเหตุ
- รายการไฟล์ บัญชี สิทธิผู้ใช้ และขั้นตอนส่งมอบเมื่อสิ้นสัญญา
- รายการเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ที่อนุญาต … และวิธีแจ้งว่าชิ้นงานใดมีส่วนที่สร้างด้วยเครื่องมือนั้น
- ขอบเขตหมวดสินค้าที่ห้ามรับงานให้คู่แข่ง … และระยะเวลา … เดือนหลังสัญญาสิ้นสุด
- กติกากิจกรรมชิงโชคหรือแจกของรางวัล พร้อมระบุผู้รับผิดชอบการขออนุญาต (ถ้ามี)

## วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อกำกับเอกสารแนบทุกชุด ตรวจว่าค่าบริการรวม … สอดคล้องกับค่ารายเดือนและระยะเวลา ก่อนเริ่มงานให้ผู้ว่าจ้างคงสิทธิผู้ดูแลหลัก เปิดการยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน และบันทึกสถานะบัญชีกับวงเงินโฆษณาไว้

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-C4A254 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญาจ้างทำการตลาดออนไลน์ ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญานี้เข้าลักษณะตราสาร 4 จ้างทำของ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่าแสตมป์ อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ค่าบริการรวมให้ผลคำนวณ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) งบสื่อที่ผู้ว่าจ้างจ่ายตรงแก่แพลตฟอร์มและไม่ใช่สินจ้างของผู้รับจ้างไม่รวมในฐานนี้ หากปิดอากรไม่บริบูรณ์ ตราสารใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนชำระอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร ม.118 และอาจมีเงินเพิ่มตาม ม.113–114 สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ให้ตรวจวิธีชำระเป็นตัวเงินตามหลักเกณฑ์ปัจจุบัน

### สัญญาจ้างทำการตลาดออนไลน์ เสียภาษีอะไรบ้าง

ค่าบริหารการตลาดหรือบริการทั่วไปที่ผู้ว่าจ้างนิติบุคคลจ่ายแก่ผู้รับในประเทศไทยและเข้าเงื่อนไข มีอัตราหัก ณ ที่จ่ายปกติร้อยละ 3 ตาม ท.ป.4/2528 ส่วนค่าโฆษณาที่จ่ายแก่ผู้รับโฆษณาและเข้าเงื่อนไขข้อ 10 มีอัตราปกติร้อยละ 2 จึงต้องแยกค่าบริการกับค่าซื้อสื่อและตรวจผู้รับเงินตามจริงก่อนหัก ผู้รับจ้างจดทะเบียน VAT เรียกเก็บและออกใบกำกับภาษีตามกฎหมาย ให้แพลตฟอร์มออกหลักฐานซื้อสื่อในชื่อผู้ว่าจ้างเมื่อเป็นผู้รับบริการจริง และไม่รวมเงินสำรองจ่ายเป็นรายได้ของเอเจนซีโดยไม่มีเหตุ

### ใช้สัญญาจ้างทำการตลาดออนไลน์ตอนไหน

ใช้จ้างวางแผนคอนเทนต์ ดูแลสื่อสังคม เว็บไซต์ อีเมล หรือแคมเปญออนไลน์ · ใช้เมื่อมีงบซื้อสื่อแยกจากค่าบริการและต้องกำหนดเพดานใช้จ่าย · ใช้เมื่อผู้รับจ้างเข้าถึงบัญชีโฆษณา ข้อมูลลูกค้า หรือรายงานผลของผู้ว่าจ้าง

### ทำสัญญาจ้างทำการตลาดออนไลน์ต้องระวังอะไร

เปิดบัญชีโฆษณาในชื่อผู้ว่าจ้างและใช้สิทธิรายบุคคล เพื่อให้ถอนสิทธิได้โดยไม่เสียประวัติแคมเปญ · แยกค่าบริการกับงบซื้อสื่อ เพราะภาษีและหลักฐานจ่ายต่างกัน · KPI ไม่ควรเขียนเป็นการรับประกันยอดขาย แต่ต้องมีวิธีวัดและแหล่งข้อมูลเดียวกัน · ข้อความโฆษณาต้องตรวจ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค ม.22 และกฎหมายเฉพาะสินค้า ก่อนเผยแพร่ · ถ้าใช้ข้อมูลลูกค้า ผู้รับจ้างต้องทำตามคำสั่งและหน้าที่ผู้ประมวลผลตาม PDPA ม.40

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างทำการตลาดออนไลน์

ไม่เหมาะกับจ้าง Influencer ผลิตและโพสต์คอนเทนต์ในบัญชีของตน ให้ใช้ สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL · ไม่เหมาะกับบริหารร้านและคำสั่งซื้อใน Marketplace เป็นหลัก ให้ใช้ สัญญาบริหารร้านค้าใน Shopee, Lazada หรือ TikTok Shop · ไม่เหมาะกับ Affiliate ที่รับค่าตอบแทนตามยอดแนะนำเป็นหลัก ให้ใช้ สัญญาจ้างนายหน้า Affiliate (แนะนำสินค้ารับค่าบำเหน็จ) · สัญญาจ้างบริหารงบโฆษณาออนไลน์ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Paid Media Management Agreement — สัญญาจ้างบริหารงบโฆษณาออนไลน์ ภาษาอังกฤษ

### สัญญาจ้างทำการตลาดออนไลน์ ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

สัญญาบริการการตลาดทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่หากให้สิทธิใช้เครื่องหมายการค้าจดทะเบียนในลักษณะสัญญาอนุญาต ต้องตรวจการทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ม.68 แยกต่างหาก การให้ใช้โลโก้เพื่อทำสื่อเฉพาะงานไม่ควรเขียนกว้างเป็นสิทธิประกอบธุรกิจภายใต้เครื่องหมาย

### ลงนามสัญญาจ้างทำการตลาดออนไลน์ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อกำกับเอกสารแนบทุกชุด ตรวจว่าค่าบริการรวม … สอดคล้องกับค่ารายเดือนและระยะเวลา ก่อนเริ่มงานให้ผู้ว่าจ้างคงสิทธิผู้ดูแลหลัก เปิดการยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน และบันทึกสถานะบัญชีกับวงเงินโฆษณาไว้

### ทำสัญญาจ้างทำการตลาดออนไลน์ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

ขอบเขต … ปฏิทินงาน และรายการสิ่งที่ไม่รวม บรีฟ คำกล่าวอ้าง หลักฐานสินค้า คู่มือแบรนด์ และรายชื่อผู้อนุมัติ … ตาราง KPI … พร้อมแหล่งข้อมูลและตัวอย่างรายงาน รายชื่อบัญชีโฆษณา … เพดานงบ และวิธีชำระ … รายการข้อมูลและระบบ … ผู้ประมวลผลช่วง ประเทศปลายทาง และขั้นตอนแจ้งเหตุ รายการไฟล์ บัญชี สิทธิผู้ใช้ และขั้นตอนส่งมอบเมื่อสิ้นสัญญา รายการเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ที่อนุญาต … และวิธีแจ้งว่าชิ้นงานใดมีส่วนที่สร้างด้วยเครื่องมือนั้น ขอบเขตหมวดสินค้าที่ห้ามรับงานให้คู่แข่ง … และระยะเวลา … เดือนหลังสัญญาสิ้นสุด กติกากิจกรรมชิงโชคหรือแจกของรางวัล พร้อมระบุผู้รับผิดชอบการขออนุญาต (ถ้ามี)

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7

ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี

_บริบท: ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204

ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

_บริบท: หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387

ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้

_บริบท: หมวด 4 เลิกสัญญา_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391

เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่

_บริบท: หมวด 4 เลิกสัญญา_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 605

ถ้าการที่จ้างยังทำไม่แล้วเสร็จอยู่ตราบใด ผู้ว่าจ้างอาจบอกเลิกสัญญาได้ เมื่อเสียค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับจ้างเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10

งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18

ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15

ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม หรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 17

ลิขสิทธิ์นั้นย่อมโอนให้แก่กันได้ เจ้าของลิขสิทธิ์อาจโอนลิขสิทธิ์ของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลอื่นได้ และจะโอน ให้โดยมีกำหนดเวลาหรือตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ก็ได้ การโอนลิขสิทธิ์ตามวรรคสองซึ่งมิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอน และผู้รับโอน ถ้าไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญาโอน ให้ถือว่าเป็นการโอนมีกำหนดระยะเวลาสิบปี

_บริบท: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28

ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 16 (5) เว้นแต่ (1) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย (2) ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึง มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศ ที่รับข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (5) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลอื่น เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้ (6) เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอของประเทศปลายทาง หรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคล ให้เสนอต่อคณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัย ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอาจขอให้ทบทวนได้เมื่อมีหลักฐานใหม่ทำให้เชื่อได้ว่าประเทศปลายทางหรือ องค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลมีการพัฒนาจนมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่เพียงพอ

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 114

โดยการตรวจสอบตามความในมาตรา 123 ก็ดี โดยการกล่าวหาแจ้งความของบุคคลใดไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงานรัฐบาลหรือมิใช่ก็ดี ถ้าปรากฏว่า (1) มิได้มีการออกใบรับในกรณีที่ต้องออกใบรับตามความในมาตรา 105 หรือมาตรา 106 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากร หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (2) ตราสารมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์โดย (ก) มิได้ปิดแสตมป์เลย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (ข) ปิดแสตมป์น้อยกว่าอากรที่ต้องเสีย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากรที่ขาด หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (ค) ในกรณีอื่น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินเพิ่มอากร เป็นจำนวน 1 เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 68

เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วจะทำสัญญาอนุญาตให้ บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้าของตน สำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ทั้งหมดหรือบางอย่างก็ได้ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่ง ต้องทำเป็นหนังสือและจด ทะเบียนต่อนายทะเบียน การขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าวตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่คำขอจดทะเบียนนั้นอย่างน้อยต้องแสดงรายการดังต่อไปนี้ (1) เงื่อนไขหรือข้อกำหนดระหว่างเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น และผู้ขอจด ทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาต ที่จะทำให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นสามารถควบคุมคุณภาพของ สินค้าของผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตได้อย่างแท้จริง (2) สินค้าที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 810

เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นบรรดาที่ตัวแทนได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนนั้น ท่านว่าตัวแทนต้องส่งให้แก่ตัวการจงสิ้น

_บริบท: หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 811

ถ้าตัวแทนเอาเงินซึ่งควรจะได้ส่งแก่ตัวการ หรือซึ่งควรจะใช้ในกิจของตัวการนั้นไปใช้สอยเป็นประโยชน์ตนเสีย ท่านว่าตัวแทนต้องเสียดอกเบี้ยในเงินนั้นนับแต่วันที่ได้เอาไปใช้

_บริบท: หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423

ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่เสียหายแก่ทางทำมาหาได้หรือทางเจริญของเขาโดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ผู้ใดส่งข่าวสารอันตนมิได้รู้ว่าเป็นความไม่จริง หากว่าตนเองหรือผู้รับข่าวสารนั้นมีทางได้เสียโดยชอบในการนั้นด้วยแล้ว ท่านว่าเพียงที่ส่งข่าวสารเช่นนั้นหาทำให้ผู้นั้นต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่

_บริบท: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)_

### พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 57

ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจกระทำการใด ๆ อันเป็นผลให้เกิดความเสียหายแก่

_บริบท: พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 20

ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส หรือไม่มีฐานะเสมือนดังบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วตามมาตรา 27 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (1) ในกรณีที่การให้ความยินยอมของผู้เยาว์ไม่ใช่การใด ๆ ซึ่งผู้เยาว์อาจให้ความยินยอม โดยลำพังได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 22 มาตรา 23 หรือมาตรา 24 แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ด้วย (2) ในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุไม่เกินสิบปี ให้ขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจ กระทำการแทนผู้เยาว์ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ขอความยินยอมจากผู้อนุบาลที่มีอำนาจกระทำการแทนคนไร้ความสามารถ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจาก เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ขอความยินยอมจากผู้พิทักษ์ที่มีอำนาจกระทำการแทนคนเสมือนไร้ ความสามารถ ให้นำความในวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับกับการถอนความยินยอมของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ การใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคล การร้องเรียนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และการอื่นใดตามพระราชบัญญัตินี้ในกรณีที่ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ โดยอนุโลม

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_digital_marketing_service

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย