# คำรับรองพนักงาน การใช้บัตรเครดิตสำหรับนิติบุคคล ต้องมีอะไรบ้าง

> หนังสือที่พนักงานผู้ถือบัตรเครดิตของบริษัทลงนามรับรองก่อนรับบัตร — ใช้เพื่องานเท่านั้น วงเงินต่อเดือน รายการที่ต้องอนุมัติก่อน รายการต้องห้าม ส่งใบเสร็จภายในกี่วัน ห้ามบอกรหัส OTP หรือ 3-D Secure บัตรเสมือนและการชำระผ่านมือถือ บัตรหายต้องแจ้งทันที การคืนเงินรายการส่วนตัวโดยไม่มีค่าปรับสองเท่า และคืนบัตรเมื่อพ้นสภาพ · เลือกได้ว่าให้หักค่าจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานหรือไม่

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%84%E0%B8%A5

## ตอบสั้น

พนักงานที่ได้รับบัตรเครดิตซึ่งบริษัทเป็นผู้ขอออก รับรองต่อบริษัทว่าจะใช้เพื่องานภายในวงเงิน ส่งใบเสร็จตามกำหนด รักษาความปลอดภัยของบัตร และคืนเงินรายการส่วนตัวกับคืนบัตรเมื่อพ้นสภาพ · อย่าเขียนให้พนักงานชดใช้สองเท่าของยอดที่ใช้ผิด ศาลลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนได้ (ป.พ.พ. มาตรา 383)

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้เมื่อบริษัทมอบบัตรเครดิตองค์กรหรือบัตรเสมือนให้พนักงานจัดซื้อ ฝ่ายขาย หรือผู้บริหารใช้จ่ายค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายงาน
- **อากรแสตมป์:** คำรับรองนี้ไม่ใช่ตราสารที่ระบุไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากร
- **ภาษี:** ค่าใช้จ่ายที่จ่ายด้วยบัตรจะเป็นรายจ่ายของนายจ้างได้เมื่อมีหลักฐานที่ออกในนามนายจ้าง ใบกำกับภาษีเต็มรูปต้องมีชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ (ประมวลรัษฎากร มาตรา 86/4) และกรมสรรพากรกำหนดให้ระบุสาขาด้วย ข้อ 4.2 จึงให้พนักงานขอทุกครั้ง ถ้านายจ้างอนุญาตให้คะแนนสะสมหรือเงินคืนเป็นของพนักงาน ประโยชน์นั้นอาจเป็นเงินได้ของพนักงาน ให้ตรวจกับผู้ทำบัญชี
- **มาตราที่อ้าง:** พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 2541 ม.76 (4) และวรรคสอง (หักค่าจ้างชดใช้ความเสียหายจากจงใจ/ประมาทร้ายแรง ร้อยละ 10 · หนึ่งในห้า — ข้อ 7.3), 77 (ความยินยอมเป็นหนังสือเฉพาะเรื่อง) · ป.พ.พ. ม.379, 383 (เบี้ยปรับสองเท่าของเล่ม — เหตุที่ไม่รับ), 373 (ข้อ 6.2 ไม่ยกเว้นจงใจ/ประมาทร้ายแรง) · พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 ม.23, 37 (ข้อ 8) · ประมวลรัษฎากร ม.86/4 (ใบกำกับภาษีเต็มรูป — ข้อ 4.2) · บัญชีอัตราอากรแสตมป์ (ไม่ใช่ตราสารในบัญชี) · พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม 2540 ม.4
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 149 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้เมื่อบริษัทมอบบัตรเครดิตองค์กรหรือบัตรเสมือนให้พนักงานจัดซื้อ ฝ่ายขาย หรือผู้บริหารใช้จ่ายค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายงาน
- ใช้เมื่อพนักงานใช้บัตรบริษัทจ่ายค่าโฆษณาออนไลน์ ค่าซอฟต์แวร์รายเดือน หรือค่าบริการคลาวด์
- ใช้เมื่อต้องการกติกาส่งใบเสร็จและใบกำกับภาษีในนามบริษัทให้ครบก่อนปิดบัญชีทุกเดือน

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- อย่าเขียนให้พนักงานชดใช้สองเท่าของยอดที่ใช้ผิด ศาลลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนได้ (ป.พ.พ. มาตรา 383)
- หักค่าจ้างได้เฉพาะตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานมาตรา 76 มีเพดานต่องวด และต้องมีความยินยอมเป็นหนังสือ (มาตรา 77)
- ตรวจสัญญาบัตรกับธนาคารก่อนว่าผู้ถือบัตรต้องรับผิดร่วมกับบริษัทหรือไม่ แล้วบอกพนักงานก่อนรับบัตร
- ตั้งวงเงินที่ธนาคารให้ใกล้กับวงเงินที่อนุญาตพนักงาน และเปิดการแจ้งเตือนทุกรายการ

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ถ้าจะให้พนักงานรับรองเรื่องความลับและทรัพย์สินทางปัญญา ให้ใช้ [คำรับรองพนักงาน ทรัพย์สินทางปัญญาและความลับทางการค้า](/s/th_employee_ip_undertaking)
- ถ้ากำลังรับพนักงานเข้าทำงานและต้องการเงื่อนไขการจ้างทั้งหมด ให้ใช้ [สัญญาว่าจ้างทำงาน (พนักงานประจำ)](/s/th_employment_contract)
- ถ้าให้พนักงานยืมเงินหรือทดรองจ่ายเงินสดแล้วผ่อนคืน ไม่ใช่การถือบัตร ให้ใช้ [สัญญากู้ยืมเงินของพนักงาน](/s/th_employee_loan)

## อากรแสตมป์

คำรับรองนี้ไม่ใช่ตราสารที่ระบุไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากร

## การหักค่าจ้าง

นายจ้างหักค่าจ้างได้เฉพาะกรณีที่กฎหมายกำหนด ซึ่งกรณีบัตรเครดิตที่ใกล้ที่สุดคือ **ชดใช้ค่าเสียหายที่ลูกจ้างทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง โดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง** หักได้ไม่เกินร้อยละ 10 และรวมกับการหักอื่นไม่เกินหนึ่งในห้าของค่าจ้างงวดนั้น เว้นแต่ลูกจ้างยินยอม (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 76) ความยินยอมต้องทำเป็นหนังสือให้ลูกจ้างลงลายมือชื่อ หรือตกลงไว้ชัดเจนเป็นการเฉพาะ (มาตรา 77) ข้อ 7.3 จึงให้หักได้เฉพาะกรณีใช้บัตรเพื่อตนเองโดยเจตนาตามข้อ 7.2 ให้นายจ้างแจ้งจำนวนและให้พนักงานลงชื่อยืนยันก่อนหักทุกครั้ง อย่าหักเกินเพดานโดยไม่ได้รับความยินยอมเฉพาะครั้งนั้น ส่วนรายการส่วนตัวที่ใช้ผิดพลาดตามข้อ 7.1 เป็นหนี้ที่พนักงานต้องโอนคืน ไม่ใช่ความเสียหายตามมาตรา 76 จึงหักจากค่าจ้างไม่ได้ ถ้าไม่คืนตามกำหนด ให้ทวงถามเป็นหนังสือฉบับนี้ไม่ให้หักค่าจ้างโดยอัตโนมัติ ถ้าจะหักต้องขอความยินยอมเป็นหนังสือเป็นรายครั้ง การหักค่าจ้างผิดกฎหมายเป็นความผิดของนายจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และนายจ้างต้องคืนเงินที่หักไป

แบบเก่าบางฉบับให้พนักงานชดใช้ **สองเท่า** ของยอดที่ใช้ผิด ซึ่งเป็นเบี้ยปรับที่ศาลลดลงได้ (ป.พ.พ. มาตรา 383) ฉบับนี้จึงให้คืนเงินเต็มจำนวนและค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริงเท่านั้น

## ข้อห้ามและผลเมื่อฝ่าฝืน

- **ใช้บัตรเพื่อตนเองโดยเจตนา (ข้อ 2.3 และข้อ 7.2)** ต้องคืนเงินพร้อมค่าเสียหายจริง อาจถูกลงโทษทางวินัย และในกรณีร้ายแรง เช่น ทุจริตต่อหน้าที่ นายจ้างอาจเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน นอกจากนี้การเบียดบังเงินของนายจ้างอาจเป็นความผิดอาญา เช่น ยักยอกหรือฉ้อโกง ซึ่งนายจ้างร้องทุกข์ได้แยกต่างหาก
- **ให้สินบนหรือของขวัญแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ (ข้อ 3.2)** เป็นความผิดอาญาทั้งของผู้ให้ และนิติบุคคลที่ไม่มีมาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสมอาจต้องรับผิดด้วยตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริต คำรับรองนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการควบคุมภายใน ควรใช้คู่กับนโยบายต่อต้านการให้สินบน
- **บอกรหัส OTP หรือให้ผู้อื่นใช้บัตร (ข้อ 5)** ถ้าเกิดความเสียหายเพราะพนักงานประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง พนักงานต้องรับผิดเท่าที่นายจ้างเรียกคืนจากผู้ออกบัตรไม่ได้ (ข้อ 6.2)
- **ไม่ส่งใบเสร็จภายใน … วัน (ข้อ 4)** นายจ้างทวงเป็นหนังสือแล้วยังไม่ส่งภายใน 15 วัน รายการนั้นถือเป็นรายการส่วนตัวที่ต้องคืนตามข้อ 7

## ภาษีและใบกำกับภาษี

ค่าใช้จ่ายที่จ่ายด้วยบัตรจะเป็นรายจ่ายของนายจ้างได้เมื่อมีหลักฐานที่ออกในนามนายจ้าง ใบกำกับภาษีเต็มรูปต้องมีชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ (ประมวลรัษฎากร มาตรา 86/4) และกรมสรรพากรกำหนดให้ระบุสาขาด้วย ข้อ 4.2 จึงให้พนักงานขอทุกครั้ง ถ้านายจ้างอนุญาตให้คะแนนสะสมหรือเงินคืนเป็นของพนักงาน ประโยชน์นั้นอาจเป็นเงินได้ของพนักงาน ให้ตรวจกับผู้ทำบัญชี

## ข้อมูลส่วนบุคคล

รายการใช้บัตรแสดงสถานที่และพฤติกรรมของพนักงาน นายจ้างเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องแจ้งวัตถุประสงค์ไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวของพนักงาน ใช้เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายและตามกฎหมายเท่านั้น และรักษาความปลอดภัยของข้อมูล (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23 และ 37)

## ก่อนมอบบัตร

- ตรวจสัญญาบัตรเครดิตระหว่างนายจ้างกับผู้ออกบัตรว่าผู้ถือบัตรต้องรับผิดร่วมกับนายจ้างหรือไม่ ถ้าผู้ออกบัตรให้พนักงานลงนามรับผิดร่วม ให้พนักงานรู้ก่อนรับบัตร (ข้อ 10)
- ตั้งวงเงินที่ผู้ออกบัตรให้เท่ากับหรือใกล้กับวงเงิน … ตามข้อ 2.2 และเปิดการแจ้งเตือนทุกรายการไปยังผู้ดูแลของนายจ้าง
- มอบรายการค่าใช้จ่ายที่อนุญาตและระเบียบการเบิกให้พนักงานพร้อมกับคำรับรองนี้

## เอกสารแนบท้าย

- ระเบียบการเบิกค่าใช้จ่ายและนโยบายต่อต้านการให้สินบนของนายจ้าง (ถ้ามี)
- ใบรับบัตรที่ระบุหมายเลขลงท้าย … และวันที่รับ
- แบบบันทึกชี้แจงกรณีใบเสร็จสูญหาย

## วันลงนาม

ให้พนักงานลงนามก่อนหรือในวันรับบัตร นายจ้างลงนามรับทราบ ให้สำเนาแก่พนักงานหนึ่งฉบับ เก็บต้นฉบับไว้ในแฟ้มประวัติพนักงาน เมื่อพนักงานคืนบัตร ให้ทำบันทึกการคืนบัตรลงชื่อทั้งสองฝ่าย

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-75719A · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### คำรับรองพนักงาน การใช้บัตรเครดิตสำหรับนิติบุคคล ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

คำรับรองนี้ไม่ใช่ตราสารที่ระบุไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากร

### คำรับรองพนักงาน การใช้บัตรเครดิตสำหรับนิติบุคคล เสียภาษีอะไรบ้าง

ค่าใช้จ่ายที่จ่ายด้วยบัตรจะเป็นรายจ่ายของนายจ้างได้เมื่อมีหลักฐานที่ออกในนามนายจ้าง ใบกำกับภาษีเต็มรูปต้องมีชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ (ประมวลรัษฎากร มาตรา 86/4) และกรมสรรพากรกำหนดให้ระบุสาขาด้วย ข้อ 4.2 จึงให้พนักงานขอทุกครั้ง ถ้านายจ้างอนุญาตให้คะแนนสะสมหรือเงินคืนเป็นของพนักงาน ประโยชน์นั้นอาจเป็นเงินได้ของพนักงาน ให้ตรวจกับผู้ทำบัญชี

### ใช้คำรับรองพนักงาน การใช้บัตรเครดิตสำหรับนิติบุคคลตอนไหน

ใช้เมื่อบริษัทมอบบัตรเครดิตองค์กรหรือบัตรเสมือนให้พนักงานจัดซื้อ ฝ่ายขาย หรือผู้บริหารใช้จ่ายค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายงาน · ใช้เมื่อพนักงานใช้บัตรบริษัทจ่ายค่าโฆษณาออนไลน์ ค่าซอฟต์แวร์รายเดือน หรือค่าบริการคลาวด์ · ใช้เมื่อต้องการกติกาส่งใบเสร็จและใบกำกับภาษีในนามบริษัทให้ครบก่อนปิดบัญชีทุกเดือน

### ทำคำรับรองพนักงาน การใช้บัตรเครดิตสำหรับนิติบุคคลต้องระวังอะไร

อย่าเขียนให้พนักงานชดใช้สองเท่าของยอดที่ใช้ผิด ศาลลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนได้ (ป.พ.พ. มาตรา 383) · หักค่าจ้างได้เฉพาะตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานมาตรา 76 มีเพดานต่องวด และต้องมีความยินยอมเป็นหนังสือ (มาตรา 77) · ตรวจสัญญาบัตรกับธนาคารก่อนว่าผู้ถือบัตรต้องรับผิดร่วมกับบริษัทหรือไม่ แล้วบอกพนักงานก่อนรับบัตร · ตั้งวงเงินที่ธนาคารให้ใกล้กับวงเงินที่อนุญาตพนักงาน และเปิดการแจ้งเตือนทุกรายการ

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้คำรับรองพนักงาน การใช้บัตรเครดิตสำหรับนิติบุคคล

ถ้าจะให้พนักงานรับรองเรื่องความลับและทรัพย์สินทางปัญญา ให้ใช้ คำรับรองพนักงาน ทรัพย์สินทางปัญญาและความลับทางการค้า · ถ้ากำลังรับพนักงานเข้าทำงานและต้องการเงื่อนไขการจ้างทั้งหมด ให้ใช้ สัญญาว่าจ้างทำงาน (พนักงานประจำ) · ถ้าให้พนักงานยืมเงินหรือทดรองจ่ายเงินสดแล้วผ่อนคืน ไม่ใช่การถือบัตร ให้ใช้ สัญญากู้ยืมเงินของพนักงาน

### ลงนามคำรับรองพนักงาน การใช้บัตรเครดิตสำหรับนิติบุคคลต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ให้พนักงานลงนามก่อนหรือในวันรับบัตร นายจ้างลงนามรับทราบ ให้สำเนาแก่พนักงานหนึ่งฉบับ เก็บต้นฉบับไว้ในแฟ้มประวัติพนักงาน เมื่อพนักงานคืนบัตร ให้ทำบันทึกการคืนบัตรลงชื่อทั้งสองฝ่าย

### ทำคำรับรองพนักงาน การใช้บัตรเครดิตสำหรับนิติบุคคลต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

ระเบียบการเบิกค่าใช้จ่ายและนโยบายต่อต้านการให้สินบนของนายจ้าง (ถ้ามี) ใบรับบัตรที่ระบุหมายเลขลงท้าย … และวันที่รับ แบบบันทึกชี้แจงกรณีใบเสร็จสูญหาย

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 76

ห้ามมิให้นายจ้างหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด เว้นแต่เป็นการหักเพื่อ (1) ชำระภาษีเงินได้ตามจำนวนที่ลูกจ้างต้องจ่าย หรือชำระเงินอื่นตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ (2) ชำระค่าบำรุงสหภาพแรงงานตามข้อบังคับของสหภาพแรงงาน (3) ชำระหนี้สินสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือสหกรณ์อื่นที่มีลักษณะเดียวกันกับสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือหนี้ที่เป็นไปเพื่อสวัสดิการที่เป็นประโยชน์ต่อลูกจ้างฝ่ายเดียว โดยได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากลูกจ้าง (4) เป็นเงินประกันตามมาตรา 10 หรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่นายจ้าง ซึ่งลูกจ้างได้กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง โดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง (5) เป็นเงินสะสมตามข้อตกลงเกี่ยวกับกองทุนเงินสะสม

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 — การหักค่าจ้าง (มาตรา 76–77)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 379

ถ้าลูกหนี้สัญญาแก่เจ้าหนี้ว่าจะใช้เงินจำนวนหนึ่งเป็นเบี้ยปรับเมื่อตนไม่ชำระหนี้ก็ดี หรือไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องสมควรก็ดี เมื่อลูกหนี้ผิดนัดก็ให้ริบเบี้ยปรับ ถ้าการชำระหนี้อันจะพึงทำนั้นได้แก่งดเว้นการอันใดอันหนึ่ง หากทำการอันนั้นฝ่าฝืนมูลหนี้เมื่อใด ก็ให้ริบเบี้ยปรับเมื่อนั้น

_บริบท: หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

_บริบท: หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23

ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องแจ้ง ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลถึงรายละเอียด ดังต่อไปนี้ เว้นแต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบถึงรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว (1) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมเพื่อการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้หรือเปิดเผยซึ่งรวมถึง วัตถุประสงค์ตามที่มาตรา 24 ให้อำนาจในการเก็บรวบรวมได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคล (2) แจ้งให้ทราบถึงกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติ ตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเข้าทำสัญญา รวมทั้งแจ้งถึง ผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล (3) ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการเก็บรวบรวมและระยะเวลาในการเก็บรวบรวมไว้ ทั้งนี้ ในกรณี ที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ชัดเจน ให้กำหนดระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐาน ของการเก็บรวบรวม (4) ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจจะถูกเปิดเผย (5) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อในกรณี ที่มีตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้แจ้งข้อมูล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อของ ตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย (6) สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 19 วรรคห้า มาตรา 30 วรรคหนึ่ง

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 86/4

ภายใต้บังคับมาตรา 86/5 และมาตรา 86/6 ใบกำกับภาษีต้องมีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ (1) คำว่า “ใบกำกับภาษี” ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด (2) ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออกใบกำกับภาษี และในกรณีที่ตัวแทนเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนตามมาตรา 86 วรรคสี่ หรือมาตรา 86/2 หรือผู้ทอดตลาดเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนตามมาตรา 86/3 ให้ระบุชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของตัวแทนนั้นด้วย (3) ชื่อ ที่อยู่ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ (4) หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี และหมายเลขลำดับของเล่มถ้ามี (5) ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ (6) จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ โดยให้แยกออกจากมูลค่าของสินค้าและหรือของบริการให้ชัดแจ้ง (7) วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี (8) ข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด รายการในใบกำกับภาษีให้ทำเป็นภาษาไทย เป็นหน่วยเงินตราไทย และใช้ตัวเลขไทยหรืออารบิค เว้นแต่ในกิจการบางประเภทที่มีความจำเป็นต้องทำเป็นภาษาต่างประเทศหรือเป็นหน่วยเงินตราต่างประเทศ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดี ใบกำกับภาษีอาจออกรวมกันสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการหลายอย่างก็ได้ เว้นแต่อธิบดีจะได้กำหนดให้การออกใบกำกับภาษีสำหรับสินค้าหรือบริการบางอย่างหรือหลายอย่างต้องกระทำแยกต่างหาก โดยมิให้รวมไว้ในใบกำกับภาษีเดียวกันกับรายการอื่น

_บริบท: ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_corporate_card_undertaking

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย