# สัญญาขายส่งสินค้า ต้องมีอะไรบ้าง

> ใช้เมื่อขายสินค้าราคาส่งให้ร้านค้าไปขายต่อเป็นประจำ กำหนดตารางราคาและขั้นต่ำต่อบิล เครดิตและการระงับส่ง การรับคืนสินค้าสี่กรณี การเรียกคืนสินค้า และราคาขายปลีกแนะนำที่ไม่บังคับ

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2

## ตอบสั้น

ผู้ขายส่งขายสินค้าราคาส่งให้ร้านค้าเป็นประจำ ร้านนำไปขายต่อในนามและความเสี่ยงของตนเอง โดยไม่ได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่าย · การบังคับให้ร้านขายตามราคาที่เรากำหนด เสี่ยงผิด พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า ม.57 ซึ่งปรับได้ถึงร้อยละ 10 ของรายได้ทั้งปี — แม่แบบนี้จึงตั้งค่าเริ่มต้นไว้ที่ราคาแนะนำที่ไม่ผูกมัด

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้เมื่อส่งสินค้าให้ร้านค้าปลีกหลายรายเป็นประจำในราคาส่ง
- **อากรแสตมป์:** สัญญาขายส่งสินค้าเป็นการซื้อขายสังหาริมทรัพย์ ไม่มีลักษณะแห่งตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรบนตัวสัญญาและไม่ต้องปิดบนใบสั่งซื้อ อย่าไปเทียบกับจ้างทำของลักษณะ 4 เพราะผู้ขายส่งขายสินค้าที่มีอยู่แล้ว ไม่ได้รับจ้างทำตามแบบของผู้ซื้อ ใบรับเงินไม่ต้องปิดอากร เว้นแต่เป็นใบรับจากการขายยานพาหนะที่จดทะเบียนตามลักษณะ 28(ค) และแม้เข้ากรณีนั้น ถ้าเงินก้อนนั้นต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่แล้วก็ได้รับยกเว้น หนังสือมอบอำนาจให้คนอื่นมาลงนามแทน ปิดอากรลักษณะ 7 จำนวน 10 บาทหรือ 30 บาทแล้วแต่กรณี
- **ภาษี:** การขายส่งสินค้าไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้ซื้อที่เป็นนิติบุคคลไม่ต้องหัก 3% เพราะข้อ 12/1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ใช้กับการให้บริการ ซึ่งนิยามไว้ว่ามิใช่การขายสินค้า แต่มีสองรายการในสัญญานี้ที่ต้องหัก คือค่าขนส่งที่คิดแยกจากราคาสินค้า หัก 1% ตามข้อ 12/4 และ เงินสนับสนุนส่งเสริมการขายตามข้อ 9.3 ซึ่งเป็นเงินได้จากการส่งเสริมการขาย ต้องหัก 3% ตามข้อ 12/2 — ข้อหลังนี้คือจุดที่ผิดกันมากที่สุดในสัญญาขายส่ง เพราะทั้งสองฝ่ายมักคิดว่าเป็นแค่ส่วนลด เส้นแบ่งที่ต้องแยกให้ออก: ส่วนลดที่หักหน้าบิลทันที ไม่ใช่เงินได้ ไม่ต้องหักภาษี แต่ เงินคืนหรือเงินสนับสนุนที่จ่ายภายหลังเมื่อทำยอดถึงเป้า เป็นเงินได้จากการส่งเสริมการขาย ต้องหัก 3% และผู้รับต้องรับรู้เป็นรายได้ ตารางราคาแนบท้ายจึงควรระบุให้ชัดว่าส่วนลดขั้นไหนเป็นแบบหักหน้าบิล และขั้นไหนเป็นเงินคืนภายหลัง ภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดเมื่อส่งมอบสินค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78 ไม่ใช่เมื่อได้รับเงิน ถ้าให้เครดิต 60 วัน ผู้ขายส่งต้องนำส่งภาษีขายก่อนได้เงินจริง เวลาคืนสินค้าตามข้อ 7 ต้องออก ใบลดหนี้ ตามมาตรา 86/10 ไม่ใช่แค่ปรับตัวเลขกันเอง
- **แบบที่กฎหมายกำหนด:** สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่เรื่องที่ต้องตรวจก่อนเริ่มขายคือ ใบอนุญาตของตัวสินค้า ถ้าเป็นอาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ วัตถุอันตราย สุรา หรือยาสูบ ทั้งผู้ขายส่งและผู้ซื้อต้องมีใบอนุญาตในส่วนของตน — ใบอนุญาตของผู้ผลิตไม่ครอบคลุมถึงร้านที่ขายต่อ ร้านขายยาต้องมีใบอนุญาตขายยาของตนเอง ร้านขายสุราต้องมีใบอนุญาตขายสุราของตนเอง ถ้าผู้ซื้อจะขายผ่านช่องทางออนไลน์ ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์ด้วย
- **มาตราที่อ้าง:** ป.พ.พ. ม.7, 224, 383, 387, 391, 453, 458, 459, 460, 463, 464, 465, 472, 474, 483, 484, 485; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 8; พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ม.57; พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 ม.4, 44; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.23, 24, 27; ประมวลรัษฎากร ม.78, 86, 86/10, 113–114, 118 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4, 7, 28; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1, 12/2, 12/4, 12/7
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 349 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้เมื่อส่งสินค้าให้ร้านค้าปลีกหลายรายเป็นประจำในราคาส่ง
- ใช้เมื่อต้องมีตารางราคาตามขั้นปริมาณและขั้นต่ำต่อบิล
- ใช้เมื่อให้เครดิตร้านค้าและต้องมีกติกาว่าจะหยุดส่งของได้เมื่อไร
- ใช้เมื่อต้องแยกให้ชัดว่ารับคืนสินค้ากรณีไหนบ้าง
- ใช้เมื่อสินค้าอาจต้องเรียกคืนจากชั้นวาง และต้องรู้ว่าใครแจ้ง ใครจ่าย

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- การบังคับให้ร้านขายตามราคาที่เรากำหนด เสี่ยงผิด พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า ม.57 ซึ่งปรับได้ถึงร้อยละ 10 ของรายได้ทั้งปี — แม่แบบนี้จึงตั้งค่าเริ่มต้นไว้ที่ราคาแนะนำที่ไม่ผูกมัด
- ส่วนลดที่หักหน้าบิลไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย แต่เงินคืนหรือเงินสนับสนุนที่จ่ายภายหลังเมื่อทำยอดถึงเป้า เป็นเงินได้จากการส่งเสริมการขาย ต้องหัก 3% ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 12/2
- ใบอนุญาตของผู้ผลิตไม่ครอบคลุมถึงร้านที่ขายต่อ ร้านขายยา ขายสุรา หรือขายเครื่องมือแพทย์ ต้องมีใบอนุญาตของตนเอง
- ของเสียหาย ของชำรุด ของใกล้หมดอายุ และของขายไม่ออก เป็นสี่กรณีที่มีคำตอบต่างกัน อย่ารวมเป็นข้อเดียวว่า “รับคืนได้”
- การหยุดส่งของเพราะร้านค้างเงิน ต้องเป็นยอดที่ถึงกำหนดและไม่มีข้อโต้แย้ง และต้องบอกกล่าวก่อน ไม่ใช่หยุดทันที
- เวลาคืนสินค้าต้องออกใบลดหนี้ตามประมวลรัษฎากร ม.86/10 ไม่ใช่ปรับตัวเลขกันเอง

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ไม่เหมาะเมื่อแต่งตั้งอีกฝ่ายเป็นตัวแทนจำหน่ายที่มีเขตพื้นที่และสิทธิผูกขาด ให้ใช้ [สัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ)](/s/th_distributor)
- ไม่เหมาะเมื่อซื้อขายกันครั้งเดียวจบ ให้ใช้ [สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME)](/s/th_b2b_goods_sale)
- ไม่เหมาะเมื่อของยังเป็นของเจ้าของจนกว่าจะขายได้ ให้ใช้ [สัญญาฝากขายสินค้า](/s/th_consignment)

## ⚠️ ข้อ 4 ราคาขายต่อ — อ่านก่อนเปิดสวิตช์ "ราคาแนะนำผูกมัด"

**การแนะนำราคาขายปลีกทำได้ แต่การบังคับให้ร้านขายตามราคาที่เรากำหนด เป็นคนละเรื่องกันในทางกฎหมาย**

การที่ผู้ขายส่งซึ่งมีอำนาจต่อรองเหนือกว่า บังคับราคาขายต่อ ตัดส่วนลด หรือหยุดส่งของเพราะร้านขายถูกกว่าที่กำหนด อาจเข้าข่ายการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมตาม **มาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560** ซึ่งพิจารณาสองชั้น คือฝ่ายนั้นมีอำนาจตลาดหรืออำนาจต่อรองเหนือกว่าหรือไม่ และใช้อำนาจนั้นเอาเปรียบหรือไม่

**โทษคือปรับทางปกครองสูงสุดไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด** ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใหญ่พอจะจบกิจการ ไม่ใช่ค่าปรับที่จ่ายแล้วผ่านไป

แม่แบบนี้จึงตั้งค่าเริ่มต้นไว้ที่ **ราคาแนะนำที่ไม่ผูกมัด** และเขียนไว้ในข้อ 4.2 ว่าการขายต่ำหรือสูงกว่าราคาแนะนำไม่เป็นการผิดสัญญา ถ้าคุณจะเปิดสวิตช์ให้ผูกมัด ให้ปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายด้านการแข่งขันทางการค้าก่อน อย่าตัดสินใจจากความเคยชินในวงการ

เรื่องเดียวกันนี้ใช้กับการห้ามขายข้ามเขต ห้ามขายผ่านช่องทางออนไลน์ และการบังคับซื้อพ่วงสินค้าที่ร้านไม่ต้องการ — สัญญาฉบับนี้จึงไม่มีข้อเหล่านั้น และข้อ 1.2 ระบุไว้ชัดว่าไม่มีการผูกขาดเขตหรือช่องทาง

## อากรแสตมป์

สัญญาขายส่งสินค้าเป็นการซื้อขายสังหาริมทรัพย์ **ไม่มีลักษณะแห่งตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรบนตัวสัญญาและไม่ต้องปิดบนใบสั่งซื้อ**

อย่าไปเทียบกับจ้างทำของลักษณะ 4 เพราะผู้ขายส่งขายสินค้าที่มีอยู่แล้ว ไม่ได้รับจ้างทำตามแบบของผู้ซื้อ

ใบรับเงินไม่ต้องปิดอากร เว้นแต่เป็นใบรับจากการขายยานพาหนะที่จดทะเบียนตามลักษณะ 28(ค) และแม้เข้ากรณีนั้น ถ้าเงินก้อนนั้นต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่แล้วก็ได้รับยกเว้น หนังสือมอบอำนาจให้คนอื่นมาลงนามแทน ปิดอากรลักษณะ 7 จำนวน 10 บาทหรือ 30 บาทแล้วแต่กรณี

## การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่เรื่องที่ต้องตรวจก่อนเริ่มขายคือ **ใบอนุญาตของตัวสินค้า** ถ้าเป็นอาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ วัตถุอันตราย สุรา หรือยาสูบ ทั้งผู้ขายส่งและผู้ซื้อต้องมีใบอนุญาตในส่วนของตน — **ใบอนุญาตของผู้ผลิตไม่ครอบคลุมถึงร้านที่ขายต่อ** ร้านขายยาต้องมีใบอนุญาตขายยาของตนเอง ร้านขายสุราต้องมีใบอนุญาตขายสุราของตนเอง

ถ้าผู้ซื้อจะขายผ่านช่องทางออนไลน์ ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์ด้วย

## ภาษี

**การขายส่งสินค้าไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย** ผู้ซื้อที่เป็นนิติบุคคลไม่ต้องหัก 3% เพราะข้อ 12/1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ใช้กับการให้บริการ ซึ่งนิยามไว้ว่ามิใช่การขายสินค้า

**แต่มีสองรายการในสัญญานี้ที่ต้องหัก** คือค่าขนส่งที่คิดแยกจากราคาสินค้า หัก 1% ตามข้อ 12/4 และ **เงินสนับสนุนส่งเสริมการขายตามข้อ 9.3 ซึ่งเป็นเงินได้จากการส่งเสริมการขาย ต้องหัก 3% ตามข้อ 12/2** — ข้อหลังนี้คือจุดที่ผิดกันมากที่สุดในสัญญาขายส่ง เพราะทั้งสองฝ่ายมักคิดว่าเป็นแค่ส่วนลด

เส้นแบ่งที่ต้องแยกให้ออก: **ส่วนลดที่หักหน้าบิลทันที ไม่ใช่เงินได้ ไม่ต้องหักภาษี** แต่ **เงินคืนหรือเงินสนับสนุนที่จ่ายภายหลังเมื่อทำยอดถึงเป้า เป็นเงินได้จากการส่งเสริมการขาย ต้องหัก 3% และผู้รับต้องรับรู้เป็นรายได้** ตารางราคาแนบท้ายจึงควรระบุให้ชัดว่าส่วนลดขั้นไหนเป็นแบบหักหน้าบิล และขั้นไหนเป็นเงินคืนภายหลัง

ภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดเมื่อส่งมอบสินค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78 ไม่ใช่เมื่อได้รับเงิน ถ้าให้เครดิต 60 วัน ผู้ขายส่งต้องนำส่งภาษีขายก่อนได้เงินจริง เวลาคืนสินค้าตามข้อ 7 ต้องออก **ใบลดหนี้** ตามมาตรา 86/10 ไม่ใช่แค่ปรับตัวเลขกันเอง

## รับชำระล่าช้า

**รับชำระเงินล่าช้า ให้ทำหนังสือสงวนสิทธิเรียกค่าปรับในวันที่รับทุกครั้ง** (ส่งอีเมลหรือเขียนในใบเสร็จก็ได้) — ดอกเบี้ยตามข้อ 6.3 เขียนไว้เป็นเบี้ยปรับ ถ้ารับเงินไว้โดยไม่สงวนสิทธิ อาจถูกโต้แย้งว่าสละสิทธิเรียกส่วนนั้น (ม.381)

## เอกสารแนบท้ายสัญญา

1. **ตารางราคาขายส่ง** — ตามข้อ 2.1 ระบุขั้นปริมาณให้ครบ และแยกให้ชัดว่าส่วนลดขั้นไหนหักหน้าบิลและขั้นไหนเป็นเงินคืนภายหลัง เพราะสองอย่างนี้เสียภาษีต่างกัน
2. รายการสินค้าพร้อมรหัส ขนาดบรรจุ และอายุสินค้า
3. เงื่อนไขการรับคืนสินค้าแต่ละกรณีตามข้อ 7 โดยละเอียด พร้อมแบบฟอร์มขอคืน
4. สื่อส่งเสริมการขายและคู่มือการใช้เครื่องหมายการค้าตามข้อ 9.1
5. แบบขอเบิกงบส่งเสริมการขายและหลักฐานที่ต้องแนบ ตามข้อ 9.3
6. สำเนาใบอนุญาตของสินค้าควบคุมทั้งฝั่งผู้ขายส่งและฝั่งผู้ซื้อ

## วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับทุกหน้าและกำกับตารางราคาแนบท้ายทุกแผ่น เพราะเป็นเอกสารที่ถูกเปลี่ยนภายหลังบ่อยที่สุด

**ก่อนเซ็น ให้ตกลงกันให้จบสามเรื่อง** คือของเสียหายระหว่างขนส่งเป็นของใคร (ข้อ 5.2) รับคืนสินค้ากรณีไหนบ้าง (ข้อ 7) และส่วนลดตามเป้าเป็นแบบหักหน้าบิลหรือจ่ายคืนทีหลัง (ตารางราคาแนบท้าย) สามเรื่องนี้คือที่มาของข้อพิพาทเกือบทั้งหมดในการขายส่ง

ในวันส่งมอบทุกครั้ง ให้ตรวจนับต่อหน้าผู้ส่ง ถ่ายรูปพาเลทและใบส่งของ แล้วให้ผู้รับเซ็นพร้อมระบุวันเวลา ถ้ามีกล่องบุบหรือซีลขาด ให้เขียนหมายเหตุลงในใบส่งของทันที อย่ารับไว้เฉย ๆ แล้วค่อยโทรไปบอกทีหลัง

ตรวจอำนาจลงนามด้วยหนังสือรับรองนิติบุคคลที่ออกไม่เกินหกเดือน พยานไม่ใช่เงื่อนไขความสมบูรณ์ของสัญญาซื้อขาย

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-7B8B80 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญาขายส่งสินค้า ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาขายส่งสินค้าเป็นการซื้อขายสังหาริมทรัพย์ ไม่มีลักษณะแห่งตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรบนตัวสัญญาและไม่ต้องปิดบนใบสั่งซื้อ อย่าไปเทียบกับจ้างทำของลักษณะ 4 เพราะผู้ขายส่งขายสินค้าที่มีอยู่แล้ว ไม่ได้รับจ้างทำตามแบบของผู้ซื้อ ใบรับเงินไม่ต้องปิดอากร เว้นแต่เป็นใบรับจากการขายยานพาหนะที่จดทะเบียนตามลักษณะ 28(ค) และแม้เข้ากรณีนั้น ถ้าเงินก้อนนั้นต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่แล้วก็ได้รับยกเว้น หนังสือมอบอำนาจให้คนอื่นมาลงนามแทน ปิดอากรลักษณะ 7 จำนวน 10 บาทหรือ 30 บาทแล้วแต่กรณี

### สัญญาขายส่งสินค้า เสียภาษีอะไรบ้าง

การขายส่งสินค้าไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้ซื้อที่เป็นนิติบุคคลไม่ต้องหัก 3% เพราะข้อ 12/1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ใช้กับการให้บริการ ซึ่งนิยามไว้ว่ามิใช่การขายสินค้า แต่มีสองรายการในสัญญานี้ที่ต้องหัก คือค่าขนส่งที่คิดแยกจากราคาสินค้า หัก 1% ตามข้อ 12/4 และ เงินสนับสนุนส่งเสริมการขายตามข้อ 9.3 ซึ่งเป็นเงินได้จากการส่งเสริมการขาย ต้องหัก 3% ตามข้อ 12/2 — ข้อหลังนี้คือจุดที่ผิดกันมากที่สุดในสัญญาขายส่ง เพราะทั้งสองฝ่ายมักคิดว่าเป็นแค่ส่วนลด เส้นแบ่งที่ต้องแยกให้ออก: ส่วนลดที่หักหน้าบิลทันที ไม่ใช่เงินได้ ไม่ต้องหักภาษี แต่ เงินคืนหรือเงินสนับสนุนที่จ่ายภายหลังเมื่อทำยอดถึงเป้า เป็นเงินได้จากการส่งเสริมการขาย ต้องหัก 3% และผู้รับต้องรับรู้เป็นรายได้ ตารางราคาแนบท้ายจึงควรระบุให้ชัดว่าส่วนลดขั้นไหนเป็นแบบหักหน้าบิล และขั้นไหนเป็นเงินคืนภายหลัง ภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดเมื่อส่งมอบสินค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78 ไม่ใช่เมื่อได้รับเงิน ถ้าให้เครดิต 60 วัน ผู้ขายส่งต้องนำส่งภาษีขายก่อนได้เงินจริง เวลาคืนสินค้าตามข้อ 7 ต้องออก ใบลดหนี้ ตามมาตรา 86/10 ไม่ใช่แค่ปรับตัวเลขกันเอง

### ใช้สัญญาขายส่งสินค้าตอนไหน

ใช้เมื่อส่งสินค้าให้ร้านค้าปลีกหลายรายเป็นประจำในราคาส่ง · ใช้เมื่อต้องมีตารางราคาตามขั้นปริมาณและขั้นต่ำต่อบิล · ใช้เมื่อให้เครดิตร้านค้าและต้องมีกติกาว่าจะหยุดส่งของได้เมื่อไร · ใช้เมื่อต้องแยกให้ชัดว่ารับคืนสินค้ากรณีไหนบ้าง · ใช้เมื่อสินค้าอาจต้องเรียกคืนจากชั้นวาง และต้องรู้ว่าใครแจ้ง ใครจ่าย

### ทำสัญญาขายส่งสินค้าต้องระวังอะไร

การบังคับให้ร้านขายตามราคาที่เรากำหนด เสี่ยงผิด พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า ม.57 ซึ่งปรับได้ถึงร้อยละ 10 ของรายได้ทั้งปี — แม่แบบนี้จึงตั้งค่าเริ่มต้นไว้ที่ราคาแนะนำที่ไม่ผูกมัด · ส่วนลดที่หักหน้าบิลไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย แต่เงินคืนหรือเงินสนับสนุนที่จ่ายภายหลังเมื่อทำยอดถึงเป้า เป็นเงินได้จากการส่งเสริมการขาย ต้องหัก 3% ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 12/2 · ใบอนุญาตของผู้ผลิตไม่ครอบคลุมถึงร้านที่ขายต่อ ร้านขายยา ขายสุรา หรือขายเครื่องมือแพทย์ ต้องมีใบอนุญาตของตนเอง · ของเสียหาย ของชำรุด ของใกล้หมดอายุ และของขายไม่ออก เป็นสี่กรณีที่มีคำตอบต่างกัน อย่ารวมเป็นข้อเดียวว่า “รับคืนได้” · การหยุดส่งของเพราะร้านค้างเงิน ต้องเป็นยอดที่ถึงกำหนดและไม่มีข้อโต้แย้ง และต้องบอกกล่าวก่อน ไม่ใช่หยุดทันที · เวลาคืนสินค้าต้องออกใบลดหนี้ตามประมวลรัษฎากร ม.86/10 ไม่ใช่ปรับตัวเลขกันเอง

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาขายส่งสินค้า

ไม่เหมาะเมื่อแต่งตั้งอีกฝ่ายเป็นตัวแทนจำหน่ายที่มีเขตพื้นที่และสิทธิผูกขาด ให้ใช้ สัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ) · ไม่เหมาะเมื่อซื้อขายกันครั้งเดียวจบ ให้ใช้ สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME) · ไม่เหมาะเมื่อของยังเป็นของเจ้าของจนกว่าจะขายได้ ให้ใช้ สัญญาฝากขายสินค้า

### สัญญาขายส่งสินค้า ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่เรื่องที่ต้องตรวจก่อนเริ่มขายคือ ใบอนุญาตของตัวสินค้า ถ้าเป็นอาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ วัตถุอันตราย สุรา หรือยาสูบ ทั้งผู้ขายส่งและผู้ซื้อต้องมีใบอนุญาตในส่วนของตน — ใบอนุญาตของผู้ผลิตไม่ครอบคลุมถึงร้านที่ขายต่อ ร้านขายยาต้องมีใบอนุญาตขายยาของตนเอง ร้านขายสุราต้องมีใบอนุญาตขายสุราของตนเอง ถ้าผู้ซื้อจะขายผ่านช่องทางออนไลน์ ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์ด้วย

### ลงนามสัญญาขายส่งสินค้าต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับทุกหน้าและกำกับตารางราคาแนบท้ายทุกแผ่น เพราะเป็นเอกสารที่ถูกเปลี่ยนภายหลังบ่อยที่สุด ก่อนเซ็น ให้ตกลงกันให้จบสามเรื่อง คือของเสียหายระหว่างขนส่งเป็นของใคร (ข้อ 5.2) รับคืนสินค้ากรณีไหนบ้าง (ข้อ 7) และส่วนลดตามเป้าเป็นแบบหักหน้าบิลหรือจ่ายคืนทีหลัง (ตารางราคาแนบท้าย) สามเรื่องนี้คือที่มาของข้อพิพาทเกือบทั้งหมดในการขายส่ง ในวันส่งมอบทุกครั้ง ให้ตรวจนับต่อหน้าผู้ส่ง ถ่ายรูปพาเลทและใบส่งของ แล้วให้ผู้รับเซ็นพร้อมระบุวันเวลา ถ้ามีกล่องบุบหรือซีลขาด ให้เขียนหมายเหตุลงในใบส่งของทันที อย่ารับไว้เฉย ๆ แล้วค่อยโทรไปบอกทีหลัง ตรวจอำนาจลงนามด้วยหนังสือรับรองนิติบุคคลที่ออกไม่เกินหกเดือน พยานไม่ใช่เงื่อนไขความสมบูรณ์ของสัญญาซื้อขาย

### ทำสัญญาขายส่งสินค้าต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

1. ตารางราคาขายส่ง — ตามข้อ 2.1 ระบุขั้นปริมาณให้ครบ และแยกให้ชัดว่าส่วนลดขั้นไหนหักหน้าบิลและขั้นไหนเป็นเงินคืนภายหลัง เพราะสองอย่างนี้เสียภาษีต่างกัน 2. รายการสินค้าพร้อมรหัส ขนาดบรรจุ และอายุสินค้า 3. เงื่อนไขการรับคืนสินค้าแต่ละกรณีตามข้อ 7 โดยละเอียด พร้อมแบบฟอร์มขอคืน 4. สื่อส่งเสริมการขายและคู่มือการใช้เครื่องหมายการค้าตามข้อ 9.1 5. แบบขอเบิกงบส่งเสริมการขายและหลักฐานที่ต้องแนบ ตามข้อ 9.3 6. สำเนาใบอนุญาตของสินค้าควบคุมทั้งฝั่งผู้ขายส่งและฝั่งผู้ซื้อ

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7

ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี

_บริบท: ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

_บริบท: หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387

ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้

_บริบท: หมวด 4 เลิกสัญญา_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391

เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่

_บริบท: หมวด 4 เลิกสัญญา_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 453

อันว่าซื้อขายนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ขาย โอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงว่าจะใช้ราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขาย

_บริบท: ส่วนที่ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 458

กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายนั้น ย่อมโอนไปยังผู้ซื้อตั้งแต่ขณะเมื่อได้ทำสัญญาซื้อขายกัน

_บริบท: ส่วนที่ 2 การโอนกรรมสิทธิ์_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 459

ถ้าสัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข หรือเงื่อนเวลาบังคับไว้ ท่านว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินยังไม่โอนไปจนกว่าการจะได้เป็นไปตามเงื่อนไขหรือถึงกำหนดเงื่อนเวลานั้น

_บริบท: ส่วนที่ 2 การโอนกรรมสิทธิ์_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 460

ในการซื้อขายทรัพย์สินซึ่งมิได้กำหนดลงไว้แน่นอนนั้น ท่านว่ากรรมสิทธิ์ยังไม่โอนไปจนกว่าจะได้หมาย หรือนับ ชั่ง ตวง วัด หรือคัดเลือก หรือทำโดยวิธีอื่นเพื่อให้บ่งตัวทรัพย์สินนั้นออกเป็นแน่นอนแล้ว

_บริบท: ส่วนที่ 2 การโอนกรรมสิทธิ์_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 463

ถ้าในสัญญากำหนดว่าให้ส่งทรัพย์สินซึ่งขายนั้นจากที่แห่งหนึ่งไปถึงอีกแห่งหนึ่งไซร้ ท่านว่าการส่งมอบย่อมสำเร็จเมื่อได้ส่งมอบทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขนส่ง

_บริบท: ส่วนที่ 1 การส่งมอบ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 464

ค่าขนส่งทรัพย์สินซึ่งได้ซื้อขายกันไปยังที่แห่งอื่นนอกจากสถานที่อันพึงชำระหนี้นั้น ผู้ซื้อพึงออกใช้

_บริบท: ส่วนที่ 1 การส่งมอบ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 465

ในการซื้อขายสังหาริมทรัพย์นั้น (1) หากว่าผู้ขายส่งมอบทรัพย์สินน้อยกว่าที่ได้สัญญาไว้ ท่านว่าผู้ซื้อจะปัดเสียไม่รับเอาเลยก็ได้ แต่ถ้าผู้ซื้อรับเอาทรัพย์สินนั้นไว้ ผู้ซื้อก็ต้องใช้ราคาตามส่วน (2) หากว่าผู้ขายส่งมอบทรัพย์สินมากกว่าที่ได้สัญญาไว้ ท่านว่าผู้ซื้อจะรับเอาทรัพย์สินนั้นไว้แต่เพียงตามสัญญาและนอกกว่านั้นปัดเสียก็ได้ หรือจะปัดเสียทั้งหมดไม่รับเอาไว้เลยก็ได้ ถ้าผู้ซื้อรับเอาทรัพย์สินอันเขาส่งมอบเช่นนั้นไว้ทั้งหมด ผู้ซื้อก็ต้องใช้ราคาตามส่วน (3) หากว่าผู้ขายส่งมอบทรัพย์สินตามที่ได้สัญญาไว้ระคนกับทรัพย์สินอย่างอื่นอันมิได้รวมอยู่ในข้อสัญญาไซร้ ท่านว่าผู้ซื้อจะรับเอาทรัพย์สินไว้แต่ตามสัญญา และนอกกว่านั้นปัดเสียก็ได้ หรือจะปัดเสียทั้งหมดก็ได้

_บริบท: ส่วนที่ 1 การส่งมอบ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 472

ในกรณีที่ทรัพย์สินซึ่งขายนั้นชำรุดบกพร่องอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นเหตุให้เสื่อมราคาหรือเสื่อมความเหมาะสมแก่ประโยชน์อันมุ่งจะใช้เป็นปกติก็ดี ประโยชน์ที่มุ่งหมายโดยสัญญาก็ดี ท่านว่าผู้ขายต้องรับผิด

_บริบท: ส่วนที่ 2 ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 474

ในข้อรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่องนั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นเวลาปีหนึ่งนับแต่เวลาที่ได้พบเห็นความชำรุดบกพร่อง

_บริบท: ส่วนที่ 2 ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 483

คู่สัญญาซื้อขายจะตกลงกันว่าผู้ขายจะไม่ต้องรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องหรือเพื่อการรอนสิทธิก็ได้

_บริบท: ส่วนที่ 4 ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิด_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 484

ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิดนั้น ย่อมไม่คุ้มผู้ขายให้พ้นจากการต้องส่งเงินคืนตามราคา เว้นแต่จะได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น

_บริบท: ส่วนที่ 4 ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิด_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 485

ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิดนั้น ไม่อาจคุ้มความรับผิดของผู้ขายในผลของการอันผู้ขายได้กระทำไปเอง หรือผลแห่งข้อความจริงอันผู้ขายได้รู้อยู่แล้วและปกปิดเสีย

_บริบท: ส่วนที่ 4 ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิด_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 57

ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจกระทำการใด ๆ อันเป็นผลให้เกิดความเสียหายแก่

_บริบท: พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560_

### พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 44

ภายใต้บังคับมาตรา 27 และมาตรา 68 เมื่อได้จดทะเบียน เครื่องหมายการค้าแล้ว ผู้ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า เป็นผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียว ในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้

_บริบท: พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23

ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องแจ้ง ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลถึงรายละเอียด ดังต่อไปนี้ เว้นแต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบถึงรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว (1) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมเพื่อการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้หรือเปิดเผยซึ่งรวมถึง วัตถุประสงค์ตามที่มาตรา 24 ให้อำนาจในการเก็บรวบรวมได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคล (2) แจ้งให้ทราบถึงกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติ ตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเข้าทำสัญญา รวมทั้งแจ้งถึง ผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล (3) ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการเก็บรวบรวมและระยะเวลาในการเก็บรวบรวมไว้ ทั้งนี้ ในกรณี ที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ชัดเจน ให้กำหนดระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐาน ของการเก็บรวบรวม (4) ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจจะถูกเปิดเผย (5) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อในกรณี ที่มีตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้แจ้งข้อมูล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อของ ตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย (6) สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 19 วรรคห้า มาตรา 30 วรรคหนึ่ง

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24

ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 27

ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้ รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมได้โดยได้รับยกเว้น ไม่ต้องขอความยินยอมตามมาตรา 24 หรือมาตรา 26 บุคคลหรือนิติบุคคลที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลมาจากการเปิดเผยตามวรรคหนึ่ง จะต้องไม่ใช้หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้กับผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอ ความยินยอมตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องบันทึกการใช้หรือเปิดเผยนั้นไว้ในรายการ ตามมาตรา 39

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 78

ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการขายสินค้า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การขายสินค้านอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) (4) หรือ (5) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนส่งมอบสินค้า ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) โอนกรรมสิทธิ์สินค้า (ข) ได้รับชำระราคาสินค้า หรือ (ค) ได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การขายสินค้าตามสัญญาให้เช่าซื้อหรือสัญญาซื้อขายผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ในสินค้ายังไม่โอนไปยังผู้ซื้อเมื่อได้ส่งมอบ ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อถึงกำหนดชำระราคาตามงวดที่ถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวด เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวด ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้รับชำระราคาสินค้า หรือ (ข) ได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การขายสินค้าโดยมีการตั้งตัวแทนเพื่อขายและได้ส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนแล้ว ทั้งนี้ เฉพาะสัญญาการตั้งตัวแทนเพื่อขายตามประเภทของสินค้าและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อตัวแทนได้ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนการส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ตัวแทนได้โอนกรรมสิทธิ์สินค้าให้ผู้ซื้อ (ข) ตัวแทนได้รับชำระราคาสินค้า (ค) ตัวแทนได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ง) ได้มีการนำสินค้าไปใช้ไม่ว่าโดยตัวแทนหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (4) การขายสินค้าโดยส่งออกให้ความรับผิดเกิดขึ้นดังต่อไปนี้ (ก) การส่งออกนอกจากที่ระบุใน (ข) หรือ (ค) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อชำระอากรขาออก วางหลักประกันอากรขาออก หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันอากรขาออก เว้นแต่ในกรณีที่ไม่ต้องเสียอากรขาออกหรือได้รับยกเว้นอากรขาออก แล้วแต่กรณี ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่มีการออกใบขนสินค้าขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (ข)2 การส่งออกในกรณีที่นำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรตามมาตรา 77/1 (14) (ก) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่นำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตดังกล่าว (ค) การส่งออกซึ่งสินค้าที่อยู่ในคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ให้ความรับผิดเกิดขึ้นพร้อมกับความรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (5) การขายสินค้าที่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าอันทำให้ผู้รับโอนสินค้ามีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อโอนกรรมสิทธิ์สินค้า เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการขายสินค้าแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการขายสินค้าตามสัญญาและมีการชำระราคาที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) (2) และ (3) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้

_บริบท: ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 86

ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

_บริบท: ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 381

ถ้าลูกหนี้ได้สัญญาไว้ว่าจะให้เบี้ยปรับเมื่อตนไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องสมควร เช่นว่าไม่ชำระหนี้ตรงตามเวลาที่กำหนดไว้เป็นต้น นอกจากเรียกให้ชำระหนี้ เจ้าหนี้จะเรียกเอาเบี้ยปรับอันจะพึงริบนั้นอีกด้วยก็ได้

_บริบท: หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_wholesale_supply

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย