# สัญญากู้ยืมเงินระหว่างกรรมการกับบริษัท ต้องมีอะไรบ้าง

> สำหรับกรรมการที่ให้บริษัทกู้เงิน หรือบริษัทที่ให้กรรมการกู้เงิน กำหนดมติอนุมัติโดยกรรมการผู้มีส่วนได้เสียไม่ออกเสียง ดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี ภาษีที่ต่างกันตามทิศทาง การชำระคืน ผลเมื่อกรรมการพ้นตำแหน่ง และอากรแสตมป์

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97

## ตอบสั้น

กรรมการกับบริษัทกู้ยืมเงินกัน โดยมีมติอนุมัติและเงื่อนไขที่เป็นธรรมต่อบริษัท · กรรมการคู่สัญญาลงนามแทนบริษัทเองไม่ได้ ต้องมีมติโดยผู้มีส่วนได้เสียไม่ออกเสียง

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้เมื่อกรรมการหรือผู้ถือหุ้นใส่เงินให้บริษัทหมุนเวียนในรูปเงินกู้
- **อากรแสตมป์:** สัญญากู้ยืมเงินเข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 5 ทุก 2,000 บาทหรือเศษเสียอากร 1 บาท เพดานไม่เกิน 10,000 บาท ผู้ให้กู้เป็นผู้เสียอากร จากเงินต้น … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114
- **ภาษี:** บริษัทให้กรรมการกู้ ดอกเบี้ยที่บริษัทได้รับเป็นรายได้ของบริษัท ถ้าบริษัทให้กู้โดยไม่คิดดอกเบี้ยหรือคิดต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินดอกเบี้ยตามราคาตลาดเป็นรายได้ของบริษัทตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (4) ประโยชน์ที่กรรมการได้จากการกู้ดอกเบี้ยต่ำอาจถือเป็นเงินได้ของกรรมการเนื่องจากตำแหน่งตามมาตรา 40(2) ได้ด้วย ให้ตรวจกับผู้สอบบัญชีก่อนตั้งอัตรากรรมการให้บริษัทกู้ ดอกเบี้ยที่บริษัทจ่ายเป็นเงินได้ของกรรมการตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(4)(ก) บริษัทต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่ง อัตราหักภาษีดอกเบี้ยที่จ่ายแก่บุคคลธรรมดาอยู่ในประมวลรัษฎากร ควรตรวจอัตราปัจจุบันกับผู้สอบบัญชี ดอกเบี้ยที่สูงกว่าราคาตลาดอาจถูกเจ้าพนักงานไม่ยอมให้บริษัทถือเป็นรายจ่าย เงินกู้จากกรรมการที่ไม่มีดอกเบี้ยไม่มีภาระภาษีแก่กรรมการ
- **แบบที่กฎหมายกำหนด:** การกู้ยืมเงินเกิน 2,000 บาทต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้ มิฉะนั้นฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 สัญญานี้เป็นหลักฐานนั้น การกู้ยืมเงินสมบูรณ์เมื่อส่งมอบเงินตามมาตรา 650 ข้อ 1.1 จึงให้หลักฐานการโอนเงินเป็นหลักฐานการรับเงิน สัญญาระหว่างกรรมการกับบริษัทเป็นรายการที่มีส่วนได้เสีย กรรมการที่เป็นคู่สัญญาจะลงนามแทนบริษัทในสัญญานี้เองไม่ได้ ข้อ 2.1 จึงให้คณะกรรมการอนุมัติโดยกรรมการผู้มีส่วนได้เสียไม่ออกเสียง และให้กรรมการคนอื่นที่มีอำนาจลงนามแทนบริษัท ข้อบังคับของบริษัทอาจกำหนดให้ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วย บทบัญญัติ ป.พ.พ. เรื่องกรรมการบริษัทจำกัดและการทำนิติกรรมกับบริษัท และกฎหมายหลักทรัพย์เรื่องรายการที่เกี่ยวโยงกันสำหรับบริษัทมหาชน ควรตรวจประกอบก่อนลงนาม ⚠️ ผู้ให้กู้ประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงิน ถ้ากรรมการผู้กู้เป็นบุคคลธรรมดาที่ใช้เงินเพื่อการส่วนตัว การกู้ยืมอาจอยู่ในบังคับประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้กู้ยืมเงินเพื่อผู้บริโภคเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565 ซึ่งกำหนดให้ข้อความเรื่องเหตุเลิกสัญญาต้องเด่นชัด บอกกล่าวก่อนเลิกไม่น้อยกว่า 30 วัน ห้ามคิดดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดเมื่อชำระก่อนกำหนด และต้องแนบตารางแสดงภาระหนี้ (ข้อ 4.1) ให้ตั้งระยะบอกกล่าวในข้อ 6.1 ไม่น้อยกว่า 30 วัน บริษัทที่ไม่ได้ให้กู้เป็นปกติธุระไม่อยู่ในบังคับประกาศนี้
- **มาตราที่อ้าง:** ป.พ.พ. ม.224, 650, 653, 654, 655; พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 ม.4; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4; ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้กู้ยืมเงินเพื่อผู้บริโภคเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565 ข้อ 3, 4.1; ประมวลรัษฎากร ม.40(2), 40(4)(ก), 113–114, 118, บัญชีอัตราอากรลักษณะ 5
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 349 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้เมื่อกรรมการหรือผู้ถือหุ้นใส่เงินให้บริษัทหมุนเวียนในรูปเงินกู้
- ใช้เมื่อบริษัทให้กรรมการยืมเงิน
- ใช้เมื่อต้องการหลักฐานเงินกู้กรรมการที่ผู้สอบบัญชีและสรรพากรยอมรับ

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- กรรมการคู่สัญญาลงนามแทนบริษัทเองไม่ได้ ต้องมีมติโดยผู้มีส่วนได้เสียไม่ออกเสียง
- ดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปีผิดกฎหมาย
- บริษัทให้กรรมการกู้โดยไม่คิดดอกเบี้ย เจ้าพนักงานอาจประเมินดอกเบี้ยตามราคาตลาด
- บริษัทที่จ่ายดอกเบี้ยให้กรรมการต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ถ้ากู้ยืมระหว่างบุคคลทั่วไป ให้ใช้ [สัญญากู้ยืมเงิน](/s/th_loan)
- ถ้าจะแปลงเงินกู้กรรมการเป็นหุ้น ให้ใช้ [สัญญาแปลงหนี้เป็นทุนสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก](/s/th_debt_to_equity_conversion)

## อากรแสตมป์

สัญญากู้ยืมเงินเข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 5 ทุก 2,000 บาทหรือเศษเสียอากร 1 บาท เพดานไม่เกิน 10,000 บาท **ผู้ให้กู้เป็นผู้เสียอากร** จากเงินต้น … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114

## การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

การกู้ยืมเงินเกิน 2,000 บาทต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้ มิฉะนั้นฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 สัญญานี้เป็นหลักฐานนั้น การกู้ยืมเงินสมบูรณ์เมื่อส่งมอบเงินตามมาตรา 650 ข้อ 1.1 จึงให้หลักฐานการโอนเงินเป็นหลักฐานการรับเงิน

**สัญญาระหว่างกรรมการกับบริษัทเป็นรายการที่มีส่วนได้เสีย** กรรมการที่เป็นคู่สัญญาจะลงนามแทนบริษัทในสัญญานี้เองไม่ได้ ข้อ 2.1 จึงให้คณะกรรมการอนุมัติโดยกรรมการผู้มีส่วนได้เสียไม่ออกเสียง และให้กรรมการคนอื่นที่มีอำนาจลงนามแทนบริษัท ข้อบังคับของบริษัทอาจกำหนดให้ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วย บทบัญญัติ ป.พ.พ. เรื่องกรรมการบริษัทจำกัดและการทำนิติกรรมกับบริษัท และกฎหมายหลักทรัพย์เรื่องรายการที่เกี่ยวโยงกันสำหรับบริษัทมหาชน ควรตรวจประกอบก่อนลงนาม

**⚠️ ผู้ให้กู้ประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงิน** ถ้ากรรมการผู้กู้เป็นบุคคลธรรมดาที่ใช้เงินเพื่อการส่วนตัว การกู้ยืมอาจอยู่ในบังคับประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้กู้ยืมเงินเพื่อผู้บริโภคเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565 ซึ่งกำหนดให้ข้อความเรื่องเหตุเลิกสัญญาต้องเด่นชัด บอกกล่าวก่อนเลิกไม่น้อยกว่า 30 วัน ห้ามคิดดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดเมื่อชำระก่อนกำหนด และต้องแนบตารางแสดงภาระหนี้ (ข้อ 4.1) ให้ตั้งระยะบอกกล่าวในข้อ 6.1 ไม่น้อยกว่า 30 วัน บริษัทที่ไม่ได้ให้กู้เป็นปกติธุระไม่อยู่ในบังคับประกาศนี้

## ภาษี

**บริษัทให้กรรมการกู้** ดอกเบี้ยที่บริษัทได้รับเป็นรายได้ของบริษัท ถ้าบริษัทให้กู้โดยไม่คิดดอกเบี้ยหรือคิดต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินดอกเบี้ยตามราคาตลาดเป็นรายได้ของบริษัทตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (4) ประโยชน์ที่กรรมการได้จากการกู้ดอกเบี้ยต่ำอาจถือเป็นเงินได้ของกรรมการเนื่องจากตำแหน่งตามมาตรา 40(2) ได้ด้วย ให้ตรวจกับผู้สอบบัญชีก่อนตั้งอัตรา**กรรมการให้บริษัทกู้** ดอกเบี้ยที่บริษัทจ่ายเป็นเงินได้ของกรรมการตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(4)(ก) บริษัทต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่ง อัตราหักภาษีดอกเบี้ยที่จ่ายแก่บุคคลธรรมดาอยู่ในประมวลรัษฎากร ควรตรวจอัตราปัจจุบันกับผู้สอบบัญชี ดอกเบี้ยที่สูงกว่าราคาตลาดอาจถูกเจ้าพนักงานไม่ยอมให้บริษัทถือเป็นรายจ่าย เงินกู้จากกรรมการที่ไม่มีดอกเบี้ยไม่มีภาระภาษีแก่กรรมการ

## ดอกเบี้ย

อัตราดอกเบี้ยต้องไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปีตาม ป.พ.พ. มาตรา 654 ซึ่งให้ลดส่วนที่เกินลงมา และการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราเป็นความผิดอาญาตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 มาตรา 4 ข้อ 3.2 ห้ามดอกเบี้ยทบต้นตามมาตรา 655 อัตราที่เหมาะคืออัตราที่ใกล้เคียงอัตราที่ธนาคารให้กู้แก่บริษัทขนาดเดียวกัน เพื่อไม่ให้เป็นการโอนประโยชน์ระหว่างกรรมการกับบริษัทเงินกู้นี้ไม่มีดอกเบี้ย เมื่อผิดนัดผู้ให้กู้เรียกดอกเบี้ยผิดนัดได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 บริษัทที่ให้กรรมการกู้โดยไม่คิดดอกเบี้ยควรอ่านหัวข้อภาษีข้างบน

## พ้นตำแหน่งและผลประโยชน์ขัดกัน

ข้อ 4.2 ให้เงินกู้ถึงกำหนดเมื่อกรรมการพ้นตำแหน่ง เพราะบริษัทให้กู้โดยอาศัยความเป็นกรรมการ การหักจากค่าตอบแทนต้องไม่ขัดกับกฎหมายแรงงานถ้ากรรมการเป็นลูกจ้างด้วย ข้อ 6.2 ตัดอำนาจกรรมการคู่สัญญาในเรื่องที่ตนมีส่วนได้เสีย ข้อกำหนดที่ให้ฝ่ายหนึ่งได้เปรียบเกินสมควรเสี่ยงเป็นข้อที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

## เอกสารแนบท้ายสัญญา

- สำเนารายงานการประชุมคณะกรรมการที่อนุมัติ
- สำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้น ถ้ามี
- ตารางการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย
- หลักฐานการโอนเงินกู้
- สัญญาหลักประกัน ถ้ามี

## วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ผู้ลงนามแทนบริษัทต้องเป็นกรรมการผู้มีอำนาจคนอื่นที่ไม่ใช่กรรมการคู่สัญญา

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-777C22 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญากู้ยืมเงินระหว่างกรรมการกับบริษัท ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญากู้ยืมเงินเข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 5 ทุก 2,000 บาทหรือเศษเสียอากร 1 บาท เพดานไม่เกิน 10,000 บาท ผู้ให้กู้เป็นผู้เสียอากร จากเงินต้น … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114

### สัญญากู้ยืมเงินระหว่างกรรมการกับบริษัท เสียภาษีอะไรบ้าง

บริษัทให้กรรมการกู้ ดอกเบี้ยที่บริษัทได้รับเป็นรายได้ของบริษัท ถ้าบริษัทให้กู้โดยไม่คิดดอกเบี้ยหรือคิดต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินดอกเบี้ยตามราคาตลาดเป็นรายได้ของบริษัทตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (4) ประโยชน์ที่กรรมการได้จากการกู้ดอกเบี้ยต่ำอาจถือเป็นเงินได้ของกรรมการเนื่องจากตำแหน่งตามมาตรา 40(2) ได้ด้วย ให้ตรวจกับผู้สอบบัญชีก่อนตั้งอัตรากรรมการให้บริษัทกู้ ดอกเบี้ยที่บริษัทจ่ายเป็นเงินได้ของกรรมการตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(4)(ก) บริษัทต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่ง อัตราหักภาษีดอกเบี้ยที่จ่ายแก่บุคคลธรรมดาอยู่ในประมวลรัษฎากร ควรตรวจอัตราปัจจุบันกับผู้สอบบัญชี ดอกเบี้ยที่สูงกว่าราคาตลาดอาจถูกเจ้าพนักงานไม่ยอมให้บริษัทถือเป็นรายจ่าย เงินกู้จากกรรมการที่ไม่มีดอกเบี้ยไม่มีภาระภาษีแก่กรรมการ

### ใช้สัญญากู้ยืมเงินระหว่างกรรมการกับบริษัทตอนไหน

ใช้เมื่อกรรมการหรือผู้ถือหุ้นใส่เงินให้บริษัทหมุนเวียนในรูปเงินกู้ · ใช้เมื่อบริษัทให้กรรมการยืมเงิน · ใช้เมื่อต้องการหลักฐานเงินกู้กรรมการที่ผู้สอบบัญชีและสรรพากรยอมรับ

### ทำสัญญากู้ยืมเงินระหว่างกรรมการกับบริษัทต้องระวังอะไร

กรรมการคู่สัญญาลงนามแทนบริษัทเองไม่ได้ ต้องมีมติโดยผู้มีส่วนได้เสียไม่ออกเสียง · ดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปีผิดกฎหมาย · บริษัทให้กรรมการกู้โดยไม่คิดดอกเบี้ย เจ้าพนักงานอาจประเมินดอกเบี้ยตามราคาตลาด · บริษัทที่จ่ายดอกเบี้ยให้กรรมการต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญากู้ยืมเงินระหว่างกรรมการกับบริษัท

ถ้ากู้ยืมระหว่างบุคคลทั่วไป ให้ใช้ สัญญากู้ยืมเงิน · ถ้าจะแปลงเงินกู้กรรมการเป็นหุ้น ให้ใช้ สัญญาแปลงหนี้เป็นทุนสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

### สัญญากู้ยืมเงินระหว่างกรรมการกับบริษัท ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

การกู้ยืมเงินเกิน 2,000 บาทต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้ มิฉะนั้นฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 สัญญานี้เป็นหลักฐานนั้น การกู้ยืมเงินสมบูรณ์เมื่อส่งมอบเงินตามมาตรา 650 ข้อ 1.1 จึงให้หลักฐานการโอนเงินเป็นหลักฐานการรับเงิน สัญญาระหว่างกรรมการกับบริษัทเป็นรายการที่มีส่วนได้เสีย กรรมการที่เป็นคู่สัญญาจะลงนามแทนบริษัทในสัญญานี้เองไม่ได้ ข้อ 2.1 จึงให้คณะกรรมการอนุมัติโดยกรรมการผู้มีส่วนได้เสียไม่ออกเสียง และให้กรรมการคนอื่นที่มีอำนาจลงนามแทนบริษัท ข้อบังคับของบริษัทอาจกำหนดให้ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วย บทบัญญัติ ป.พ.พ. เรื่องกรรมการบริษัทจำกัดและการทำนิติกรรมกับบริษัท และกฎหมายหลักทรัพย์เรื่องรายการที่เกี่ยวโยงกันสำหรับบริษัทมหาชน ควรตรวจประกอบก่อนลงนาม ⚠️ ผู้ให้กู้ประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงิน ถ้ากรรมการผู้กู้เป็นบุคคลธรรมดาที่ใช้เงินเพื่อการส่วนตัว การกู้ยืมอาจอยู่ในบังคับประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้กู้ยืมเงินเพื่อผู้บริโภคเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565 ซึ่งกำหนดให้ข้อความเรื่องเหตุเลิกสัญญาต้องเด่นชัด บอกกล่าวก่อนเลิกไม่น้อยกว่า 30 วัน ห้ามคิดดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดเมื่อชำระก่อนกำหนด และต้องแนบตารางแสดงภาระหนี้ (ข้อ 4.1) ให้ตั้งระยะบอกกล่าวในข้อ 6.1 ไม่น้อยกว่า 30 วัน บริษัทที่ไม่ได้ให้กู้เป็นปกติธุระไม่อยู่ในบังคับประกาศนี้

### ลงนามสัญญากู้ยืมเงินระหว่างกรรมการกับบริษัทต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ผู้ลงนามแทนบริษัทต้องเป็นกรรมการผู้มีอำนาจคนอื่นที่ไม่ใช่กรรมการคู่สัญญา

### ทำสัญญากู้ยืมเงินระหว่างกรรมการกับบริษัทต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

สำเนารายงานการประชุมคณะกรรมการที่อนุมัติ สำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้น ถ้ามี ตารางการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย หลักฐานการโอนเงินกู้ สัญญาหลักประกัน ถ้ามี

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 650

อันว่ายืมใช้สิ้นเปลืองนั้น คือสัญญาซึ่งผู้ให้ยืมโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินชนิดใช้ไปสิ้นไปนั้นเป็นปริมาณมีกำหนดให้ไปแก่ผู้ยืม และผู้ยืมตกลงว่าจะคืนทรัพย์สินเป็นประเภท ชนิด และปริมาณเช่นเดียวกันให้แทนทรัพย์สินซึ่งให้ยืมนั้น

_บริบท: หมวด 2 ยืมใช้สิ้นเปลือง_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653

การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่

_บริบท: หมวด 2 ยืมใช้สิ้นเปลือง_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654

ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละสิบห้าต่อปี ถ้าในสัญญากำหนดดอกเบี้ยเกินกว่านั้น ก็ให้ลดลงมาเป็นร้อยละสิบห้าต่อปี

_บริบท: หมวด 2 ยืมใช้สิ้นเปลือง_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 655

ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยในดอกเบี้ยที่ค้างชำระ แต่ทว่าเมื่อดอกเบี้ยค้างชำระไม่น้อยกว่าปีหนึ่ง คู่สัญญากู้ยืมจะตกลงกันให้เอาดอกเบี้ยนั้นทบเข้ากับต้นเงินแล้วให้คิดดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่ทบเข้ากันนั้นก็ได้ แต่การตกลงเช่นนั้นต้องทำเป็นหนังสือ

_บริบท: หมวด 2 ยืมใช้สิ้นเปลือง_

### พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 มาตรา 4

บุคคลใดให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินหรือกระทำการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการอำพราง

_บริบท: พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 40

เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

_บริบท: ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_director_company_loan

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย